0 Views

อสูรไร้หัว : เลเวล20

 

อสูรไร้หัวยกขวานที่จามไปเมื่อกี้ขึ้นมา แล้วแกว่งขวานไปมา ขณะที่มันเอนตัวไปด้านหน้า ดูเหมือนมันกำลังทำท่าคำรามอยู่

 

“ยะ…หยาน…นะ..นั่นมันตัวอะไรกัน..?”  ฮินะงิคุมองไปที่อสูรไร้หัวด้วยใบหน้าซีดเผือด เธอตัวสั่นเทิ้มกอดแขนวู่หยานแน่น

 

เขาเองก็เกือบจะลืมไปแล้วว่า ท่านประธานของเรานั้นกลัวสิ่งเหนือธรรมชาติ…..

 

วู่หยานยิ้มแห้งๆ รู้สึกได้ว่าร่างบางในอ้อมกอดกำลังสั่น  เขากอดเธอแน่นขึ้น รีบเอ่ยปากปลอบ

 

“ไม่มีอะไรหรอก มันก็แค่แมลงเอง ไม่ต้องกลัวนะ”

 

ฮินะงิคุเงยหน้ามองเขา ตัวเธอค่อยๆหยุดสั่น ถึงแม้สีหน้ายังซีดอยู่ แต่ความกลัวในใจเธอลดลงไปเยอะมาก  มือจับชายเสื้อวู่หยานแน่น ราวกับว่ากลัวเขาจะทิ้งเธอไป

 

เห็นฮินะงิคุดีขึ้น วู่หยานก็ยิ้มแล้วพูดว่า “เธอยืนรอฉันตรงนี้ก่อนนะ ฉันขอตัวไปเก็บกวาดขยะก่อน แล้วเราค่อยกลับบ้านด้วยกัน”

 

ฮินะงิคุอดที่จะรู้สึกกังวลไม่ได้ เมื่อรู้ว่าเขากำลังจะไปทำอะไร

 

“ไม่เป็นอะไรแน่นะ? ทำไมเราไม่หนีมันแทน……”

 

“ไม่ต้องห่วง เชื่อในตัวฉันสิ” วู่หยานจูบหน้าผาก ฮินะงิคุ แล้วพูดด้วยรอยยิ้ม

 

การกระทำของวู่หยานทำให้ใบหน้าขาวซีดของเธอเปลี่ยนเป็นแดงก่ำทันที มองใบหน้ามั่นใจของเขา ฮินะงิคุปล่อยมือ แล้วพูดเบาๆด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง

 

“ระ..ระวังตัวด้วยนะ..”

 

พยักหน้า เขาซึมซับสัมผัสอันอ่อนนุ่มที่เอวของเธอ ก่อนจะปล่อยมือไป แล้วหันหน้าไปมองอสูรไร้หัว รอยยิ้มเขาเปลี่ยนเป็นเย็นชา  นัยน์ตาเป็นประกายโทสะ แล้วก้าวเท้าเดินไปหามันอย่างใจเย็น

 

ยืนมือออกมา พริบตาคุซานางิก็ปรากฏ จับฝักดาบแน่น วู่หยานแสยะยิ้ม

 

ฉันจะสอนให้แกรู้ถึงผลลัพธ์ ของการมายุ่งกับคนที่กำลังจะได้หัวใจสาวน้อย ว่ามันน่ากลัวขนาดไหน!!

 

ดึงคุซานางิออกจากฝักข้างเอว วู่หยานมือหนึ่งจับฝักดาบอีกมือก็จับด้ามดาบ แล้วฉีกยิ้มกว้างอย่างน่ากลัว กระทืบเท้าตัวเขาก็หายไป และในพริบตาก็มาปรากฏตรงหน้าอสูรไร้หัว

 

แสงสาดประกายเย็นเยียบ มือข้างที่กำลังถือขวานอยู่ขาดกระเด็น ไปตกบนพื้นไม่ไกลออกไป

 

“!!!” อสูรไร้หัวคำรามแบบไร้เสียง ทว่ากลับทำให้บรรยากาศรอบๆสั่นสะเทือนได้ นี่โชว์ว่าดาบเมื่อกี้ของวู่หยานได้ผล

 

อสูรไร้หัวตัวสั่น มืออีกข้างจับขวานยักษ์ แล้วตวัดใส่วู่หยานอย่างแรง

 

“ระวัง!!”

