0 Views

ฟางหนิงเริ่มต้นสร้างจินตนาการขึ้นมา เพื่อรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้นจากระบบ

 

ตอนนี้ฟางหนิงกำลังคิดว่าทักษะการทำอาหารของระบบนั้นน่าอัศจรรย์มาก รสชาติของอาหารที่ทำให้คนที่เคยกินยากจะลืมเลือนได้ ซึ่งไม่น่าแปลกใจเลยว่าเหตุใดร้านอาหารของเขา จึงสามารถดึงดูดลูกค้าจำนวนมากมายได้ในช่วงระยะเวลาสั้นๆ

 

อย่างไรก็ตาม มันไม่มีอะไรที่โดดเด่นในกระบวนการทำอาหารเลยสักนิดเดียว ส่วนผสมที่ใช้ก็เป็นแค่ส่วนผสมธรรมดาทั่วไป ถึงแม้ว่าทักษะการทำอาหารของระบบน่าจะอัศจรรย์ และมีการควบคุมความร้อนอย่างเหมาะสม แต่ทักษะการทำอาหารของระบบนั้น ก็ดูไม่มีอะไรพิเศษและแปลกใหม่เลยสักนิด ซึ่งมาสเตอร์เชฟก็สามารถทำได้อย่างง่ายดาย

 

ในท้ายที่สุด มันก็มาถึงความสามารถพิเศษของระบบในการปรุงรส โดยการใช้เครื่องปรุงรสและเครื่องเทศต่างๆ พวกมันผสมผสานราวกับพระเจ้ารังสรรค์ขึ้นมา การเข้าใจถึงวิธีการปรุงเช่นนี้เป็นเรื่องที่ยากมากเกินไป ถ้าใส่มากหรือน้อยไปเพียงเล็กน้อย รสชาติของอาหารก็จะแย่เกินไป

 

นี่คือสิ่งที่ไม่มีมนุษย์คนไหนจะสามารถทำได้ เนื่องจากไม่มีทางไหนเลยที่มาสเตอร์เชฟจะมีความแม่นยำในการปรุงรสเหมือนกับระบบ ถึงแม้ว่าระบบนี้จะเป็นระบบจอมยุทธ์ก็ตามที แต่สำหรับเรื่องความแม่นยำแล้ว นี่ก็เป็นเรื่องที่ง่ายมากดายมากสำหรับมัน

 

ด้วยเหตุนี้ฟางหนิงจึงมีแนวคิดใหม่ขึ้นมา

 

“โอ้ ระบบ ฉันได้เห็นทักษะของนายแล้ว การปรุงอาหารของนายดูน่าอัศจรรย์เป็นอย่างมาก เนื่องจากนายเข้าใจถึงเครื่องเทศต่างๆและมีการปรุงรสที่แม่นยำมาก แม้ว่าสิ่งเหล่านี้จะขึ้นอยู่กับการใช้งานได้อย่างถูกต้องในเวลาที่เหมาะสม แต่ความแตกต่างของการควบคุมความร้อนก็ไม่สำคัญมากเท่าไหร่นัก ดังนั้นทำไมนายถึงไม่ลองปรุงรสชาติอาหารที่แตกต่าง และดูง่ายมากกว่านี้ขึ้นมากันล่ะ จากนั้นเราก็จะจ้างพ่อครัวเพื่อมาเรียนรู้วิธีการปรุงรสของนาย ถึงแม้ว่าการปรุงอาหารของพวกเขาจะไม่สามารถเปรียบเทียบกับนายได้ก็ตาม แต่นั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่แย่เท่าไหร่นัก ตราบเท่าที่รสชาติอาหารของเราดีกว่าคู่แข่งก็พอแล้ว”

 

เมื่อฟางหนิงพูดจบ ระบบก็ตอบกลับเกือบจะทันที

 

“คุณควรจะพูดเรื่องนี้ในก่อนหน้านี้นะ งั้นช่วงที่ฉันเสียเวลาอยู่ในครัวตั้งสองสัปดาห์ จะถูกหักออกจากช่วงเวลาแห่งการปลดปล่อยของคุณ”

 

“ก็ได้ๆ อะไรที่นายพูดมาก็ตามแต่ นั่นคือคำสั่งสำหรับฉัน”

 

ฟางหนิงครุ่นคิดกับตัวเอง ‘ถ้าไม่ใช่เพราะฉันที่คอยสังเกตการปรุงอาหารในช่วงสองสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ ใครจะคิดกันล่ะว่า ที่อาหารรสชาติดีแบบนี้นั้น มันเป็นเพราะนายเข้าใจเกี่ยวกับเครื่องเทศและการปรุงรส? ท่านระบบที่แสนโง่เขลา ทำไมนายถึงไม่รู้วิธีการที่จะเก็บสะสมค่าประสบการณ์ได้ด้วยตัวนายเองกันล่ะ?’

