0 Views

“เป็นไปได้ยังไง?” เฉียวซีเจียงตะโกนออกมาด้วยความประหลาดใจ แต่เธอก็แอบคุยกับพี่ชายของเธอด้วยกระแสจิต หลังจากที่เธอรู้ว่ากำลังอยู่ในที่สาธารณะ “เขาเทียบเท่ากับดาบทรหด – ซือเฟิง? การฝึกฝนของเขาคือเส้นทางที่ทรหดและหนักแน่น ก่อนหน้านี้ซือเฟิงได้พูดเอาไว้ว่าจุดสูงสุดวิถีดาบของเขานั้นไม่ต่างจากของพี่และฉันมากแล้ว วิชาดาบของเขาไม่มีรูปแบบ, ไร้ทั้งเสียงและเงา และไม่หวั่นเกรงต่อสิ่งใด แต่ศาลเตี้ย A เพิ่งปลุกพลังขึ้นมาได้ไม่กี่เดือน และไม่ว่าการฝึกฝนของเขาจะรวดเร็วแค่ไหน แต่มันเป็นไปไม่ได้เลยที่เขาจะเทียบกับซือเฟิงได้ ไม่ดีแล้วพี่ชาย! คนๆนี้เป็นภัยคุกคามที่ใหญ่เกินไป!”

 

เฉียวซีซานพยักหน้า ขณะที่เขาตอบกลับโดยใช้กระแสจิต “ตอนนี้มีความเป็นไปได้เพียงสองอย่างสำหรับตัวตนของเขา อย่างแรกก็คือ ในก่อนหน้านี้เขาอาจเคยเป็นยอดฝีมือที่มีการบ่มเพาะพลังสูงมากที่อยู่นอกดินแดนของเรา และเขาข้ามมิติมาสู่โลกของเราเหมือนกับลอร์ดแห่งอารมณ์ทั้งเจ็ด ซึ่งนี่อาจเป็นเรื่องยากเกินไปที่จะสำเร็จได้ เพราะพลังของเขาจะลดลงอย่างมากในระหว่างกระบวนการข้ามมิติ และอาจจะเกิดความล้มเหลวขึ้นได้อีกด้วย”

 

“ความเป็นไปได้อย่างที่สองคือ จิตวิญญาณและสายเลือดของยอดฝีมือคนนี้ อาจถูกปลุกให้ตื่นขึ้นโดยคนในดินแดนของเรา ซึ่งมันง่ายกว่าวิธีอื่นแรกมาก และเหมาะสำหรับที่จะสืบทอดไปยังคนรุ่นลูกรุ่นหลานได้ ซึ่งส่วนใหญ่วิธีนี้จะเป็นพวกปีศาจที่มักจะชอบใช้กัน วิธีนี้มันจะเป็นการต่อสู้ระหว่างจิตวิญญาณทั้งสองฝ่าย ในกรณีนี้หากจิตวิญญาณของยอดฝีมือจากต่างมิติผู้นั้น สามารถเอาชนะจิตวิญญาณดั้งเดิมของคนที่ถูกปลุกให้ตื่นได้ ยอดฝีมือจากต่างมิติคนนั้นจะสามารถควบคุมร่างกายของคนๆนี้ได้ และเขาก็จะสามารถบ่มเพาะพลังของตัวเองได้ ซึ่งในที่สุดเขาก็อาจกลับคืนร่างเดิมของเขาได้อีกด้วย ซึ่งประเภทนี้เราเรียกว่าผู้สืบทอด”

 

เฉียวซีเจียงพูดว่า “หน่วยตรวจสอบความจริงและหน่วยกิจการพิเศษของรัฐ ยังไม่สามารถเปิดเผยตัวตนของเขาในดินแดนนี้ได้ ดังนั้นเขาอาจมาจากดินแดนอื่นจริงๆ อย่างไรก็ตาม เราไม่สามารถเชื่อมโยงเขาไปหายอดฝีมือที่มีชื่อเสียงคนอื่นๆได้เลย แม้ว่าเราจะมีข้อมูลมากมายแค่ไหนก็ตาม ซึ่งฉันก็ทำได้แค่คาดเดาเท่านั้น และฉันไม่สามารถเปิดเผยให้คนอื่นรู้ได้ โดยที่ไม่มีหลักฐานเพียงพอ แต่ในเมื่อเขาอยู่ตรงหน้าเราแล้ว งั้นฉันก็จะสังเกตหาเบาะแสจากเขาก็แล้วกัน!”

