0 Views

คุณจะรู้สึกอย่างไร เมื่อหุบเขาที่เงียบสงบถูกกระหน่ำด้วยเสียงเพลง? ด้วยการขยายระบบเสียงให้ดังถึงขีดสุด ทำให้สถานที่แห่งนี้สั่นสะเทือน ราวกับว่ากองทัพกำลังเตรียมพร้อมสำหรับการทำสงคราม

 

ปีศาจหนูทั้งหมดวิ่งออกมาจากถ้ำด้วยความประหลาดใจ หนูยักษ์หลายร้อยตัวล้อมรอบผู้นำตระกูลไป๋ทั้งสองผัวเมียเอาไว้ เฉกเช่นเดียวกับทหารที่ปกป้ององค์ราชาและราชินี และแม้แต่หน้าผาบางส่วนก็ดูเหมือนจะได้รับผลกระทบไปด้วย แต่มันก็จางหายไปอย่างรวดเร็ว

 

มาดามไป๋จ้องมองไปยังศาลเตี้ย A ที่ลอยอยู่กลางอากาศด้วยความเหลือเชื่อ น้ำเสียงของเธอสั่นเทา “นาย! ศาลเตี้ย A! เป็นไปไม่ได้! นายหาที่นี่เจอได้อย่างไร? เราไม่ได้พบใครเลยเมื่อเรากลับมาที่นี่ และไม่มีใครรู้ว่าเรากำลังมุ่งหน้าไปที่ใด! โอ้ ฉันรู้แล้ว! คนทรยศจะต้องเป็นบรรชนอย่างแน่นอน…”

 

สามีของเธอแทบบ้า เมื่อเขาได้ยินคำพูดของเธอ หากเป็นเช่นนั้นจริง มันก็ไม่มีความหมายที่จะฟื้นฟูตระกูลไป๋ขึ้นมา!

 

“ฉันก็แค่คาดเดา เพราะนี่ใกล้เคียงที่สุดที่ฉันคิดได้แล้ว!” มาดามไป๋ขบฟันอย่างรุนแรง

 

ไป๋ซือปิงถอนหายใจด้วยความโล่งอก จากนั้นเขาก็หันไปมองที่ศาลเตี้ย A ตราบใดที่บรรชนยังคงอยู่กับพวกเขา ทั้งคู่จะยังคงมีแผนการที่ใช้ในการหลบหนีได้อยู่

 

ไป๋ซือปิงแหงนหน้าไปบนท้องฟ้า และตะโกนออกมา “ศาลเตี้ย A นายคิดจะเป็นศัตรูกับเราจริงๆหรือ? เรารู้ทั้งชื่อและพลังของนายแล้ว! แม้ว่านายจะฆ่าเราทั้งคู่ได้ในวันนี้ แต่ในไม่ช้าบรรชนจะแก้แค้นให้เรา! และเรายังรู้ขีดจำกัดของนายดี ยังไงซะนายก็มีร่างกายที่เป็นมนุษย์อ่อนแอของดินแดนนี้ นายไม่มีทางใช้พลังของนายได้อย่างเต็มที่! ทางที่ดีนายควรรีบไปจากที่นี่ซะ! และเราจะไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวในเรื่องของกันและกันอีกต่อไป!”

 

มาดามไป๋เริ่มใจเย็นลง เธอพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม “ศาลเตี้ย A นายเป็นถึงหนึ่งในผู้สืบทอด! ทำไมนายถึงไม่มาทำงานร่วมกับเราล่ะ? ถึงแม้ว่านายจะเป็นมนุษย์ แต่นายก็ไม่ได้มีรากเหง้าเหมือนกับมนุษย์ในดินแดนนี้ เนื่องจากเราเพิ่งเริ่มขัดแย้งกับมนุษย์ที่นี่ ทำไมนายถึงไม่ลองมองดูอยู่ที่ข้างสนามโดยไม่แทรกแซงดูล่ะ? หรือจะเป็นการดีกว่า ถ้านายจะเข้าร่วมกับพวกเรา เมื่อการต่อสู้กำลังใกล้จะจบลงก็ยังได้?”

