0 Views

งูสไตเจียนสีดำนำศาลเตี้ย A ไปหาพี่น้องตระกูลเฉียวที่กำลังวิ่งเข้ามาหาพวกเขาเช่นกัน เมื่อมันเห็นเฉียวซีเจียง มันรีบไปซ่อนตัวอยู่ด้านหลังของศาลเตี้ย A อย่างรวดเร็ว ในขณะที่มันสัมผัสได้ถึงความดุร้ายของเฉียวซีเจียง

 

“ไม่ต้องพูดอะไรอีกแล้ว ฉันได้ยินทั้งหมดแล้ว” เฉียงซีเจียงพูดขึ้นมาในขณะที่เธอถือมีดสั้นพร้อมกับจ้องเขม็งไปที่งูสไตเจียนสีดำ “เสี่ยวหลง นายช่างมีความกล้าซะเหลือเกินนะ ตอนนี้นายมีคนระดับที่สูงกว่าให้พึ่งพิงแล้วงั้นสินะ ดังนั้นนายจึงพยายามที่จะทรยศเจ้านายคนเก่าเพื่อผลประโยชน์ส่วนตัวใช่ไหม?”

 

ศาลเตี้ย A โต้กลับไปทันที “เดี๋ยวก่อนนะแม่สาวน้อย ฉันมีสายตาที่ดีและยุติธรรมเป็นอย่างมาก งูสไตเจียนตัวนี้ไม่เคยทำความชั่วใดๆเลยในชีวิตของมัน ดังนั้นฉันจึงอยากปล่อยให้มันมีอิสระตามที่มันปรารถนา”

 

เฉียวซีเจียงไม่แปลกใจที่ได้ยินคำพูดเหล่านั้น อย่างไรก็ตามมีบางสิ่งบางอย่างได้กระตุ้นจิตใจของเธอ ซึ่งทำให้เธอต้องพูดออกมาทันที “ฉันไม่รังเกียจที่จะปล่อยมันไป แต่นั่นหมายความว่าคุณจะเป็นหนี้ฉันหนึ่งครั้ง อย่างไรก็ตามพี่ชายของฉันก็เป็นหนี้คุณอยู่เช่นกัน ดังนั้นก็ถือซะว่าตอนนี้เราไม่มีอะไรที่ติดค้างกันอีกต่อไป”

 

เฉียวซีซานที่อยู่ข้างๆเธอก็พูดขึ้นมาทันที “ซีเจียง เราไม่สามารถคิดแบบนั้นได้ ฮีโร่ การที่เราสองพี่น้องส่งเสี่ยวหลงมาหาคุณ ก็เพื่อต้องการสืบข้อมูลบางอย่าง ถึงแม้ว่ามันอาจจะไม่ยุติธรรมต่อคุณและไม่ใช่สิ่งที่ดีงาม แต่ฉันก็หวังว่าคุณจะให้อภัยกับเราด้วย และเนื่องจากคุณบอกว่าเสี่ยวหลงไม่ได้กระทำสิ่งชั่วร้าย ดังนั้นฉันก็จะให้อิสระตามที่มันต้องการ”

 

เมื่อได้ยินสิ่งนี้ เฉียวซีเจียงก็ไม่เต็มใจที่จะปล่อยผู้ช่วยที่แสนดีจากไปเช่นนี้ เพราะปีศาจรับใช้ตนอื่นมักจะงี่เง่าหลังจากที่ได้รับการบ่มเพาะแล้ว ดังนั้นปีศาจรับใช้ที่เฉลียวฉลาดและร้ายกาจเหมือนกับหลงฟ่าน มักจะหาได้ยากเป็นอย่างยิ่ง แต่เนื่องจากเธอไม่มีเบี้ยต่อรองอันอื่นเพื่อชดใช้หนี้ให้กับพี่ชายแล้ว เธอจึงต้องยอมทำตามคำขอของศาลเตี้ย A

 