 

ในขณะที่เฉียวซีเจียงพูดจบ เธอก็แอบชำเลืองมองศาลเตี้ย A ด้วยความรอบคอบ ซึ่งกำลังนั่งลงที่โต๊ะอื่นไม่ไกลจากโต๊ะพวกเขา

 

เฉียวซีเจียงศึกษารายละเอียดของศาลเตี้ย A อย่างตั้งใจ เธอคิดในใจ ‘ผู้ชายคนนี้ดูเหมือนหนุ่มหล่อทั่วๆไป เขาดูไม่เป็นผู้ใหญ่เต็มตัวเหมือนกับพี่ใหญ่ซาน สีหน้าของเขาเรียบเฉยและไม่แสดงอาการใดๆ และเขายังดูน่านับถือเล็กน้อย’

 

‘แม้ว่าเขากำลังกินอาหารที่แสนอร่อย แต่ก็ดูเหมือนว่าเขากำลังเคี้ยวขี้ผึ้งยังไงยังงั้น ราวกับว่าเขาไม่ได้ลิ้มรสชาติอะไรเลย เขาไม่ได้แสดงความประหลาดใจ หรือตกใจในรสชาติเหมือนอย่างที่คนอื่นๆทำกันเลย บางทีเขาอาจจะเบื่ออาหาร? หรือมันอาจจะเป็นไปไหมได้ว่า ในดินแดนที่เขาเคยอยู่นั้น สถานะของเขาจะต้องสูงมากแน่ๆ และอาหารแต่ละวันของเขาคงเต็มไปด้วยอาหารที่อร่อยที่สุดเท่านั้น’

 

เขาปกปิดกลิ่นอายไว้จนเหมือนคนธรรมดา และแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่จะมองเห็นร่องรอยของศิลปะการต่อสู้จากการเคลื่อนไหวของเขา อย่างไรก็ตาม วิดีโอและข้อมูลจะไม่ทางโกหกเด็ดขาด คำอธิบายเพียงอย่างเดียวก็คือ เขาคนนี้ต้องมีทักษะในการปกปิดกลิ่นอายตัวเอง โดยเขาอาจจะพยายามทำตัวให้ดูอ่อนแอเข้าไว้ เพื่อที่จะทำให้ศัตรูประมาทตายใจ

 

อย่าตัดสินผู้ชายคนนี้ด้วยตาเห็น เขาอาจทำตัวเป็นซูเปอร์ฮีโร่ที่ไร้สาระไปวันๆ โดยการตระเวณกวาดล้างพวกอาชญกรที่กระจอก แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่เขาเอาจริงขึ้นมา ใครก็ขวางทางเอาไว้ไม่อยู่ ในวิดีโอได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า เขาไม่ใช่ผู้มีพลังพิเศษทั่วๆไป เขาสามารถฆ่าได้แม้กระทั่งลอร์ดแห่งอารมณ์ทั้งเจ็ดที่มาจากอีกมิติหนึ่ง!

 

อย่างไรก็ตาม ยังมีความจำเป็นที่จะต้องทดสอบให้แน่ใจอยู่อีก เพื่อที่เธอจะได้ยืนยันการคาดเดา เกี่ยวกับร่างกายที่แท้จริงของฮีโร่คนนี้ได้

 

ทันใดนั้น แมลงวันก็ปรากฏตัวขึ้นที่นิ้วมือของเฉียวซีเจียง และบินอย่างเงียบๆไปที่จานอาหารของศาลเตี้ย A แต่ก่อนที่แมลงวันจะบินเข้าใกล้ศาลเตี้ย A จู่ๆก็มีแสงสีขาวก็พุ่งขึ้นไปในอากาศ และแมลงวันก็สลายหายไปในพริบตา

 

เฉียวซีซานพูดขึ้นมาว่า “ฉันรู้ว่าเธอต้องการทดสอบความสามารถของเขา แต่เราไม่ควรทำให้เกิดปัญหากับร้านอาหารแห่งนี้ ถึงแม้ว่าศาลเตี้ย A จะไม่โกรธเคืองเพียงเพราะเขาฝึกฝนในเส้นทางทรหดและหนักแน่น แต่ชื่อเสียงของร้านอาหารจะได้รับผลกระทบอย่างแน่นอน เมื่อลูกค้ารายอื่นเห็นว่ามีแมลงวันในจานอาหารแบบนี้ จากนั้นพวกชนชั้นสูงจะไม่มาที่นี่อีกต่อไป”

