0 Views

         ถึงแม้ว่าผลของนครรัฐเพลิงไพรีจะยังไม่ถูกประกาศออกมา แต่กลุ่มสุดท้ายที่ชนะก็ถูกตัดสินแล้ว

 

         ตอนนี้ความลับที่ยังอยู่คือผู้ใดจะได้อันดับหนึ่งในการแข่งขันนี้ ผู้ใดจะมีชื่อเสียงก้องฟ้าและได้รับเกียรติจากองค์ฮ่องเต้และขุนนางชั้นโหวกัน?

 

        คนทางฝั่งนครรัฐเพลิงไพรีนั้นมั่นใจว่าคุณชายฉงเป็นอันดับหนึ่งแน่

 

        อย่างไรก็ตามทางสามดินแดนกลับไม่คิดเช่นนั้น จนกว่าผลทดสอบจะออกจึงจะยืนยันได้ว่าคุณชายฉงจากนครัฐเพลิงไพรีนั้นมีคะแนนสูงกว่าคะแนนสูงสุดของทางทีปผกา?

 

         ไม่มีผู้ใดคิดว่าจะมีคนอื่นได้อันดับหนึ่งในนครรัฐเพลิงไพรี มันดูเป็นเรื่องสามัญสำหรับบุตรหลานเชื้อสายราชวงศ์ที่จะได้รับอันดับหนึ่ง มันมิมีอะไรต้องห่วงเลย

 

         ขณะที่หยุนฉิงหยานอยากจะเอ่ยถามอีกครั้ง ทันใดนั้นนางก็พลันเห็นคนของดินแดนศักดิ์สิทธิ์เดินออกจากกระโจม นางวิ่งจากไปมิสนใจฉินอู๋เซียงและต้าซือหยางอีกต่อไป

 

         “คุณชายชิง ถึงตาของเพลิงไพรีแล้ว!”

 

         ข้างๆซือเมิ๋นชิงนั้นเป็นกลุ่มของมณฑลหมอกเมฆาที่กำลังกระซิบกระซาบอยู่ แต่ละคนต่างก็ตื่นเต้นและภาวนาอย่างมีหวังว่าจะไต่เต้าเข้ารอบได้

 

         “ไปดูหรือไม่?” ต้าซือหยางเรียกอู๋เซียง เขารู้ว่าตัวเองคงไม่มีปัญหาเรื่องการผ่านเข้ารอบอะไร คำถามคือเขาอยู่อันดับที่เท่าไหร่ต่างหาก

 

         จากก้นลึกหัวใจเขาอยากจะอยู่สิบอันดับแรก อย่างไรก็ตามเมื่อเห็นผลงานของทุกคนแล้ว ในใจก็รู้สึกไม่มั่นใจนัก

 

          อู๋เซียงไปตามฝูงชนและไม่ได้แสดงท่าทีอันใด

 

          เจ้าหน้าที่ของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ผู้ดูแลรายชื่อยิ้มว่า “ข้าเชื่อว่าพวกเจ้าทุกคนคงกำลังรอคอยข้อสงสัยอันสุดท้ายอยู่ใช่หรือไม่? อย่ารีบร้อนนัก เซียนนักรบทั้งสี่ท่านกำลังจะออกมา พวกท่านมีบางอย่างอยากจะเอ่ยด้วย”

 

          ตอนที่เขาพูดคนหนุ่มสาวก็พลันเงียบลง พวกเขามองเห็นเซียนนักรบทั้งสี่คนเดินมาจากกระโจม

 

          โดยเฉพาะกับเซียนนักรบบุรุษชราซึ่งมีรอยยิ้มประดับอยู่แทนใบหน้าเคร่งเครียดที่เห็นประจำ

 

          “เด็กน้อย! ขอบคุณสำหรับผลงานอันยอดเยี่ยมของพวกเจ้าทุกคน ผู้เยาว์ทุกคนที่เข้าร่วมการทดสอบนี้ พวกเรา ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เซิ่นอู๋มีเพียงถ้อยคำเหล่านี้ – พวกเราพอใจยิ่งนัก!”

 

          เขาสะบัดเสื้อคลุมยาวและคว้ามันไว้ดีๆ จากนั้นก็เปล่งเสียงอีกครั้งว่า “พวกเจ้าทุกคนมีคำถามเกี่ยวกับคะแนนของตนเองหรือไม่?”

