0 Views

 

อู๋เซียงได้จับตาดูเซียนนักรบนี่ไว้ก่อนปรากฏตัวแล้ว มิว่าความแข็งแกร่งหรือความเร็วคนผู้นี้อาจเหนือกว่าซือเมิ๋นหยูอีกเสียด้วยซ้ำ

แม้ว่าจะเป็นอยู่ขั้นที่เก้าทั้งสองแต่ระดับนั้นแตกต่างกัน เขารู้ว่าตัวเองมีโอกาสเอาชนะซือเมิ๋นหยูเจ็ดหรือแปดส่วนได้แต่หากต้องต่อสู้กับเซียนนักรบผู้นี้เขามีโอกาสชนะมากสุดก็เพียงสองส่วน

ความแตกต่างทั้งระดับและสภาวะ ความแข็งแกร่งก็ย่อมแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

เขามิทราบว่าขอบเขตที่เรียกว่าเทพยุทธ์ซึ่งอยู่เหนือเซียนนักรบอีกนี่จะเท่าใด? ชายหนุ่มรู้สึกกระหายจะรับชมยิ่ง

เฝ้าถามตนเองว่าหากบรรลุขั้นสูงสุดวิชาสุริยาสาดแสงกับนวพันแสงเช่นชีวิตก่อนนี่เขาสามารถเผชิญหน้ากับเซียนนักรบได้หรือไม่?

กับเทพยุทธ์เล่า? เขามิมีความเชื่อมั่นเลยเถอะ

เสมือนว่าความแข็งแกร่งเช่นเดิมนี่เป็นเพียงแค่จุดเริ่มต้นเท่านั้น หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกลและต้องแสวงหาเพิ่มเรื่อยๆ

ชายชราเอ่ยปากอีกครั้งว่า “ทุกคนจะได้รับชุดและหน้ากากเช่นเดียวกันหมด ภายในสนามทดสอบนอกเหนือจากเลขประจำตัวพวกเจ้า เมืองกำเนิด ชื่อแซ่ อายุและรูปลักษณ์จะถูกเก็บเป็นความลับทั้งหมด อย่างไรก็ตามบนเสื้อของพวกเจ้าจะปักหมายเลขลงไว้ ซึ่งตลอดการทดสอบพวกเจ้าต้องสวมชุดนี้หรือกล่าวง่ายๆคือเจ้าต้องแสดงหลักฐานตัวตนตามหมายเลข! เจ้าสามารถหลบซ่อนตัวได้แต่ก็จงมั่นใจในการกระทำเพราะเจ้าสวมชุดการทดสอบอยู่ เมื่อเจ้าถูกพบตัวผู้อื่นก็จะเห็นหมายเลขของเจ้าได้”

พวกมันพยักหน้าเข้าใจ ซ่อนตัวได้แต่อย่าให้เห็นหมายเลขประจำตัวบนเสื้อคลุม ถ้าถูกพบตัวผู้อื่นก็จะทราบหมายเลขของตัวมันโดยทันที เช่นนั้นก็คือหากบุคคลผู้นั้นถูกเปิดเผยหมายเลขก็จะถูกเปิดเผยเช่นกัน

“ส่วนคำถามเรื่องหมายเลขประจำตัว มีทั้งหมดห้าสิบกลุ่มแต่ละกลุ่มมีห้าสิบคน ตัวเลขของกลุ่มจะมีตั้งแต่หนึ่งถึงห้าสิบและเลขของสมาชิกก็จะมีตั้งแต่หนึ่งถึงห้าสิบเช่นกันเข้าใจหรือไม่?”

“เข้าใจขอรับ!”

“ดี ข้าเชื่อว่าพวกเจ้ามีแผนการของตน หน้าที่แรกของพวกเจ้าคือการตามหาชิ้นหยกที่ตรงกับหมายเลขของตัวเองมีค่าสามสิบคะแนน จากนั้นก็จงตามหาชิ้นที่หมายเลขสอดคล้องกันซึ่งมียี่สิบคะแนนและก็มุ่งมั่นตามหาอีกสี่ชิ้นซึ่งตรงกับตัวเลขตัวท้ายของพวกเจ้าจะได้รับอีกห้าคะแนน นอกเหนือจากหยกหกชิ้นนี้แล้วจะมีค่าเพียงสองคะแนนเท่านั้น เมื่อนำมารวมกันคะแนนสูงสุดของตัวบุคคลซึ่งได้รับจากกลุ่มจะอยู่ที่หนึ่งร้อยห้าสิบแปดคะแนน แน่นอนว่ามันยากที่จะสำเร็จเพราะแท้จริงแล้วมันเป็นไปมิได้ที่คนผู้เดียวจะเก็บชิ้นหยกได้ทั้งหมด…. ”