ทันใดนั้น เธอก็รีบพูดกับงูสไตเจียนว่า “เสี่ยวหลง นายจะไม่ลองคิดดูดีๆอีกครั้งงั้นเหรอ ถ้านายติดตามฉันต่อไป เมื่อนายตายฉันก็ยังสามารถชุบชีวิตของนายได้นะ แต่ถ้านายเลือกที่จะเป็นอิสระแล้วล่ะก็ มันจะไม่มีใครสามารถชุบชีวิตของนายได้อีกต่อไป แม้ว่าฮีโร่คนนี้จะทรงพลังเป็นอย่างมาก แต่ฉันเกรงว่าเขาจะไม่รู้วิธีชุบชีวิตนาย”

 

เมื่อได้ยินสิ่งนี้ งูสไตเจียนก็กลอกตาไปมา “ฉันอยู่กับเธอต่อไปก็ได้ แต่ฉันต้องการได้รับการปฏิบัติอย่างเหมาะสม ฉันไม่ต้องการเป็นทาสของเธออีกต่อไป เธอฆ่าฉันอย่างไร้เหตุผลมาก่อน และถึงแม้ว่านั่นจะเป็นการกำจัดปีศาจงูตัวนั้น แต่ฉันก็ยังต้องการเงินชดเชยด้วยเช่นกัน นอกจากนี้ นับแต่นี้เป็นต้นไปฉันต้องการประกันชีวิต, ประกันสุขภาพ, ประกันการว่างงาน, การประกันการบาดเจ็บจากการทำงาน, ประกันการคลอดบุตร และกองทุนสะสมที่อยู่อาศัย และฉันยังต้องการวันหยุด 2 วันต่อสัปดาห์ โดยทำงาน 7 ชั่วโมงต่อวัน นอกเหนือจากนั้นฉันยังต้องการเงินเดือน 10000 หยวน เพราะถึงแม้ว่าฉันไม่ต้องกินและสามารถอยู่รอดได้ด้วยพลังงาน แต่การอ่านนิยายของฉันก็ยังคงต้องใช้เงินอยู่ดี…”

 

หลงฟ่านครุ่นคิดกับตัวเอง ‘หึ ฉันคนนี้จะได้รับการปฏิบัติที่แย่กว่างูขาวที่แสนอ่อนแอตัวนั้นได้อย่างไรกัน? เราต่างอ่อนแอเหมือนไก่ทั้งคู่ แต่งูขาวมีวันหยุด 2 วันต่อสัปดาห์ และทำงาน 8 ชั่วโมงต่อวัน ฉันฉลาดกว่ามันนิดหน่อย ดังนั้นฉันเลยสมควรได้รับการดูแลที่ดีกว่ามัน! อย่างน้อยฉันก็ทำงานน้อยกว่ามันตั้ง 1 ชั่วโมงต่อวัน!’

 

เฉียวซีเจียงกลายเป็นตะลึงงันทันที เธอไม่ควรส่งเจ้างูตัวนี้ไปหาข้อมูลเลย เธอควรจะส่งตัวที่โง่กว่านี้ไปแทน เธอได้เห็นสถานการณ์ในก่อนหน้านี้ และคำพูดของงูขาวที่ทำให้หลงฟ่านเจ็บใจมาแล้ว! แม้ว่าเป้าหมายของเธอในการค้นหาตัวตนของศาลเตี้ย A จะประสบความสำเร็จ แต่ตอนนี้เธอก็มีปัญหาเรื่องทาสตัวนี้ที่พยายามจะเพิกถอนสถานะทาสของตนเอง ซึ่งนี่ถือว่าเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่ของเธอ

 

เฉียวซีซานผงกหัว “อืม เนื่องจากนายไม่เคยทำบาปอะไรเลย ฉันจึงขอโทษแทนน้องสาวของฉันด้วย และคำขอของนายก็สมเหตุสมผลเป็นอย่างมาก ดังนั้นความต้องการของนายจะไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน”

 

เฉียวซีเจียงอ้าปากกว้าง เธอไม่มีทางเลือกอื่น เพราะเธอไม่สามารถต่อต้านพี่ชายของเธอได้ แต่สิ่งที่มันไม่รู้ก็คือว่า มันยังมีสิ่งที่เรียกว่าการทำงานล่วงเวลาอยู่! ซึ่งมันเป็นการทำงานฟรี!