 

         “ไม่!”

 

         “มีผู้ใดเคลือบแคลงความเป็นธรรมของการทดสอบนี่หรือไม่?”

 

         “ไม่!”

 

          สำหรับผู้ดำเนินการการที่งานประสบความสำเร็จระดับยอดเยี่ยม ถึงแม้นว่าจะมีความขัดแย้งระหว่างผู้เยาว์ด้วยกัน มันก็ไม่ได้ส่งผลกระทบมากนัก เพราะการทดสอบนี้ไม่ให้ติดต่อผู้ใดและทางตระกูลก็เช่นกัน เมื่อก้าวเท้าเข้าสนามทดสอบจึงมั่นใจได้ถึงสิบส่วน

 

         ชายชราพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ “ดี ข้ารู้สึกยินดีพอควรที่พวกเจ้าทุกคนยอมรับมันได้ เมื่อผลสุดท้ายออกมาข้าเชื่อว่าพวกเจ้าจะไม่มีข้อสงสัยใช่หรือไม่?”

 

         “ไม่แน่นอน!”

 

         “ประเสริฐ! เช่นเดียวกับที่ข้าเคยเอ่ยไป มีสองถึงสามคนในอันดับสูงๆที่ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมมากๆ มันเป็นการชิงชัยที่ดุเดือด ทว่าความประหลาดใจใหญ่สุดในการทดสอบนี้คือการปรากฏตัวขึ้นอย่างต่อเนื่องของม้ามืด โดยเฉพาะจากนครรัฐเพลิงไพรีพวกเขาทำให้เราตกใจยิ่ง!”

 

          ทันทีที่เขากล่าวคำพวกนี้ บรรดาผู้เยาว์จากนครรัฐเพลิงไพรีต่างก็เริ่มหายใจสั่นรัว และพวกที่ได้คะแนนสูงก็เป็นกังวลเล็กน้อย

 

          ความประหลาดใจใหญ่สุดคือม้ามืด? เป็นไปได้ไหมว่าในรายชื่อนั่นมีม้ามืดจำนวนมาก?

 

          “ในนครรัฐเพลิงไพรีมีห้าคนที่ข้ามเขตแดนได้! อย่างไรก็ตามก็มีอยู่สองคนที่มีสิทธิ์ข้ามแต่พวกเขากลับไม่เลือกใช้สิทธิ์ ขณะเดียวกันผลงานของพวกเขาก็ยอดเยี่ยมเช่นกัน! ทั้งสองเข้าไปได้ถึงสิบอันดับแรก!”

 

           เมื่อต้าซือหยางได้ยินเช่นนั้น ก้อนหินที่ถ่วงอยู่ในใจก็พลันหายไป จากคำของเซียนนักรบหนึ่งในนั้นเป็นเขาเอง

 

          “ด้วยคะแนนที่เยี่ยมยอดของผู้คนเหล่านี้ ในการแข่งขันแบบกลุ่มคะแนนของนครรัฐเพลิงไพรีจึงสูงกว่าอีกสามแห่ง เปรียบเทียบดูกับทั้งสามแห่ง ซึ่งมีมากกว่าหนึ่งคนได้ข้ามหนึ่งครั้ง กับคนที่ได้ข้ามไปสองครั้งสิ! มันจึงเป็นคะแนนอันสำคัญ!”

 

          น้ำเสียงของชายชราเต็มเปี่ยมด้วยความสุขและเร่งเร้า

 

           สองคน? ผู้เยาว์วัยจากเพลิงไพรีร้อนรน มันเป็นผลลัพธ์อันยอดเยี่ยมที่แท้จริง ด้วยจุดนี้นครรัฐเพลิงไพรีจึงนำเหนือตีห่างจากอีกสามนครรัฐ

 

          ร่องรอยความสงสัยเกิดขึ้นกับเมื่อคุณชายรูปงามที่ห้อยตราประจำตระกูลสีม่วง “มีอีกคนหนึ่งข้ามถึงสองครั้งรึ?”

 

          “คุณชายฉงอย่าได้กังวลไปเลย ผู้ใดสนเล่าว่าเขาข้ามถึงสองครั้ง คะแนนของท่านนั้นใกล้กับการข้ามถึงสามครั้งอยู่แล้ว แน่นอนว่ามันเปรียบเทียบกันไม่ได้หรอก!”

