0 Views

เมื่อสัตว์ประหลาดแมงมุมยักษ์ได้ตายลงไป ฟางหนิงก็กำลังดูการแจ้งเตือนของระบบที่ผุดขึ้นมา

 

[ระบบนี้ติดตั้งมนตรากำลังภายใน – “มนตรามังกรเพลิง” ในโหมดมังกรที่แท้จริง “มนตรามังกรเพลิง” พัฒนาเป็น “มังกรเพลิงสวรรค์” ชั่วคราว]

 

[ระบบได้ใช้ทักษะลับ: “ลมหายใจมังกรเพลิง”]

 

[ระบบได้โจมตีใบหน้าชั่วร้ายทั้งเจ็ดของลอร์ดแห่งอารมณ์ทั้งเจ็ด]

 

[ใบหน้าชั่วร้ายทั้งเจ็ดถูกการโจมตีด้วยพลังหยางบริสุทธิ์ และทวีคูณด้วยรัศมีแห่งเทพมังกรที่แท้จริง ควบคู่กับการโจมตีจากค่าคุณธรรม ทำให้สร้างความเสียหายต่อเป้าหมายอย่างรุนแรง]

 

[ไม่สนใจพลังป้องกัน! คริติคอล! ซุปเปอร์คริติคอล! โจมตีถึงตาย!]

 

[ใบหน้าชั่วร้ายทั้งเจ็ดเสียชีวิต]

 

[ระบบได้ใช้ทักษะลับ “มังกรเพลิงกลืนฟ้า!”]

 

[ระบบได้ทำการโจมตีร่างกายที่แท้จริงของลอร์ดแห่งอารมณ์ทั้งเจ็ด]

 

[ลอร์ดแห่งอารมณ์ทั้งเจ็ดถูกการโจมตีด้วยพลังหยางบริสุทธิ์ และทวีคูณด้วยพลังเทพมังกรที่แท้จริง ควบคู่กับการโจมตีจากค่าคุณธรรม ทำให้เป้าหมายถูกกลืนกินจนหายไปอย่างสมบูรณ์!]

 

[ลอร์ดแห่งอารมณ์ทั้งเจ็ดถูกกลืนกินโดยมังกรเพลิง]

 

[ระบบได้ทำการกำจัดภัยคุกคามครั้งใหญ่ต่อประชาชนภายในเมืองฉี]

 

[ระบบได้รับค่าชื่อเสียงเป็นจำนวนมหาศาล ทำให้ระบบค่าชื่อเสียงปลดล็อคอย่างเป็นทางการ สถานะปัจจุบัน: ชื่อเสียงส่วนหนึ่งได้รับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น ทำให้ได้รับบัฟเพิ่มขึ้นมาสองอย่าง บัฟอันแรก:แถบค่าคุณธรรมเพิ่มขึ้นมา 1 แถบ ปัจจุบันมีแถบค่าคุณธรรม 2 แถบ บัฟอันที่สอง:ได้รับทักษะ “ยับยั้ง” ระดับเริ่มต้น: ศัตรูทั้งหมดของระบบจะได้รับการยับยั้งที่แตกต่างกัน การยับยั้งที่เกิดขึ้นจะขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งของจิตใจ และความมุ่งมั่นของเป้าหมายแต่ละคน]

 

[ระบบได้รับค่าคุณธรรมเป็นจำนวนมหาศาล แถบค่าคุณธรรมที่ 1 และ 2 ถูกเติมเต็ม]

 

หลังจากอ่านการแจ้งเตือนที่เด้งขึ้นมารัวๆแล้ว ฟางหนิงทั้งตกใจและร่าเริงในเวลาเดียวกัน ไม่น่าแปลกใจเลยว่า ทำไมระบบถึงไม่ต้องการเปลี่ยนสถานที่สำหรับฟาร์มมอนสเตอร์ เมื่อมันฟาร์มมอนสเตอร์ในสถานที่เดิมจนถึงขีดจำกัดแล้ว มันไม่เพียงแต่จะปลดล็อคระบบค่าชื่อเสียงได้ แต่ยังได้รับแถบค่าคุณธรรมเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งแถบด้วยเช่นกัน