 

“พวกแกนำภัยพิบัติมาสู่โลก และเป็นอันตรายต่อผู้คนที่อาศัยอยู่บนโลกแห่งนี้ ความชั่วร้ายของพวกแกสูงมากกว่าท้องฟ้าซะอีก! ฉันมาด้วยความประสงค์แห่งสวรรค์และความปรารถนาของเหล่าผู้คน ฉันจะปกป้องผู้คนและโลกแห่งนี้เอง ไอพวกหนูบัดซบ! พวกแกกล้าเอาฉันไปเปรียบเทียบกับพวกแกได้อย่างไร! วันนี้พวกแกจะต้องพินาศด้วยบาปที่พวกแกได้ก่อไว้!”

 

คู่รักตระกูลไป๋ตกตะลึงทันที พวกเขาจะตบใครก็ตามที่บอกพวกเขาว่าศาลเตี้ย A ไม่ใช่ผู้สืบทอด มีฮีโร่คนไหนในโลกนี้ที่หยิ่งผยอง และสมองทึบจนสามารถยกย่องตัวเองแบบนี้กัน?

 

หลังจากที่พวกเขาฟื้นคืนสติ ไป๋ซือปิงก็เต็มไปด้วยความโกรธ เขาปกครองคนในตระกูลมานานหลายปีแล้ว เขาไม่คิดว่าผู้อำนวยการหน่วยกิจการพิเศษระดับรัฐ จะเป็นคนที่สมควรได้รับความใส่ใจมากขนาดนี้ ถึงขนาดมีศาลเตี้ย A คอยช่วยเหลืออยู่! เขาเคยวิจารณ์อย่างเปิดเผย และดูถูกชายคนนั้นมาก่อน! ความภาคภูมิใจได้ฝังลึงลงไปในกระดูกของไป๋ซือปิง แต่เขาก็ต้องยอมรับความจริงที่ว่า เขาเพิ่งหลบหนีการเผชิญหน้ากับเฉียวซีซานมา แม้ว่าเขาจะไม่มีทางเลือกก็ตาม เพราะเฉียวซีซานได้บ่มเพาะแก่นคุณธรรมมาหลายปี และเทคนิคของเขาก็ถูกฝึกฝนมาเป็นอย่างดี ไป๋ซือปิงรู้ดีว่าคู่ต่อสู้ของเขาคนนี้ยอดเยี่ยมมากแค่ไหน และในเวลานั้นมีวิธีเดียวที่เขาจะหนีจากความตายได้ก็คือการวิ่งหนี

 

ตอนนี้ศาลเตี้ย A ที่ลอยอยู่บนท้องฟ้าเริ่มอวดบารมีของตัวเอง ราวกับว่าเขาเป็นพระเจ้าจากสรวงสวรรค์ ในทางตรงกันข้าม ไป๋ซือปิงดูเหมือนกับตัวเองเป็นตัวตลกที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับฮีโร่

 

สิ่งนี้ทำให้เขาโกรธอย่างมาก อย่างไรก็ตาม เขาได้รับตำแหน่งสูงในตระกูลมานานหลายปี และคนที่สามารถทำเช่นนี้ได้ก็ไม่ใช่คนโง่ เขาปฏิเสธที่จะเชื่อว่าศาลเตี้ย A ที่เพิ่งจะกลายเป็นผู้สืบทอดเพียงไม่กี่เดือนนั้น จะมีแก่นคุณธรรมที่สูงกว่าเฉียวซีฉานได้อย่างไร! แต่ยังไงก็ตาม ศาลเตี้ย A ก็ไม่ใช่คนในดินแดนนี้ และอาจมีความเป็นไปได้ที่เขาจะไม่สามารถใช้พลังแห่งคุณธรรมได้อย่างเต็มที่ นอกจากนี้ถึงแม้ว่าเขาจะพ่ายแพ้ในการต่อสู้ แต่เขาก็ยังมีวิธีสุดท้ายที่จะหลบหนีออกไปได้ ตราบเท่าที่บรรชนยังไม่ตาย แน่นอนว่าศาลเตี้ย A ต้องไม่สามารถเรียกมังกรสวรรค์ออกมาได้เช่นกัน