 

         “ใช่ๆ มันยืนยันได้เลยว่าท่านจะต้องได้รับอันดับหนึ่ง!”

 

          เมื่อเซียนนักรบเฒ่าเห็นความคาดหวังของทุกคนพุ่งขึ้นขีดสุดแล้ว เขาก็พลันยกมือขึ้นและร้องว่านักรบ “เปิดผลการทดสอบ!”

 

           ม้วนบัญชีรายชื่อผลคะแนน ซึ่งถูกแขวนไว้บนลานให้มองเห็นอย่างชัดเจนก็ถูกเปิดขึ้น

 

           เกือบทุกสายตาล้วนมุ่งตรงไปยังด้านบนสุดก่อน

 

           ชื่อหนึ่งถูกเขียนไว้ด้านอย่างประทับใจ-

 

           ฉินอู๋เซียง!

 

          คะแนนที่อยู่ถัดจากชื่อก็ยิ่งทำให้ตกใจมากยิ่งขึ้น-

 

          หกร้อยคะแนน!

 

          มันเป็นตัวเลขที่ทำทุกคนล้วนหยุดนิ่งกับที่ ทุกคนแทบจะตัวแข็งทันที่ที่เห็นคะแนน หลังผ่านอารมณ์ตกใจมาใครบางคนก็พลันฟื้นคืนสติกลับมา

 

          “หกร้อยคะแนน? จริงหรือนี่?”

 

         “นี่…..มนุษย์ปกติมิควรมีคะแนนเช่นนี้”

 

          “ฉินอู๋เซียงเจ้า…” แม้แต่คนปากมากอย่างหยุนฉิงหยานก็พบว่าลิ้นตัวเองแข็งตายไปแล้ว นอกเหนือจากตกตะลึงนางก็พูดอะไรไม่ออก

 

          “มันเกินจริงไปแล้ว หกร้อยคะแนน….”

 

          ท่ามกลางคลื่นเสียงแห่งความชื่นชมที่เต็มไปด้วยความอัศจรรย์ใจ ความอิจฉาและความสงสัย…

 

          ในท้ายที่สุดอารมณ์ทุกอย่างก็กลายเป็นการยกย่อง

 

          ผู้ใดคือฉินอู๋เซียง? ต่างก็ตามหาด้วยสายตาตนเอง

 

          เหล่าผู้คนจากมณฑลหมอกเมฆาได้ทิ้งท่าทีอันไม่เป็นมิตรไปอย่างสิ้นเชิง ความรู้สึกของพวกเขาเปลี่ยนเป็นชื่นชมแทน

 

          คนที่มาจากเมืองเพลิงไพรีเองก็ตกตะลึง พวกเขาไม่คาดคิดเลยว่าคุณชายฉงที่มีคะแนนสองร้อยสามสิบหกคะแนนจะพ่ายอันดับหนึ่งไป

 

          ที่ไม่คาดคิดคือเขาได้เสียตำแหน่งไปด้วยวิธีการอันน่าตกใจเยี่ยงนี้!

 

          ความหนาวเย็นได้เคลือบอยู่บนใบหน้าของคุณชายรูปงาม ใบหน้ามืดครึ้ม เขามิอาจยอมรับภาพตรงหน้านี้ได้

 

           คะแนนสูงสุดที่เผยออกมาจากทั้งสามดินแดนก่อนหน้าเขาไม่รู้สึกกังวลนัก สำหรับเขา เขาเองก็รู้สึกเช่นในยามนี้เขาต้องได้อันดับหนึ่งสิ

 

          มิคาดคิดว่าจะมีสัตว์ประหลาดโผล่ออกมาจากที่ใดก็ไม่รู้ และยังโฉบลงมาแย่งเอาอันดับหนึ่งไป!

 

          ฉินอู๋เซียง…..

