0 Views

“ฟ่ออ!!!!”

 

อสรพิษยาวประมาณ 50 เมตรขดตัวเป็นวง และมีความกว้าง 2 เมตร หัวมันเลื่อนขึ้นลงเบาๆ ดวงตาขนาดใหญ่จ้องมาที่วู่หยาน ในแววตาเต็มไปด้วยคลื่นจิตสังหารอันไร้ที่สิ้นสุด

 

ริมฝีปากมันยกขึ้น ราวกับว่ากำลังหัวเราะเยาะเย้ย จากนั้นมันก็คำรามลั่นเกิดเป็นฝุ่นควันม้วนตัวไปทางวู่หยาน

 

จอมปีศาจอสรพิษฟ้า : เลเวล60

 

ยืนอยู่ต่อหน้าหัวมัน วู่หยานพยายามข่มร่างกายตัวเองไม่ให้สั่น กำดาบแน่นจนเลือดออก แต่เขาก็ไม่สนใจ มองตรงไปอสรพิษฟ้าตรงหน้า ในใจเขารู้สึกเย็นเยียบ

 

ไม่คิดเลยว่าก่อนหน้านี้ มันยังไม่เอาจริง!

 

แต่ถ้ามาคิดดีๆมันก็สมเหตุสมผลอยู่ ด้วยพลังของเลเวล50 มันเป็นไปได้ที่จะสามารถเอาชนะปีศาจตนใดก็ได้ แต่จะเป็นไปม่ได้แน่นอนที่จะข่มปีศาจจำนวนมหาศาลขนาดนั้นได้

 

แต่มันเป็นไปด้วย ถ้าเป็นงูตรงหน้าที่มีทั้งพลังและร่ายกายที่เหนือล้ำปีศาจทุกตัว!

 

จอมปีศาจอสรพิษฟ้า! ร่างที่แท้จริงของราชาอสรพิษ!

 

เลเวล60! แรงค์7!

 

เพราะมี นิเอโทโนะ โนะ ชานะ เกราะมังกรไร้ลักษณ์ และ ดาราพลิกสวรรค์ วู่หยานถึงสามารถสู้ข้ามแรงค์ได้ ผสานการป้องกันที่แข็งแกร่งของ เกราะมังกร และพลังโจมอันทรงพลังของ เอโทโนะ โนะ ชานะ ที่เพิ่มพลังให้ท่า ดาราพลิกสวรรค์ จนเขาสามารถฟันราชาอสรพิษเข้าได้

 

แต่ทว่า ตอนนี้ต่างกันถึงสองแรงค์……

 

แม้ว่าเขาจะมี ยุทธภัณฑ์ฟ้า ก็ยังเป็นไปไม่ได้ที่จะชนะ เว้นแต่จะเหมือนกองทัพปีศาจก่อนหน้านี้ที่เน้นจำนวนที่จนกว่าจะชนะ

 

แต่เขาคนเดียว ทำได้เหรอ?

 

แน่นอนว่า…ไม่!

 

ภายใต้สายตาอันเย็นชาของมัน วู่หยานถอนหายใจยาว ตั้งท่าดาบชึ้ไปที่หน้ามัน

 

หนี? ในถ้ำที่มีพื้นจำกัดแบบนี้อ่ะนะ? มันจะมีตรงไหนให้หนีกัน?

 

ดังนั้น จึงมีแค่ทางเดียวคือ สู้!

 

แน่นอนว่าหลับหูหลับตาโจมตี ย่อมเป็นการหาที่ตาย เขายังไพ่ตายอยู่ นั่นคือแต้มไอเท็ม8.3ล้าน!

 

ไม่ต้องพูดไอเท็มอื่น เอาแค่ ลมหายใจแห่งชีวิต เขาก็มีโอกาสชนะแล้ว!

 

ลมหายใจแห่งชีวิต จะทำให้อยู่สภาวะ ไร้บาดแผล ดังนั้น ภายใน3ชั่วโมง เขาจะเป็นอมตะ!

 

โอกาสชนะของเขาอยู่ตรงนี้แหละ!