 

“ฉันไม่เชื่อเด็ดขาด รูปแบบมังกรสวรรค์ของนายยังเป็นช่วงตัวอ่อนที่เพิ่งจะเติบโตได้ไม่นานดังนั้นความอ่อนเพลียที่มาจากการฝืนอัญเชิญมันทุกครั้งจะต้องมากมายนัก! นายไม่ใช่บุตรแห่งมังกร จึงไม่มีทางที่นายจะสามารถอัญเชิญมันออกมาได้ทุกครั้งตามที่นายต้องการหรอก! ดังนั้นฉันไม่จำเป็นที่จะต้องกลัวนายเลย ตราบใดที่นายไม่สามารถอัญเชิญมังกรสวรรค์ออกมาได้! มา มาสู้จนกว่าเราจะตายกันไปข้างหนึ่ง!” ไป๋ซือปิงคำรามออกมา

 

ด้วยการโบกมือของเขา หนูยักษ์ที่อยู่ข้างหลังเขาเดือดดาลออกมาด้วยความโกรธ และพวกมันก็พุ่งเข้าหาฮีโร่ในอากาศ

 

มาดามไป๋ก็ไม่มีความคิดที่จะหยุดสามีของเธอด้วยเช่นกัน ฝ่ายตรงข้ามมีพลังจิตที่สูงล้ำ และเป็นตัวตนที่แตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิงกับเฉียวซีซานผู้ซึ่งยังไม่พัฒนาความศรัทธาและความเชื่อของเขา อีกทั้งลูกสาวทั้งสามคนของเธอเสียชีวิตในเงื้อมมือของชายคนนี้ และพลังจิตของเขาก็น่าสะพรึงกลัวมากเหลือเกิน ไม่มีทางที่เธอจะเปลี่ยนท่าทีของเขาด้วยคำพูดได้

 

พี่น้องตระกูลเฉียวยังไม่มีประสบการณ์ พวกเขาจึงถูกหลอกเพื่อยื้อเวลาให้เธอเตรียมการหลบหนีได้ แต่ศาลเตี้ย A ตรงกันข้ามอย่างเห็นได้ชัด เขาไม่ใช่คนที่มีคำพูดมากมายนัก แม้ว่าพวกเธอจะแสดงความเป็นมิตรต่อเขา แต่เขาก็ยังคงรีบเร่งที่จะฆ่าพวกเธอ ดังนั้นพวกเธอจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องพยายามต่อสู้กับเขา เพราะถ้าพวกเธอยอมแพ้ในการต่อสู้ พวกเธอก็จะสูญเสียโอกาสสุดท้ายในการหลบหนีไป

 

มาดามไป๋ค่อยๆก้าวไปตามขั้นตอนของเธอ เพื่อค้นหาเส้นทางหลบหนี อุโมงค์ใต้ดินนั้นกระจัดกระจายไปทั่วทุกที่ หนูเหล่านี้มักจะขุดอุโมงค์แบบสุ่ม ถ้าไม่มีใครดูแลหรือสั่งสอนพวกมัน พวกมันสร้างเครือข่ายใต้ดินที่ยุ่งเหยิงเกินความจำเป็น และมาดามไป๋ต้องตรวจสอบอย่างถูกต้อง ก่อนที่จะกระทำการหลบหนีได้อีกครั้ง

 

ก่อนที่เธอจะพบเส้นทางหลบหนี เธอก็เห็นมังกรเพลิงพุ่งพรวดเข้ามาจากท้องฟ้า และหนูยักษ์ที่พุ่งเข้าไปหามังกรเพลิง หนังของพวกมันก็ถูกเผาไหม้ด้วยความร้อนระอุทันที ราวกับว่าพวกมันถูกซัดสาดด้วยลาวาที่ร้อนระอุ และควันสีดำก็ลอยโชนออกมาจากภายในร่างกายของพวกมัน พวกมันตกลงมาจากท้องฟ้าราวกับเกี๊ยวทอด และเสียชีวิตทันทีเมื่อชนกับพื้นดิน