 

เธอจึงเห็นด้วยทันที “ในเมื่อพี่ชายของฉันได้พูดไปแล้ว ฉันจะยอมรับคำขอของนายก็ได้ ดังนั้นรีบกลับมาที่นี่ได้แล้ว!”

 

งูสไตเจียนบินกลับไปที่ด้านของเฉียวซีเจียงอย่างมีความสุข

 

ด้วยการสะบัดมือของเธอ งูสไตเจียนก็ได้หายวับไปกลางอากาศ

 

ศาลเตี้ย A พูดขึ้นมาว่า “อ่า ทุกสิ่งทุกอย่างเรียบร้อยแล้วสินะ ตอนนี้ฉันก็ได้เวลากลับไปกินอาหารได้สักที”

 

เฉียวซีซานยกย่องเขา “คุณยอดเยี่ยมมากฮีโร่ เมื่อตอนคุณฆ่าสามพี่น้องตระกูลไป๋ คุณก็ได้ช่วยลบตราประทับยมทูตภายในใจฉันออกไป ฉันขอขอบคุณฮีโร่เป็นอย่างมากสำหรับสิ่งที่คุณได้ทำไป และหนี้บุญคุณครั้งนี้ไม่มีอะไรที่สามารถตอบแทนได้ อย่างไรก็ตามรากฐานของตระกูลไป๋ได้หยั่งลึกลงไปมาก และบรรชนตระกูลไป๋ก็ชอบทำตัวเหมือนเทพเจ้า ฉันกลัวว่าคุณจะตกอยู่ในหายนะในไม่ช้า หากคุณเห็นด้วยกับฉัน คุณสามารถปักหลักพักอยู่ที่บ้านของฉันได้ เพราะลุงของฉัน ‘เฉียวอันผิง’ ทรงพลังเป็นอย่างมาก จิตวิญญาณแห่งการต่อสู้และศิลปะการต่อสู้ของเขาก็ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น และเขายังเป็นที่เคารพนับถือของบรรพชนตระกูลไป๋อีกด้วย ดังนั้นฉันสามารถรับประกันได้เลยว่า คุณจะต้องปลอดภัยอย่างแน่นอน”

 

หลังจากที่เขาพูดจบ เขาคิดว่าศาลเตี้ย A อาจจะเห็นว่าข้อเสนอของเขาเป็นการดูแคลน หรือเขาอาจไม่สนใจมัน เนื่องจากสีหน้าที่ไร้อารมณ์เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเขา

 

แต่สิ่งที่เฉียวซีซานไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น แววตาของศาลเตี้ย A เต็มไปด้วยความสนใจ และลืมเรื่องการจากไป

 

ศาลเตี้ย A ถามขึ้นมาว่า “แล้วบรรพชนตระกูลไป๋แข็งแกร่งมากขนาดนั้นจริงเหรอ?”

 

เฉียวซีซานตอบกลับไป “ใช่แล้ว ในบรรดา 7 คนของหน่วยตรวจสอบความจริงที่ถูกมองว่าเป็นผู้ฝึกตนระดับมาสเตอร์ เขาถือว่าเป็นคนที่ทรงพลังที่สุด”

 

“”ถ้าอย่างนั้น เขาใหญ่กว่าคุณมากแค่ไหน?”

 

เฉียวซีฉานรู้สึกงุนงงกับคำถาม แต่ก็ยังตอบออกไป “ฉันอาจจะดูแก่ แต่ฉันเพิ่งมีอายุแค่ 25 ปีเอง อย่างไรก็ตามสำหรับบรรพชนตระกูลไป๋ เขาอาจจะมีอายุประมาณ 100 ปี หรือมากกว่านั้น”

 

“โอ้ ฉันไม่ได้สนใจเกี่ยวกับอายุของคุณ ฉันหมายถึงเมื่อเทียบกับพลังของคุณ ความแตกต่างระหว่างคุณกับเขามากขนาดไหน?’