 

ส่วนจอมปีศาจอสรพิษฟ้า นอกจากโทะและจิตสังหารแล้ว ยังรู้สึกพอใจด้วย

 

มันคิดไว้ว่า เมื่อมันเปิดเผยร่างที่แท้จริง มดตรงหน้าต้องสั่นกลัว เต็มไปความสิ้นหวัง และเริ่มจะหนี มันก็จะเล่นเกมไล่จับหนูด้วยซะหน่อย พอสาแก่ใจความอัปยศที่มันได้รับแล้วค่อยฆ่าทิ้ง

 

แต่ทว่าเจ้ามดตรงหน้ากลับไม่กลัวมันเลย และไม่คิดจะหนีอีก แต่กลับยกอาวุธชี้ที่มันแทน

 

ทำให้ตัวมันที่กำลังพอใจ เปลี่ยนเป็นจิตสังหารไร้ที่สิ้นสุดทันที

 

วู่หยานที่ถูกปกคลุมด้วยจิตสังหารตัวแข็งทื่อ และเริ่มที่จะตัวสั่น เขาหัวเราะอย่างขมขื่นในใจ ก่อนจะกัดฟันฝืนขยับร่างกาย เพื่อซื้อยาลมหายใจแห่งชีวิต

 

“หยาน ต่อจากนี้ ให้ฉันจัดการเอง!” มิโคโตะที่มีกระไฟฟ้าแล่นทั่วร่างกาย เกิดเสียง ‘เปรี๊ยะๆ’ เธอยืนมองจอมปีศาจอสรพิษฟ้า ด้วยแววตาที่เต็มเปียมไปด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ที่กำลังลุกโชน

 

“มิโคโตะ!” วู่หยานสตันเมื่อเห็นมิโคโตะที่อยู่ๆก็โผล่มา ในใจก็รู้สึกยินดีขึ้น

 

ใช่แล้ว ยังมีมิโคโตะ ฉันไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว!

 

“แต่ เธอฆ่ามันได้เหรอ?” วู่หยานเดินไปหาเธอ ปากก็เอ่ยถามอย่างสงสัย

 

มิโคโตะหลับตา เธอรู้ที่เขาถามไม่ใช่ว่าเธอสามารถฆ่ามันได้มั้ย แต่เป็นเธอกล้าฆ่ามันมั้ยต่างหาก มิโคโตะลืมตา “มันไม่ใช่มนุษย์ เป็นแค่ปีศาจที่ชอบทำร้ายมนุษย์ ดังนั้นฉันฆ่ามันได้แน่!”

 

วู่หยานยังคงลังเล มองหน้าเธอ “ไม่เป็นอะไรจริงๆนะ?”

 

ได้ยินแบบนี้ มิโคโตะก็เชิดหน้าอย่างภาคภูมิใจ และเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่มั่นใจสุดๆ “นายคิดว่าฉันเป็นใครกัน? ฉันคนนี้ที่เป็นถึงเอสแห่งโทคิวะ และผู้ใช้พลังจิต Level 5 อันดับ 3 ของเมืองแห่งการศึกษา เรลกัน มิซากะ มิโคโตะ!”

 

วู่หยานตกใจ มองใบหน้าที่มั่นใจของ มิโคโตะ เขาก็ยิ้มออกมา

 

 “’งั้นต้องรบกวนเธอแล้ว มิโคโตะ!”

 

จากนั้น วู่หยาน ก็เปิดระบบ ซื้อยาลมหายใจแห่งชีวิต แล้วยื่นให้เธอ

 

“ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นล่ะก็กินนี้ซะ!” ถึงแม้เขาและมิโคโตะจะเชื่อมต่อชีวิตด้วยกัน และถ้าเขาไม่ตาย ต่อให้เธอตาย เขาก็แค่จ่ายแต้มอัญครึ่งนึง ก็สามารถชุบชีวิตเธอได้แล้ว แต่วู่หยานลืมไปแล้ว เพราะในใจเขาถือว่าเธอเป็นผู้หญิงที่ต้องปกป้องและเอ็นดูเธอให้มากที่สุด

 

ขณะที่มิโคโตะกำลังจะเอ่ยปากปฏิเสธ แต่เมื่อเห็นสีหน้าที่จริงจังของวู่หยาน เธอก็กลืนคำพูดลงคอไป ด้วยใจที่กำลังเต้นโครมคราม เธอหันหน้าหนีไปอีก ก่อนที่มือจะรีบไปคว้ายาในมือวู่หยาน แล้วใส่มันในกระเป๋ากางเกงเธอ

 

“ระวังตัวด้วยนะ!”