 

สำหรับพลังของแถบค่าคุณธรรมนั้น ฟางหนิงได้เป็นสักขีพยานถึงความร้ายกาจของมันดี โดยไม่มีความสงสัยอะไรหลงเหลือเลยแม้แต่นิดเดียว

 

แต่เขายังคงมีคำถามที่คาใจอีกหนึ่งคำถาม “แล้วสถานการณ์การตายของแมงมุมนั่นคืออะไร?”

 

ระบบตอบกลับไป “โชคดีที่คุณเตือนฉันในครั้งก่อน ทำให้ฉันฉุกคิดขึ้นมาได้ ฉันจึงไม่ได้สับแมงมุมเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยเหมือนอย่างตอนฆ่าฉีเต๋า แต่ฉันเลือกที่จะกลืนกินมันแทน และฉันจะเก็บมันไว้ที่โรงตีเหล็ก มันสามารถใช้เพื่อสร้างอุปกรณ์ที่หายากได้ จำอาวุธสวรรค์ที่เราจะใช้ล่อมอนสเตอร์ได้ไหม? มันเป็นเพียงขยะที่มีการดัดแปลงเพิ่มเติมขึ้นมาอีกเล็กน้อย เมื่อเทียบกับอุปกรณ์หายากอันนี้”

 

“ไม่น่าแปลกใจเลยว่า ทำไมถึงไม่มีการแจ้งเตือนเกี่ยวกับค่า EXP ปรากฏขึ้นมา แต่ความฝันของนายที่จะอัพเลเวลเป็น 15 ในครั้งเดียว ไม่สามารถเป็นไปได้อย่างที่คิดแล้วล่ะ”

 

“ค่า EXP สามารถฟาร์มได้ แต่อุปกรณ์ที่หายากเช่นนี้เกินกว่าจะพลาดได้”

 

“มันคืออุปกรณ์อะไรกันแน่? ทำไมนายถึงให้ความสำคัญกับมันมากเช่นนี้?”

 

“ตอนนี้ฉันไม่สามารถบอกคุณได้ สิ่งที่คุณต้องรู้ไว้ก็คือ เมื่อเราติดตั้งอุปกรณ์นี้แล้ว แถบค่าความโกรธของเราจะสมบูรณ์มากกว่าเดิม”

 

“นั่นหมายความว่าเราสามารถหยุดกังวลว่า เราจะมีแถบค่าความโกรธไม่เพียงพอที่จะใช้ในอนาคตได้แล้วสินะ?”

 

“แน่นอน มันอาจเป็นไปไม่ได้ที่จะใช้โดยไม่มีข้อจำกัด แต่มันก็มีความเป็นไปได้อีกอย่างก็คือ เมื่อตอนที่ฉันกำลังต่อสู้อยู่ คุณสามารถเปิดใช้และคงสถานะโหมดบ้าคลั่งได้ ตอนแรกฉันไม่เคยรู้มาก่อน แต่ตอนนี้เรามีประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้มาแล้ว ดังนั้นคุณควรจะคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ให้ดี”

 

ฟางหนิงหลั่งเหงื่อที่เย็นเยียบออกมา เมื่อมองการต่อสู้ที่เพิ่งผ่านมา ดูเหมือนว่าต่อไปเขาจะได้รับมอบหมายให้เพิ่มบัฟระหว่างการต่อสู้ที่สำคัญได้ เขาคงจะไม่เป็นเหมือนที่เคยเป็นแต่ก่อนได้อีกต่อไปแล้ว( อ่านนิยายและเล่นเกมในตอนที่ระบบฟาร์ม) ถ้าฟางหนิงคาดการณ์ไม่ผิด นอกเหนือจากสองบัฟที่เพิ่งได้รับมาจากการต่อสู้ครั้งนี้ ในอนาคตอาจจะมีบัฟเพิ่มมาอีก และด้วยการมีเขาคอยทำหน้าที่บัฟให้กับระบบในการต่อสู้ที่สำคัญต่างๆ มันจะเป็นการทำให้ระบบทรงพลังมากยิ่งขึ้น…

 

“ฮ่าฮ่า ฉันได้ทำหน้าที่เพิ่มแถบค่าความโกรธสำเร็จได้แล้ว ดังนั้นรางวัลภารกิจของฉันอยู่ที่ไหนล่ะ?”

