0 Views

        เอลเซ่ที่อยู่ข้าง ๆ รับดาบโค้งของลิซาร์ดแมน C ด้วยกอนท์เล็ท คมดาบของยาเอะจึงอาศัยช่องว่างนั้นฟาดฟันเข้าไปที่สีข้างของศัตรู ประสานงานกันได้ดีเยี่ยม

        จากนั้น พอมองไปทางอื่นก็เห็นหอกน้ำแข็งพุ่งผ่านหน้า แล้วเข้าไปเสียบอกของลิซาร์ดแมน D ที่ประชิดเข้ามาจากมุมอับของผม ดูเหมือนลินเซ่จะจอดรถม้าแล้วเข้ามาช่วยสู้ด้วย

        พวกผมจัดการพวกลิซาร์ดแมนไปตัวแล้วตัวเล่าด้วยสภาพเช่นนั้น

        แต่ยังไงก็เถอะ ศัตรูเยอะจังแฮะ……คิดว่าจัดการไปได้เยอะแล้วนะ……ถึงตัวลิซาร์ดแมนจะไม่ได้เก่งมากนัก แต่จำนวนเยอะขนาดนี้มันก็……

        “【ความมืดเอ๋ยจงมา ข้าต้องการนักรบกิ้งก่า ลิซาร์ดแมน】”

        เมื่อชายเสื้อคลุมสีดำที่อยู่ลึกเข้าไปในฝูงลิซาร์ดแมนบ่นพึมพำ ลิซาร์ดแมนหลายตัวก็คลานออกมาจากเงาใต้เท้าหมอนั่น อะไรกันน่ะ!?

        “คุณโทยะ เวทอัญเชิญค่ะ! ชายสวมเสื้อคลุมคนนั้นเป็นคนคอยเรียกลิซาร์ดแมนออกมาค่ะ!”

        ลินเซ่ตะโกน อัญเชิญ……เวทธาตุมืดสินะ นั่นคือสาเหตุที่จำนวนไม่ลดลงเลยนี่เอง ตราบเท่าที่ยังมีพลังเวท ก็จะเรียกออกมาได้ไม่จำกัดเลยงั้นเหรอ ยุ่งยากจัง ดีล่ะ

        “【สลิป】!”

        “ว้าก!?”

        โครม! ชายสวมเสื้อคลุมล้มกลิ้งอย่างรุนแรง ถึงจะรีบลุกขึ้นมายืนทันทีแต่ก็ แผละ! แล้วล้มกลิ้งไปอีกรอบ

        “อึก……!”

        “เตรียมใจซะ”

        ยาเอะที่กระโจนเข้าไปด้วยความรวดเร็ว ตัดหัวของชายคนนั้นจนกระเด็น หวา……โหดวุ้ย……หัวของชายคนนั้นร่วงลงพื้นดินทั้ง ๆ อย่างนั้น แล้วก็กลิ้งไป จงเป็นสุขเป็นสุขเถิด

        ในที่สุด เนื่องจากผู้อัญเชิญตายไปแล้ว ลิซาร์ดแมนที่เหลือจึงหายไปจนหมดเกลี้ยง อาจจะกลับไปที่เดิมของตัวเองล่ะมั้ง

        “เท่านี้ก็จบแล้วมั้ง……ทุกคนไม่เป็นไรนะ?”

        “สบายมาก ไม่เป็นไรเลย”

        “ฉะ ฉันเองก็ไม่เป็นไรค่ะ”

        “ข้าน้อยก็เช่นกัน”

        พวกผมปลอดภัยดี แต่ทางคนที่โดนจู่โจมเสียหายหนักเลย หนึ่งในพวกทหารส่งเสียงทักผม พร้อมกับลากขามาหา

        “โทษทีนะ ช่วยได้มากเลย……”

        “ไม่หรอก แล้วความเสียหายล่ะ?”