 

โบกมือให้เขา มิโคโตะมองไปที่จอมปีศาจอสรพิษฟ้า ที่เริ่มโกรธมากขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเห็นพวกเธอคุยกันโดยไม่สนใจตัวมัน กระแสไฟฟ้าแล่นเปรี๊ยะๆ แล้วปกคลุมทั่วทั้งตัวเธอ ทำให้ผมสีนำตาลอ่อนของเธอโบกสะบัดไปมา

 

โว้ว โครตเท่! จะเท่เกินไปแล้ว!

 

วู่หยานแอบเหลือบมองอีกสองสามครั้ง แล้วเขาก็กระโดด มายืนข้างๆฮินางิคุ

 

เห็นวู่หยานถอย จอมปีศาจอสรพิษฟ้า คิดจะโจมตี แต่สัญชาตญาณมันกลับกรีดร้อง เตือนมันว่าอย่าทำแบบนั้น มันรีบยั้งมือแล้วหันไปมองตามความรู้สึก….

 

เห็นแค่มิโคโตะที่กำลังมองมาที่มัน กระแสไฟฟ้ารอบๆตัวเธอยิ่งรุนแรงกว่าเดิม ทำให้มันรู้สึกถึงวิกฤติ

 

ตอนนี้เอง มันก็เข้าใจว่าภัยอันตรายที่แท้จริงไม่ใช่เจ้ามดนั่น แต่เป็นเธอคนนี้!

 

“หยาน นายไม่เป็นอะไรนะ?” ฮินางิคุเดินเข้าใกล้วู่หยาน ตาก็มองสำรวจตัวเขา

 

วู่หยานส่ายหน้า “ฉันไม่เป็นไร แต่ต้องจากนี้ คงทำได้แค่พึ่งมิโคโตะล่ะนะ”

 

ฮินางิคุพยักหน้าด้วยสีหน้าจริงจัง ตัวเธอที่ไม่สามารถเห็นเลเวลได้ จึงไม่เข้าใจว่ามิโคโตะจะใช้วิธีไหนเอาชนะปีศาจที่มีรูปร่างน่ากลัวแบบนี้ แต่ในเมื่อเขาเลือกที่จะเชื่อใจมิโคโตะ เธอเองก็เลือกที่จะเชื่อใจเพื่อนตัวเองเหมือนกัน!

 

ยิ่งมองดูสายฟ้ารอบตัวมิโคโตะที่เปล่งประกายสีน้ำเงินปนขาว วิกฤติในใจมันก็ยิ่งรุนแรงกว่าเดิม ตอนนี้มันมั่นใจมากกว่าเด็กสาวตรงหน้ามีความสามารถพอที่จะฆ่ามัน!

 

ตอนนี้สัญชาตญาณมันอยู่เหนือกว่าความหยิ่งยะโสของตัวมันแล้ว ถ้าปกติมีของเล่นกล้ามาท้าทายต่อหน้า มันก็จะฆ่าก่อนแล้วค่อยพูดทีหลัง แต่ถึงตัวมันจะหยิ่ง แต่ก็ไม่ได้โง่

 

สัญชาตญาณบอกมันว่า ถ้าประมาทเด็กสาวต้องหน้า สิ่งเดียวที่รอมันอยู่คือความตาย!

 

ดังนั้น จอมปีศาจอสรพิษฟ้า จึงเก็บจิตสังหารตัวเอง สงบจิตใจ ออร่าอัปมงคลรอบตัวมันเริ่มวนไปมา

 

“ไม่โจมตีงั้นเหรอ?” มิโคโตะตะโกนใส่มัน การที่ได้สู้กับคน(?)เก่งๆ มันช่วยไม่ได้ที่เธอจะรู้สึกตื่นเต้น แถมเธอยังเป็นคนชอบแข่งขันมาตั้งแต่แรกอยู่แล้ว ไม่ว่าคู่ต่อสู้จะเป็นใครก็ช่าง ในหัวเธอมีเพียงความคิดเดียวคือ

 

ต้องชนะ!!

 

“ในเมื่อนายไม่เข้ามา….”

ผมหน้าเธอลอยขึ้นเล็กน้อย ควบคุมให้กระแสไฟฟ้ารวมตัวบริเวณหน้าผาก จนถึงจุดๆนึงก็ยิงใส่ จอมปีศาจอสรพิษฟ้า

 

“งั้นฉันก็ไม่เกรงใจล่ะนะ!”