 

มองเห็นขวานเข้าใกล้เขา เธอร้องออกมาอย่างลืมตัว ถึงแม้จะคนละระดับกัน แต่ฮินะงิคุก็ยังมองเห็นการเคลื่อนไหวของอสูรไร้หัว นี่เป็นเพราะความต่างของเลเวลที่ไม่ห่างกันมากนัก

 

ถ้ามันไม่ใช้เพราะอสูรไร้หัวเป็นประเภทที่เธอกลัว เธอคงไม่ยืนดูวู่หยานสู้คนเดียวโดยไม่ทำอะไรแบบนี้แน่

 

แน่นอนว่า นี่เป็นเพราะฮินะงิคุไม่มีระบบคอยช่วยตรวจสอบเลเวลเหมือนวู่หยาน ไม่งั้นเธอคงไม่ต้องมากังวลแบบนี้ ในเมื่อทั้งคู่พลังต่างกันคนละแรงค์แบบนี้

 

วู่หยานยืนมองขวานที่ใกล้เข้ามาอย่างใจเย็น มือขวาที่ถือดาบไม่ขยับ ส่วนมือขวาที่จับฝักดาบจู่ๆก็ตวัดไปในแนวนอน ปะทะกับขวานที่ฟาดลงมา เกิดเสียงดัง ‘เคร้ง!’  เขาหยุดขวานยักษ์ได้

 

มองด้วยสายตาเฉยเมย พริบตานั่นมือขวาเขาก็ขยับ วาดดาบตัดมือมันอีกข้าง อสูรไร้หัวกรีดร้องอีกครั้ง

 

วู่หยานหมุนตัวเตะอสูรไร้หัวที่แขนขาดทั้งสองข้าง ส่งมันบินทะลุต้นไม้ไปหลายต้นก่อนที่มันจะร่วงกระแทกพื้นนิ่งไป

 

ฮินะงิคุตะลึง ก่อนที่จะรีบวิ่งเข้าหาวู่หยาน “นายไม่เป็นอะไรนะ?”

 

“แล้วเธอเห็นตรงไหนของฉันบุบสลายไหมละ?” วู่หยานยิ้ม มองแก้มแดงๆน่ารักของเธอ ก่อนจะเลื่อนสายตามองลงไปที่ริมฝีปาก ในใจกรีดร้องอย่างเศร้าโศก

 

แกคิดว่าการจีบสาวให้ติดนี่มันง่ายนักรึไง? ฉันทนไม่ไหวแล้วนะ มันตั้งสองครั้ง! ที่เกือบจะถึงฝั่งฝันแต่ก็ถูกขัด นี่มันยังกับไอ้หัวฟ้าอับโชคเลยนี้หว่า บัดซบ! ตูเกลียดเอ็ง!!

 

สังเกตเห็นสายตาวู่หยาน เธอก็คิดออกอย่างรวดเร็ว ว่าในใจเขากำลังคิดอะไรอยู่ ฮินะงิคุหน้าแดง สายตาจ้องวู่หยานเขม็ง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ “มันใช้เวลามาคิดเรื่องพรรค์นั่นไหม!”

 

“เห้อ…” ถอนหายใจอย่างหดหู่ เขาวางเรื่องนี้ลงด้วยใบไม่หน้าไม่เต็มใจ

 

“เอาไว้ทำใหม่คราวหน้าละกัน”

 

“คะ..ใครจะไปทำเรื่องแบบนั่นกับนาย….” ฮินะงิคุพูดเสียงค่อย

 

“เมื่อกี้เธอเป็นคนพูดเอง สัญญาต้องเป็นสัญญา”

 

วู่หยานเตือนเธอด้วยความหวังดี เขาเป็นคนประเภทที่ถ้าคิดจะทำต้องทำให้ถึงที่สุด

 

ฮินะงิคุกัดฟันกรอด จ้องหน้าวู่หยาน ก่อนจะตะโกนเสียงดังว่า “ฟ้าเริ่มมืดแล้ว ทำไมนายไม่รีบจัดการเจ้านั่นให้จบๆไปสักที? เราจะได้กลับบ้านกัน ฉันหิวข้าวแล้ว!”