 

“รางวัลอะไร? ก่อนหน้านี้ฉันไม่ได้ทำอาหารให้กับคุณไปแล้วงั้นหรือ?”

 

ฟางหนิงพูดอย่างกลุ้มใจว่า “อ่า งั้นลืมเกี่ยวกับรางวัลภารกิจไปก่อนเถอะ งั้นรางวัลของฉันสำหรับการฆ่าแมงมุมยักษ์ร์ล่ะ? ฉันช่วยนายค่อนข้างมากเลยนะ”

 

“ผู้เขียนนิยายขันทีที่ถูกแยกออกเป็นสองส่วนคนนั้น เขากำลังจะตายแล้ว คุณไม่ได้คลั่งไคล้นิยายที่เขาแต่งงั้นหรอกหรือ? ทำไมคุณไม่ลองไปขอตอนที่เหลือจากเขาดูล่ะ นอกเหนือจากครั้งเดียวที่คุณเตือนฉัน คุณยังสามารถคงสถานะโหมดบ้าคลั่งไว้ได้ตลอดการต่อสู้ที่ผ่านมา ด้วยการที่คุณมีส่วนร่วมอย่างมากในการต่อสู้ครั้งนี้ เอางี้! ฉันจะให้ช่วงเวลาการปลดปล่อยกับคุณเป็นเวลา 1 ชั่วโมง รีบไปรับต้นฉบับนิยายของเขาเป็นรางวัลของคุณซะสิ”

 

ฟางหนิงกระอักเลือดเต็มปากแล้วคิดกับตัวเอง ‘ระบบ นายมันไร้มนุษยธรรมเกินไปแล้ว สิ่งเดียวที่อยู่ในใจของเขา ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตคือการอัพเดทนิยาย และตอนนี้เขาก็กำลังจะตาย แต่สิ่งที่นายนึกได้ในการให้รางวัลกับฉันคือต้นฉบับนิยายของเขาเนี่ยนะ! ถ้าเป็นอย่างนั้น ทำไมนายถึงไม่พยายามจะช่วยชีวิตเขาแทนกันล่ะ? อย่าลืมว่านายยังอยู่ในโหมดมังกรที่แท้จริง ดังนั้นฉันแน่ใจว่านายต้องมีวิธีที่จะช่วยเขาได้’

 

 

โม่เฉียงยืนอยู่ข้างนักเขียนนิยายอย่างจ้าวฮาน ดวงตาของเขาจ้องมองออกไป ‘คนๆนี้เพิ่งถูกแยกออกเป็นสองส่วน และแม้แต่การส่งเขาไปยังห้องฉุกเฉิน ก็ยังไม่สามารถช่วยเขาได้ แต่หลังจากถูกศาลเตี้ย A ที่เป็นมังกรถ่มน้ำลายลงไปทั่วทั้งตัวแล้ว เขาก็ได้รับชีวิตกลับมาอีกครั้งในไม่กี่นาที!’

 

‘โลกนี่เปลี่ยนไปมากจริงๆ’

 

เขาก้มลงและตบไปที่หัวของจ้าวฮาน “ฉันเคยพูดมาก่อนว่า นี่จะเป็นภารกิจที่แสนยากลำบากจริงๆ ฉันพูดไว้ไม่ผิดใช่ไหม?”

