0 Views

ฟางหนิงหยิบยกคำถามนี้ขึ้นมาหลังจากที่เขาครุ่นคิดอยู่สักพัก เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่มีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เขากังวลว่าระบบอาจจะไม่เข้าใจถึงสถานการณ์ในปัจจุบันได้

 

แต่หลังจากที่ระบบได้ยินคำถามของเขาแล้ว ระบบก็เงียบไปนาน โดยที่ไม่พูดอะไรออกมาสักคำ

 

ฟางหนิงรู้สึกเสียใจเป็นอย่างมาก ถ้าเขาเป็นสาเหตุที่ทำให้ระบบมีปัญหาจนพังทลายลง ถ้าอย่างนั้นเขาจะเป็นอัมพาตไปตลอดชีวิตที่เหลืออยู่หรือไม่?

 

ต้องขอบคุณที่ระบบไม่ใช่ซอฟต์แวร์เกรดสาม(ระดับต่ำ)ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยฟางหนิง ซึ่งฟางหนิงจำเป็นที่จะต้องปรับปรุง และพัฒนาระบบอย่างต่อเนื่อง หลังจากผ่านไปสักครู่ก็มีปฏิกิริยาตอบสนองกลับมา

 

“มันไม่ง่ายอย่างที่คุณคิด ฉันเองก็ไม่แน่ใจเกี่ยวกับเหตุผลในเรื่องนี้เช่นกัน ทั้งหมดที่ฉันรู้ก็คือว่า กฎนี้ถูกกำหนดไว้ให้ฉันก่อนที่จะถูกติดตั้งซะอีก ฉันสามารถได้รับพลัง ถ้าฉันทำตามกฎเท่านั้น ไม่มีทางที่ฉันจะสามารถได้รับพลังมาอย่างง่ายดาย สิ่งที่ฉันเห็นได้ก็คือว่า ในอนาคตที่แสนมืดมนเช่นนี้ หนทางเดียวที่ฉันจะสามารถมีชีวิตรอดอยู่ได้ก็คือ ฉันต้องทำงานให้หนักอยู่ตลอดเวลา ช่วงเวลาแห่งการปลดปล่อยที่ฉันมอบให้กับนาย นายก็ควรใช้มันอย่างถูกต้องเหมาะสมด้วยเช่นกัน นายไม่ควรที่จะเสียเวลาอันมีค่าไปแม้แต่วินาทีเดียว ถ้าฉันพบว่านายได้ใช้ช่วงเวลาแห่งการปลดปล่อยไปอย่างเสียเปล่าแล้วล่ะก็ ฉันจะเป็นคนยกเลิกช่วงเวลานี้เอง”

 

คำพูดที่งี่เง่าของระบบทำให้ฟางหนิงรู้สึกจนใจเป็นอย่างยิ่ง ในอนาคตมันจะเป็นสิ่งที่มืดมนจริงๆงั้นหรอ? ฟางหนิงไม่สามารถช่วยอะไรได้ เขาได้แต่จมลึกลงไปในความคิด

 

ทำไมในอนาคตถึงต้องมืดมนด้วยล่ะ?

 

ฉันจะไม่สามารถนอนหลับ, เล่นเกมส์ และอ่านนวนิยายได้อีกแล้วงั้นหรอ?

 

อนาคตที่ฉันไม่สามารถเล่นวิดีโอเกมและอ่านนวนิยายได้ ดูเหมือนจะเป็นอนาคตที่ไร้ค่าอย่างแน่นอน!

 

ฟางหนิงนิ่งเงียบ เขาจ้องมองไปที่เตาหลอมในโรงตีเหล็กที่สว่างไสวไปด้วยเปลวไฟที่ลุกโชติช่วง

 

เวลาได้ไหลผ่านไปเนิ่นนาน ก่อนที่ฟางหนิงจะเกิดแรงบันดาลใจขึ้นมาอย่างฉับพลัน ซึ่งถูกจุดประกายโดยเปลวไฟที่ราวกับเต้นรำในเตาหลอม

 

ใครเป็นคนตัดสินใจว่าเขาจะไม่สามารถเล่นวิดีโอเกมได้ หลังจากที่ร่างกายของเขาถูกยึดครองโดยระบบกันล่ะ?