        “ในผู้คุ้มกันสิบคน โดนจัดการไปเจ็ดคน……โธ่เว้ย ถ้ารู้สึกตัวเร็วกว่านี้อีกนิดล่ะก็……!”

        ทหารกำหมัดแน่นจนสั่นเทาด้วยความเจ็บใจ ถ้าพวกผมมาเร็วกว่านี้อีกซักนิดล่ะก็ คงหลีกเลี่ยงความรู้สึกแบบนั้นไปได้……แต่เรื่องมันก็มาถึงขั้นนี้แล้วล่ะนะ

        “ใครก็ได้! มีใครอยู่ไหม! ปู่……ปู่ เขา!”

        เสียงตะโกนของเด็กผู้หญิงดังก้องอย่างกะทันหัน พวกผมจึงหันหน้าไปพร้อมกัน เมื่อประตูรถม้าเปิดออก เด็กผู้หญิงผมยาวสีทองอายุประมาณสิบขวบก็ตะโกนพร้อมร่ำไห้

        พอเข้าไปใกล้รถม้าก็พบว่า นอกจากเด็กผู้หญิงสวมชุดขาวแล้ว ยังมีชายชราผมขาวสวมชุดสุภาพสีดำอยู่ข้าง ๆ ด้วย เขามีเลือดไหลมาจากหน้าอก และหอบหายใจอย่างทรมาน

        “ใครก็ได้ช่วยปู่ทีเถอะ! อก……ธนูมันปักเข้าไปตรงอก……!”

        เด็กผู้หญิงอ้อนวอนพร้อมน้ำตานองหน้า สำหรับเธอแล้ว ชายชราคนนี้คงเป็นคนที่สำคัญมากล่ะมั้ง พวกทหารพาชายชราลงมาจากรถม้า แล้ววางลงนอนบนพื้นหญ้า

        “ลินเซ่! ใช้เวทรักษา!”

        “……มะ ไม่ได้ค่ะ ลูกธนูที่ปักอยู่มันหักไปตอนที่เขาล้มลง แล้วก็ยังฝังอยู่ในร่างกายค่ะ ในสถานการณ์แบบนี้ต่อให้ใช้เวทรักษาก็จะยังเหลือสิ่งแปลกปลอมอยู่ในร่างกาย……ยิ่งกว่านั้น บาดแผลขนาดนี้น่ะ……เวทมนตร์ของฉันคง……”

        ลินเซ่พึมพำเบา ๆ ด้วยท่าทางรู้สึกผิด สีหน้าของเด็กผู้หญิงที่ได้ยินเช่นนั้นจึงถูกย้อมด้วยความสิ้นหวังทันที หยาดน้ำตาเอ่อล้นหยดแล้วหยดเล่า เธอกุมมือของชายชราด้วยมืออันสั่นเทาของตน

        “……คุณหนู……”

        “ปู่…… ปู่……!”

        “ต้องจากกัน……แล้วนะครับ…… แต่ละวันที่ได้ใช้เวลาร่วมกับคุณหนู……ช่างแสนสำคัญเหนืออื่นใด……สำหรับผม……อุ๊บ……!”

        “ปู่! ไม่ต้องพูดแล้ว……!”

        ฮึ่ม……ทำอะไรไม่ได้เลยรึไงกัน? ถ้าเป็นเวทรักษาขนาดใหญ่ล่ะก็ ถึงจะยังไม่เคยลองดู แต่ก็เคยอ่านมาจากหนังสือเวทที่ยืมมาจากเอลเซ่แล้ว คาถาเองก็รู้ บางทีอาจจะทำได้……ผมคิดแบบนั้น ลองเสี่ยงดู

        ดีไหมนะ?

        แต่ว่า ถ้าใช้เวทมนตร์ทั้ง ๆ ที่ยังมีลูกธนูเหลืออยู่ในร่างกายล่ะก็ ไม่รู้ว่าจะมีผลกระทบขนาดไหน กลัวว่าลูกธนูจะพลาดปักหัวใจเพราะปฏิกิริยาตอนรักษาแผลด้วย……

        ……ถ้าเอาลูกธนูที่ปักอยู่ออกมาได้……ล่ะก็…… จริงด้วย!