 

จ้าวฮานยังคงตกตะลึงอยู่เล็กน้อย ดังนั้นเขาจึงตอบออกไปโดยไม่รู้ตัว “แน่นอน ผมเพิ่งได้รับโทษประหารชีวิตมา และผมเกือบที่จะเสียชีวิตในภารกิจครั้งนี้ไปซะแล้ว”

 

“ถ้ามีใครถามคุณเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้น? คุณจะตอบไปว่าอย่างไร?”

 

จ้าวฮานไม่รู้ว่าผู้อำนวยการโม่จะมาไม้ไหน เขาจึงตอบกลับไปอย่างโลเล “ผมจะบอกว่าศาลเตี้ย A กลายร่างเป็นมังกรเพื่อช่วยชีวิตผม?”

 

โม่เฉียงไม่พอใจกับคำตอบ “ฉันได้ยินมาว่าคุณเป็นนักเขียนนิยาย มีใครอยากที่จะอ่านเรื่องราวโบราณปรำปราเช่นนี้กัน? คิดใหม่ซะ!”

 

จ้าวฮานเข้าใจและคิดใหม่ทันที “โอ้ ผมรู้แล้ว ภายใต้การนำทีมที่น่าทึ่งของผู้อำนวยการโม่ การต่อสู้กับสัตว์ประหลาดได้ดำเนินไปหลายชั่วโมง แต่เมื่อการต่อสู้ใกล้จะจบลง พวกเราต่างเหนื่อยล้ากันมาก และหลายคนก็ได้รับบาดเจ็บอย่างสาหัส สวรรค์ได้รับการกระตุ้นด้วยความชอบธรรมของเรา จึงส่งมังกรที่แท้จริงออกมาเพื่อฆ่าสัตว์ประหลาดตัวนี้ และมังกรที่แท้จริงก็ถูกกระตุ้นด้วยจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ของเรา มันจึงเสกเรียกสายฝนแห่งการรักษาหลั่งไหลลงมาที่เรา ซึ่งช่วยในการรักษาบาดแผลของเราจนหายเป็นปลิดทิ้ง…”

 

โม่เฉียงพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ ก่อนที่จะหันหลังกลับพร้อมกับตะโกนออกมาให้คนทั้งกลุ่มได้ยิน “ทุกคนได้ยินแล้วหรือยัง?! นี่คือคำตอบมาตรฐานสำหรับภารกิจในวันนี้ จำเอาไว้ซะ! ศาลเตี้ย A หรือการแปลงร่างเป็นมังกร หรืออะไรก็ตามที่เขาทำ ทั้งหมดนี่ไม่ใช่เรื่องจริง! มันเป็นเรื่องหลอกลวงทั้งนั้น!! เขาจะไม่ปรากฏขึ้นในการรายงานภารกิจ!! หากใครบันทึกวิดีโอไว้ ก็ให้ตัดออกไปให้หมดซะ!!

 

เมื่อได้ยินคำสั่งของเขา กลุ่มคนทั้งหมดก็ให้ความสนใจและตอบพร้อมกัน “ครับ!! ผู้อำนวยการ!”

 

หลังจากพูดจบ พวกเขาก็ได้เสียงสนั่นดัง “ตูม!!” ก้องกังวานอยู่รอบตัว

 

ทุกคนเลื่อนสายตามองไปยังที่มาของเสียง วัตถุที่ไม่รู้จักบางอย่าง ได้ตกลงมาจากท้องฟ้าลงสู่กลางจตุรัส วัตถุที่ตกลงมาสร้างหลุมลึกอยู่บนพื้น และฝุ่นควันก็ลอยขึ้นมาจากแรงกระแทก

 

พวกเขาทุกคนพากันตกใจ เพราะสิ่งนี้ถูกส่งมาจากสวรรค์เพื่อลงโทษพวกเขาหรือ? หรือเป็นเพราะสวรรค์ได้ยินผู้ว่าอำนวยการโม่ไม่เพียงแต่สอนให้พวกเขาโกหก แต่ยังสอนพวกเขาหลอกใช้สวรรค์ให้เป็นประโยชน์อีกด้วย!

