0 Views

ตอนนี้น่าจะเวลากลางคืน…….

 

ทำไมถึงไม่มั่นใจนะเหรอ? ก็เพราะตอนนี้พวกเขาสามคนกำลังอยู่ในถ้ำ ทำให้ไม่สามารถบอกเวลาที่ถูกเป๊ะได้ โทรศัพท์พวกเขาก็ไม่ได้เอามา ดังนั้นจึงทำได้แค่เดา…….

 

กองไฟที่เต็มไปด้วยแท่งไม้ วู่หยานกำลังปิ้งบาร์บีคิวอยู่ แต่ที่แปลกไปจากเดิมคือ ใบหน้าซีกซ้ายของวู่หยาน ที่เป็นรอยมือแดงประทับไว้ ผิวก็ไหม้บางส่วน ส่วนสองสาวที่ตื่นกันแล้ว ก็กำลังนั่งอยู่หน้ากองไฟอีกฝั่งนึง ใบหน้าแดงก่ำ จ้องวู่หยานอย่างโกรธๆ

 

วู่หยานเอาเนื้อที่สุกแล้วส่งให้ ฮินางิคุกับมิโคโตะ “เอานี่..ซีดด”

 

เพิ่งพูดไปได้ครึ่งประโยค อยู่ๆเขาก็ปวดแสบปวดร้อนตรงใบหน้าซีกที่โดนตบ ริมฝีปากเขาบิดเบี้ยว อยากร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตา

 

ถึงแม้จะรู้อยู่แล้วก็เถอะ ว่าถ้าสองสาวตื่นมาเขาจะโดนลงโทษ แต่ไม่นึกว่าบทลงโทษมันจะ ‘ลึกล้ำ’ ขนาดนี้

 

แล้วเขาจะพูดอะไรได้? เป็นเพราะเขายังมีสามัญสำนึกก่อนที่จะโดนส่งมาต่างโลกอยู่ เขาเลยไม่คิดว่าการเห็นสาวเปลือยจะเป็นเรื่องใหญ่อะไร จริงมั้ยล่ะ?ในอินเตอร์เน็ตก็มีหนังอย่างว่าเกลื่อนกลาด แค่เห็นกับจับนิดๆหน่อยๆ จะฆ่าจะแกงกันเลยหรือไง?

 

อนิจจา วู่หยานได้ลืมไปว่าที่นี่ไม่ใช่โลกเดิมของเขา แน่นอนว่าสาวน้อย2D จะไม่โชว์ความเมตตา…….

 

อย่างไงก็ตาม วู่หยานก็ค่อนข้างภูมิใจที่ได้เห็นและได้จับร่างกายเปลือยเปล่าของสองสาว

 

มิโคโตะจ้องวู่หยานตาเขียว ก่อนจะยื่นมือไปรับเนื้อย่างมา วูหยานหัวเราะแบบโง่ๆ แล้วยื่นเนื้อย่างอีกไม้ไปให้ฮินางิคุ เธอคว้าหมับ ทำเสียงขึ้นจมูกดัง ‘ฮึ!’ แล้วหันหน้าหนี

 

ตบมือไปมา ปากก็พึมพำอย่างไม่พอใจ “ทำยังกับฉันไม่เคยเห็นงั้นแหละ…..”

 

หน้าร้อนผ่าวอีกรอบ ฮินางิคุหันหน้ากลับมาทันที กัดฟันกรอดมองวู่หยาน  ง้างมือขึ้น

 

วู่หยานหดคอ รีบยกมือยอมแพ้

 

เมื่อฮินางิคุเลิกจ้องเขาแล้ว วู่หยานก็โล่งอก ขณะเดียวกันในใจก็เกิดความคิดอันแรงกล้าขึ้นมา

 

ครั้งหน้า ตูจะอัญเชิญสาวน้อยที่ว่านอนสอนง่าย!……..