 

“มันก็แล้วแต่นายว่า จะลดช่วงเวลาแห่งการปลดปล่อยของฉันหรือไม่ แต่ตอนนี้ฉันมีร้านอินเทอร์เน็ตแล้ว ถึงแม้ว่าฉันจะสามารถดาวน์โหลดนวนิยาย และวิดีโอเกมได้เพียงแค่ช่วงเวลาแห่งการปลดปล่อยก็ตาม แต่เพียงแค่นี้ก็ทำให้ฉันพึงพอใจมากแล้ว”

 

“และจนถึงขณะนี้ยังไม่มีปัญหาไหน ที่ฉันจะต้องใช้ช่วงเวลาแห่งการปลดปล่อยของฉันเลยสักครั้ง ถึงแม้ว่าฉันจะมีปัญหาอยู่ภายในใจตั้งแต่ที่ระบบปรากฏขึ้นมาก็ตาม แต่โอกาสที่ฉันจะใช้ช่วงเวลาแห่งการปลดปล่อยก็ยังไม่เคยเกิดขึ้นเลย”

 

ภายใต้การแนะนำของฟางหนิง ระบบจึงปรุงรสออกมาหลากหลายรูปแบบ จากนั้นก็จ้างพ่อครัวมาไม่กี่คน และทดลองให้พวกเขาทำการปรุงอาหารตาม หลังจากที่รับรู้ว่าผลลัพธ์ออกมาดี และถึงแม้ว่ารสชาติในการปรุงอาหารของพวกเขาจะไม่ดีไปกว่าต้นฉบับก็ตาม แต่อย่างน้อยอาหารที่พวกเขาปรุงก็ยังคงดีกว่าคู่แข่งอยู่หลายขุม

 

นับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา อาหารที่สุดแสนอร่อยที่ระบบเป็นคนทำ ก็มีแค่ฟางหนิงที่ได้กินมันแต่เพียงผู้เดียว ส่วนอาหารที่ขายในร้านเป็นของเลียนแบบที่ทำจากพ่อครัวที่จ้างมา ฟางหนิงและระบบบรรลุข้อตกลงร่วมกันกับแผนการนี้ และมันก็เป็นอีกหนึ่งสถานการณ์วิน-วินของพวกเขาทั้งสอง

 

อย่างไรก็ตาม กลุ่มลูกค้าชุดแรกที่เคยได้ลิ้มรสอาหารของระบบก็โกรธเกินกว่าที่จะบรรเทาลงได้ บางคนถึงกับพูดเสียๆหายๆลงบนโซเชียลเน็ตเวิร์ก โดยพูดว่าร้านอาหารของฟางหนิงมีคุณภาพลดลงเป็นอย่างมาก

 

ถึงแม้ว่าลูกค้าใหม่จะไม่สามารถลิ้มรสความแตกต่างใดๆได้ก็ตาม

 

แต่อย่างไรก็ตาม ฟางหนิงไม่เคยคิดว่าเฉ่าหยิงจะเป็นข้อยกเว้น

 

หลังจากที่ทั้งสองคนได้ทำการแบ่งเงินที่ได้รับในช่วงสองสามสัปดาห์ที่ผ่านมานี้ กระเป๋าสตางค์ของพวกเขาก็หนาขึ้นมามาก และเห็นได้อย่างชัดเจนว่า พวกเขาคงไม่ต้องกังวลเรื่องเงินอีกต่อไป ตอนนี้ทั้งคู่เดินออกจากบ้านเช่าเพื่อไปเช่าอพาร์ตเมนต์คนละแห่งที่อยู่ใกล้ๆกับร้านอาหาร ซึ่งพวกเขาจะได้สนุกกับชีวิตที่ห่างไกลจากความวุ่นวายกันเสียที

 

อย่างไรก็ตาม เมื่อรสชาติอาหารในร้านถูกเปลี่ยนเป็นเวอร์ชั่นใหม่ และเฉ่าหยิงก็รู้ว่าเธอจะไม่สามารถทานอาหารที่แสนอร่อยได้อีก เธอจึงไปทานอาหารที่อพาร์ตเมนต์ของฟางหนิงอยู่บ่อยๆ