 

เฉียวซีเจียงก้มหัวยอมรับผิด “พี่ใหญ่พูดถูกแล้ว ฉันสะเพร่าเกินไปหน่อย ต่อไปฉันจะรอบคอบให้มากยิ่งขึ้น งั้นฉันคงต้องใช้วิธีที่พิเศษหน่อยแล้ว”

 

เธอหงายฝ่ามือขณะที่ท่องอะไรบางอย่าง งูสีดำขนาดเล็กกึ่งโปร่งใสปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับมองไปรอบๆ แต่มันไม่ได้ลืมตาทั้งสองข้างเลยสักนิด

 

เฉียวซีซานพยักหน้ารับคำขอโทษจากน้องสาวตัวดี แต่ไม่ช้าเขาก็กังวลอีกครั้ง “แม้ว่าคนอื่นอาจมองไม่เห็นเสี่ยวหลง แต่มันก็อาจเป็นอันตรายได้ ถ้าให้มันไปสำรวจเขาแบบนั้น”

 

เฉียวซีเจียงตอบว่า “พี่ใหญ่ไม่ต้องเป็นกังวลไป เห็นได้ชัดว่าศาลเตี้ย A จะไม่โจมตีผู้บริสุทธิ์ ซึ่งเราสามารถดูว่ากฎข้อนี้ยังใช้กับความผิดปกติเช่นนี้ได้หรือไม่? เสี่ยวหลงเกิดขึ้นจากจิตวิญญาณของฉัน และฉันได้ใช้จิตวิญญาณของปีศาจงูที่ฉันฆ่ามาเป็นแกนหลักในการสร้างมัน ดังนั้นมันควรถือว่าเป็นตระกูลเดียวกับปีศาจงู และถึงแม้ว่ามันจะถูกทำลายภายใต้การโจมตีของศาลเตี้ย A ก็ตาม แต่มันก็จะไม่ได้ตายไปจริงๆ ซึ่งมันจะใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือนในการก่อร่างขึ้นมาใหม่”

 

ขณะที่เธอพูด เธอพยายามควบคุมเสี่ยวหลงเพื่อให้บินไปหาศาลเตี้ย A แต่ว่างูจอมขี้เกียจกลับไม่ยอมขยับเขยื้อนไปไหน มันทำเพียงฝังศีรษะไว้ในลำตัวที่ขดเข้าหากัน โดยแกล้งทำเป็นหลับ!

 

“บ้าเอ๊ย! มันไม่เต็มใจที่จะทำงานอีกแล้ว” เฉียวซีเจียงรู้ว่าจิตวิญญาณของปีศาจงูที่อยู่ในตัวเสี่ยงหลง กำลังสร้างปัญหาขึ้นมาอีกครั้ง เพราะมันไม่อยากทำงานให้กับฆาตกรที่ฆ่ามันอย่างเธอ เธอจึงท่องอะไรบางอย่าง ในไม่ช้ามันก็กรีดร้องด้วยความเจ็บปวด และในที่สุดมันก็บินไปหาศาลเตี้ย A แม้ว่ามันจะไม่เต็มใจก็ตาม

 

เฉียวซีซานไม่ได้ห้ามเธอในครั้งนี้ แต่เขากลับถามว่า “ซีเจียง เธอคาดเดาว่ายังไงบ้าง?”

 

เฉียวซีเจียงตอบว่า “ฉันมีความรู้สึกว่า มันเป็นไปไม่ได้ที่รูปมังกรสวรรค์จะถูกอัญเชิญได้อย่างง่ายดายแบบนี้ พี่ใหญ่ พี่เป็นถึงลูกรักของผืนแผ่นดินจีน และแก่นคุณธรรมของพี่ก็กำลังใกล้จะเสร็จสมบูรณ์แล้ว แต่พี่รับรู้ถึงรูปแบบมังกรสวรรค์ได้บ้างแล้วหรือยัง?”