 

หอกสายฟ้าเป็นท่าที่ธรรมดาที่สุดของเธอ และพลังทำลายก็น้อยด้วย แต่ข้อดีของมันคือเร็วมาก เหมาะกับการลอบโจมตี หอกสายฟ้าสร้างคลื่นโซนิคทุกๆที่ ที่มันผ่านและก่อนที่ จอมปีศาจอสรพิษฟ้า จะทันตอบสนอง หอกสายฟ้าก็พุ่งมาโดนหัวของมันแล้ว

 

ที่มันทันเห็นมีเพียงแสงสีฟ้าขาวที่สว่างจ้า  และวินาทีต่อมาความรู้สึกเจ็บอย่างรุนแรงก็ส่งมาจากหัวมัน แต่ด้วยร่างกายที่ใหญ่โตมันจึงเจ็บไม่กี่วินาทีก็หายไป แต่มันกลับยังติดสตันต่ออีกสองสามวิ จึงจะได้สติและเงยหัวขึ้น

 

แต่ขณะที่กำลังจะเงยหน้า กลับมีการโจมตีบินมาที่หัวมันอีกครั้ง และเพราะมันเงยหัวขึ้น เลยทำให้การโจมตีนี้โดนหน้ามันเต็มๆ

 

หอกสายฟ้าพุ่งโดนตาขวา จอมปีศาจอสรพิษฟ้า รอบนี้มันไม่ใช่แค่ติดสตันแล้ว ดวงตาเป็นจุดอ่อนของสิ่งมีชีวิตส่วนใหญ่อยู่แล้ว ตัวมันก็เป็นหนึ่งในนั้นเหมือนกัน ความเจ็บปวดแล่นไปทั่วใบหน้า มันกรีดร้องออกมา

 

ตางูมันปิดไปข้างนึง เลือดก็ไหลไม่หยุด ตัวมันสั่นก่อนจะพุ่งเข้าหามิโคโตะ

 

มิโคโตะยิ้มเล็กน้อย เธอยกมือขึ้น และภายใต้เสียงกัมปนาทของฟ้าร้อง ระลอกคลื่นทรายสีดำลอยออกจากพื้นดิน ก่อรูปเป็นคลื่นวงกลมรอบตัวเธอ

 

ทรายเหล็ก! เป็นหนึ่งในความสามารถของเธอ โดยการใช้พลังแม่เหล็กไฟฟ้าควบคุมทรายและผงโลหะ กลายมาเป็นทรายดำ และยังใช้เป็นสื่อในการเปลี่ยนรูปร่างเพื่อโจมตีด้วย!

 

เห็น อสรพิษฟ้า พุ่งเข้ามาหาตัวเอง เธอยกมือขึ้น ทรายเหล็กก็เปลี่ยนรูปร่างไปเป็นดาบเล่มแล้วเล่มเล่าบนอากาศ จนกระทั้งมีมากกว่าหนึ่งร้อยเล่ม

 

ดายทราบเหล็กมากกว่าหนึ่งร้อยเล่มชี้ไปที่อสรพิษฟ้า ดาบแต่ละเล่มต่างก็สั่นอย่างรุนแรง ดูราวกับเป็นเลื่อยไฟฟ้า มิโคโตะกระตุ้นพลังจิตตัวเอง ดาบทรายหล็กยิงใส่มัน ดาบทุกเล่มต่างก็แทงเข้าใส่เกล็ดมัน และทะลุเข้าไปในร่างกาย

 

“!!!” ดุงเข็มสีดำที่แทงไปทั่วทั้งตัวมัน อสรพิษฟ้าดิ้นพล่านปากก็กรีดร้องอย่างเจ็บปวด เลือดไหลออกจากแผลเจิ่งนองเต็มพื้น

 

“สุดยอด!” ฮินางิคุ ยกมือปิดปาก เพื่อไม่ให้ตัวเองส่งเสียงร้องออกมา เธอรู้ว่ามิโคโตะแข็งแกร่งจากการต่อสู้ก่อนหน้านี้ แต่ดูเหมือนเธอจะประเมินความสามารถมิโคโตะต่ำไป

 

ถ้ากลายมาเป็นซัมมอนของวู่หยาน แล้วฉันจะแข็งแกร่งแบบนั้นได้บ้างมั้ยนะ?…….