 

หากไม่ใช่เพราะระบบยืนยันว่าผู้หญิงและผู้ชายควรอยู่ห่างจากกัน และปฏิเสธคำขออาศัยอยู่ร่วมกันของเธอแล้ว (ฟางหนิงได้พยายามคัดค้านต่อการตัดสินใจของระบบ) พวกเขาทั้งสองคนอาจจะยังอาศัยอยู่ด้วยกันต่อไปก็ได้

 

แม้จะเป็นเช่นนั้น เฉ่าหยิงก็ย้ายออกจากอพาร์ตเมนต์ใหม่ของเธอ และไปอยู่ที่อพาร์ตเมนต์ฝั่งตรงข้ามของฟางหนิงแทน เพราะเธออยากกินอาหารที่แสนอร่อยและเหตุผลอื่นๆอีกมากมาย

 

ฟางหนิงเป็นคนขี้เกียจที่ชอบเล่นเกมเหนือสิ่งอื่นใดในชีวิต และภูมิคุ้มกันของเขาที่มีต่อความงามก็ค่อนข้างแย่เช่นกัน โดยรวมแล้วฟางหนิงเป็นผู้ชายที่เต็มไปด้วยข้อบกพร่อง

 

ฟางหนิงมีจุดแข็งเพียงจุดเดียวนั่นก็คือ เขาเป็นคนที่รู้คุณคน เฉ่าหยิงยังเป็นคนที่เขารู้จักเป็นคนแรก แม้ว่าเธอจะชอบทำตัวเจ้าชู้กับผู้ชายที่ร่ำรวยก็ตาม แต่เธอก็เป็นคนที่มีจิตใจดี และเป็นคนที่มีความรับผิดชอบต่องานด้วยเช่นกัน และเธอก็มีความสวยที่สามารถใช้เป็นประโยชน์ได้อีกด้วย ดังนั้นฟางหนิงจึงไม่มีความคิดที่จะหลบหน้าเธอ เมื่อตอนเธอมาหาเขาอยู่เป็นประจำ

 

สำหรับความเป็นไปได้ในการเปิดเผยความลับของเขานั้น ฟางหนิงทำได้แค่หัวเราะออกมาเท่านั้น ถ้าหากเขาไม่สามารถซ่อนความลับจากผู้หญิงที่ไม่เป็นอันตรายต่อชีวิตของเขาได้ แล้วเขาจะซ่อนความลับจากคู่แข่งที่แข็งแกร่งในอนาคตได้อย่างไรกัน?

 

 

หนึ่งเดือนผ่านไป และในเวลานี้ฟางหนิงได้พัฒนาร้านอาหารเช้าของเขาให้กลายเป็นร้านอาหารที่เปิดตลอดทั้งวัน นอกจากนี้ เขายังเข้าร่วมกับห่วงโซ่ทั้งแปดที่อยู่ภายในเมือง ร้านอาหารของเขาทั้งหมดอยู่ในส่วนที่คึกคักที่สุดของเมือง ซึ่งทุกคนต่างเป็นผู้มีอำนาจในแต่ละพื้นที่ และยังมีภูมิหลังเป็นที่น่านับถือ ซึ่งทุกคนเข้าหาฟางหนิงเพื่อหาโอกาสในการร่วมมือ ข้อเสนอทั้งหมดของพวกเขามีรายละเอียดเป็นเช่นเดียวกันทั้งหมด และไม่มีใครที่ทำให้เขารู้สึกว่า เขาถูกบังคับหรือถูกคุกคามเพื่อให้เขายอมร่วมมือด้วยเลยสักคนเดียว

 

ฟางหนิงเองก็ไม่ได้ปฏิเสธข้อเสนอของพวกเขาด้วยเช่นกัน และในตอนนี้ร้านอาหารของพวกเขาก็ถูกเรียกเป็น “ห่วงโซ่อาหารที่แสนอร่อยของฟาง”

 

สำหรับฟางหนิงในตอนนี้ เขาไม่จำเป็นต้องทำหรือดูแลอะไรมากมาย ทุกสิ่งที่เขาต้องทำในแต่ล่ะวันก็คือ การจัดหาเครื่องปรุงรสของระบบให้กับร้านอาหารในห่วงโซ่ และเก็บเกี่ยวผลกำไรจากการขายอาหารในร้านต่างๆ โดยไม่จำเป็นต้องทำหรือดูแลอะไรมากเกินไป