 

ในฐานะที่เป็นสุดยอดของจอมขี้เกียจ ฟางหนิงได้ใช้เวลาว่างของเขาในการเล่นเกม และอ่านนวนิยายเท่านั้น

 

วันชาติจีนในช่วงโกลเด้นวีคเป็นวันหยุดที่เขาโปรดปรานมาตั้งแต่ที่เขาได้เริ่มทำงาน เพราะเขาสามารถใช้เวลาทั้งสัปดาห์อย่างขี้เกียจภายในห้องเพื่อเล่นวิดีโอเกม หรืออ่านนวนิยายโดยไม่ต้องเหยียบเท้าแม้แต่ข้างเดียวออกจากห้องของเขา เวลาเดียวที่เขาออกจากห้องก็คือ เวลาที่เขาต้องออกไปหาอะไรกินเพียงเท่านั้น

 

“โอ้ ท่านระบบที่เยี่ยมยอด ทาสรับใช้ที่ต่ำต้อยคนนี้ได้พยายามอย่างดีที่สุดในการหาเส้นทางตั้งสองเส้นทางเพื่อใช้ในการหารายได้ และค่าประสบการณ์ให้กับนายแล้ว ตราบเท่าที่นายดำเนินตามแผนการของฉันในการหารายได้ผ่านช่องทางอุตสาหกรรมการทำอาหาร และได้รับค่าประสบการณ์จากการล่อลวงเหล่าอาชญากรทั้งหลาย ประสิทธิภาพและความแข็งแกร่งของนายจะเพิ่มขึ้นอีกเป็น 10 เท่า นายเห็นไหมว่าฉันมีส่วนร่วมในเรื่องนี้มากแค่ไหน ดังนั้นนายจะไม่ให้รางวัลฉันล่วงหน้าหน่อยงั้นหรอ?”

 

ระบบได้เงียบลงไปชั่วครูก่อนที่จะตอบกลับมา

 

“ของรางวัลล่วงหน้าที่คุณต้องการคืออะไร?”

 

“เนื่องจากนายสามารถสร้างโรงตีเหล็กในพื้นที่มิติแห่งนี้ได้ งั้นเป็นไปได้ไหมที่จะทำร้านอินเทอร์เน็ตเพื่อฉัน? ไม่จำเป็นต้องเป็นร้านที่ใหญ่โตมากนัก เพียงแค่มีพื้นที่ที่ใช้วางคอมพิวเตอร์สักเครื่องสองเครื่องก็พอ” ฟางหนิงตอบกลับไปอย่างรวดเร็วโดยทันที

 

“ฝันไปเถอะ!”

 

น้ำเสียงที่ดังออกมานั้น เกินพอที่จะถ่ายทอดความตั้งใจของระบบออกมาแล้ว

 

“เดี๋ยวสิ อย่างน้อยก็ให้ฉันพูดให้จบก่อน ฉันไม่ได้ใช้มันในการเล่นเกมนะ แต่เราสามารถทำงานร่วมกันได้เมื่อถึงเวลานั้น ฉันสามารถใช้มันเพื่อจำลองการต่อสู้ (เล่นวิดีโอเกม) วิเคราะห์ประสบการณ์ของผู้อื่น (อ่านนิยายออนไลน์และข่าวออนไลน์) และออกแบบแผนการขั้นสุดท้ายในอนาคตของพวกเรา (การพูดมันง่าย แต่การลงมือทำนั้นมันยาก) นายสามารถใช้ร่างกายของฉันเพื่อขจัดเหล่าอาชญากรและหารายได้ (เป็นนักวิ่งจู่โจม) และนายยังสามารถลดช่วงเวลาในการปลดปล่อยของฉันลงไปครึ่งหนึ่งได้ด้วย เมื่อเทียบกับตอนที่นายทำงานคนเดียวแล้ว การทำงานร่วมกันจะไม่เพิ่มประสิทธิภาพของเราขึ้นเป็น 2 เท่างั้นหรอ?”

 

ระบบนี้ขาดแคลนสติปัญญาอย่างแท้จริง สิ่งที่ฟางหนิงพูดออกไปทั้งหมดก็เพื่อทำให้ระบบคิดว่า เขาหาวิธีการเพิ่มประสิทธิภาพให้กับมันได้ แต่ที่ไหนได้เขากลับมีเจตนาเพื่อตัวเองทั้งนั้น!