 

ฮินางิคุเหม่อมองมิโคโตะ แล้วหันมามองวู่หยานที่กำลังยืนยิ้ม ทำให้เธอตัดสินใจอย่างเด็ดขาด

 

ฉันจะต้องแข็งแกร่งขึ้น! ให้ได้!!

 

ขณะเดียววู่หยานก็กำลังคิดเรื่องอื่น

 

ไม่คิดเลยว่าพลังของไอ้ งูจูนิเบียว นี่กับ มิโคโตะ จะต่างกันขนาดนี้……

 

มันแน่อยู่แล้ว ถึงทั้งสองจะแรงค์7เหมือนกัน แต่มิโคโตะเลเวลมากกว่า และถึงแม้ว่าพลังจะไม่ต่างกันเยอะมาก แต่ก็ไม่ได้น้อยเหมือนกัน

 

ฝ่ายนึงอยู่ระดับสูงสุดของแรงค์7 แต่กับอีกฝ่ายที่เพิ่งผ่านแรงค์6มาแรงค์7

 

กับจุดสูงสุดของแรงค์ กับอีกฝ่ายที่เพิ่งเลื่อนแรงค์ขึ้นมา ใครอ่อนแอกว่า มองแวบเดียวก็รู้!

 

แถมเธอยังไม่ได้เอาจริงเลยด้วยซ้ำ ด้วยนิสัยใจอ่อนของมิโคโตะ เธอก็มักจะออมพลังเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายบาดเจ็บ

 

ในอนิเมะ มีแค่ตอนสู้กับ AIM Burst และ แอคเซลาเรเตอร์ ที่เธอเอาจริง ในเวลาอื่นเธอก็มักใช้พลังแค่ระดับเลเวล4เท่านั้น ไม่งั้นโทวมะก็เป็นไปไม่ได้ที่จะสลายพลังเธอได้สบายๆแบบนั้นหรอก

 

คามิโจว โทวมะ ถึงจะครอบพลังที่สลายสิ่งเหนือธรรมชาติได้ และมีพลังโกงๆอย่างคาดเดาการเคลื่อนไหวคู่ต่อสู้ได้ แต่ถึงยังงั้นก็ยังเป็นแค่เลเวล0 ป้องกัน1-2ท่ายังปกติอยู่ ป้องกัน5-6ท่านี่ต้องทุ่มสุดตัวแล้ว แต่ถ้าจะป้องกันทั้งหมด บอกเลยเป็นไปไม่ได้

 

ในความคิดเขา เลเวล5กับเลเวล4 ก็คือช่องว่างระหว่างแรงค์7กับแรงค์6 เป็นช่องว่างที่แทบจะเป็นไปไม่ได้ที่จะข้ามผ่าน

 

และตอนนี้คู่ต่อสู้ของเธอก็ไม่ใช่มนุษย์ หลังจากผ่านประสบการณ์ฆ่ามา ทำให้มิโคโตะเข้าใจอะไรหลายๆอย่าง ดังนั้นตัวเธอที่เอาจริงย่อมฆ่าไอ้งูนี่ได้แน่นอน!

 

จุดนี่วู่หยานเชื่อว่า มิโคโตะก็มั่นใจเหมือนกัน!

 

(@หามาให้อ่าน)

AIM (An Involuntary Movement)

เป็นสนามพลังที่มองไม่เห็น เป็นคลื่นพลังที่ผู้มีพลังพิเศษ (เอสเปอร์) ปล่อยออกมา เมื่อผู้ใช้พลังพิเศษ สนามพลังนี้ก็จะถูกปล่อยออกมาจากการใช้พลังพิเศษของพวกเขานั้นเอง นักวิจัยในเมืองแห่งการศึกษา ได้ทำการทดลอง สร้างสิ่งมีชิวิตที่เกิดจากการหลอมรวมกันของสนามพลัง AIM ซึ่งก็คือ คาซาคิริ เฮียวกะ (เทวดาประดิษฐ์) ในซีรี่ เรลกัน คดีเลเวลอัพเปอร์ มีสิ่งมีชิวิตที่เกิดจากการหลอมรวมกันของสนามพลัง AIM ของผู้มีพลังพิเศษร่วมหมื่นคน กลายเป็น AIM Burst)

 

ติดตามข่าวสารได้ที่นี้ – ห้องสมุดคนรักนิยายแปล  กลุ่มลับถึง 156