 

เวลาเดียวกัน มิโคโตะที่กำลังกัดเนื้อย่างในมือด้วยความประหลาดใจ

 

นี่….นี่มันออกจะอร่อยเกินไปเกินไหมมั้ย……  

 

ไม่เคยกินอาหารฝีมือวู่หยานมาก่อน คุณหนูเรลกันตาเป็นประกาย เพิ่มความเร็วกัดเนื้อขึ้นทันที เธอโยนความรู้สึกไม่พอใจเมื่อกี้ทิ้งไป

 

ทำไมถึงไม่พอใจงั้นเหรอ? ง่ายมาก เพราะชุดชั้นในส่วนล่าง กางเกงในนิรภัย ที่เธอใส่เป็นประจำเหมือนกับฮินางิคุ โดนวู่หยานโยนทิ้งไปแล้วน่ะสิ

 

ไม่เถียงว่าพวกเธอใส่ กางเกงในนิรภัย แล้วดูน่ารักมาก แต่แค่ตัวพวกเธอเองก็น่ารักพออยู่แล้ว เพราะงั้นไม่จำเป็นต้องใส่……

 

ฮินางิคุก็เป็นรู้สึกแบบเดียวกับมิโคโตะ ถึงเธอจะเคยทานอาหารฝีมือวู่หยานมาแล้วก็เถอะ แต่ทุกๆครั้งที่ได้กิน เธอก็หยุดตัวเองไม่ได้อยู่ดี

 

…..ใครใช้ให้พวกเธอเกิดมากินเท่าไหร่ก็ไม่อ้วนล่ะ เพราะงั้นก็ปล่อยพวกเธอไป…….

 

ส่าวหัว วู่หยานเริ่มกินเนื้อของตัวเองบ้าง

 

หลังจากกินจนอิ่มแล้ว เขาก็เปิดรายการระบบ แล้วคลิกไปดูที่ อุปกรณ์

 

ตอนนี้วู่หยานก็เลเวล45แล้ว ในโลกซิลวาเรียเขาก็แรงค์5 ถึงแม้ดาบคุซานางิจะอยู่กับเขามา4เดือน แต่ก็คงได้เวลาต้องเปลี่ยนแล้ว ตอนนี้ดาบคุซานางิไม่อาจตามการเติบโตของวู่หยานได้อีกต่อไป

 

ถ้าความคิดนี้ถูกคนในโลกซิลวาเรียได้ยิน เขาคงโดนทุบแน่

 

ต้องรู้ก่อนว่านักรบและนักเวทย์ที่แรงค์ต่ำกว่า7จะใช้แต่ยุทธภัณฑ์หลัก และยุทธภัณฑ์ในซิลวาเรียถือเป็นสมบัติอันล้ำค่า แม้แต่ยุทธภัณฑ์หลักที่อ่อนแอที่สุดเอง ยังมีแค่นักรบหรือนักเวทย์ที่ตรงเงื่อนไขถึงจะมีสิทธิได้ใช้

 

เงื่อนไขที่ว่า คือ พื้นหลัง และ พลัง ต้องดี!!

 

พื้นหลังก็ง่ายๆเลย ต้องมีพ่อจ๋าแม่จ๋าที่ร่ำรวย ถึงจะสามารถซื้อยุทธภัณฑ์หลักได้ แน่นอนว่าต้องเป็นตระกูลชั้นสูงด้วย ไม่ต้องถึงขั้นตระกูลของโลลิก็ได้ แต่อย่างน้อยๆก็ต้องเป็นตระกูลที่ทรงพลังและรวยมาก

 

พลังก็เข้าใจง่ายๆ ในเมื่อมีพลังใยจะต้องกลัวไม่มีเงินอีกงั้นหรือ? วิ่งเข้าไปล่ามอนโหดๆในป่าสัตว์อสูรสักครึ่งเดือน ก็มีเงินพอซื้อแล้ว

 

แล้วต้องเก่งแค่ไหนถึงจะพอ? อย่างน้อยๆก็ต้องไม่อ่อนแอกว่าวู่หยานที่เป็นแรงค์5 แต่ไอ้วู่หยานกลับคิดว่ายุทธภัณฑ์หลักตามตัวเองไม่ทัน?