        “รอเดี๋ยวนะ!”

        ผมบอกให้พวกทหารถอยไป แล้วคุกเข่าลงข้าง ๆ ชายชรา จากนั้นก็ดึงลูกธนูดอกอื่นที่ปักอยู่บนรถม้าออกมา แล้วจดจำรูปร่างของหัวลูกธนู

        “【แอปพอร์ต】”

        พริบตาต่อมา ในมือของผมก็กำลังถือหัวลูกธนูชุ่มเลือดที่หักอยู่เอาไว้

        “จริงด้วย! ดึงหัวลูกธนูออกมาจากร่างได้แล้วเนอะ!”

        เอลเซ่ตะโกนเมื่อเห็นมือของผม แต่ว่า ยังหรอก แค่นี้ยังไม่จบ

        “【แสงเอ๋ยจงมา จงเยียวยาอย่างสงบ เคียวฮีล】”

        หลังจากที่ผมพึมพำเช่นนั้น แผลตรงอกของชายชราก็ค่อย ๆ สมาน ราวกับเล่นวีดีโอแบบย้อนกลับ จากนั้นแผลที่อกก็หายไปอย่างสมบูรณ์

        “……โอ้? ความเจ็บ หายไปแล้ว……? นี่มันเรื่องอะไรกัน……หายแล้ว……หายแล้วสินะครับ ไม่เจ็บแล้ว”

        “ปู่!!”

        ชายชราลุกขึ้นมาด้วยท่าทางประหลาดใจ เด็กผู้หญิงจึงโผเข้าไปกอด เธอร้องไห้งอแงอยู่แบบนั้น เกาะชายชราที่กำลังทำหน้าลำบากใจแบบไม่ยอมปล่อย ผมมองเหตุการณ์นั้นพลางถอนหายใจด้วยความโล่งอก แล้วนั่งลงบนพื้นดินกับพวกเธอ

        “ฟู่……”

        ดีจริง ๆ ที่ไปได้สวย

        ◇ ◇ ◇

        ศพของทหารเจ็ดคนที่เสียชีวิตถูกฝังไว้ตรงต้นไม้ใกล้ ๆ ซึ่งพวกผมก็ช่วยฝังด้วย เพราะจะปล่อยทิ้งไว้หรือนำไปด้วยก็ไม่ได้

        ในกลุ่มทหารทั้งสามคนที่เหลืออยู่ ทหารคนที่อายุน้อยที่สุดกำลังขุดหลุมศพต่อไปอย่างเงียบ ๆ ดูเหมือนในกลุ่มทหารที่ตายไปจะมีพี่ชายของเขาอยู่ด้วย จากนั้นเขาก็มาก้มหัวให้พวกผมที่ขุดหลุมฝังศพเสร็จแล้วจนสุด

        ชายชราผมขาวที่อยู่ข้าง ๆ เองก็ก้มหัวเหมือนกัน

        “ช่วยไว้ได้มากจริง ๆ ครับ ไม่รู้จะกล่าวขอบคุณอย่างไรดี……”

        “ไม่หรอก อย่าใส่ใจเลยครับ ที่สำคัญกว่านั้น ถึงแผลจะหาย แต่เลือดที่เสียไปไม่ได้กลับคืนมาด้วย อย่าฝืนมากนักนะครับ”

        ผมพูดอย่างลนลานกับชายชราที่ยังคงก้มหัวอยู่ ตอนพระเจ้าเองก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน ผมนี่แพ้ทางคนแก่จริง ๆ

        “ขอบคุณอย่างยิ่ง โทยะสินะ! เจ้าคือผู้มีพระคุณต่อชีวิตของปู่ ไม่สิ มิใช่แค่ปู่ แต่เป็นของเราด้วย!”

