0 Views

“ใช่แล้ว! ยังมีการอัญเชิญอยู่นี่นา!” มิโคโตะตบมือดังแปะๆด้วยความตื่นเต้น

 

ต้องรู้ก่อนว่าพวกเธอเพิ่งได้แต้มอัญเชิญจำนวนมหาศาลมา ด้วยแต้มขนาดนนี้แน่นอนว่าย่อมสามารถซัมมอนเพื่อนคนใหม่ที่แรงค์8ออกมาได้ คราวนี้พวกเธอจะได้ไม่ต้องมานั่งกังวลกันอีก

 

แน่นอนว่าไอ้ท่าทางดีใจของมิโคโตะมันบ่งชี้ชัดเจนว่า เธอได้ลืมไปแล้วว่าสำหรับตัวเธอการอัญเชิญมันไม่ใช่เรื่องดีแน่นอน เพราะมันก็หมายความว่าฮาเร็มของวู่หยานก็ขยายตัวออกไปอีกนั่นเอง……

 

ฮินางิคุพยักหน้าเห็นด้วย แล้วพูดยิ้มๆว่า “เกือบจะลืมไปเลยนะว่า เพิ่งได้แต้มอัญเชิญมาตั้งสองแสนเนะ คงพอที่จะอัญเชิญเพื่อนคนใหม่แรงค์8ได้สินะใช่มั้ย?”

 

ดูเหมือนว่าทางฝ่ายฮินางิคุเองก็ยังไม่ได้ตระหนักเหมือนกันว่าการอัญเชิญมันหมายถึง เธอจะได้คู่แข่งทางความรักเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งคน…….

 

“อืม! เกินพอเลยล่ะ!” วู่หยานมองสองสาวที่กำลังตื่นเต้นดีใจ เขาแอบถอนหายใจเบาด้วยความโล่งอก แต่วินาทีต่อมาเขาก็เอะใจว่าทำไมตัวเองต้องรู้สึกโล่งอกด้วย?ช่างแปลกจริงๆ…..

 

คำตอบนั้นแน่นอนว่าคือการอัญเชิญก็หมายความว่าเขาจะได้สาวๆมาเพิ่มในฮาเร็มอีกคน ซึ่งจุดๆนี้ฮินางิคุกับมิโคโตะก็ยังไม่รู้ตัวเลย ไม่งั้นต่อให้เขาอัญเชิยสำเร็จจริงๆ แต้มความชอบของสองสาวคงร่วงลงในแนวดิ่งแน่นอน……

 

“ตอนที่อัญเชิญมิโคโตะฉันใช้ไป70,000แต้ม ซึ่งตอนนั้นเธอก็ยังเลเวล68อยู่ และตอนนี้ฉันมีแต้ม200,000 ย่อมพอที่จะอัญเชิญแรงค์8มาได้แน่นอน!”

 

ยิ่งพูดวู่หยานยิ่งรู้สึกตื่นเต้นจนตัวสั่น

 

“ห๊ะ พูดว่าอะไรนะ?….” มิโคโตะบุ้ยปากน้อยด้วยความไม่พอใจ “แค่70,000แต้มเองงั้นเหรอ ทำไมมันถูกขนาดนั้นล่ะ? ระบบมันต้องมีอะไรผิดพลาดแน่ๆ นายนี่โชคชะมัดดันเจอช่องโหว่ตรงนี้ได้เนี่ย!”

 

ได้ยินมิโคโตะ วู่หยานพูดไม่ออกไปไม่เป็นเลยทีเดียว 70,000แต้มนี่ยังถูกอีกเหรอ? ตอนอัญเชิญโอเน่ซามะครั้งนั้นเล่นซะตูแทบหมดตูดเลยนะเฮ้ย……

 

แถมเธอตั้ง70,000แต้มยังมาทำท่าทางไม่ชอบใจแบบนี้ แล้วจะให้ฮินางิคุที่ใช้แต้มไปแค่5,000รู้สึกยังไงดีล่ะ…..