 

วุ่หยานหัวเราะฮ่าๆ เมื่อเห็นเธอพูดเปลี่ยนเรื่อง พยักหน้าตอบ ก่อนจะเดินไปหาอสูรแขนด้วน

 

ในเมื่อมีครั้งแรก ก็ต้องมีครั้งต่อไปเช่นกัน ครั้งแรกเขายังเป็นมือใหม่อยู่ แต่ครั้งหน้าเขาก็เก่งแล้ว วู่หยานเชื่อในทฤษฎีนี้ (@พูดถึง โอกาสที่จูบฮินะงิคุ ประมาณ ครั้งต่อไปจะไม่พลาดแบบนี้อีกแน่)

 

ก็นะ….ถึงแม้ครั้งแรกจะไม่สำเร็จ แต่ยังน้อยก็เกือบได้แล้ว อีกฝ่ายเองก็ไม่ได้ปฏิเสธเขา เป็นหลักฐานว่าเธอชอบเขา!

 

ดังนั้น เขาแค่ต้องค่อยๆเดินไปทีละก้าว  รู้แค่นี้ก็เขาก็ดีใจสุดๆแล้ว

 

ตอนนี้ฉันพิชิตท่านประธานไปได้ครึ่งนึงแล้ว!

 

ขนาดโอตาคุอย่างวู่หยานยังคิดได้ งั้นก็ไม่ต้องพูดถึงฮินะงิคุเลย

 

นี่…..ฉัน..ชอบวู่หยาน….

 

ฮินะงิคุยกมือทั้งสองข้างมาทาบตรงหน้าอก สายตาที่เธอมองแผ่นหลังวู่หยานเริ่มเหม่อลอย

 

ย้อนคิดไปตอนแรกที่เจอกัน เธอยังมีอคติกับเขาอยู่เลย นึกถึงวันเวลาที่เธอใช้ร่วมกับเขา มันทั้งสนุกและมีความสุข คิดถึงตอนที่เขาเห็นเธอในชุดวันเกิด คิดถึงความอบอุ่นที่เขามอบให้  และคิดถึงเวลาที่เขาเกือบจะจูบเธอ……

 

ฮินะงิคุยิ้ม เธอได้ลุ่มหลงไปกับมัน…….

 

มองไปดูอสูรไร้หัวที่กำลังตะเกียกตะกายบนพื้นเหมือนเต่า แต่ทำยังไงก็ลุกขึ้นไม่ได้  เขาแค่ตัดเป็นครึ่งส่วนด้วยคุซานางิ

 

โชคดีที่มันไม่มีเลือด ไม่งั้นเขาคงต้องใช้วิธีอื่นฆ่ามัน เขาไม่ได้กลัวเลือด แต่ฮินะงิคุที่ใช้ชีวิตในโลกปก คงจะทนรับไม่ได้

 

หลังจากอสูรไร้หัวตาย ตัวมันก็ค่อยๆเปลี่ยนเป็นขี้เถ้า นี่ช่วยลดภาระเขามาก เพราะถึงที่นี่จะเป็นป่า แต่ก็อยู่ห่างจากเมืองไม่ไกลนัก เห็นได้จากฮินะงิคุเดินดุ่มๆมานี่ได้ คนอื่นก็สามารถมาได้เหมือนกัน ถ้ามีคนอื่นมาเห็นตัวประหลาดไร้หัวแบบนี้ พรุ่งนี้เช้าคงได้เป็นข่าวหน้าหนึ่งแน่

 

ตอนแรก เขาก็คิดจะซื้อไอเท็มจากระบบมาแก้ปัญหา อย่างเช่น น้ำยาละลายศพ…..

