0 Views

มีกลุ่มนักสู้ชั้นสูงจำนวนหกร้อยคนมาจากแปดมณฑลของนครรัฐเพลิงไพรี ด้วยจำนวนที่มากมายนี้พวกมันล้วนเป็นลูกหลานขุนนางของเมืองตนเองแต่เมื่อมาอยู่ที่แห่งนี้นครรัฐเพลิงไพรีความโดดเด่นนี่ก็พลันหายไป

ณ ที่นี่ทุกคนต่างก็เป็นบุตรหลานเชื้อสายชนชั้นสูง ต่างมีสถานะเท่ากันทั้งสิ้น

สนามประลองที่นี่มีขนาดใหญ่ที่สุดในนครรัฐเพลิงไพรีเป็นหนึ่งในสถานที่ที่ได้รับความนิยม

ยามนี้ ผู้เข้าร่วมทั้งหกร้อยคนจากนครรัฐเพลิงไพรีได้มารวมตัวกันแล้ว

หนังสือการลงทะเบียนของพวกเขาในแต่ละเมืองถูกส่งมายังสถานที่หลัก และตอนนี้ก็เป็นเวลาที่เจ้าที่จากดินแดนศักดิ์สิทธิ์จะได้ประกาศกฎกติกาแล้ว

หลังจากประกาศกฎแล้วเหล่าผู้เยาว์ชนทั้งหลายจะเดินทางไปยังสนามทดสอบ บริเวณชายแดนของสนามทดสอบพวกเขาจะถูกจัดกลุ่มร่วมกับผู้เยาว์จากอีกสามนครรัฐ

หลังมารวมตัวกันเสร็จ พวกเขาก็จะได้รับหมายเลขของตนพร้อมกำหนดเป็นกลุ่มแล้วก็เข้าสนามทดสอบ

“พวกเจ้าทุกคนล้วนเป็นผู้มีพรสวรรค์จากเมืองของตน ข้าเชื่อว่าผู้ดูแลมณฑลได้อธิบายรายละเอียดทั้งหมดแก่พวกเจ้าก่อนเดินทางแล้วใช่หรือไม่?” ตัวแทนจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์เอ่ยเสียงชัดเจน

“ใช่!” นักสู้รุ่นเยาว์ต่างตอบรับอย่างรุนแรง

เขายกมือทั้งสองข้างขึ้นลงเพื่อให้ทุกคนเงียบฟังต่อ

“เมื่อพวกเจ้าเข้ามาในเมืองข้าก็เชื่อว่าพวกเจ้าเห็นรายละเอียดทั้งในหมดในกระดานข่าวสารแล้ว ผลตอบแทนเป็นเรื่องจริงแน่นอนบอกข้าสิพวกเจ้าต้องการหรือไม่?”

“ต้องการ!” เป็นคำตอบชัดเจนยิ่ง

“พวกเจ้าต้องการจะเป็นผู้ชนะหรือเป็นท่านอ๋องใช่หรือไม่?”

“ถูกต้อง!” ตอบรับรุนแรงยิ่งขึ้น

“พวกเจ้าอยากให้ตระกูลรุ่งโรจน์เพราะตัวเจ้าซึ่งประสบผลสำเร็จในการทดสอบนี้ใช่หรือไม่?”

“แน่นอน!” เสียงตอบกลับอันบ้าคลั่ง

ตัวแทนดินแดนศักดิ์สิทธิ์พึงพอใจกับบรรยากาศเช่นนี้นัก โดยเฉพาะกับกลุ่มหนุ่มสาวแล้วเมื่ออารมณ์ปะทุขึ้นสูงสุดและได้รับแรงกระตุ้นเพียงพอพวกเขาก็จะตื่นตัวโดยสมบูรณ์ ด้วยวิธีการนี้พวกเขาจะแสดงศักยภาพขั้นสุดและกระทำอย่างเต็มที่ให้ดีที่สุด

เขารู้ว่าผู้ที่มาที่นี่ส่วนใหญ่มาเพียงทำหน้าที่เป็นตัวประกอบ เป็นดั่งใบไม้เขียวชะอุ่มกระทั่งกลายเป็นอาหารของผู้ล่า คนส่วนใหญ่มิอาจประสบกับความสำเร็จและท้ายที่สุดแล้วก็จะถูกจำกัดทิ้ง

มีเพียงมิกี่คนเท่านั้นที่จะโชคดี

อย่างไรก็ตามเรื่องนี้มิสลักสำคัญนัก สิ่งที่สำคัญคือโอกาสที่พวกเขาได้รับต่างหากแม้นจะมีโอกาสแค่หนึ่งในหมื่นพวกเขาก็ยินดีที่จะเสี่ยงทาย

อนึ่งความเป็นไปได้นี้อาจสูงกว่าหนึ่งในหมื่นด้วยซ้ำ!