 

จริงๆด้วย วู่หยานแอบเหล่ตามองฮินางิคุที่ตอนนี้กำลังปากกระตุกถี่ยิบไม่นานตรงริมฝีปากเธอก็เริ่มบิดๆเบี้ยวๆตรงหน้าผากเองก็มีเส้นเลือดปูดขึ้นมาหลายเส้นเลยด้วย ทำเอาวู่หยานหนาววาบรีบเก็บสายตาแทบไม่ทัน

 

ดูราวกับเธอกำลังถูกจอกย้อมให้เป็นดาร์คเซเบอร์เลยอ่ะ…..

 

เพื่อไม่ให้เกิดฉากเลือดสาดขึ้น วู่หยานจึงรีบเอ่ยปากว่า “มิโคโตะเจ็ดหมื่นนี่มันไม่ใช่น้อยๆเลยนะ เธอรู้มั้ยว่าตอนอัยเชิญเธอฉันถึงกับต้องทุ่มแต้มจนเกือบหมดตัวเลยนะ ถ้าไม่บังเอิญโชคดีเจอคริสตัลนี่ล่ะก็ ไม่ต้องพูดถึงสองแสนเลย แม้แต่เจ็ดหมื่นแต้มอัญเชิญ ตอนนี้ฉันก็ยังไม่มีด้วยซ้ำ…..”

 

ได้ยินคำอธิบายของวู่หยาน มิโคโตะก็เลิกบ่น ก่อนจะโบกมือไปมา “โอเค ฉันก็ไม่ได้สนใจอยู่แล้ว….”

 

ไม่อ่ะ ต่อให้ตีตูจนตายก็ไม่เชื่อหรอกว่าภาพที่เห็นเมื่อกี้จะเป็นแค่ภาพลวงตา…….

 

ฮินางิคุถอนหายใจเฮือกใหญ่ แล้วพูดด้วยท่าท่างเหม่อลอยว่า “หยาน ถ้าเจ็ดหมื่นยังอัญเชิญมิโคโตะที่ใกล้แรงค์8มาได้ งั้นอย่าบอกนะว่าด้วยสองแสนแต้มนี่ เราจะสามารถอัญเชิญแรงค์9ออกมาได้น่ะ?”

 

ได้ยินเธอพูด วู่หยานก็อึ้งไปชั่วครู่ ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างกระอักกระอ่วน “อันนี้ฉันก็ไม่รู้…..”

 

“ไม่รู้งั้นเหรอ!” บางทีอาจจะเป็นเพราะยังไม่หายหัวเสียจากเรื่องเมื่อกี้หรืออาจจะเป็นเขามันซื้อบื้อเกินไป แต่ไม่ว่ายังไงก็ตาม ตอนนี้น้ำเสียงที่ท่านประธานพูดก็ดุขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

 

ดุจดังคนขี้ขลาด วู่หยานขยับก้นหนี แล้วหลบสายตาเธอ “นั่นเป็นเพราะว่า…ฉันได้ติดสินใจไปแล้ว่าจะอัญเชิญใคร ดังนั้นก็เลย…ไม่ได้คิดว่าสองแสนแต้มมันจะอัญเชิญแรงค์9ได้มั้ย!”

 

“แล้วนายไม่ถามระบบล่ะ?” ฮินางิคุอดไม่ไหวจนต้องกรอกตามองบน ทั้งๆที่ตอนในถ้ำปีศาจยังทำตัวดูน่าเชื่อถืออยู่เลย แล้วทำไมตอนนี้ถึงได้ทำตัวใจเสาะแบบนี้ล่ะ?

 

“เอ่อ…มันไม่จำเป็นหรอก….” วู่หยานพูดถ้วงเสียงอ่อน “ฉันได้คิดคนที่อัญเชิญไว้แล้ว และยังไงซะแรงค์8ก็แข็งแกร่งพอที่จะรับมือได้ทุกสถานการณ์อยู่แล้วด้วย เพราะงั้นจึงไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนรอะไรอีก……”

 

นี่คืออาการหัวดื้อของเขา ถ้าสมมุตเขาถามระบบไปและมันดันตอบว่าอัญเชิญแรงค์9ได้จริงๆ เขาก็คงไม่มีทางเลือกได้แต่อัญเชิญมา แต่ว่า…..ก็ตูคิดคนที่อยากได้ไว้แล้วอ่า! ไม่อยากเปลี่ยนๆ!