 

[ระบบกำลังประมวลผล … ]

 

ฟางหนิงมั่นใจในความรู้ความเข้าใจของระบบ ไม่นานมากนัก การแจ้งเตือนที่เขาคาดหวังก็ปรากฏขึ้นมา

 

[ระบบได้ยอมรับข้อเสนอแนะของคุณเกี่ยวกับการเพิ่มประสิทธิภาพ ระบบได้ตัดสินใจที่จะเปิดสถานที่แบบสแตนด์อโลนในพื้นที่มิติของระบบ – ร้านอินเทอร์เน็ต คอมพิวเตอร์และแหล่งจ่ายไฟฟ้าสามารถวางไว้ที่นี่ได้ หลังจากที่คุณซื้อมาจากภายนอกแล้ว แต่เนื่องจากในตอนนี้ระบบยังไม่มีแต้มค่าประสบการณ์ที่มากพอ ดังนั้นระบบจึงไม่สามารถเชื่อมต่อกับระบบอินเทอร์เน็ตภายนอกได้]

 

“งั้นเราจะรออะไรกันอยู่ล่ะ ระบบ พวกเราไปกันเถอะ ถึงช่วงเวลาแห่งความยุติธรรมแล้ว! ระบบให้ฉันดูแผนที่ของนายด้วย ฉันต้องวางแผนเส้นทางที่จะใช้เดินทาง อย่าลืมเตรียมเสื้อผ้าและเปลี่ยนแปลงรูปลักษณ์ด้วยล่ะ การเปลี่ยนรูปลักษณ์ของนายจะไม่เพียงพอ ถ้านายไล่จับเหล่าอาชญากรมากเกินไป นอกจากนี้ มันยังมีปัญหาเรื่องของลายนิ้วมือและดีเอ็นเออีกด้วย มันคงเป็นเรื่องที่เลวร้ายมาก ถ้าตัวตนที่แท้จริงของเราถูกเปิดโปง จนเชื่อมโยงไปยังตัวตนของศาลเตี้ย!

 

“ลองมองไปที่ตัวเองดูสิ นายจะมองเห็นข้อบกพร่องต่างๆมากมาย ถ้าฉันไม่ได้ให้คำแนะนำกับนาย และนายยังคงไล่จับคนร้ายอยู่แบบนี้ นายจะต้องติดอยู่ในคุกเป็นเวลาหลายอาทิตย์อย่างแน่นอน ถ้าเรื่องนี้เกิดขึ้นจริง นายคงได้แต่บอกลาการเพิ่มพลังหรืออะไรก็ตามไปได้เลย แน่นอนว่าสิ่งที่ฉันรู้ทั้งหมดนี้ ได้มาจากการอ่านสิ่งต่างๆบนอินเทอร์เน็ต ที่ฉันพูดมาทั้งหมดนี้ก็เพื่อให้นายสามารถเห็นด้วยตัวเองว่า ความสำคัญของการมีอินเทอร์เน็ตนั้นเป็นอย่างไร”

 

โดยไม่รับรู้เวลา ตอนนี้ก็มาถึงช่วงเวลาเที่ยงคืนแล้ว ถ้าเป็นช่วงเวลานี้ของเมื่อวาน ฟางหนิงก็คงนอนหลับสนิทไปแล้ว แต่ตอนนี้ฟางหนิงยังคงเฝ้าดูระบบอยู่ตลอดเวลา โดยไม่พูดอะไรออกมาสักคำ

 

ตอนนี้ระบบได้สร้างร้านอินเทอร์เน็ตในพื้นที่มิติของระบบขึ้นมาแล้ว ฟางหนิงแทบไม่เชื่อสายตาตัวเองว่ามันจะเป็นจริงตามที่เขาขอ อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนว่าคำพูดที่เขาเพิ่งบอกระบบไป ดูเหมือนว่ามันจะตรงจุด!

 

ระบบไม่ค่อยเข้าใจความคิดของโฮสต์สักเท่าไหร่ ในบางครั้งระบบก็รู้สึกว่าโฮสต์นั้นเป็นคนเฉื่อยชา ราวกับขาของเขาถูกฉุดรั้งเอาไว้ แต่บางครั้งระบบก็เห็นคำพูดที่มีเหตุผลของโฮสต์ด้วยเช่นกัน

 

ในขณะที่ระบบยังคงสับสน ฟางหนิงได้ยึดครองแผนที่ของระบบ และวางแผนเส้นทางที่ดีที่สุดเพื่อการลงมือดำเนินการในคืนนี้ ระบบลืมความกังวลของตัวเองหลังจากที่เห็นฟางหนิงวางแผนเส้นทางเสร็จเรียบร้อยแล้ว มันต้องการที่จะตามล่าตัวอาชญากรให้เสร็จเรียบร้อยก่อน จากนั้นจึงค่อยมาทำความเข้าใจเกี่ยวกับตัวโฮสต์ใหม่อีกครั้ง…

 

 