 

ตอนแรกเฉียวซีซานคิดว่าศาลเตี้ย A อยากรู้อยากเห็นถึงความแตกต่างระหว่างรูปร่างหน้าตา และอายุของเขา เพราะโดยปกติเมื่อดูจากภาพลักษณ์ที่โตเป็นผู้ใหญ่ของเขาแล้ว ผู้คนส่วนใหญ่มักจะหลงคิดว่า เขาน่าจะมีอายุประมาณ 35 หรือ 36 ปี แต่ศาลเตี้ย A นั้นกลับแตกต่างออกไป เขาไม่สนใจในเรื่องอายุ แต่สิ่งที่เขาสนใจก็คือพลังของเขา!

 

เฉียวซีซานรู้สึกชอบศาลเตี้ย A ขึ้นมาทันที และตอบกลับไปอีกครั้ง “ฉันต้องขอโทษสำหรับความเข้าใจผิดด้วย ไม่มีใครรู้ถึงพลังที่แท้จริงของบรรพชนตระกูลไป๋ แต่เขาน่าจะไม่ต่างจากลุงของฉันมาก และฉันรู้เพียงแค่ว่าลุงของฉันทรงพลังมากกว่าฉันถึง 3 เท่า”

 

ภายในพื้นที่มิติของระบบ

 

ระบบได้พูดออกมาเป็นคนแรก “ดูเหมือนว่ามอนเตอร์ชื่อแดงที่ไม่ระบุชื่อ จะไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะฟาร์มเสียแล้ว ถ้าเฉียวซีชานไม่ได้โกหกเราล่ะนะ”

 

ฟางหนิงตกใจมาก “ในที่สุดเราก็ได้เจอกำแพงที่เราไม่สามารถปีนข้ามไปแล้วใช่ไหม? เราไปเก็บของแล้วรีบหลบหนีไปดีหรือไม่?”

 

“ไม่จำเป็นต้องทำเช่นนั้น ฉันบอกว่ามันยากที่จะฟาร์ม แต่ไม่ใช่เป็นไปไม่ได้ที่จะฟาร์ม รอจนกระทั่งหลังจากที่ฉันฝึกฝนจนเพิ่มระดับพลังมังกรไปถึงระดับกลางก่อน และหลังจากที่ฉันกินอาหารเพียงพอเป็นเวลาหนึ่งเดือนแล้ว ฉันแน่ใจว่าจะสามารถเผชิญหน้ากับบอสตัวนี้ได้อย่างแน่นอน ถ้าแย่ที่สุด มันอาจกลายเป็นการทดสอบความอดทนสี่ชั่วโมงหรือสี่สัปดาห์ แต่นั่นก็ไม่เป็นปัญหาสำหรับฉัน เพราะว่าฉันมีพลังงานสำรองเพียงพอ”

 

“นายพูดถูกแล้ว นอกจากนี้เรายังมีพื้นที่เก็บรักษาในพื้นที่มิติของระบบอยู่ ดังนั้นจึงสามารถเก็บอาหารและของใช้สิ้นเปลืองไว้ใช้ในการต่อสู้ระยะยาวได้ บรรชนตระกูลไป๋ไม่ใช่หุ่นยนต์ ดังนั้นความอดทนของเขาจึงมีจำกัด เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ฉันสงสัยว่าเขาอาจจะสามารถเอาชนะเราได้ เพราะฉะนั้นสนามรบไม่ควรเป็นสถานที่ที่มีพืชและน้ำ เพื่อที่เราสามารถกำจัดแหล่งที่มาในการเติมเต็มพลังงานของมันได้”

 

เฉียวซีซานสังเกตเห็นว่าศาลเตี้ยเหมือนตกตะลึง ในตอนแรกเขาคิดว่าศาลเตี้ย A คงรู้สึกตกใจ เมื่อรู้ซึ้งถึงพลังของบรรชนตระกูลไป๋ แต่สิ่งที่ศาลเตี้ย A พูดกลับมานั้น ไม่ใช่สิ่งที่เฉียวซีซานคาดหวังเอาไว้เลย