 

ถึงแม้ถ้าเทียบกันแล้วสาวที่เขาคิดอัญเชิญกับสาวที่ต้องใช้สองแสนแต้มอัญเชิญมันจะอ่อนกว่าจริงๆก็เถอะ แต่ว่าสำหรับเขาความแข็งมันเป็นแค่เรื่องรองเท่านั้น!

 

แต่ว่าวู่หยานก็คงไม่โง่ขนาดพ่นความคิดนี้ออกไปให้พวกเธอได้ยิน ไม่งั้นล่ะก็เขาคง….ศพไม่สวยแน่…..

 

ฮินางิคุถลึงตามองวู่หยานด้วยแววตาเป็นประกายอันตราย จากนั้นพูดด้วยความสงสัยว่า “มันลำบากก็แค่ขยับปากถามระบบ แล้วทำไมนายถึงต้องยืนกรานไม่เอาท่าเดียวขนาดนี้กันห๊ะ? ถึงแม้แรงค์8จะพอแล้วก็เถอะ แต่ถ้ามีแรงค์9จะไม่ดีกว่ารึไง? เมื่อถึงเวลาพวกเราจะทำอะไรมันก็สะดวกขึ้นเยอะใช่มั้ยล่ะ? แล้วทำไมนายถึงต้องปฏิเสธด้วย…..”

 

พูดถึงตรงนี้ ฮินางิคุก็ยื่นกลงเล็…..ฝ่ามือไปจับไหล่วู่หยาน ก่อนจะที่เธอจะโชว์รอยยิ้มอันสวยงามขึ้นมา และพูดเสียงหวานว่า “หยาน~~ นายคิดอะไรอยู่กันหือ? ไม่คิดจะบอกให้พวกเรารู้หน่อยเหรอ…..”

 

เมื่อมือของฮินางิคุสัมผัสไหล่ของวู่หยาน เขาก็ตัวสั่นเล็กน้อย แต่เมื่อเห็นใบหน้ายิ้มแย้มของท่านประธานเขาก็ตัวสั่นหงึกหงึกด้วยความหวาดกลัวทันที ในสายตาเขารอยยิ้มที่ดูเหมือนนางฟ้านี้กลับเป็นรอยยิ้มของป๊สาจสาวมากกว่า วู่หยานรีบหลบสายตาเธอราวกับตัวเองทำอะไรผิดไปและกลัวผู้ใหญ่จับได้ยังไงยังงั้น

 

“ฉะ…ฉันก็แค่คิดว่า เราไม่ควรใช้ความแข็งแกร่งมาเป็นเกณฑ์ในการจะอัญเชิญใครสักคนที่จะมาเป็นพวกพ้องในอนาคตของพวกเรานะ เอ่อแล้วก็….ถ้าเทียบกับพลังแล้วเราควรสนใจด้านนิสัยของคนๆนั้นจะดีกว่า การตดสินคนจากพลังอย่างเดียวมันออกจะมะ…ไม่ไปหน่อยมั้ง…?” วู่หยานกลืนน้ำหลายฝืดคอ แล้วกลั้นใจพูดออกมาราวกับว่าตนเองเป็นฝ่ายถูกซะเต็มประดา

 

“งั้นเหรอ?” มิโคโตะมองวู่หยานสายตาสงสัย ช่วยไม่ได้นี่ท่าทางเขามันชวนให้รู้สึกสงสัยจริงๆ

 

วู่หยานรู้สึกได้ถึงแรงกดดันไร้สภาพ จนเขาแอบเหงื่อไหลเล็กน้อย มองดูสองสาวที่สามารถเปลี่ยนเป็นพญาเสือเข้ามาขย้ำเขาได้ตลอดเวลาด้วยความเครียด

 

บัดซบ! จะให้ตูบอกพวกเธอไปตรงๆเหรอว่า ตนเองอยากได้สาวหุ่นดินระบิดตูดเป็นตูดนมเป็นนม เวลาเจอศัตรูก็สามารถเปลี่ยนร่างเป็นเครื่องบินรบแล้วยิงมิสไซล์ถล่มได้ด้วย และยังมีนิสัยเชื่อฟังแบบสุดๆพูดคำไหนคำนั้น เธอที่เป็นนางฟ้าในตำนาน แถมยังเรียกตนเองด้วยคำพูดในฝันของเหล่าโอตาคุว่า ‘มาสเตอร์’ อีกด้วยน่ะห๊ะ!?