 

“เป็นไปได้อย่างไรกัน? นายยังสามารถอัญเชิญรูปแบบมังกรสวรรค์ออกมาได้อีก? เป็นไปได้อย่างไรที่รูปแบบมังกรสวรรค์สามารถปรากฏออกมาได้บ่อยครั้งเช่นนี้? ไม่ มันเป็นไปไม่ได้!!” ไป๋ซือปิงร้องออกมาเมื่อเขาเห็นมังกรเพลิง เขาล้มลงไปในไม่กี่ก้าว และจิตวิญญาณในการต่อสู้ก็มอดดับลงไป

 

เขาหันไปมองมาดามไป๋ ใบหน้าของมาดามไป๋เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความสับสน ก่อนที่จะตระหนักขึ้นมาได้ว่า “พลาดแล้ว! เราคาดผิดมาโดยตลอด! มีเพียงแต่เขาเท่านั้นที่ถูก!”

 

จากนั้นเธอยกฝ่ามือตบลงบนหน้าผากของเธอโดยไม่ลังเล สมองของเธอแหลกละเอียดกลายเป็นเศษซากทันที และเธอทรุดตัวลงบนพื้นพร้อมกับดวงตาที่ยังคงเปิดกว้างอยู่ ร่างกายของเธอไม่แม้แต่จะกระตุกเลยสักนิด

 

ในที่สุดไป๋ซือปิงก็เข้าใจ ด้วยประกายเจิดจ้าแห่งความตายของมังกรเพลิง ทำให้ไป๋ซือปิงซัดฝ่ามือไปที่หน้าอกของตัวเองโดยไม่พูดอะไรออกมาสักคำ ทำให้หัวใจของเขาแตกสลายไปพร้อมกับภรรยา

 

ฟางหนิงได้แต่ยืนตกตะลึงในพื้นที่มิติของระบบ ‘เชี่ย! นี่เป็นครั้งแรกที่มอนสเตอร์ฆ่าตัวตายจากการที่ได้รับความกดดันอย่างรุนแรงจากระบบ แล้วสิ่งนี้จะทำให้เราได้รับค่า EXP หรือไม่?’

 

ระบบกลายเป็นสับสนด้วยเช่นกัน “เอ่อ มอนสเตอร์ฆ่าตัวตายเหรอ? ฉันฟาร์มมันไม่ได้อีกแล้วสิ!”

 

ฟางหนิงถามขึ้นมาว่า “ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น? อย่างน้อยพวกเขาก็ควรต่อสู้กันอีกสักหน่อยสิ? พวกเขาแกล้งตายเพื่อหลบหนีหรือไม่?”

 

อย่างไรก็ตาม การแจ้งเตือนของระบบที่ปรากฏออกมา แจ้งให้ฟางหนิงรู้ว่าทั้งคู่ไม่ได้แกล้งตาย

 

[ปีศาจหนูยักษ์ซูปิงเอ๋อฆ่าตัวตายด้วยความหวาดกลัวจากแรงกดกันของระบบ!]

 

[ระบบได้รับชื่อเสียงเป็นจำนวนมาก]

 

[ระบบได้รับค่าคุณธรรมจำนวนมาก ปัจจุบันแถบค่าคุณธรรมเต็มแล้ว ไม่สามารถเก็บเพิ่มเติมได้อีก]

 

[ระบบปกป้องกระบวนการบ่มเพาะรูปแบบมังกรสวรรค์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของประเทศจีนได้สำเร็จ ความชื่นชอบของรูปแบบมังกรสวรรค์•ธาตุไม้เพิ่มขึ้น ปัจจุบันความชื่นชอบคือ 4]

 

[ปีศาจหนูยักษ์ไป๋ซือปิงฆ่าตัวตายด้วยความหวาดกลัวจากแรงกดกันของระบบ!]