 

‘เกิดอะไรขึ้น?’ โม่เฉียงก็ตกใจเช่นกัน ศาลเตี้ย A นั้นได้กลับคืนร่างเป็นมนุษย์และจากไปนานแล้ว และคาดว่าเขาอาจจะไม่กลับมาอีกในเวลานี้ ถ้าเกิดสิ่งที่ร่วงหล่นลงมาเป็นสัตว์ประหลาด พวกเขาจะเดือดร้อนเป็นอย่างมาก!

 

โชคดีที่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น จากท่ามกลางฝุ่นควัน มีชายคนหนึ่งยืนขึ้นมาอย่างช้าๆ ใบหน้าของเขาบวมเปล่ง ผมของเขายุ่งเหยิง และเขาก็ถูกปกคลุมไปด้วยคราบดิน แต่เขาไม่แสดงสีหน้าอะไรออกมา เขากำดาบในมืออย่างเหนียวแน่น หลังจากที่เขายืนขึ้น เขาก็เดินโซซัดโซเซไปหาโม่เฉียง

 

โม่เฉียงใช้เวลาสักครู่ในการหาตัวตนของผู้ชายคนนี้ แต่เมื่อนึกขึ้นได้ เขาก็ผ่อนคลาย และถามออกมาอย่างไม่แน่ใจ “ดาบทรหด-ซือเฟิง?”

 

ซือเฟิงค่อยๆปัดฝุ่นออก ก่อนที่จะถามขึ้นมา “สัตว์ประหลาดอยู่ที่ไหน?”

 

“มันถูกจัดการไปแล้ว”

 

“โอ้ งั้นฉันขอตัวก่อนแล้วกัน”

 

“ฉันขอให้คุณเดินทางปลอดภัย”

 

ซือเฟิงเดินออกไปไม่กี่ก้าว ก่อนที่จะหันหลังกลับมาทันที

 

โม่เฉียงตกใจมาก เขาสังเกตุเห็นอะไรบางอย่างงั้นเหรอ?

 

แต่ซือเฟิงกลับถามว่า “ใครคือศาลเตี้ย A?”

 

โม่เฉียงตอบกลับไปทันที “มันเป็นชื่อเรียกของผู้มีพลังพิเศษที่ตื่นขึ้นมาในเมืองเรา ซึ่งเขามีศิลปะการต่อสู้ที่เต็มไปด้วยความกล้าหาญและคุณธรรม เนตรเบิกฟ้า – ไห่เฉิงจากหน่วยตรวจสอบความจริงของคุณ ได้ระบุพลังของเขาไว้ที่ระดับ F โดยเขาบอกว่าศาลเตี้ย A ไม่ต่างจากคนธรรมดาคนหนึ่ง”

 

ซือเฟิงพยักหน้า ดูเหมือนว่าเขาจะเชื่อใจเนตรเบิกฟ้า – ไห่เฉิงมากพอควร จากนั้นเขาก็เดินกะเผลกไปโดยไม่พูดอะไรอีก

 

‘เขาตกลงมาอย่างรุนแรงมาก’ โม่เฉียงคิดกับตัวเอง พร้อมกับหลั่งเหงื่อที่เย็นเยียบออกมา

 

หลังจากสัตว์ประหลาดตายลงไป เขาก็ยุ่งอยู่ว่าจะรายงานผลภารกิจยังไงดี นอกจากนี้เขายังตกใจกับการฟื้นตัวที่น่าอัศจรรย์ของจ้าวฮาน ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าอัศจรรย์เป็นอย่างมาก จนเขาลืมนึกไปว่าหน่วยตรวจสอบความจริงต้องรีบส่งคนมาช่วยเหลือ ดังนั้นดาบทรหดจึงรีบกระโดดลงเครื่องบินเจ็ทมาแบบนี้!