 

“ถ้าเป็นเช่นนั้น ช่วยฉันส่งคำท้าทายไปให้เขาหน่อยสิ ไปบอกเขาด้วยว่า ถ้าเขาอยากได้กระดูกของฉัน และต้องการล้างแค้นให้กับพวกหนูในตระกูลเขา เขาสามารถไปเจอฉันได้ที่ทะเลทรายตะวันตก มันกว้างมากพอสำหรับการต่อสู้เต็มรูปแบบ ทันทีที่เขามาถึง ฉันจะไปที่นั่นเมื่อฉันได้รับข้อความจากเขา ฉันไม่ต้องการให้การต่อสู้เกิดขึ้นที่อื่น เพราะฉันกลัวว่าจะเผลอทำร้ายผู้บริสุทธิ์คนอื่นๆ และเขาสามารถที่จะซุ่มโจมตีฉันในตอนนี้ได้เช่นกัน แต่ฉันแนะนำให้เขาคิดถึงลูกหลานของเขาก่อนที่จะทำเช่นนั้น เขาควรรู้ไว้ว่าการที่ฉันยังไม่ได้ไปที่ซ่อนตัวของเขา ไม่ได้หมายความว่าฉันไม่มีความสามารถมากพอที่จะไป”

 

เมื่อได้ยินสิ่งนี้ เฉียวซีซานก็ตกตะลึงเป็นอย่างมาก เพราะเขาเข้าใจว่าศาลเตี้ย A กำลังถ่ายทอดการท้าทายอย่างเห็นได้ชัด มังกรสามารถเปลี่ยนรูปร่างเป็นขนาดใดก็ได้ ดังนั้นการซุ่มโจมตีจึงไม่มีความหมายใดๆ

 

เขาแสดงความเคารพศาลเตี้ย A อีกครั้ง ก่อนที่จะพูดว่า “คุณเป็นฮีโร่ที่มีความเมตตาและใจดีมากจริงๆ ตั้งแต่ที่คุณไม่กลัวเขา ฉันจะรีบส่งสารท้าทายของคุณไปให้อีกฝ่ายโดยเร็วที่สุด”

 

“เยี่ยมมาก อย่างไรก็ตามคุณพูดผิดเรื่องที่คุณบอกว่า คุณไม่สามารถตอบแทนฉันได้”

 

เฉียวซีซานกลายเป็นงงงัน และหัวใจของเขาแทบจะตกลงไปที่ท้อง ศาลเตี้ย A จะถามอะไรที่เขาไม่สามารถพูดออกไปได้ใช่ไหม? เขากัดฟันขณะที่พูดออกมา “ถ้าฉันพอที่จะสามารถช่วยฮีโร่ผู้ยิ่งใหญ่ได้ คุณเพียงแค่พูดมันออกมา หากสิ่งที่คุณขอพอที่ฉันจะสามารถทำได้ ฉันจะช่วยคุณอย่างเต็มที่แน่นอน”

 

“โอ้ คือเรื่องมันเป็นอย่างนี้นะ เมื่อเร็วๆนี้เงินของฉันเหลือน้อยซะเหลือเกิน…”

 

เฉียวซีซานกลายเป็นมึนงง แต่จากนั้นเขาก็เหลือบมองน้องสาวของเขา เฉียวซีเจียงจึงรีบหยิบบัตรทองจากกระเป๋าของเธอออกมา ราวกับว่าเธอคาดหวังคำนี้ไว้นานแล้ว

 

“ฮีโร่ผู้ยิ่งใหญ่ มีเงินอยู่ในบัตรนี้ไม่มากเท่าไหร่ มันมีเงินอยู่ประมาณ 50 ล้าน และรหัสผ่านของบัตรคือ 111111 คุณสามารถถอนเงินในบัตรนี้ได้ตามที่ต้องการ” น้ำเสียงของเฉียวจีเซียงในขณะที่เธอพูดออกมานั้นเต็มไปด้วยความโล่งใจ โชคดีที่ศาลเตี้ย A ต้องการให้พี่ชายของเธอตอบแทนบุญคุณด้วยเงิน