ต่างคนก็ต่างผงกศีรษะเห็นด้วย สามารถเก็บได้ทั้งหมดน่ะหรือ? เป็นไปมิได้มันต้องโอ้อวดแน่ๆ สิ่งสำคัญคือการเก็บชิ้นที่เป็นหมายเลขของพวกมันและยังต้องตามหาชิ้นที่สอดคล้องกัน แล้วก็ไปหาเหล่าชิ้นหยกที่ลงท้ายหมายเลขเดียวกัน จริงๆแล้วทุกชิ้นมีค่าทั้งหมดหกสิบคะแนนก็ถือว่าทำได้ดีแล้ว

บุรุษสูงวัยยิ้มพลางโบกมือ “ระยะเวลาของการทดสอบนี้คือหนึ่งเดือน ในหนึ่งเดือนนี้เจ้าจะใช้หลักการหรือกลยุทธ์ใดก็ได้เพื่อเอาชิ้นหยกมา เพื่อส่งเสริมทุกคนการทดสอบนี้มิจำกัดเพียงที่ใดที่หนึ่ง คนที่ผ่านเงื่อนไขสามารถข้ามไปยังสนามทดสอบอื่นๆและสู้กับอีกกลุ่มได้เช่นกัน!”

หืม พวกมันสามารถข้ามไปยังเขตพื้นที่อื่นได้รึ? มันมิโกลาหลหรือ?

“อย่ารีบร้อนนักรอข้าเอ่ยให้จบก่อน มิใช่ว่าเจ้าอยากข้ามไปก็ข้ามไปง่ายๆ มีเงื่อนไขให้ทำ! คือเจ้าต้องมีชิ้นหยกอย่างน้อยแปดสิบคะแนนจากพื้นที่ของตนก่อนถึงมีสิทธิ์ขอยื่นการข้ามสนามทดสอบ ที่พรมแดนสนามทดสอบจะมีเจ้าหน้าที่ประจำอยู่เพื่อตอบรับคำขอของเจ้า หลังตรวจสอบว่ามีคะแนนถึงแปดสิบหรือมากกว่านั้นแล้วเจ้าก็จะถูกส่งไปยังที่อื่นทันทีเพื่อเก็บชิ้นหยกจากสนามอื่น”

หยุดเอ่ยก่อนเริ่มอีกครั้งว่า “นี่เป็นการส่งเสริมตามสามารถบุคคลซึ่งทำได้ดี ในกลุ่มเดียวกันหากว่าเก็บได้ทั้งหมดห้าสิบชิ้นคะแนนสูงสุดก็จะเท่ากับหนึ่งร้อยห้าสิบแปดคะแนน อย่างไรก็ตามหากข้ามไปยังพื้นที่อื่น หยกยี่สิบชิ้นที่ได้รับจะได้เลขเช่นนี้อีกต่อไป เหตุที่เป็นเช่นนั้นหรือ? เพราะเจ้าผ่านไปยังสถานที่อื่นและหยกที่มีหมายเลขเดียวกัน หยกที่เลขสอดคล้องกันและหยกสี่ชิ้นที่ลงท้ายด้วยเลขเดียวกันนั้นยังคงอยู่ มิว่าจะเป็นพื้นที่ของเจ้าเองหรือพื้นที่ที่ข้ามไปคะแนนของหยกนั้นกลับมิได้เปลี่ยนแปลง เช่นคนผู้หนึ่งข้ามไปสู่อีกที่เมื่อได้หยกที่มีหมายเลขเดียวกันแล้วหนึ่งชิ้น ในที่ที่ข้ามไปมันก็จะยังมีสามสิบคะแนนเป็นเช่นนี้เรื่อย! พวกเจ้าเข้าใจคำอธิบายนี่หรือไม่?”