เขาขยับร่างและยังเอ่ยกระตุ้นต่อไปว่า “ประเสริฐ! จากแววตาของพวกเจ้าข้ามองเห็นพลังของคนหนุ่มสาว พวกเจ้าล้วนมีความกล้าหาญหากต้องการสิ่งนั้นจริงก็จงทำให้ดีที่สุด! จงคิดถึงยามที่เจ้ากลับมาพร้อมชัยชนะและผลตอบแทนที่เหล่าเชื้อพระวงศ์มอบให้แก่ตระกูลของเจ้า สิ่งที่ตระกูลของเจ้าสมควรได้รับ! เกียรติยศแด่บรรพชน! จดจำไว้ให้ดีการทดสอบนี้จะนำพวกเจ้าไปสู่รางวัลอย่างชื่อเสียงและเงินตรา!”

“เฮ้!”

สายเลือดของนักสู้ลุกโชนเต็มที่ แต่ละคนกำหมัดแน่นราวกับจะกระโจนสู่สนามทดสอบทันที

“เอาล่ะ อนาคตอันสวยงามถูกแสดงต่อหน้าพวกเจ้าแล้วมันขึ้นอยู่กับความสามารถของพวกเจ้าทั้งสิ้น ต่อไปข้าจะประกาศข้อมูลต่างๆจงฟังให้ดีเพราะข้าจะเอ่ยเพียงรอบเดียวเท่านั้น”

ทุกคนรับฟังอย่างตั้งใจมิพลาดแม้แต่คำเดียว

“มีผู้เยาว์กว่าสองพันห้าร้อยคนจากแคว้นไป๋หยู่เข้าร่วมงานทดสอบนี้ แต่ละคนจะได้รับหมายเลขประจำตัวตัวเลขนี่จะมิเหมือนกัน ตัวเลขของพวกเจ้าจะถูกกำหนดไว้จากดินแดนศักดิ์สิทธิ์โดยขึ้นอยู่กับภูมิภาคและเมืองกำเนิด ห้าสิบคนต่อกลุ่มและมีทั้งหมดห้าสิบกลุ่มเพื่อป้องกันมิให้พวกเจ้าทั้งหลายที่มาจากที่เดียวกันรวมตัวเป็นพันธมิตรดังนั้นจึงเป็นไปมิได้เลยที่คนที่มาจากสถานที่เดียวกันจะได้อยู่กลุ่มเดียวกัน หมายเลขประจำตัวและกลุ่มของพวกเจ้าจะถูกกำหนดและแจ้งให้ทราบเมื่อถึงเขตด้านนอกของสนามทดสอบ วิธีนี้จะป้องกันการโกงแบบต่างๆได้!”

อู๋เซียงพยักหน้าในใจ มันเป็นสิ่งที่แม่นางตงเหยาบอกเขามา เหมือนว่านางมีหน่วยข่าวกรองที่เชื่อถือได้น่าดู มิควรมองข้ามจริงๆ

บุคคลนั้นกล่าวอีกว่า “นี่คือสิ่งที่ข้าสามารถบอกแก่พวกเจ้าได้ มิว่าจะเป็นรูปแบบการทดสอบ กฎกติกาและเกณฑ์การประเมินนั่นจะแจ้งก่อนการทดสอบ การทดสอบนี้มีความสำคัญต่อราชวงศ์แคว้นไป๋หยู่ยิ่ง เล่ห์กลโกงทุกอย่างถูกห้ามเราจะตรวจสอบอย่างละเอียด ตอนนี้จงเตรียมของพร้อมจะออกไปได้แล้ว!”

อย่างไรก็ตามการเดินทางนี้มิใช่ว่าปล่อยให้เหล่าผู้เข้าร่วมเดินทางไปด้วยตนเอง ตัวแทนดินแดนศักดิ์สิทธิ์จะเป็นผู้นำทางไปและมิอนุญาตให้ไปด้วยตนเอง

อู๋เซียงรู้สึกสงสัยยิ่ง จนถึงตอนนี้เขาก็ยังคิดมิตกเลยว่าน้องชายตงเหยานั้นเป็นผู้ใด

แต่นางดูมั่นใจ นางคงจะมาพร้อมกับข้อมูลอันละเอียดยิบเป็นแน่ คิดได้ดังนั้นเขาก็เดินตามกลุ่มออกไป

สถานที่ทดสอบนั้นอยู่ห่างออกไปมิกี่ลี้จากนครรัฐเพลิงไพรีนัก พวกเขาเดินทางยามเช้านอนพักในตอนกลางคืนและก็มาถึงในตอนเที่ยงของวันที่สาม