 

หลังจากมันสูญสลายไปหมดแล้ว วู่หยานก็ถอนหายใจด้วยความแปลกใจ

 

การที่สามารถสู้ได้ง่ายๆแบบนี้หลังจากถูกส่งมาแค่3เดือน คู่ต่อสู้เมื่อก่อนของเขาทั้งหมด ถ้าไม่เลเวลเท่ากันก็มากกว่า ทุกครั้งเขาจะต้องสู้อย่างทุ่มสุดตัว ต้องครุ่นคิดหาวิธีชนะ

 

ยกเว้นตอนที่เขาสู้กับกองทัพมอลเวล10 ถึงแม้มันจะอ่อน แต่เขาจะกล้าประมาทกับจำนวนที่ถึงขนาดล้อมหน้าล้อมหลังเขาได้ยังไง

 

วู่หยานรู้สึกว่าตัวเองแข็งแกร่งขึ้น

 

แน่นอน เขายังรู้ว่าพลังของตัวเองยังห่างไกลกับผู้เชี่ยวชาญที่แท้จริง

 

“มีอะไรเหรอ?”

 

เสียงหวานๆปลุกเข้าจากภวังค์ วู่หยานรีบไล่ความคิดในหัวออกไป ก่อนจะยิ้มให้ฮินะงิคุที่มายืนอยู่ข้างๆเขาตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้

 

“ไม่มีอะไรหรอก เธอหิวแล้วไม่ใช้เหรอ กลับบ้านกัน ฉันจะไปทำของอร่อยๆให้”

 

ฮินะงิคุได้ยินก็เผยรอยยิ้มมีความสุขออกมา ทำให้วู่หยานประหลาดใจ

 

รู้สึกเหมือนท่าทางฮินะงิคุต่อเขาจะมีอะไรบางอย่างเปลี่ยนรึเปล่านะ? สังเกตจาก น้ำเสียง สายตาที่มอง และดวงตาที่ดุจอัญมณี….

 

เห้อ~ ช่างมันเถอะ แค่เธอมีความสุขก็พอแล้ว….

 

“สัญญาของพวกเราจะทำยังไง?” เขาเก็บคุซานางิลงแหวนมิติ ภายใต้สายใคร่รู้ของฮินะงิคุ วู่หยานถามยิ้มๆ

 

ถึงแม้ไม่คิดจะบอกเรื่องของตัวเองกับเธอ แต่เขาก็ไม่สามารถปิดบังได้ตลอดชีวิต ดังนั่นเรื่องเล็กๆบางอย่างเขาก็สามารถทำต่อหน้าเธอได้ เรื่องแหวนไม่จำเป็นต้องปิดบัง ค่อยหาเวลาเหมาะไปอธิบายซะก็จบ

 

ได้ยินคำพูดวู่หยาน ฮินะงิคุที่กำลังจะถามว่าทำยังไงดาบถึงหายไปก็หุบปากใบหน้าแดงก่ำ ด้วยเสียง ‘ฮึม’ เธอหันหน้าหนีขณะที่ปากก็พูด

 

“หืออ~สัญญาสินะ? ไม่ใช้ว่านายพูดไปแล้วงั้นเหรอ ว่าจะบอกฉันเองเมื่อถึงเวลาน่ะ?”

 

วู่หยานตะลึง มองฮินะงิคุด้วยสีหน้าสงสัย เธอกำลังแกล้งโง่ละ……

 

“เธอก็รู้ว่าฉันไม่ได้หมายถึงเรื่องนี้…”

 

“ฉันก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องนั่นเหรอ…?”

 

“เธอต้องการทำตัวหน้าด้านเหรอ?”

 

“คะ…ใครทำตัวหน้าด้านกันห่ะ แล้วนายละ เมื่อไหร่จะทำตามสัญญาสักที!”

 

“ไม่ใช้ฉันพูดไปแล้วเหรอ? เมื่อโอกาสหน้ามาถึง ฉันจะทำตามสัญญาแน่นอน!”

 

“ฉันก็รอโอกาสมาถึงเหมือนกัน เพื่อที่จะได้ทำตามสัญญาระหว่างเรา!”

 

“………”

 

“………”

 

“ฮินะงิคุ เธอกลายเป็นเด็กไม่ดีไปซะแล้ว”

 

………………..