 

นี่ไม่ทำให้ นักรบกับนักเวทย์ที่แรงค์ต่ำกว่า5 และยังใช้แค่ดาบเหล็กธรรมดาร้องไห้หรอกเหรอ?…….

 

แต่เป็นเพราะวู่หยานมีระบบที่ฝืนชะตาฟ้าอยู่ มันก็เข้าข่ายมี ‘พื้นหลังที่ดี’ อ่ะนะ…….

 

ตอนนี้วู่หยานได้วางแผนที่จะซื้ออุปกรณ์ใหม่ แน่นอนว่าต้องไม่ใช่ยุทธภัณฑ์หลัก เขาจะซื้อ อุปกรณ์ระดับC หรือ ยุทธภัณฑ์ดิน นั่นเอง!

 

ยุทธภัณฑ์ดิน ในซิลวาเรีย ต้องเป็นแรงค์7ขึ้นถึงได้ใช้ แถมยังต้องมี ‘พื้นหลังที่ดี’ อีกด้วย อย่างเช่นเฟยเฟย และโลลิที่เป็นแค่แรงค์4 แต่ก็มียุทธภัณฑ์ดินแล้ว

 

ทำไงได้ ก็เธอเป็นถึงทายาทเพียงคนเดียวของตระกูลอันดับหนึ่งในอาณาจักรไอย์ลู เอาเธอมาเปรียบเทียบ มันก็ทำให้ช้ำใจเล่นเปล่าๆ

 

ถ้านักรบหรือนักเวทย์แรงค์7ที่จนหน่อย ก็ยังไม่มียุทธภัณฑ์ดิน ใช้เลย นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมตอนอยู่ที่ซิลวาเรียถึงเขาจะมีแต้มอุปกรณ์พอเขาก็ไม่แลกมา ในโลกนั้นการปล้นฆ่ามันไม่ผิดกฏหมาย…….

 

แต่ว่าตอนนี้มันต่างออกไป เขาแรงค์5แล้ว ถึงยังไม่สามารถสู้แรงค์7ได้ ทว่าเขามี มิโคโตะ แรงค์7ระดับสูงสุด ใครกล้ามาปล้นตูจะปล้นมันกลับ!! ส่วนพวกแรงค์8 ถ้าไม่มี ยุทธภัณฑ์ดิน จะถูกดูถูก

 

ส่วนพวกแรงค์9ไม่จำเป็นต้องเป็นห่วงเลย พวกเขาไม่แม้แต่จะเหลือบตามองยุทธภัณฑ์ดินด้วยซ้ำ ผู้เชี่ยวชาญระดับนั้นเขาใช้ ยุทธภัณฑ์ฟ้า กัน!

 

ยิ่งไปกว่านั่น แรงค์9ถือว่าหายากมากหายากสุดๆ วู่หยานไม่เคยเจอตัวเป็นๆก็จริง แต่เขาเคยได้ยินเฟยเฟย บอกว่าปู่ของลูลู่ ผู้นำตระกูลรุ่นก่อน เป็นนักรบแรงค์9!

 

ขนาดตระกูลอันดับหนึ่งของอาณาจักรยังมีแรงค์9แค่คนเดียว ถึงแม้เขาจะไม่รู้ว่าในโลกซิลวาเรียมีแรงค์9กี่คนก็เถอะ แต่แรงค์10 หรืออีกชื่อ เทวะครึ่งก้าว มีแค่5คนจากทั้งโลก! แล้วแรงค์ที่ต่ำกว่าขั้นเดียวจะมากแค่ไหนกันเชียว?

 

ดังนั้นตอนนี้ ได้เวลาอัพเกรดอุปกรณ์แล้ว!

 

ขนาดยัยเปิดหน้าผากครั้งนึงอย่างลูลู่ยังมีเลย แล้วเขาจะไม่มีได้ยังไง เสียหน้าแย่!

 

สองสาวขณะที่เคี้ยวเนื้อสายตาก็มองวู่หยาน เขาเปิดระบบขึ้นมาแล้วเมินอุปกรณ์เกรดDไปทันที เป้าหมายหลักเขามีแต่ของเกรดC ถ้าถามว่า เอ๊ะ ไม่สนใจอุปกรณ์เกรดBเลยเหรอ แหม่ก็อยากได้นะ แต่แต้มมันไม่พออ่ะ…..