 

เฉียวซีฉานส่ายหัว “มันยากเกินไปและมันก็คลุมเครือมากๆ ฉันไม่สามารถพบได้แม้แต่ร่องรอยของมัน”

 

เฉียวซีเจียงยืนยันว่า “เห็นไหมว่ามันยากมากขนาดไหน? นี่จึงทำให้ฉันมีความรู้สึกว่า มังกรเพลิงในวิดีโออาจจะไม่ใช่รูปแบบมังกรสวรรค์ นอกจากนี้จุดสูงสุดของเส้นทางการฝึกตนของเขาที่พี่ชายได้กล่าวไว้ เขาจะทำได้สำเร็จจริงๆหรือ? การบ่มเพาะพลังนี้มันยากเกินไปที่มนุษย์จะบรรลุได้ เพราะธรรมชาติของมนุษย์มักจะมีอารมณ์และความต้องการมากมาย ซึ่งมันยากที่จะลบสิ่งเหล่านี้ออกไปได้อย่างสิ้นเชิง อย่างไรก็ตาม ถ้าเส้นทางนี้ได้รับการฝึกฝนโดยสายพันธุ์ที่ผิดปกติ พวกเขาก็จะไม่มีปัญหากับมันมากนัก ตรงกันข้ามมันอาจจะง่ายสำหรับพวกเขาเลยด้วยซ้ำ!”

 

ใบหน้าของเฉียวซีฉานเต็มไปด้วยความคิด “เธอสงสัยว่าเขาไม่ใช่มังกรที่แท้จริง แต่เป็นมังกรจากอีกมิติหนึ่งที่เข้ามาในโลกของเรา ซึ่งใช้ร่างมนุษย์ปกปิดกลิ่นอายไว้?”

 

“ถูกต้อง เราสามารถพิสูจน์ทฤษฎีนี้ได้เมื่อเราตรวจสอบว่า ปีศาจอื่นๆจะตอบสนองอย่างไร เมื่อพวกมันต้องเผชิญหน้ากับเขา ไม่ว่าจะเป็นปีศาจตัวใดก็ตาม มังกรที่แท้จริงนั้นเป็นศัตรูตามธรรมชาติของพวกมัน และจิตวิญญาณของพวกมันจะสลายไป เมื่อโดนมังกรที่แท้จริงฆ่าตาย พวกมันกลัวมังกรที่แท้จริงอย่างแน่นอน แต่ถ้าหากพวกมันไม่กลัวเขา แสดงว่าเขาไม่ใช่มังกรที่แท้จริง สิ่งเดียวที่ฉันกังวลก็คือ ศาลเตี้ย A อาจเก่งเกินไปที่สามารถปกปิดกลิ่นอายและซ่อนร่างมังกรของเขาได้ และจะกลับเป็นร่างเดิมในระหว่างการต่อสู้เท่านั้น” เฉียวซีเจียงอธิบาย ขณะที่เธอควบคุมเสี่ยวหลงบินเข้าหาศาลเตี้ย A

 

ศาลเตี้ย A กำลังกินอาหารอยู่ ความอ่อนเพลียที่เกิดจากฟาร์มมอนสเตอร์มาอย่างต่อเนื่อง ไม่สามารถเติมเต็มด้วยมื้ออาหารเพียงหนึ่งหรือสองมื้อได้ ระบบขี้เกียจเกินไปที่จะใช้เวลาในการทำอาหาร และผลประโยชน์เพิ่มเติมที่มันได้รับจากสมุนไพร ก็ไม่คุ้มค่ากับเวลาที่เสียไปในการทำอาหารเลย นับตั้งแต่นั้นมามันจึงกินอาหารในร้านอาหารของฟางแทน

 

ระบบพูดว่า “โฮสต์ คุณต้องออกมาสักพัก มีคนเผ่าพันธุ์เดียวกับอาจารย์ของคุณกำลังเข้ามาหาเรา”

 

ฟางหนิงหยุดเล่นเกมอย่างไม่เต็มใจ และก้าวออกจากร้านอินเตอร์เน็ตในพื้นที่มิติของระบบทันที เมื่อเขาใช้มุมมองของระบบมองออกไปข้างนอก เขาเห็นงูตัวเล็กๆกำลังเลื้อยในอากาศเข้ามาหาเขาอย่างรวดเร็ว

 

ฟางหนิงถามว่า “มันมาจากไหน? มันมีความกล้าจริงๆ มันกล้าที่จะเข้าใกล้มังกรที่แท้จริง!”