 

บัตรทองดูเหมือนจะมีปีกงอกเงยขึ้นมา เมื่อจู่ๆมันก็บินเข้าไปในมือของศาลเตี้ย A ก่อนที่เธอจะผ่านส่งมอบไปให้กับเขา จากนั้นมันก็หายไปในพริบตา

 

จากนั้นศาลเตี้ย A ก็พูดขึ้นมา “ฉันเห็นว่ามันเป็นเรื่องจริงที่คนจากหน่วยตรวจสอบความจริงนั้นใจดีมากกว่าคนจากหน่วยกิจการพิเศษซะอีก อย่าลังเลที่จะติดต่อฉันในอนาคตเกี่ยวกับเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการกำจัดสิ่งชั่วร้ายล่ะ! ไอดี QQ ของฉันคือ XXXXXXXX และวีแชทของฉันคือ XXXXXXXXXXXX …”

 

เมื่อได้ยินสิ่งนี้ ดวงตาของเฉียวซีซานเปล่งประกายขึ้นมาทันที ราวกับเขาได้รับการเติมเต็มความปรารถนา เขาพยักหน้าอย่างรวดเร็วและพูดขึ้นมาทันที “ฉันจะแอดคุณไปตอนนี้เลย เมื่อไม่นานมานี้มีอุบัติเหตุเกิดขึ้นมากมาย เห็นได้ชัดว่าพวกคนระดับสูงกำลังเตรียมพร้อมที่จะเข้าพบกับสมาคมราชาวิญญาณเพื่อหารือเกี่ยวกับวิกฤตหนูยักษ์ หากจำเป็นต้องมีการดำเนินการช่วยเหลืออื่นๆ เราอาจต้องให้คุณเป็นคนช่วย”

 

หลังจากบันทึกช่องทางการติดต่อของกันและกันแล้ว ทั้งสามคนก็แยกทางกัน

 

เมื่อสังเกตเห็นสีหน้าอันร่าเริงบนใบหน้าน้องสาวของเขา ขณะที่พวกเขาแยกย้ายกันจากไป เฉียวซีซานก็กลายเป็นงุนงง

 

เฉียวซีเจียงจึงอธิบายออกมาทันที “ฉันไม่เคยคิดเลยว่า เขาจะเป็นคนเห็นแก่เงินเหมือนที่โปรไฟล์ของเขาระบุเอาไว้ ความจริงที่ว่าเขายินดีที่จะรับเงินเพื่อกำจัดความชั่วร้ายนั้นเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ตระกูลเฉียวของเราไม่มีกำลังคนจำนวนมากเหมือนกับตระกูลอื่นๆ และด้วยหลักการของตระกูลเรา อันตรายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เราต้องเผชิญหน้า อาจมาจากเหล่าปีศาจร้ายเท่านั้น อย่างไรก็ตามความจริงที่ว่าเขากล้าที่จะท้าทายบรรพชนตระกูลไป๋ นั่นหมายความว่าอย่างน้อยเขาก็ต้องมีพลังเทียบเท่ากับบรรชนตระกูลไป๋ การมีเขาอยู่เคียงข้างเรานั้น มีค่ามากกว่าเงินจำนวน 50 ล้านเสียอีก”

 

เฉียวซีซานพยักหน้า “เป็นเรื่องน่าเศร้าที่พ่อของเราต้องจากไปในไม่ช้า ถ้าไม่ใช่เพราะความประมาทของฉัน น้องคงไม่ต้องมานั่งวางแผนและเตรียมการทุกอย่างให้กับฉันอยู่แบบนี้ น้องทำงานหนักมากเลยนะ”

 

เฉียวซีเจียงหัวได้แต่แอบขำอยู่ภายในใจ ในทางกลับกันแล้ว พี่ชายของเธอเป็นคนที่ต้องทำงานหนักมากที่สุดต่างหาก “ฉันไม่ได้ทำงานหนัก ฉันแค่เพียงต้องใช้สมองเท่านั้น”

 

เฉียวซีซานคิดกับตัวเอง ‘นั่นหมายความว่าฉันไม่มีสมองงั้นเหรอ…?’