ในเวลาเดียวกันนั้น เฉ่าหยิงได้กลับไปที่ห้องเช่าของเธอ ท้องของเธอส่งเสียงดังครืดคราดออกมาด้วยความหิวโหย ถึงแม้ว่าเธอจะรู้สึกหิวเพียงเล็กน้อยก็ตาม หลังจากที่เธอใช้เวลาทั้งวันในสถานที่ที่มืดมิดเพื่อบันทึกถ้อยคำ, ลงนามในเอกสาร, บันทึกรอยนิ้วมือ, ตรวจสอบเลือด และดีเอ็นเอของเธอแล้ว สิ่งเหล่านี้ทำให้เธอแทบหมดแรง

 

โชคดีที่เรื่องแย่ๆเหล่านี้มันจบลงแล้ว แต่ทุกครั้งที่เธอหลับตาลง สิ่งที่เธอเห็นก็คือศพที่ตายด้วยดวงตาที่เปิดกว้างอยู่ และผู้ชายที่เข้ามาช่วยชีวิตเธอเอาไว้ เงาของพวกเขาได้สอดแทรกเข้ามาในใจเธอ และเธอรู้สึกราวกับว่า เธอยังคงอยู่ในที่เกิดเหตุ และอาชญากรสามารถปรากฏตัวออกมาเวลาใดก็ได้

 

แต่ในเวลานี้ ห้องเช่าของเธอมันเงียบสงบซะเหลือเกิน โดยปกติในช่วงเวลานี้เธอจะสามารถได้ยินเสียงวิดีโอเกมจากห้องข้างๆ เธอคิดในใจว่าผู้ชายคนนั้นอาจจะคิดว่าเธอกำลังนอนหลับอยู่ และรู้สึกเกรงใจเธอ เขาเลยเลือกที่จะใส่หูฟัง ไม่เพียงแต่แค่ไม่มีเสียงเท่านั้น ห้องของเขายังไม่มีแสงไฟเล็ดลอดออกมาจากใต้ประตูเลย!

 

หรือว่าคนที่เช่าบ้านอยู่กับเธอดูเหมือนว่าจะยังไม่มา ดังนั้นในคืนนี้ เฉ่าหยิงจึงอยู่ในบ้านเช่าเพียงคนเดียว (คือมันเป็นบ้านหนึ่งหลังซึ่งมีหลายห้องปล่อยให้เช่า ซึ่งมีห้องครัว, ห้องนั่งเล่นที่ใช้ด้วยกัน)

 

ทันใดนั้น เธอก็คิดถึงผู้ชายคนนั้นอย่างแปลกประหลาด อย่างน้อยเมื่อเขาอยู่รอบๆภายในบ้านหลังนี้ เธอก็รู้สึกปลอดภัยมากยิ่งขึ้น อย่างน้อยเธอก็ค่อนข้างแน่ใจเกี่ยวกับตัวตนของผู้ชายคนนั้น เขาเป็นคนซื่อสัตย์และมีอัธยาศัยดี เขาไม่เคยทำตัวเจ้าชู้กับเธอเลยแม้แต่ครั้งเดียว ในช่วงเวลาสองปีที่เธอเช่าห้องนี้ เธอไม่เคยได้ยินเขาพูดมากกว่าสองสามประโยคเลย

 

‘ลืมมันไปดีกว่า’ เธอกำลังไปรวบรวมอาหารและขนมขบเคี้ยวไว้สำหรับการท่องอินเทอร์เน็ตในช่วงดึก บางทีเธออาจจะสามารถใช้ช่วงเวลายามค่ำคืนในการชมภาพยนตร์บางเรื่อง ในขณะที่เธอวางแผนสำหรับค่ำคืนนี้ได้แล้ว เฉ่าหยิงก็เดินไปเปิดไฟทั้งหมดภายในบ้าน เมื่อภายในบ้านสว่างไสวไปด้วยแสงไฟ ในที่สุดเธอก็รู้สึกปลอดภัยขึ้นมา

 

เมื่อเธอเดินไปที่ห้องครัว เธอก็รู้สึกกระปรี้กระเปร่าขึ้นมาทันที กลิ่นหอมจางๆของอาหารทำให้ความกระหายของเธอดีขึ้นมาเล็กน้อย

 

 

“ฟางหนิง”กลับไปที่บ้านเช่าของเขาด้วยความเหนื่อยล้า หลังจากที่จับกุมอาชญากรมาตลอดทั้งคืน ในตอนนี้มันก็เป็นเวลาตี 4 แล้ว เขาไขกุญแจประตูหน้าบ้านและเดินผ่านห้องนั่งเล่นที่สว่างไสว เสียงปืนกลและเสียงปืนใหญ่จากลูกระเบิดดังขึ้นเบาๆจากห้องถัดจากเขา

 