 

          สำหรับผู้ที่มีความจำดีชื่อนี้นั้นมิคุ้นเคยนัก อย่างไรก็ตามในฐานะเชื้อพระวงศ์แล้ว เขาไม่เคยใส่ใจเรื่องราวที่เกิดขึ้นในมณฑลหรือเมืองใดๆ

 

          ในขณะที่ต้าซือหยางตกใจ เขาก็พบเสียงของตนเองแล้วในที่สุด เจ็ดครั้ง! จำนวนนั้นทำให้เขารู้สึกภาคภูมิยิ่ง

 

          ด้านล่างของเขานั้นบ้างก็เป็นพวกลูกหลานตระกูลศักดินาที่อื่นๆ

 

          อันดับหนึ่ง ฉินอู๋เซียง หกร้อยคะแนน

 

          อันดับสอง เหอหยูฉง สองร้อยสามสิบหกคะแนน

 

         อันดับสาม ซือเมิ๋นชิง หนึ่งร้อยห้าสิบสองคะแนน

 

         อันดับสี่ ตงหยาน หนึ่งร้อยสี่สิบคะแนน

 

         …

 

         อันดับเจ็ด ต้าซือหยาง แปดสิบปกคะแนน

 

         เมื่อลงมาดูชื่ออันดับล่าง มีช่วงคะแนนที่ใกล้เคียงกัน อันดับต่ำสุดของเพลิงไพรีอยู่สูงกว่านครรัฐทั้งสามนั่นคือหกสิบคะแนน!

 

         คนที่มากกว่าห้าสิบห้าคะแนนล้วนถอดถอนลมหายใจและพ่นเพ้อรู้สึกว่าตนเองเกิดผิดเวลาเสียจริง ด้วยคะแนนเช่นนี้สำหรับนครรัฐอื่นแล้ว มันพอจะเข้ารอบได้ แต่เพราะว่าเป็นชาวนครรัฐเพลิงไพรีจึงล้มเหลว อย่างเคราะห์ร้าย

 

          ชายชราขยับฝ่ามือบอกให้ทุกคนเงียบลง

 

          “ทุกคน ยามนี้เราต้องจัดอันดับประเภทรายบุคคลเท่านั้น ตามกฎแล้วสิบอันดับแรกของกลุ่มที่ชนะจะได้รับรางวัล ในประเภทรายบุคคลเฉพาะสิบอันดับแรกเองก็จะได้รับรางวัลเช่นกัน ทุกรางวัลหากมีการทาบซ้อนก็จะสะสมเก็บไว้แทน! คะแนนนั้นจะมีผลทันที ทุกรางวัลที่กล่าวไว้จะมอบให้แต่ละอันดับภายในหนึ่งเดือน!”

 

          เขามองดูภาพโดยรอบ ก่อนเปลี่ยนมาเอ่ยอย่างเข้มงวดว่า “การทดสอบนี้เป็นธรรมและทุกคนรับทราบดี หากผู้ใดไม่พอใจผลลัพธ์อยากจะตามล้างแค้น แน่นอนว่าดินแดนศักดิ์สิทธิ์จะไม่มีวันให้อภัยโดยง่าย! คิดทบทวนให้ดี จงจำไว้ว่าทางเราให้ความสำคัญกับการทดสอบครั้งนี้มาก ผลลัพธ์ที่ตรงกันนี่ไม่เพียงผลต่อแคว้นไป๋หยู่เท่านั้น ผู้ใดที่มีความประสงค์จะคัดค้านเจ้าสามารถไปแย้งกับท่านเทพยุทธ์ที่ตำหนักเทพดาราได้!”

 

          ให้โต้แย้งกับท่านเทพยุทธ์หรือ? พวกเขาไม่รู้จะร้องไห้หรือหัวเราะดี นอกเหนือจากคนที่รู้สึกว่าตนเองอยู่นานเกินไปเท่านั้นถึงจะทำตามที่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์บอก การทดสอบนี้ไม่มีทางให้หลบหนีอย่างแท้จริง

 

          ทุกคนต่างก็สงสัยมากขึ้นทุกขณะว่าผู้ใดคือฉินอู๋เซียง ปรากฏขึ้นโดยมิมีคำเตือนใดๆ ม้ามืดผู้นี้ช่างน่าตกใจเกินไป

 

           “เอาล่ะ ผู้ที่ผ่านเข้ารอบจะต้องอยู่ต่อ ส่วนคนที่ไม่ก็จะต้องเดินทางกลับเมืองเกิดพร้อมเจ้าหน้าที่ที่ดูแลแต่ละนครรัฐ พวกเจ้าอย่าได้รบกวนชาวเมืองหรือสร้างปัญหาเด็ดขาด หากผู้ใดกล้าเปิดเผยเนื้อหาการทดสอบแก่ชาวโลก ดินแดนศักดิ์สิทธิ์จะลงโทษสถานหนักทันที!” จากนั้นเขาก็สะบัดแขนเสื้อ บอกให้ทุกคนแยกย้ายกันไป

 

         หยุนฉิงหยานรู้สึกเศร้าหมองเหลือแสน เอ่ยอย่างโต้งๆว่า “แยกย้ายแล้วหรือ? หลังจากเดินทางมาแสนไกล ทิ้งไปเช่นนี้นะหรือ?”