แนวเทือกเขายาวต่อเนื่องตั้งสูงตระหง่าน ตามสันเขาสูงสายธารกลับไหลย้อนทวนคืน การไหลดังกล่าวนี่ทำให้สถานที่แห่งนี้ดูลึกลับซับซ้อน

บริเวณตีนเขาเป็นที่ราบกว้างและว่างเปล่า คนจากสี่นครรัฐได้เดินทางมาถึงแล้ว

เวลานี้ เพราะการทดสอบเกี่ยวพันระหว่างสี่ดินแดนและเน้นไปที่การชิงชัยแบบกลุ่ม เป็นผลให้ผู้เข้าแข่งขันแต่ละแห่งมิทำตัวสนิทสนมกับอีกแห่งมากเกินไป

บางคนก็มิรุนแรงนักเพียงกรอกตาทำหน้าทำตาใส่กันเท่านั้น แต่ก็มีบ้างที่ด่าทอและปลุกปั่นอีกฝ่าย

หากมิได้นักรบจากดินแดนศักดิ์สิทธิ์คอยกำกับแล้วไซร้ ทารกเหล่านี้คงทะเลาะกันไปแล้ว

แม้นจะอยู่สภาวะมิเป็นมิตร ก็แปลกที่ตัวแทนพวกนั้นมองเห็นความเป็นปฏิปักษ์แต่ก็มิห้ามใดๆ กลับมองดูด้วยรอยยิ้มราวกับส่งเสริมซะอย่างงั้น

นี่เป็นการต่อสู้ มันมิแปลกนักที่ทุกคนจะรู้สึกถึงการแก่งแย่ง

หลังจากให้เกิดความวุ่นวายเล็กน้อย เจ้าหน้าที่ดินแดนศักดิ์จากทั้งสี่นครรัฐก็ดูแลความเรียบร้อยคนในความดูแลของตน  พวกเขาตะโกนบอกให้เงียบเสียงลงและฟังถ้อยคำของเซียนนักรบแห่งดินแดนศักดิ์สิทธิ์

ตัวแทนสูงสุดในดินแดนศักดิ์เซิ่นอู๋คือตำแหน่งเทพยุทธ์มีเซียนนักรบสี่คนอยู่ภายใต้การปกครอง จากนั้นก็จะเป็นผู้เหล่าผู้อาวุโส

เมื่อพวกมันถ้อยคำที่เป็นดั่งตำนานอย่างเซียนนักรบขึ้นมา ทั้งหมดก็พากันเงียบสนิท

ชายชราผู้หนึ่งสวมเสื้อคลุมยาวสีม่วงเดินเข้ามาพร้อมแรงกดดัน สายตาเฉียบแหลมเหลือบมอง นักสู้เยาว์วัยต่างก็สูดลมหายใจอย่างหนาวเหน็บรู้สึกถึงคลื่นความเย็นชาที่มาจากนัยน์ตา

ช่างทรงพลังยิ่ง!

“เหล่าหนุ่มสาวเอ๋ยเทือกเขานภาร่ำร้องนี่จะเป็นสถานที่ทดสอบของพวกเจ้า ยามนี้ข้าจะประกาศกฎการแข่งขันให้ทราบ”

“มีทั้งหมดห้าสิบกลุ่มแต่ละทีมมีสมาชิกห้าสิบคน ซึ่งแต่ละคนจะได้รับหมายเลขของตนเอง คนทั้งห้าสิบคนนี้จะถูกนำเข้าไปสนามทดสอบแห่งเดียวกัน แต่ละกลุ่มจะมีเขตพื้นที่ของพวกตนซึ่งมีทั้งหมดห้าสิบเขตสำหรับการทดสอบ”

เขาหยุดชั่วขณะ เพื่อให้คนเหล่านี้ได้ทำความเข้าใจกับกฎกติกา

หลังจากนั้นเซียนนักรบก็เอ่ยอีกครั้งว่า “จดจำไว้ว่าถึงแม้ว่าพวกเจ้าจะอยู่กลุ่มเดียวกันก็มิได้หมายความว่าพวกเจ้าเป็นสหายกัน ตรงกันข้ามพวกเจ้าทั้งห้าสิบคนถือเป็นศัตรูกันทั้งหมดต่างหาก!”

ในเวลาเดียวกันพวกมันก็มิใช่สหาย แต่ศัตรูหรือ?