 

มีความสามารถ ปรมาจารย์ดาบ และสกิล ดาราพลิกสวรรค์ แน่นอนว่าเขาต้องใช้อุปกรณ์ประเภทดาบ หลังจากหาไปสักพัก ตาวู่หยานก็เปล่งประกาย จ้องรายละเอียดอุปกรณ์ชิ้นนี้

 

นิเอโทโนะ โนะ ชานะ(ระดับC) : จากเรื่อง ชานะ นักรบเนตรอัคคี เป็นดาบประจำตัวของ มือสังหารเกศาเพลิงเนตรอัคคี ชานะ / 20,000 แต้มอุปกรณ์

 

อันนี้แหละ! ดาบของชานะ ต้องอันนี้เท่านั้น!

 

นิ้มกดคลิกเข้าไป ดาบคาตะนะพร้อมฝักดาบโผล่ขึ้นมาในมือวู่หยาน ออร่าลึกลับที่หมุนวนรอบตัวดาบ ดึงดูดความสนใจของ ฮินางิคุและมิโคโตะ

 

ด้ามดาบสีดำ ตรงปลายเป็นสีทอง ที่กั้นดาบเป็นสีดำ และใบดาบส่องประกายสีเงิน เทียบกับคุซานางิแล้วยังเปร่งกระกายกว่ามากนัก

 

ส่วนฝักดาบกลับตรงกันข้ามมีสีดำสนิท

 

วู่หยานพยักหน้าอย่างพอใจ กับดาบนี้ที่สามารถเปลี่ยนจากดาบ(ฟัน)เป็นกระบี่(แทง)ได้ เขาชำนาญเรื่องแบบนี้มาก ตัวดาบสั้น แต่มันก็ง่ายที่จะกวัดแกว่ง ถึงแม้มันจะยากที่จะทำให้คู่ต่อสู้บาดเจ็บสาหัสภายใต้หนึ่งดาบ เพราะถึงยังไงมันก็เป็นดาบเบาไม่ใช่ดาบหนักที่ฟันตู้มเดียวคนโดนก็แทบตายล่ะ 

 

กุมดาบในมือแน่น วู่หยานตวัดไปมา เกิดเป็นเส้นแสงสีเงินพลิ้วไหวในอากาศ เขาแกว่งมันอีกสองสามครั้ง แล้วเก็บเข้าฝักไป

 

“เปลี่ยนอาวุธงั้นเหรอ?” ฮินางิคุมอง นิเอโทโนะ โนะ ชานะ ในมือวู่หยานอย่างใคร่รู้ เพราะเธอเองก็เป็นนักเคนโดเหมือนกัน เธอจึงชอบของประเภทดาบ

 

“อืม การต่อสู้ในวันนี้ ทำให้ฉันเก่งขึ้นมาก ดังนั้นการเปลี่ยนไปใช้อาวุธที่ดีกว่าเดิมจึงหลีกเลี่ยงไม่ได้!” เก็บ นิเอโทโนะ โนะ ชานะ ลงแหวนมิติ วู่หยานพูดกับฮินางิคุ

 

ใกล้ๆกัน มิโคโตะ ก็พยักหน้า แล้วพูดว่า “แล้วนายไม่คิดใช้แต้มแลกเครื่องป้องกันบ้างเหรอ?”

 

วู่หยานตะลึง ก้มหน้าคิดเล็กน้อย แล้วเปิดระบบดูอีกรอบ

 

มิโคโตะพูดถูก ตอนสู้กับกองทัพปีศาจ ถ้าเขามีเครื่องป้องกัน เขาจะได้ไม่เหนือยมากกับการหลบ และยังสามารถยืดเวลาการใช้ ถั่วเซียน ด้วย เขาจะไม่ได้ต้องใช้จนหมดก่อนสู้จบแบบนี้

 

ปกติวู่หยานก็เป็นคนไม่ชอบใส่ชุดเกราะอยู่แล้ว มันทั้งหนัก และเคลื่อนไหวลำบาก แต่ถึงยังงั้นเขาก็ลองเปิดหาดูก่อน เผื่อเจออันเบาๆ

 

ไม่นานนักเขาก็เจออันที่ถูกใจจนได้!