 

         “แม่นางหยุน เจ้าคงเศร้าเพราะล้มเหลวในการทดสอบ เจ้าจะให้จิตใจตนเองว้าวุ่นเพราะโดดเดี่ยวบนเส้นทางกลับอันยาวไกลหรือ? เหตุใดเราจึงไม่กลับพร้อมกันเล่า?”

 

          “ลืมมันไปเสีย!” หญิงสาวคิดว่านางต้องเป็นคนเดียวที่สะพายย่ามกลับบ้านเพียงคนเดียว ในเมื่อมาพร้อมกันสามคน ความโศกเศร้าของนางเป็นเรื่องจริง ดังนั้นเมื่อได้เจอกับบทสนทนาอันน่ารำคาญ นางก็ไม่ลังเลที่จะสบถกลับไป

 

          “อ่า การกลับบ้านนั้นมิใช่เรื่องใหญ่ มีทั้งอันดับหนึ่งแบบรายคนและผู้สนับสนุนอันยอดเยี่ยมของกลุ่มพวกเราชาวเมืองวารี ข้าจะเป็นผู้รับผิดชอบนำข่าวอันยิ่งใหญ่นี้แจ้งให้ชาวเมืองทราบเอง มันเป็นข่าวดีงามเสียจริง”

 

          “นี่ พวกเจ้าทั้งสองน่ะ มีถ้อยคำใดอยากฝากข้ากลับหรือไม่?”

 

          หยุนฉิงหยานเดินมาต่อหน้าอู๋เซียงและต้าซือหยาง เอ่ยถามอย่างใจดี

 

          “เดินทางปลอดภัย!” อู๋เซียงเปล่งเสียงพร้อมรอยยิ้ม

 

          ต้าซือหยางพยักหน้า “ข้าก็จะเอ่ยสี่คำนี้เช่นกัน เดินทางปลอดภัยล่ะ”

 

           ไม่ว่านางจะเป็นคนที่ไม่สนใจหน้าผู้ใด ในยามนี้นางก็ค่อนข้างรู้สึกหดหู่และอ่อนไหว บางทีหลังจากการแยกจากในคราวนี้ความแตกต่างระหว่างพวกเขาก็จะชัดเจนมากยิ่งขึ้น จากวันนี้เป็นต้นไปทั้งสามไม่อยู่ระดับเดียวกันอีกแล้ว

 

           “ผู้เยาว์ทั้งหมดที่ผ่านการทดสอบให้รวมตัวกันตามนครรัฐของตน!” เซียนนักรบเฒ่าเสื้อคลุมสีม่วงร้องตะโกนว่า “เราจะเดินทางไปที่ตำหนักเทพดาราโดยทันที! เราจะให้พวกเจ้ารายงานตัวต่อหน้าท่านเทพยุทธ์!”

 

          รายงานตัวต่อท่านเทพยุทธ์รึ?

 

          ทันใดนั้นบรรดาผู้เยาว์ทั้งหลายก็เข้าสู่ความวุ่นวาย มันนับเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ความจริงคือมีขุนนางมากมายในแคว้นไป๋หยู่ที่อยากพบกับท่านเทพยุทธ์แต่ก็ไม่มีสิทธิ์

 

           กระทั่งองค์ฮ่องเต้อยากจะพบกับท่านเทพยุทธ์ พระองค์ต้องให้ความเคารพและเลือกวันที่ดี

 

           และเกียรติดังกล่าวก็ได้หล่นลงบนศีรษะของพวกเขาแล้ว!

 

           ตรงกันข้ามกัน อู๋เซียงไม่ได้รู้สึกซาบซึ้งกับความโปรดปรานนี้ คำถามเดียวของชายหนุ่มคือเทพยุทธ์นี่มีแข็งแกร่งอยู่ระดับใดกัน?