คนที่เข้าร่วมต่างพากันเริ่มงงงวยและมองดูเซียนนักรบด้วยแววตาสับสน

“เหตุใดข้าจึงเอ่ยเช่นนั้นน่ะหรือ? ก็เพราะพวกเราจะซ่อนหยกห้าสิบชิ้นซึ่งมีหมายเลขกำกับเช่นเดียวกับพวกเจ้าในสนามทดสอบนั้น หยกแต่ละชิ้นจะตรงกับหมายเลขของพวกเจ้า ซึ่งงานของพวกเจ้าคือตามหาหยกเหล่านั้นและก็จะได้รับคะแนน จำไว้ว่าหยกแต่ละชิ้นมีคะแนนแตกต่างกัน หากได้หยกที่มีหมายตรงกันกับเลขของตนเองก็จะได้รับสามสิบคะแนน! หากได้หยกที่เลขสอดคล้องกันก็จะได้รับยี่สิบคะแนน หากได้หยกที่มีตัวเลขลงท้ายเหมือนกันกับเจ้าจะได้รับห้าคะแนน และหยกชิ้นที่เหลือจะมีค่าเพียงสองคะแนนเท่านั้น!”

เข้าใจได้ง่ายๆว่าในการเอาชนะหนึ่งมันจะต้องมีหยกซึ่งเป็นเลขเดียวกับตนเอง มันมิยากเช่นเดียวกับการหาตัวเลขที่ลงท้ายเหมือนกัน เช่นหากได้หมายเลขหนึ่ง จากหนึ่งถึงห้าสิบจะมีเลขลงท้ายที่เหมือนกันคือสิบเอ็ด ยี่สิบเอ็ด สามสิบเอ็ดและสี่สิบ

กล่าวได้อีกอย่างก็คือจะมีเพียงสี่ในห้าสิบคนที่มีตัวเลขลงท้ายเหมือนกัน

ทุกคนเป็นเช่นเดียวกันโดยมิมีข้อยกเว้นใดๆ

แต่ชิ้นหยกที่สอดคล้องกันเล่าหมายถึงสิ่งใด? มันมิใช่ว่าเป็นหยกที่มีเลขตรงกับของตนหรอกหรือ?

เซียนนักรบมองเห็นถึงความสับสนของทุกคนผ่านแววตาก็อธิบายช้าๆว่า “หยกที่เลขสอดคล้องกันนั้นเข้าใจได้ง่ายๆ จากเลขหนึ่งถึงห้าสิบ หนึ่งจะคู่กับห้าสิบ สองจะคู่กับสี่สิบเก้าเป็นเช่นนี้เรื่อยไป หลักการก็คือหากสองตัวเลขรวมกันเป็นห้าสิบเอ็ด หมายเลขของคนผู้นั้นก็คือคู่สอดคล้องของเจ้า! นอกเหนือจากนี้บุคคลที่มีเลขสอดคล้องกันนั้นจะมิได้ตัวเลขลงท้ายเช่นเดียวกัน ดังนั้นทุกคนจึงมีว่ามีโอกาสเท่ากันทั้งหมด!”

ด้วยคำพวกนี้ พวกมันก็พลันเห็นแสงสว่างและขบคิดอยู่ภายในใจ

ตามวิธีนี้ท่ามกลางคนทั้งห้าสิบคน อย่างแรกต้องเป็นหมายเลขเดียวกันจากนั้นก็เป็นเลขที่สอดคล้องกันและก็เป็นเลขที่ลงท้ายตัวเดียวกัน สำหรับชิ้นอื่นนั้นพวกมันด้อยค่าและแทบมิคุ้มค่าเลย อย่างไรก็ตามชิ้นที่ไร้ค่าพวกนั้นก็มีความสำคัญอย่างหนึ่งคือตัวเลขที่สอดคล้องกันและลงท้ายตัวเดียวกัน

วิธีดังกล่าวนี้ ทั้งการต่อสู้ การวางแผนและการแย่งชิงอย่างดุเดือดนี่จะเป็นเรื่องที่ซับซ้อนวุ่นวายเป็นอย่างยิ่ง

“ข้าจะต้องเก็บชิ้นหยกให้ได้มากๆ ที่สำคัญคือข้าเองก็ต้องป้องกันของของข้าเองจากนั้นก็ตามหาชิ้นที่สอดคล้อง…” เหล่าผู้เยาว์คิดในใจ

เซียนนักรบกำฝ่ามือเตือนให้ทุกคนเงียบลง ด้วยว่ายังกล่าวมิจบ

อู๋เซียงอยู่กับความคิดของตน เขาคิดว่าการทดสอบนี้ผิดปกติยิ่งมิมีผู้ใดคาดเดาได้ มิต้องเอ่ยถึงกลโกงต่างๆ แต่เขาเองก็มิทราบเลยว่าน้องชายของแม่นางตงเหยานี้จะเป็นเลขสอดคล้องของเขาหรือได้เลขท้ายตัวเดียวกันหรือไม่?

หากเป็นเช่นนั้นจริงก็ยากที่จะฉกฉวยชิ้นหยกของเขาแล้ว….