 

โชคดีที่อย่างน้อยเป็นดาบทรหดที่มาพบพวกเขา สติปัญญาของคนๆนี้ไม่ได้สูงมากนัก ถ้าเกิดเป็นคนอื่นจากทีมช่วยเหลือของหน่วยตรวจสอบความจริงมาล่ะก็ พวกเขาอาจจะมองสถานการณ์ทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี้ออกได้ ถ้าเป็นอย่างนั้น สิ่งต่างๆก็ไม่สามารถหลบซ่อนได้อย่างง่ายดายเช่นนี้

 

คำสั่งของโม่เฉียงที่บอกคนของเขานั้น ไม่ใช่แค่เพียงความโลภส่วนตัวแต่เพียงผู้เดียว แต่เขายังให้เครดิตความพ่ายแพ้ของสัตว์ประหลาด ต่อมังกรที่แท้จริงในรายงานของเขาอีกด้วย

 

สิ่งที่สำคัญกว่านั้นก็คือ หัวใจของเขาได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็ว เขาคิดว่าศาลเตี้ย A ไม่สามารถจัดการสัตว์ประหลาดตัวนี้ได้ และอาจละทิ้งพวกเขาไปก่อนที่การต่อสู้จะเริ่มต้นขึ้น แต่ในวันนี้ทำให้เขาตระหนักได้ว่า การใช้ชีวิตในการตระเวณเก็บซากศพหลังจากที่ศาลเตี้ย A จัดการไปนั้น ยังสามารถดำเนินการต่อไปได้…

 

ตราบใดที่ไม่มีใครมาแย่งศาลเตี้ย A ไปจากเขา

 

สิ่งที่เขาคิดอยู่ในหัวก็คือ แม้ว่าการกวาดล้างครั้งแรกของพวกเขาจะสิ้นสุดลงแบบนี้ และทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นก็เต็มไปด้วยความสับสนวุ่นวาย แต่ตราบใดที่เขายังคงสถานะเมืองต้นแบบอย่างเมืองฉีเอาไว้ได้ เขาก็ยังสามารถไต่ขึ้นไปยังจุดสูงสุดได้อยู่ดี

 

ฉายา “ผู้อำนวยการภารกิจที่แสนยากลำบากโม่” ฉายานี้ได้มาเพียงเพราะเขามีความเป็นผู้นำที่ดีและทำงานได้ดี โดยที่คนของเขาไม่ต้องตายแม้แต่คนเดียว…

 

 

ณ.สำนักงานใหญ่ของหน่วยตรวจสอบความจริงที่ไหนสักแห่งทางตอนเหนือ

 

“อาวุโสซู ตอนนี้ได้มีการระเบิดของพลังอันรุนแรงในเมืองฉี มันมีพลังที่ร้ายกาจและมีอำนาจการกดขี่เป็นอย่างมาก ซึ่งแตกต่างอย่างสิ้นเชิงจากข้อมูลของเอเลี่ยนต่างมิติที่มีในฐานข้อมูลของเรา รายงานเบื้องต้นคาดการณ์ว่า อย่างน้อยพลังนี้น่าจะอยู่เหนือระดับ A+”

 

“อะไรนะ?! สิ่งที่มีพลังมหาศาลนี้คืออะไร? หรืออาจจะเป็น? เราอย่าเพิ่งไปสนใจสิ่งนั้น สถานการณ์การต่อสู้กับสัตว์ประหลาดเป็นอย่างไรบ้าง?”

 

“อาวุโสซู กลิ่นอายของสัตว์ประหลาดได้หายไประยะหนึ่งแล้ว และตามมาด้วยการหายไปของพลังอันมหาศาลด้วยเช่นกัน เราคงต้องรอรายงานและการบันทึกวิดีโอจากหน่วยกิจการพิเศษเพื่อตรวจสอบรายละเอียดอีกครั้ง”

 

“โอเค เริ่มการวิเคราะห์ทันทีที่รายงานและการบันทึกวิดีโอถูกส่งมา อย่างไรก็ตาม ตำแหน่งปัจจุบันของดาบทรหดอยู่ที่ไหน?”