 

เวลากลางคืน บางทีอาจจะเป็นเพราะความสัมพันธ์ของเขากับฮินะงิคุพัฒนาขึ้น วู่หยานได้ลงมือทำอาหารอย่างสุดฝีมือ บนโต๊ะเต็มไปด้วยอาหาร ทำให้ทั้งฮินะงิคุและแม่ของเธอกินจนพุงกาง และพ่อฮินะงิคุที่นานๆทีจะกลับบ้านก็อดไม่ได้ที่จะกินของที่เหลืออยู่

 

“คุณหนูควรไปอาบน้ำได้แล้วนะ…”

 

ขณะที่มือหยิบจานเปล่า วู่หยานก็พูดแนะนำฮินะงิคุที่ยังคงนั่งอยู่ที่โต๊ะอาหาร

 

“อืมม~ เข้าใจแล้ว” ฮินะงิคุพยักหน้าตอบ แล้วมองวู่หยานด้วยสีหน้าจริงจัง

 

“หยาน ต่อจากนี้ไปฉันไม่อณญาติให้นายเรียกคุณหนูแล้วนะ เข้าใจไหม?”

 

วู่หยานได้ยินก็ขมวดคิ้ว ถึงแม้ฮินะงิคุจะพูดแบบนี้มาเป็นร้อยครั้งแล้ว แต่ไม่เคยทำหน้าจริงเหมือนคราวนี้ นี่มันเกิดอะไรขึ้นอีกละเนี่ย?

 

อืม ดังนั่น วู่หยานนายยังอ่อนหัดอยู่ ต้องการจะเป็นฮาเร็มคิงยังคงต้องฝึกฝนอีกมาก

 

ตอนแรกกะจหยอกเธอเล่น วู่หยานก็ทำหน้าจริงจังแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม “อืม เข้าใจแล้ว เธอรีบไปอาบน้ำเถอะ!”

 

เห็นวู่หยานตอบตกลง ฮินะงิคุยิ้มอย่างมีความสุข ลุกขึ้นจากเก้าจากนั่นก็กึ่งวิ่งกึ่งกระโดดเหมือนเด็กไปทางห้องน้ำ

 

วุ่หยานส่ายหน้าอย่างขบขัน ก่อนจะวางจากในมือแล้วกระโดดออกจากหน้าไปข้างนนอก ยืนบนพื้น เวลาเดียวกันเขาก็เอาคุซานางิออกจากแหวนมิติ

 

ดึงดาบออกจากฝักโดยไม่ลังเล เขาพลิกปลายดาบไปที่พื้น ก่อนจะแทงลงไป!

 

“กี้กี้!!!”

 

เสียงเล็กๆร้องออกมาอย่างเจ็บปวด พื้นที่วู่หยานแทงดาบลงไปได้เกิดแอ่งเลือดขนาดย่อมๆขึ้น

 

เก็บดาบคืน วู่หยานขมวดคิ้ว

 

หลังจากตอนอสูรไร้หัว นี่ก็เป็นภูตผีตัวที่สี่เข้าไปแล้ว!

 

เกิดอะไรขึ้น? ทำไมพวกมันถึงโผล่มาที่นี่กัน? มันไม่เคยมีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นมาก่อนเลย

 

ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกไม่ถูกต้อง ในใจวุ่หยานรู้สึกสงสัยสุดขีด

 

หรือว่าวันนี้ฉันได้ไปทำอะไรดึงดูดพวกมันรึเปล่า?……

 

หรือเป็นเพราะ….ครอบครัวของฮินะงิคุทำอะไรบ้างอย่าง?

 

วู่หยานส่ายหัวไล่ความคิดออกไป ก่อนจะเก็บดาบ แล้วหันหน้ากลับเดินเข้าบ้าน

 

ช่างมัน พรุ่งนี้พอไปถึงบ้านตระกูลซากิโนะมิยะ ค่อยถามเอาละกัน…..

 

ติดตามข่าวสารได้ที่นี้ – ห้องสมุดคนรักนิยายแปล  มีกลุ่มลับแล้ว