 

ระบบยังคงอธิบายต่อไป “โอ้ มีจุดใหญ่สองจุดนั่งอยู่ข้างหลังเรา และพวกเขาก็เป็นสีเหลือง หนึ่งในนั้นคือสีเหลืองที่มีสีขาวปะปนอยู่มากมาย และเธอเป็นคนที่ปล่อยงูตัวนั้น อีกคนหนึ่งคือมอนสเตอร์สีขาวตัวแรกที่เราเคยพบมาเลย จุดของมันใหญ่มากจนเปรียบได้กับมอนสเตอร์สีแดงที่เราเพิ่งเจอมาในวันนี้! น่าเสียดายที่ดูเหมือนว่าพวกเขาอาจจะอยู่ฝ่ายธรรมะ ซึ่งทำให้เราไม่สามารถฟาร์มมอนสเตอร์เหล่านี้ได้ เว้นแต่ว่าพวกเขาจะโจมตีเราอย่างจริงจัง”

 

“แต่ทำไมเราไม่ลองดูว่าการครอบงำจิตใจของคุณ จะยังสามารถทำงานได้อยู่หรือไม่ล่ะ? เราเพิ่งสูญเสียมอนสเตอร์ 2 ตัวที่มีค่า EXP มหาศาลไปเชียวนะ มันจะดีกว่าถ้าหากคุณสามารถทำให้ทั้งสองคนนี้ต่อสู้กับเราได้ ถึงแม้ว่าเราจะไม่สามารถฆ่าพวกเขาได้ แต่ด้วยความแข็งแกร่งของพวกเขาทั้งสองคน คงเพียงพอเท่ากับมอนสเตอร์ที่มีชื่อแดงหนึ่งตัว ที่เราเจอมาในก่อนหน้านี้ได้”

 

ฟางหนิงรีบมองแผนที่ระบบอย่างรวดเร็ว เพื่อยืนยันการค้นพบของระบบ เขารู้สึกโกรธจนแทบกระอักเลือด “ระบบ นายจะบ้าฟาร์มมากเกินไปแล้วนะ! มันยากมากที่เราจะได้พบกับมอนสเตอร์สองตัวที่มีคุณธรรมแบบนี้ แต่นายยังคงคิดที่จะฟาร์มพวกเขาอยู่อีก? ฉันคิดว่าพวกเขาแค่พยายามสืบหาตัวตนของศาลเตี้ย A เท่านั้น เพราะตอนนี้เรามีชื่อเสียงอย่างมาก ซึ่งมันเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่ดึงดูดความสนใจจากคนอื่นๆ ทั้งหมดที่ฉันต้องการก็คือการเล่นเกมเพียงอย่างเดียว และพวกเขาก็ถือว่าเป็นพวกที่ปฏิบัติตามกฏหมายอย่างเคร่งครัด พวกเขาจะไม่นำปัญหามาสู่ตัวตนที่แท้จริงของเราได้ ดังนั้นทำไมฉันถึงต้องใช้การครอบงำจิตใจของฉัน ไปกระตุ้นเพื่อที่จะได้ต่อสู้กับพวกเขาด้วยล่ะ?”

 

ระบบตอบว่า “โอ้ มันเป็นเรื่องที่น่าเสียดายมาก ในอนาคตอาจจะมีมอนสเตอร์สีขาวจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ หากเราสามารถต่อสู้กับพวกเขาได้ เราก็จะได้รับค่า EXP จำนวนมาก”

 

ฟางหนิงอยากจะคุกเข่าลงเพื่อขอร้องระบบให้เลิกคิดแบบนี้ เขากลัวว่าถ้าเกิดมันต้องการทำแบบนี้ขึ้นมาจริงๆ เขาจะมีเวลาที่จะได้เล่นเกมอย่างสงบอีกไหม? “ท่านระบบ อย่าคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกต่อไปเลย ถ้าขืนนายทำแบบนี้จริงๆ อาจเป็นไปได้ที่เราจะเสียคุณธรรมอันทรงเกียรติของเราไป ไม่มีใครในโลกนี้ที่อยากเห็นฮีโร่ฟาร์มคนดีหรอกนะ”

 

ระบบหยุดโต้เถียงทันที จากนั้นมันก็พูดว่า “เอาล่ะ ฉันจะไม่ไปยุ่งกับพวกเราก็ได้ เพราะเราไม่สามารถสูญเสียคุณธรรมอันทรงเกียรติของเราไปได้ มิฉะนั้นกฎที่ตั้งไว้ก็จะพังทลายลงต่อหน้าต่อตาเรา”

 