 

[ระบบได้รับชื่อเสียงเป็นจำนวนมาก ชื่อเสียงของระบบเพิ่มขึ้น และชื่อเสียงในปัจจุบันกลายเป็นบุคคลผู้ทรงเกียรติ ระบบได้รับแถบค่าคุณธรรมใหม่เพิ่มขึ้นมา จำนวนแถบค่าคุณธรรมในปัจจุบันคือ 3]

 

[ทักษะติดตัวของระบบ – ยับยั้ง เลื่อนระดับจากขั้นต่ำเป็นขั้นกลาง เอฟเฟคของทักษะ: ฝ่ายตรงข้ามของระบบจะเผชิญหน้ากับการยับยั้ง ด้วยความสามารถที่แตกต่างกันตามระดับความแข็งแกร่งทางจิตใจของพวกเขา]

 

[ระบบได้รับค่าคุณธรรมจำนวนมาก แถบค่าคุณธรรมที่ 3 เต็มแล้ว]

 

[ระบบปกป้องกระบวนการบ่มเพาะรูปแบบมังกรสวรรค์ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของประเทศจีน ความชื่นชอบของรูปแบบมังกรสวรรค์•ธาตุไม้เพิ่มขึ้น ปัจจุบันความชื่นชอบคือ 5]

 

ระบบและฟางหนิงได้อ่านการแจ้งเตือนของระบบในเวลาเดียวกัน หนูสองตัวนี้ได้ตายไปแล้วอย่างสมบูรณ์ พวกเขาทั้งสองคนตะลึงงัน พวกเขาต้องสูญเสียค่า EXP ไปมากแค่ไหนกัน?

 

พวกเขายังไม่เข้าใจว่า ทำไมหนูยักษ์ทั้งสองตัวถึงต้องฆ่าตัวตาย? คำพูดสุดท้ายของมาดามไป๋หมายความว่าอย่างไร?

 

ฟางหนิงยังคงสับสนอยู่ แต่เขาก็กังวลว่าระบบจะหมกมุ่นอยู่กับความผิดหวังในครั้งนี้ เขาจึงชี้ไปที่บางแห่งไม่ไกลจากที่พวกเขายืนอยู่และพูดว่า “ยังมีหนูตัวเล็กกว่าอยู่ที่นั่น”

 

ระบบอธิบายออกมา “ชื่อของพวกมันยังคงเป็นสีเหลือง เดิมทีฉันคิดว่าพวกมันจะโจมตีเรามาเรื่อยๆ จนชื่อพวกมันเปลี่ยนเป็นสีแดง แต่ฉันไม่คิดเลยว่าพวกมันจะขี้ขลาดเช่นนี้ ถ้าจะให้ฉันฟาร์มมัน ดังนั้นคุณจะต้องหาวิธีใช้การครอบงำจิตใจของคุณมากระตุ้นอีก…” ***สิ่งที่รบกวนจิตใจขอเปลี่ยนเป็นการครอบงำจิตใจนะครับ***

 

ก่อนที่ฟางหนิงจะใช้การครอบงำจิตใจของเขา หนูตัวเล็กๆเหล่านี้ก็วิ่งเข้าไปในถ้ำบริเวณใกล้ๆเสียก่อนแล้ว และพวกมันก็กรีดร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว แม้แต่ผู้นำทั้งสองของพวกมันก็ต้องฆ่าตัวตายเมื่อเผชิญหน้ากับผู้บุกรุกรายนี้เลย! และนักรบที่แข็งแกร่งของพวกมันเหล่านั้นก็ยังถูกฆ่าตายในคราวเดียวด้วยเช่นกัน แล้วพวกมันจะมีความกล้าที่จะต่อสู้กับชายคนนี้ได้อย่างไรกัน?