 

แต่รายได้แค่นี้มันก็มากเกินพอแล้ว ในเดือนแรกของการทำธุรกิจกับห่วงโซ่ทั้งแปด ฟางหนิงได้รับรายได้มาถึง 16 ล้าน … หุ้นส่วนธุรกิจของเขามีความสุข คนงานของเขามีความสุข ลูกค้าของเขามีความสุข และระบบก็มีความสุข…

 

อย่างไรก็ตาม ภายในไม่กี่วันนี้ ไม่ว่าระบบจะทำงานหนักแค่ไหนในการใช้ความยุติธรรม และการปล้นทรัพย์สินจากพวกเหล่าอาชญากร แต่ของขวัญที่ดีที่สุดที่จะได้รับคือ เงินแค่ห้าหมื่นเหรียญเท่านั้น เมื่อเปรียบเทียบกับเวลาที่ทั้งสองฝ่ายใช้ไปกับการหารายได้แล้ว ทำให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างทั้งสองการกระทำได้อย่างชัดเจน

 

ฟางหนิงไม่ได้แปลกใจอะไรเลยสักนิด เพราะอย่างไรก็ตาม ประวัติศาสตร์ได้พิสูจน์ให้เห็นมาเสมอแล้วว่า การหาเงินผ่านธุรกิจและการซื้อขาย มีประสิทธิภาพมากกว่าการแค่ขโมยเงิน

 

แม้ว่าสิ่งที่ระบบกำลังทำอยู่ในขณะนี้ จะสามารถนับได้ว่าเป็นรูปแบบของธุรกิจและการค้า แต่เนื่องจากระบบไม่เต็มใจที่จะเพิ่มผลผลิตของเครื่องปรุงรส นี่จึงเป็นเรื่องยากที่จะหารายได้เพิ่มมากขึ้น

 

แม้ว่าในก่อนหน้านี้ ระบบจะใช้เวลาสองชั่วโมงในการทำอาหารทุกวัน แต่ทุกวันนี้ในช่วงเวลาพักเบรก ระบบจะปรุงรสเพียงแค่ครึ่งชั่วโมงเท่านั้น ซึ่งเขาไม่สามารถทำอะไรได้ เพราะระบบต้องการใช้เวลาในการทำสมาธิมากกว่าการหารายได้อยู่เสมอ

 

และด้วยปริมาณของเครื่องปรุงรสที่ระบบกำลังทำอยู่ในขณะนี้ การจะทำให้มันเพียงพอต่อร้านอาหารถึงแปดแห่งนั้น ก็คือขีดจำกัดของระบบแล้ว

 

อย่างน้อยฟางหนิงก็เป็นคนประเภทที่มีความสุขกับโชคชะตาเล็กๆน้อยเช่นนี้เสมอ และเงินที่เขาได้รับในแต่ละเดือนนั้น ก็มากเกินพอที่จะสนองความต้องการของเขาแล้ว

 

ยิ่งไปกว่านั้น ดูเหมือนว่าระบบก็ไม่เต็มใจที่จะทำงานหนักมากขึ้นด้วยเช่นกัน เห็นได้อย่างชัดว่า รายได้ที่พวกเขาได้รับในตอนนี้ ก็เพียงพอสำหรับระบบด้วยเช่นกัน

 

สำหรับสิ่งของที่ระบบได้ใช้จ่ายไปนั้น มันเป็นวัสดุมากมายที่ซ้อนทับกันอยู่ทุกวันในพื้นที่มิติของระบบ มันเป็นพวกไม้คุณภาพสูง, หนังคุณภาพสูง, เหล็กคุณภาพสูง, ยา และสมุนไพรราคาแพงอีกหลากหลายประเภท … ถึงแม้ว่าฟางหนิงจะไม่เข้าใจว่า ทำไมระบบถึงใช้เงินกับสิ่งของเหล่านี้ แต่อย่างน้อยเขาก็รู้ว่าเงินไปอยู่ที่ไหนหมด

 

นอกจากนี้ ระบบยังได้ซื้อทุกอย่างอย่างถูกกฎหมาย ดังนั้นมันจึงไม่มีความเสี่ยงในการถูกค้นพบอะไรที่ผิดปกติ ใครจะรู้กันล่ะว่าโลกอาจจะเปลี่ยนแปลงไปตามที่พวกเขาคาดเดา ดังนั้นในฐานะเศรษฐีหน้าใหม่อย่างเขาแล้ว การสะสมสิ่งของพวกนี้อาจจะมีไว้ใช้ในกรณีนี้ใช่ไหม?