หลังจากที่เขาหยุดความคิดบ้าๆของระบบได้แล้ว ฟางหนิงมองไปที่งูตัวเล็กๆที่น่าสงสารอีกครั้ง หลังจากที่งูสีดำเข้ามาใกล้ศาลเตี้ย A มันก็ยังวนเวียนอยู่รอบๆตัวเขา และมันก็พยายามที่จะเลื้อยเข้าไปในเสื้อของเขา! แต่พลังงานที่สำคัญของฟางหนิงสร้างเกราะป้องกันไม่ให้มันเข้ามา

 

นี่มันน่าอึดอัดใจสำหรับเขาจริงๆ เขาถามระบบทันทีว่า “มันแข็งแกร่งมากแค่ไหนและพลังของมันอยู่ที่ระดับใด? ทำไมนายถึงไม่ส่งมันมาให้ฉัน เพื่อที่ฉันจะได้ใช้มันในการฝึกฝนการต่อสู้ล่ะ? ฉันเป็นมนุษย์และฉันสามารถทำงานนอกเหนือจากกฏเรื่องสีมอนสเตอร์ของนายได้ ถ้ามีฉันเป็นคนสู้เอง ก็ไม่ต้องกังวลว่ากฎที่ตั้งไว้จะพังทลายลง”

 

ระบบตอบว่า “โอ้ ตอนนี้มันเป็นแค่วิญญาณที่อ่อนแออย่างมาก และมันไม่เป็นภัยคุกคามต่อคุณเลยสักนิด แต่เมื่อคุณมีความตั้งใจที่จะปรับปรุงความสามารถ ฉันจะช่วยและเฝ้าระวังในขณะที่คุณฝึกขัดเกลาการเคลื่อนไหวของคุณก็แล้วกัน ต่อสู้กับมันอย่างตั้งใจด้วยล่ะ อย่าคิดว่าวันนี้เป็นวันหยุดสุดสัปดาห์ แล้วคุณจะมัวแต่เล่นเกมไม่ได้”

 

ฟางหนิงบ่น “เชี่ย! มันผิดตรงไหนที่ฉันจะเล่นเกมในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์(เสาร์-อาทิตย์)บ้างไม่ได้? ฉันฝึกฝนทักษะพลังมังกรเป็นเวลา 8 ชั่วโมงเต็มในระหว่างวันทำงาน(จันทร์-ศุกร์)มาแล้ว นายต้องขอบคุณที่ฉันไม่ใช่ครูมาก่อนนะ ไม่งั้นฉันจะต้องมีวันหยุดช่วงปิดเทอมฤดูร้อนและฤดูหนาวอีกด้วย”

 

“…” ระบบพูดอะไรไม่ออก

 

ฟางหนิงพูดต่อว่า “เอาเถอะ ที่นี่มีคนจำนวนมากเกินไป ดังนั้นเราต้องหาสถานที่อื่นสำหรับการฝึกต่อสู้ จ่ายเงินค่าอาหารแล้วรีบๆออกไปจากที่นี่ได้แล้ว”

 

คราวนี้ศาลเตี้ย A กินไปเพียงไม่กี่จานเท่านั้น ก่อนที่เขาจะเรียกเช็คบิลและเดินออกไปจากร้าน

 

พี่น้องตระกูลเฉียวไม่ได้เดินตามศาลเตี้ย A ไป พวกเขาแสร้งทำราวกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ขณะที่พวกเขายังคงกินกันต่อไป แต่ดวงตาทั้งสองข้างของพวกเขาเปล่งประกายบางอย่าง ความสนใจของพวกเขาไม่ได้อยู่ที่จานอาหารอีกต่อไป….

 

////

 

ในตรอกร้างที่ไหนสักแห่งในเมือง งูสีขาวที่เกิดจากจิตวิญญาณของฟางหนิงกำลังต่อสู้กับงูสีดำชั่วร้ายที่ดูน่าสงสารอยู่ การต่อสู้ของทั้งสองใกล้ชิดจนถึงขั้นพัวพันกันอย่างยุ่งเหยิง ทั้งสองต่างกัดหางและฉกหัวของกันและกัน งูทั้งสองกำลังต่อสู้อย่างเอาเป็นเอาตาย!

 

นั่นคือในมุมมองของฟางหนิง

 

แต่ในสายตาของระบบ การต่อสู้นี้สามารถอธิบายได้ด้วยฉากๆเดียวนั่นก็คือ ไก่สองตัวกำลังจิกกัน!!