ทุกคนพยักหน้า พวกมันล้วนเป็นผู้เยาว์ชั้นยอดจากเมืองต่างๆกฎพวกนี้จึงเข้าใจได้ง่ายๆ

มองเป็นภาพง่ายๆว่าหากมีคนผู้หนึ่งมีคะแนนจากที่ทดสอบเดิมของตนแปดสิบคะแนนชิ้นหยกที่เหลือจะไร่ค่าโดยทันที เมื่อไปอีกที่ก็จะมีหยกหมายเลขหนึ่งถึงห้าสิบ ตราบที่มันหาหยกซึ่งเป็นหมายเลขของตัวเองเจอมันก็จะได้รับคะแนนเท่าเดิม

มั่นใจได้ว่าผู้มากพรสวรรค์ย่อมเก็บคะแนนได้ง่าย ยิ่งแข็งแกร่งก็ยิ่งมีคะแนนมากยิ่งขึ้น!

สำหรับคนทั่วไปแปดสิบคะแนนอาจเป็นเรื่องยาก แต่มันก็มิยากเกินไปสำหรับผู้มีความสามารถ

หนึ่งชิ้นที่หมายเลขตรงกับตนเองได้สามสิบคะแนน ที่สอดคล้องอีกยี่สิบคะแนนและอีกสี่ชิ้นที่มีเลขลงท้ายเหมือนกันเป็นยี่สิบคะแนน หากเก็บได้หกชิ้นพวกนี้ก็จะมีเจ็ดสิบคะแนน

และตามเก็บอีกห้าชิ้นก็จะมีสิทธิ์ข้ามเขตได้!

เมื่อข้ามไปก็จะได้รับจำนวนหยกมากขึ้น ด้วยลำดับเช่นนี้จะเก็บคะแนนได้รวดเร็วยิ่ง!

“ทุกคนต้องรู้ว่าสามารถข้ามเขตแดนได้อย่างมิจำกัดครั้ง หากเจ้าแข็งแกร่งพอก็จะสามารถผ่านเข้าไปอีกที่ได้เมื่อรวบรวมคะแนนครบแปดสิบคะแนน เจ้าสามารถทำเช่นนี้ได้เรื่อยๆจนกว่าจะครบหนึ่งเดือน!”

ชายชราเปิดเผยข้อมูลทีละเล็กทีละน้อยเพื่อกระตุ้นความตื่นกลัวของของผู้เข้าร่วม เพียงได้ยินกฎเหล่านี้มันก็ดูน่าตื่นเต้นเหลือเชื่อแล้ว

ยามนี้ เนื่องด้วยการดำเนินไปนั้นมิสิ้นสุด ทำให้พวกมันตื่นเต้นยิ่งขึ้นไปอีก

ด้วยวิธีนี้จะมิเพียงเผชิญหน้ากับสมาชิกในกลุ่มสี่สิบเก้าคนในเขตทดสอบ แต่ดูเหมือนว่าพวกมันต้องเผชิญหน้ากับการบุกมาของกลุ่มอื่นๆเช่นกัน

เมื่ออู๋เซียงได้ยินเช่นนี้ก้พลันเข้าใจบางอย่าง วันนั้นที่ตงเหยานางเหมือนอยากจะเอ่ยบางอย่างแต่ก็ลังเลและถามว่าเป้าหมายของเขาในการทดสอบนี้คืออะไร

เขารู้ว่าตงเหยานางทราบกฎเรื่องการข้ามเขตพื้นที่อยู่แล้ว เมื่ออู๋เซียงก้าวออกจากเขตมันเป็นเรื่องยากที่จะดูแลน้องชายชองนางได้