 

บวกกับการมาถึงของข่าวดีที่สุด ทำให้ฟางหนิงไม่ต้องเป็นห่วงระบบอีกต่อไป

 

เนื่องจากข้อเท็จจริงที่ว่า พวกเขาจะไม่ถูกเปิดเผยในฐานะศาลเตี้ย และรายได้ของพวกเขาก็ยังเพิ่มขึ้นทุกวัน ระบบที่ยึดร่างของฟางหนิงจึงได้ใช้คะแนนค่าประสบการณ์ที่แสนหายากมาใช้เพื่อติดตั้งการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตแบบเรียลไทม์ ในร้านอินเทอร์เน็ตที่ตั้งอยู่ในพื้นที่มิติของระบบ

 

อย่างไรก็ตาม ระบบได้เตือนฟางหนิงเอาไว้ว่า ฟีเจอร์นี้ต้องใช้คะแนนค่าประสบการณ์ ดังนั้นนี่จึงเป็นการเสียสละครั้งยิ่งใหญ่ของระบบ

 

ฟางหนิงพยักหน้าขณะท่องอินเทอร์เน็ต ในขณะที่เขารู้ว่า ระบบได้เห็นคุณค่าของการกระจายงานที่เท่าเทียมกัน เขาจึงสัญญากับระบบว่า เขาจะใช้จินตนาการของเขาต่อไปเพื่อช่วยเหลือระบบแก้ไขปัญหาทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นปัญหาใหญ่หรือเล็กก็ตาม

 

หลังจากที่เขาตอแหลใส่ระบบ ฟางหนิงก็แอบเปิดเกมออนไลน์ขึ้นมา เมื่อเกมบู๊ตหน้าจอขึ้นมา ฟางหนิงก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก เมื่อมองเห็นภาพหน้าจอที่แสนคุ้นเคย

 

“ในที่สุด ฉันก็สามารถเล่นเกมเพื่อเติมเต็มหัวใจของฉันได้สักที ไม่ ไม่ ไม่ใช่สิ ในที่สุดฉันก็สามารถร่างแผนให้กับระบบได้ดีขึ้นมากกว่าก่อนหน้านี้แล้ว เฮ้อ การค้นหาข้อมูลเป็นเรื่องที่ยากมากจริงๆ ฉันจำเป็นที่จะต้องเข้าไปยังเว็บไซต์ต่างประเทศซะด้วยซ้ำ อย่างน้อยฉันก็ยังสามารถดูได้ว่า ต่างประเทศกำลังทำอะไรกันอยู่ และบางทีฉันอาจจะสามารถเรียนภาษาอังกฤษได้อย่างถูกต้องด้วยเช่นกัน (ซึ่งจะทำให้ฉันเล่นเกมต่างประเทศได้ง่ายขึ้น)” หลังจากที่ฟางหนิงตอแหลออกไป เขาก็รู้สึกได้ว่า เขาเกือบที่จะเปิดเผยความคิดของเขามากเกินไปแล้ว

 

เขาเตือนตัวเองอย่างเงียบๆว่าไม่ควรพูดก่อนคิด แม้ว่ามันจะสามารถเป็นไปได้ในการหลอกลวงระบบ แต่เขาก็ไม่ควรทำมันอย่างชัดเจนมากเกินไป

 

โชคดีที่ระบบกำลังยุ่งวุ่นวายกับการจับคนร้ายอยู่ จึงไม่ได้ยินสิ่งที่เขาเพิ่งพูดออกไป ถ้าไม่อย่างนั้นแล้วล่ะก็ คำพูดของฟางหนิงอาจจะทำให้การเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตของเขาขาดหายไปก็ได้ ระบบนั้นโหดร้ายมาก เพื่อที่จะเป็นผู้อยู่รอดเพียงหนึ่งเดียวแล้ว มันจะไม่เสียเวลาหรือความพยายามในการทำให้ตัวมันเติบโตและแข็งแกร่งไปเลยแม้แต่นิดเดียว ใครก็ตามที่กล้าดูถูกระบบ มันต้องเป็นคนโง่อย่างแน่นอน