(“ฟางหนิง” ถ้ามี “ ” ตรงชื่อคือระบบเป็นคนควบคุมอยู่นะครับ)

 

“นายกลับมาแล้วหรอ?” ประตูห้องที่อยู่ถัดจากเขาเปิดออกมาอย่างฉับพลัน และยื่นหัวที่สวยงามของเธอออกมา เมื่อเห็นว่าเป็นฟางหนิง เธอก็ถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก

 

“ฟางหนิง”จ้องมองไปที่เธอโดยไม่พูดอะไรสักคำ และกำลังจะเดินเข้าห้องของเขา

 

“เฮ้ นายเป็นคนทำอาหารที่อยู่ในห้องครัวใช่ไหม? ฉันกินเรียบร้อยแล้ว และรสชาติของมันก็อร่อยมากๆเลย ฉันจะไม่โกรธที่นายใช้ไข่, หัวหอม และกระเทียมที่ฉันซื้อมาหรอกนะ” หญิงสาวคนนี้ดูเหมือนกำลังอธิบายบางอย่างให้เขาฟัง แต่เขากลับรู้สึกเหมือนกับว่า เธอกำลังมองหาบางสิ่งบางอย่างเพื่อที่จะพูดคุยกับเขา

 

“ฟางหนิง”หยุดการกระทำทุกอย่างของเขาโดยฉับพลัน และหันไปสแกนเธอจากหัวจรดเท้าก่อนที่จะถามออกมา “ถ้ารสชาติมันอร่อยจริงๆ ถ้าอย่างนั้นเธอสนใจมาร่วมลงทุนเปิดร้านอาหารเช้ากับฉันไหม?”

 

เฉ่าหยิงกำลังจะตอบปฏิเสธกลับไปด้วยสัญชาตญาน แต่เมื่อเธอนึกย้อนกลับไปถึงรสชาติอาหารของเขาว่ามันอร่อยมากขนาดไหน เธอก็พยักหน้าตอบตกลงทันที และพูดออกมา “ฉันสนใจ ตราบเท่าที่ฉันได้กินอาหารเช่นนั้นทุกวัน”

 

เธอไม่ใช่คนโง่ เธอรู้คุณค่าของอาหารในเมืองสมัยใหม่เช่นนี้เป็นอย่างดี

 

“เยี่ยมมาก เธอควรไปนอนได้แล้ว การนอนดึกไม่เป็นผลดีสำหริบผิวหนัง”

 

เมื่อได้ยินคำพูดของฟางหนิง เฉ่าหยิงก็รู้สึกสัมผัสได้ถึงความห่วงใยของเขาขึ้นมาเล็กน้อย และเธอกำลังอ้าปากจะพูดขอบคุณเขา แต่ฟางหนิงก็ยังคงพูดออกมาอย่างต่อเนื่อง “ถ้าเธอสูญเสียรูปลักษณ์ที่ดีของตัวเองไป ฉันอาจจะพิจารณาถึงการเปลี่ยนคู่ค้าทางธุรกิจก็เป็นได้”

 

‘บัดซบ! ไม่อยากเชื่อว่านายต้องการให้ฉันเป็นคู่ค้าทางธุรกิจเพราะรูปลักษณ์ของฉัน!’

 

‘แต่อย่างน้อยนายก็สามารถทำอาหารที่ดี และมีรสชาติที่อร่อยออกมาได้ล่ะนะ แต่การใช้ผู้หญิงที่สวยงามเป็นคู่ค้าทางธุรกิจเป็นความคิดที่โง่เง่ามาก’

 

เฉ่าหยิงมองไปยังรูปลักษณ์ของฟางหนิงและตระหนักได้ว่า หลังจากที่เขาดูแลตัวเองให้สะอาดเรียบร้อยแล้ว เขาก็ค่อนข้างเป็นคนที่หล่อมากเลยทีเดียว

 

คืนเมื่อวานนี้ เมื่อเธอได้พบเขาก่อนที่เธอจะออกไปเดท เธอก็คิดเช่นนี้ด้วยเหมือนกัน และตอนนี้เธอก็ยังรับรู้ว่าฟางหนิงสามารถทำอาหารได้อร่อยเป็นอย่างมาก เฉ่าหยิงรู้สึกว่าเขาเป็นตัวเลือกที่ไม่เลวเหมือนกัน!

 

ทันใดนั้น เธอก็รู้สึกถึงฉากที่น่าหวาดกลัวภายในใจของเธอขึ้นมาอย่างชัดเจน เธอจึงรีบเดินไปที่เตียง และล้มตัวลงนอนโดยทันที