 

เขาทำได้แค่พยักหน้าตอบ และเขาก็พูดออกมาว่า “ฉันไม่เคยคิดเลยว่าศาลเตี้ย A ที่มีชื่อเสียง และทรงพลังเป็นอย่างมาก จะมีเจ้านายที่แสนอ่อนแอเช่นนี้ มันเป็นงูที่อ่อนแอและตัวเล็ก และดูเหมือนจะอ่อนแอยิ่งกว่าเสี่ยวหลงของเราซะอีก”

 

เฉียวซีเจียงลูบหัวของเธออย่างช่วยไม่ได้ “พี่ใหญ่ พี่จะเชื่อทุกสิ่งทุกอย่างที่คนอื่นพูดไม่ได้นะ? พี่ไม่เคยเห็นโพสต์เหล่านั้นทั้งหมดในเว่ยป๋อที่มีผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์เลี้ยงจำนวนมากกล่าวว่า พวกเขาได้กลายเป็นทาสสัตว์เลี้ยงของตัวเองหรือไม่? ฉันคิดว่าความสัมพันธุ์ระหว่างศาลเตี้ย A กับงูขาวตัวนั้น จะต้องลึกลับมากกว่าที่เราคิดอีกนะ หลงฟ่านอาจจะโม้เกินจริงไปก็ได้”

 

“งูสีขาวนั่นไม่ได้ฝึกความสามารถการปิดบังกลิ่นอาย แต่กลิ่นอายที่อ่อนแอของมังกรที่แท้จริงนั้นมันยากที่จะปิดบังได้ ทั้งสองอาจเกี่ยวข้องกัน บางทีงูขาวตัวนั้นอาจจะยังเด็กอยู่ เมื่อตอนพวกมันลงมาบนโลกนี้ ซึ่งสิ่งนี้น่าจะอธิบายได้ว่าทำไมศาลเตี้ย A จึงยอมรับคำพูดที่ไร้สาระของมัน ไม่อย่างนั้นคนที่มีความภาคภูมิใจอย่างศาลเตี้ย A จะไม่เรียกตัวเองว่าเป็นทาสของมันหรอก จากลักษณะต่างๆที่ฉันสังเกตดูแล้ว งูสีขาวน่าจะเป็นตัวอ่อนของมังกรที่แท้จริง และศาลเตี้ย A น่าจะเป็นมังกรตัวจริงที่เฝ้าคุ้มครองมันอยู่”

 

หากฟางหนิงได้ยินการวิเคราะห์ของเฉียวซีเจียง เขาคงจะต้องหวาดกลัวต่อสติปัญญาของเธอ เพราะเวลาที่เขาพูดกับระบบ บ่อยครั้งที่เขาเรียกมันว่าท่านระบบ…

 

เฉียวซีซานพูดขึ้นมา “เอาล่ะ เราต้องรายงานสถานการณ์นี้ไปให้พวกระดับสูงก่อน พวกเขาควรเป็นคนตัดสินใจว่า เราควรเชิญชวนเขาอีกต่อไปดีหรือไม่ แต่ฉันสงสัยว่าพวกระดับสูงอาจจะต้องการเชิญชวนเขาต่อ แต่มังกรที่แท้จริงนั้นเป็นตัวตนที่เย่อหยิ่งเป็นอย่างมาก ดังนั้นทำไมเขาจะต้องลดตัวลงมาร่วมมือกับมนุษย์เช่นเราด้วยล่ะ?”

 

เฉียวซีเจียงตอบกลับไป “ฉันคิดว่าบางทีพวกระดับสูงก็ต้องยอมรับในการกระทำที่เป็นกลางของเขา ตราบเท่าที่เขายังคงรักษาหลักการทำงานแบบนี้ของเขาเอาไว้ ส่วนเรื่องอื่นไม่ใช่สิ่งที่เราควรกังวล”