 

เกราะมังกรไร้ลักษณ์ : ไร้รูปร่าง ไร้น้ำหนัก ดำรงอยู่ในความคิด เมื่อผู้สวมใส่ถูกโจมตี จะปรากฏเกราะมังกรไร้สีขึ้นมาป้องกันทันที ศัตรูเลเวลต่ำกว่า50โจมตีมาไร้ผล ศัตรูเลเวลต่ำกว่า60โจมตีมาจะได้รับดาเมจน้อยลง / 30,000 แต้มอุปกรณ์

 

วู่หยานแฮปปี้มาก ไร้รูปร่าง และไร้น้ำหนัก ของโครตดี เขาจะได้ไม่ต้องวิ่งไปมาพร้อมกับเกราะโงๆ และเขาจะได้ไม่ต้องมาห่วงเรื่องน้ำหนักด้วย

 

คลิกเข้าไปอย่างไม่ลังเล มีแสงสว่างยิงขึ้นมาจากรายการระบบเข้าสู่ศีรษะเขา ในใจวู่หยานสามารถเห็นเกราะมังกรที่กำลังลอยอยู่ได้อย่างชัดเจน นอกจากเขาจะโดนโจมตี เกราะนี่ก็จะอยู่แต่ในหัวเขา

 

หลังจากซื้ออุปกรณ์ระดับCไปสองชิ้น เขาก็เหลือแต้มอุปกรณ์แค่1,000 แต่ถึงเขาจะมีความสุขแต่ก็รู้เสียใจปนอยู่ด้วย

 

วู่หยานหันไปพูดกับมิโคโตะ “มิโคโตะ ถ้าฉันยังมีแต้มเหลือ ฉันจะได้ซื้อให้เธอซักชิ้นเหมือนกัน…..”

 

เธอโบกมือให้ “ไม่อ่ะ ฉันไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ แค่พลังจิตของฉันก็เกินพอแล้ว!”

 

“ไม่ได้นะ….” วู่หยานพูดอย่างไม่พอใจ “เมื่อกลับไปโลกซิลวาเรีบ แล้วไปเจอคนที่เก่งจริงๆจะทำยังไงฮะ”

 

ฮินางิคุได้ยินก็หันขวับทันที “หยาน นายจะจากโลกนี้ไปงั้นเหรอ?”

 

วู่หยานกับมิโคโตะ ได้ยินก็สำลักน้ำลายพร้อมกันทันที “จากโลกนี้ไปอะไรกัน ฉันยังไม่ได้ตายสะ….”

 

“นายก็รู้ว่าฉันหมายถึงอะไร!” ฮินางิคุขึ้นเสียง

 

วู่หยานอมยิ้ม มองหน้าฮินางิคุ ก่อนจะพูดด้วยใบหน้ากึ่งติดตลอกกึ่งจริงจัง “ไม่ต้องห่วงเมื่อฉันกลับโลกนู่น ฉันจะอัญเชิญเธอมา ถึงตอนนั้นชีวิตของเราสองคนก็เป็นหนึ่งเดียวกันแล้ว ถ้าฉันตาย เธอก็จะตายด้วย…..”

 

ฮินางิคุได้ยินก็ยิ้มออกมาอย่างมีความสุข พูดว่า “ถ้างั้น ฉันจะปกป้องนายเอง!”

 

วู่หยานได้ยินก็อึ้ง ก่อนจะพูดไม่ออก

 

คำพูดนี้มันอะไรกันฟะ? มันควรเป็นทางนี้พูดไม่ใช่รึไง โถ่……….

 

ติดตามข่าวสารได้ที่นี้ – ห้องสมุดคนรักนิยายแปล  

 

กลับมาล่ะครับหลังจากหายไปเพราะติดสอบบบ