ท้ายที่สุดเขาก็เข้าใจถ้อยคำของนางที่ว่ามิอาจหยุดยั้งอนาคตของเขาจากเรื่องของนาง

“ในการทดสอบนี้จะเป็นการแข่งขันระหว่างสี่ดินแดนและแบบรายบุคคล แน่ชัดว่าในแต่ละกลุ่มนั้นเรามั่นใจได้เลยว่าจะมิมีผู้ที่มาจากสถานที่เดียวกันเข้าอยู่ในการทดสอบเดียวกัน อย่างไรก็ตามเราก็มิแน่ใจเลยว่าแบบบุคคลผู้ที่มาจากนครรัฐเดียวกันอาจจะได้อยู่ร่วมกัน ในแคว้นเรามีเพียงสี่นครรัฐ ดังนั้นในกลุ่มเดียวกันจะมีการแข่งขันสำหรับนครรัฐเดียวกัน ระหว่างกลุ่มและรายบุคคลเราจะปลุกเร้าถึงการแข่งขัน อีกนัยหนึ่งคือคนที่มาจากที่เดียวกันหากมีตัวเลขสอดคล้องก็จงแย่งชิงมันมาเสีย! แน่นอนการที่ให้พวกเจ้าสวมชุดและใส่หน้ากากเช่นเดียวกันโดยปกติตัวตนของพวกเจ้าจะมิถูกเปิดเผย อย่างไรก็ตามในระหว่างการทดสอบเราก็มิอาจยืนยันได้ว่าพวกเจ้าจะมิบอกตัวตนแก่ผู้อื่นอย่างใดเหตุนั้นแล้วเราจึงอยากให้พวกเจ้าสู้กันอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตามสำหรับแบบรายบุคคลนั้นหากเจ้ามีคะแนนที่สูงนครรัฐที่เจ้าเป็นตัวแทนก็จะสูงเช่นกัน เราจะจำกัดเพียงสามสิบคนที่ได้คะแนนสูงสุดของแต่ละนครรัฐเท่านั้นที่จะมีสิทธิ์เข้าร่วมการแข่งขันระหว่างนครรัฐต่อไป คะแนนที่สูงที่สุดจะถือว่าเป็นกลุ่มที่คว้าชัยในการทดสอบนี้!”

แต่ละดินแดนมีผู้เข้าร่วมมากกว่าหกร้อยคน เฉพาะสามสิบอันดับแรกเท่านั้นที่มีสิทธิ์ ซึ่งความเป็นไปได้ที่จะติดหนึ่งในสามสิบสำหรับการทดสอบนั้นมันช่างบ้าระห่ำยิ่งนัก!

“นั่นคือกฎการทดสอบทั้งหมด! ตอนนี้เหล่าผู้เยาว์วัยเอ๋ย จงตั้งแถวเป็นกลุ่มและรับชุดและหน้ากากของพวกเจ้าทีละคนเสียหมายเลขประจำตัวจะอยู่บนชุดนั่น เมื่อได้รับหมายเลขแล้วเจ้าจะรู้กลุ่มตนเอง จากนั้นพวกเจ้าแต่ละคนจะถูกส่งเข้าไปในสนามทดสอบมีเวลาให้สี่ชั่วยามสำหรับการเข้าไป ระหว่างสี่ชั่วยามนี้ผู้ที่เข้าไปก่อนจะต้องรออยู่ตรงนั้น จนกว่าเวลาจะหมดใครที่ไปก่อนนั้นจะถูกตัดสิทธิ์!”

พวกมันพากันปฏิบัติตามคำสั่ง เดินไปทีละคนๆ ชุดเสื้อคลุมสำหรับการทดสอบทั้งล้วนถูกปกปิดไว้และยังมิอาจสวมใส่ได้ยามนี้ ดังนั้นพวกมันจึงยังมิรู้เลขของตนเองนอกจากนี้ยังช่วยป้องกันมิให้ทราบหมายเลขก่อน

เมื่อถึงคิวของอู๋เซียง เป็นชายชราใบหน้าเหลืองซีดที่นำชุดมาให้พร้อมพาเขาไปยังสนามทดสอบสีหน้าเรียบเฉย

“หมายเลขสิบเก้า น้องชายของแม่นางตง…” เสียงเบาเหมือนยุงเข้ามาอยู่ภายในหูของอู๋เซียง

เขามึนงงแต่บุรุษข้างหน้าก็เดินต่อไปมิแสดงสีหน้าอันใด มินานก็มาถึงขอบสนามทดสอบ “เอ้านี่ แต่ละกลุ่มจะมีพื้นที่เพียงห้าสิบลี้ ก่อนเก็บได้แปดสิบคะแนนเจ้าจะมิได้รับอนุญาตให้ออกจากที่นี่เด็ดขาดมิฉะนั้นจะถือว่าสละสิทธิ์!”

“ขอรับ!” เขาตอบและเปิดชุดเสื้อดู หมายเลขประจำตัวหมายเลขหก!

มิใช่เลขที่สอดคล้องกับสิบเก้าและเลขลงท้ายก็มิเหมือนกัน…

เหมือนว่าเขามิจำเป็นต้องกังวลแล้ว วิธีการของแม่นางตงเหยาช่างวิเศษยิ่ง…