 

ฟางหนิงพูดออกมาด้วยความโกรธ “ดูการกระทำของพวกมันสิ ฉันไม่สามารถใช้การครอบงำจิตใจของฉัน เพื่อทำให้พวกมันเป็นภัยคุกคามต่อเราได้…”

 

ระบบถอนหายใจ “ฉันลืมไปเลยว่าบาปของพวกมันมีค่าเป็นศูนย์ ดังนั้นพวกมันน่าจะเป็นแค่หนูระดับต่ำ”

 

ระบบดูผิดหวังมาก หลังจากที่มันไม่ได้รับค่า EXP จากบอสหนูทั้งสองตัว มันเก็บซากศพของบอสหนูยักษ์ทั้งสองไปอย่างรวดเร็ว และเตรียมเดินทางไปฟาร์มหนูที่อื่นต่อ

 

อย่างน้อยหนูที่ยังคงขุดอุโมงค์อยู่ภายใต้เมืองฉี ก็ยังคงมีชื่อสีแดงภายใต้การครอบงำจิตใจของโฮสต์ … ท้ายที่สุดพวกมันก็เป็นภัยคุกคามอย่างใหญ่หลวงต่อปัญหาการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต

 

ในทางตรงกันข้าม ฟางหนิงไม่รู้สึกผิดหวังกับผลลัพธ์นี้ เขากลับรู้สึกมีความสุขมากกว่า ความปลอดภัยของเขาสูงขึ้นหลังจากผ่านเหตุการณ์นี้ไป แม้แต่ผู้ที่มาจากแผนกพิเศษของหน่อยตรวจสอบความจริง ก็ยังฆ่าตัวตายด้วยความหวาดกลัว เมื่อพวกเขาต้องเผชิญหน้ากับระบบเลย! หน่วยตรวจสอบความจริงเป็นองค์กรที่ดูเหมือนจะไม่สามารถไปตอแยได้ แต่ตอนนี้ฟางหนิงไม่หวาดกลัวพวกเขาอีกต่อไปแล้ว และเขาก็ไม่จำเป็นต้องหวาดกลัววิญญาณที่เอาแต่ใจเหล่านั้นอีกต่อไปด้วยเช่นกัน! ในที่สุดเขาก็มีความกล้าพอที่จะเล่นเกมสยองขวัญ และอ่านนิยายสยองขวัญได้แล้ว…

 

เมื่อศาลเตี้ย A ออกจากหุบเขา หนูยักษ์ทั้งหลายก็ยังคงหลบซ่อนตัวอยู่ภายในถ้ำด้วยความหวาดกลัว หลังจากนั้นครู่หนึ่ง ก็มีหนูสีเทาโผล่หัวออกมาจากรูเล็กๆที่หน้าผา มันมีขนาดเท่ากับหนูปกติทั่วไป และดวงตาของมันตรวจสอบสภาพแวดล้อมรอบๆอย่างระมัดระวัง

 

จากนั้นมันก็หันไปตะโกนใส่ในรู “ออกมาได้แล้วเด็กๆทั้งหลาย! สหายที่น่าหวาดกลัวคนนั้นได้จากไปแล้ว เหล่าหนูยักษ์ที่ถูกทอดทิ้งจากพระเจ้าที่แย่งชิงดินแดนของเราไป ตอนนี้พวกมันได้หลบซ่อนตัวอยู่ในอุโมงค์ของพวกมัน และสั่นเทาไปด้วยความหวาดกลัวจากการปรากฏตัวของสหายผู้นั้น ไปกันเถอะ! ไปนำเสบียงอาหารของพวกมันมา เพื่อที่เราจะได้ผ่านพ้นฤดูหนาวนี้ไปได้ด้วยดี…”

 

“รับทราบ องค์ราชา!”

 

“ลุยโล้ด”

 

หนูป่ากลุ่มหนึ่งกระทุ้งออกมาจากรัง ทำให้เกิดเสียงอึกทึกในหุบเขา พวกมันตั้งใจวิ่งเข้าไปที่ถ้ำขนาดใหญ่สองสามแห่ง ที่มีกลิ่นของไก่ย่างและเนื้อทอดโชยออกมา…