 

บางที ถ้าเขาพูดออกไปจริงๆสองสาวคงไม่เปลี่ยนเป็นเสือหรอก แต่คงจุติกลายเป็นอาชูราเลยล่ะมั้ง

 

“ทำไมฉันถึงรู้สึกว่านายกำลังแอบซ่อนอะไรไว้อยู่กันนะ…” ฮินางิคุจ้องวู่หยานเขม็ง คำพูดของเขาเธอไม่สามารถจับพิรุธอะไรได้เลย ถึงแม้จะทำสีหน้าซีดๆ แต่มันก็ไม่มีอะไรแปลกอีก

 

“เอาน่า อย่าพูดงั้นสิ เธอกำลังจะกลายมาเป็นหนึ่งในพวกพ้องของเรานะ ถึงแม้จะยังไม่ได้อัญเชิญก็เถอะแต่คำพูดของเธอมันออกจะหยาบคายไปหน่อยล่ะ”

 

วู่หยานพูดด้วยสีหน้าจริงจังแบบสุดๆ จริงจังขนาดไหนนั้นเราค่อยว่ากันทีหลังล่ะกัน……

 

“นายพูดถูก……” ได้ยินคำพูดวู่หยาน ทำให้พวกเธอคิดได้ว่าคำพูดเมื่อกี้ออกจะหยาบคายเกินไป แต่ถึงยังงั้นก็ยังรู้สึกว่ามีอะไรสักอย่างไม่ถูกต้องอยู่ดี โดยเฉพาะไอ้คำว่า ‘หนึ่งในพวกพ้อง’ มันราวกับว่าพวกเธอมองข้ามอะไรบางอย่างไป

 

เห็นสองสาวงุนงงไปเพราะคำพูดตน วู่หยานก็รีบฉวยโอกาสเอ่ยว่า “เอาล่ะๆ ฉันจะเริ่มอัญเชิญล่ะนะ พวกเธอจะไปนอนหรือยู่ถ้ำมองโชว์”

 

“ไอ้ที่ว่าถ้ำมองนี่มันมหายความว่ายังไงห๊ะ? ช่วยพูดดีๆอย่างอยู่ดูเฉยๆไม่ได้งั้นเหรอ?” วู่หยานประสบความสำสำเร็จในการพูดชักจูงให้สองสาวลืมเรื่องเมื่อกี้ไปซะอีกครั้งหนึ่ง

 

หลังจากหัวเราะแห้งๆไป วู่หยานก็ผ่อนคลายลงหลังจากเห็นสองสาวไม่ซักไซ้ถามต่อ

 

แต่สองสาวก็ยังจับตามองเขาอยู่ ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น วู่หานจึงเปิดระบบไปที่หน้าต่างอัญเชิญ เลื่อนดูสักพัก เขาก็เจอเป้าหมาย…….

 

อิคารอส : ตัวละครจากเรื่อง Sora no Otoshimono (Heaven’s Lost Property) มักเรียกตัวเองว่าแองเจิ้ลรอยด์ ประเภทสัตว์เลี้ยง รุ่นอัลฟ่า แต่ตนที่แท้จริงของเธอคือแองเจิ้ลรอยด์ ประเภทสงครามที่แข็งแกร่งที่สุด มีฉายาว่า ยูเรนัสควีน ; 100,000แต้มอัญเชิญ

 

ใช่แล้ว! เป็นอิคารอสไงล่ะ!

 

ความฝันของเหล่าโอตาคุ! นางฟ้าที่อ่อนโยนเชื่อฟังทุกอย่างไม่ว่าจะพูดอะไร อิคารอสคนนั้นยังไงล่ะ!

 

ณ ตอนนี้เอง วู่หยานก็ได้อ้าปากหอบหายใจถี่ยิบ จากนั้นก็กดตู้มเข้าไปที่ปุ่มอัญเชิญด้วยความเร็ว0.01วินาที……