        สาวน้อยผมทองเริ่มกล่าวขอบคุณด้วยการใช้คำพูดที่ดูอวดดี ผมจึงยิ้มเจื่อน ๆ พลางคิดว่า เด็กคนนี้คงเป็นลูกสาวของลูกขุนนางล่ะมั้ง

        รถม้าที่ดูราคาแพงยิ่งกว่าของคุณซานัคมาก ทหารคุ้มกันเพียบ ชายชราที่เป็นพ่อบ้าน และการวางตัวยิ่งใหญ่ของเด็กคนนี้ คงแทบไม่ผิดไปจากนั้นแหง ๆ

        “ขออภัยที่ทักทายช้าครับ ผมมีหน้าที่เป็นหัวหน้าคนรับใช้ของตระกูลดยุคออร์ทรินเด้ ชื่อไลม์ครับ และท่านทางนี้คือบุตรีตระกูลดยุค ท่านซูซี่ เอลเนีย ออร์ทรินเด้ ขอรับ”

        “ซูซี่ เอลเนีย ออร์ทรินเด้! ฝากตัวด้วยนะ!”

        ดยุค? เป็นคุณหนูลูกขุนนางจริง ๆ ด้วยสินะ สมเหตุสมผลดี

        พี่น้องฝาแฝดกับซามูไรสาวพากันตัวแข็งทื่ออยู่ข้าง ๆ ผมที่ยอมรับได้ตามนั้น



        “……เป็นอะไรไป?”

        “เป็นอะไรเหรอ……แล้วทำไมนายถึงนิ่งได้ขนาดนั้นกันล่ะยะ! ตระกูลดยุคเชียวนะ! ดยุค!”

        “……ดยุคคือ บรรดาศักดิ์สูงสุด……ที่ต่างจากบรรดาศักดิ์อื่น ๆ ผู้ที่ได้รับบรรดาศักดิ์นั้น โดยพื้นฐานแล้วจะเป็นเหล่าเชื้อพระวงศ์ น่ะค่ะ”

        เชื้อพระวงศ์…… เอ๋?

        “ถูกต้อง ท่านพ่อของเรา ดยุคอัลเฟรด เอลเนีย ออร์ทรินเด้ เป็นน้องชายขององค์ราชาน่ะ”

        “ก็หมายความว่า เป็นหลานสาวของพระราชาสินะ สุดยอดเลยแฮะ”

        “……ดูโทยะไม่ค่อยตกใจเลย ยิ่งใหญ่จังน่อ”

        เอ๋? เมื่อหันหน้าไปข้างหลังก็พบว่าพี่น้องฝาแฝดกับซามูไรสาวกำลังคุกเข่าทั้งสองข้างและก้มหัวลงอยู่ เอ๊ะ คุกเข่าขอขมา? ไม่ทำถึงขนาดนั้นไม่ได้เหรอ?

        “เอ่อ ท่าน……ซูซี่? ผมเองก็ทำแบบนั้นด้วยจะดีกว่า……รึเปล่าครับ?”

        “เรียกแค่ซูก็ได้ ที่นี่มิใช้สถานที่ทางการเสียหน่อย ตามสบายได้เลย คำยกย่องก็มิจำเป็น ตามที่ว่าไปเมื่อครู่ พวกโทยะคือผู้มีพระคุณต่อชีวิตของเรา อันที่จริงคนที่ต้องก้มศีรษะให้ควรเป็นทางนี้ด้วยซ้ำ พวกเจ้าเองก็เงยหน้าขึ้นมาเถิด”

 

 

 


 

ติดตามอัพเดทก่อนใคร ด้วยการกดไลค์แฟนเพจเรื่อง “ไปต่างโลก! ก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ!!!” : https://goo.gl/N7ZW4h

อ่านฟรีได้ที่นี่ หรือ

อุดหนุนถึงเล่มที่4 และสนับสนุนผู้แปลได้ที่เว็บ สนพ. นะครับ^_^ กวีบุ๊คhttps://www.kawebook.com/story/view/139