 

“นักบินของเขารายงานว่า เขากระโดดลงจากเครื่องบินเจ็ทไปแล้ว”

 

“เขากระโดดไปตอนไหน?”

 

“หลังจากที่กลิ่นอายของทั้งคู่หายไป…”

 

“เขายังไม่ใช่คู่ปรับของไห่เฉิง ประสาทสัมผัสของเขาไม่ไวพอที่จะใช้พลังออร่าได้ แม้ว่าดาบของเขาจะเต็มไปด้วยความหนักแน่นและไม่ยอมอ่อนข้อให้ใคร แต่จิตใจของเขายึดมั่นความยุติธรรมเป็นที่หนึ่ง ดูเหมือนว่าเขาถูกส่งไปที่นั่นอย่างไร้ประโยชน์ เมื่อเขากลับมาแล้ว ให้เขาหยุดพักภารกิจหนึ่งสัปดาห์เพื่อฝึกฝนและบ่มเพาะ เมื่อไหร่ที่เขาจะขับเคลื่อนดาบได้กันนะ?”

 

 

เมื่อมังกรเพลิงปรากฏตัวขึ้นมา มาดามโจวที่กำลังตรวจสอบเหตุผลเบื้องหลังการลาออกอย่างกะทันหันของคนงานในฟาร์มแห่งหนึ่งของกลุ่มชินเซนอยู่ ทันใดนั้นเธอก็ตกตะลึง ก่อนที่เธอจะหันมองไปทางทิศที่ตั้งของศูนย์อำนวยการทั่วไปในเมืองฉี

 

“นั่นคือกลิ่นอายของมังกรที่แท้จริงอย่างแน่นอน! มันเป็นไปได้อย่างไรกัน? รูปแบบมังกรสวรรค์ที่เกิดจากพลังจิตของคนทั้งประเทศ! มันไม่มีทางเกิดขึ้นในโลกนี้ได้เร็วขนาดนี้!! โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคนี้ เป็นยุคที่พลังของผืนแผ่นดินเริ่มฟื้นฟูขึ้นมา อย่างไรก็ตาม กลิ่นอายนี้ไม่สามารถเกิดขึ้นได้กับสิ่งมีชีวิตประเภทอื่น นอกเสียจากว่าจะมีใครบางคนเรียนรู้ทักษะนี้ และคนๆนั้นอาจพบเจอภัยพิบัติครั้งใหญ่ ด้วยเหตุนี้เขาจึงปลุกรูปแบบมังกรสวรรค์ขึ้นมา แต่ถึงแม้ว่าคนๆนั้นจะสามารถฝึกทักษะพลังมังกรจนถึงระดับสูงสุดได้ก็ตาม ขนาดแค่กลายร่างเป็นกิ้งก่าก็ยังยากอภิมหายากเลย แล้วนี่มันเกิดขึ้นได้อย่างไรกัน!? รูปแบบมังกรสวรรค์เป็นความหายนะของการมีอยู่ของฉัน ฉันคงต้องรีบกลับบ้านเพื่อดูว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่”

 

แน่นอนว่าเธอไม่สงสัยฟางหนิงเลยแม้แต่นิดเดียว เขามีความสามารถเป็นได้เพียงพ่อครัว และฟางหนิงยังห่างไกลจากความเข้าใจในเนื้อหาทั้งหมด เพราะเธอเพิ่งสอนเขาไปแค่พลังมังกรระดับเริ่มต้นเท่านั้น แม้ว่าเขาจะอ่านเนื้อหาทั้งหมดเสร็จแล้วก็ตาม อย่าว่าแต่มังกรเลย แม้แต่กลายร่างเป็นกิ้งก่าตัวเล็กๆ เขาก็ยังทำไม่ได้เลย!

 

หากไม่เป็นเช่นนั้น เธอจะรับประกันได้อย่างไรว่า อีกฝ่ายจะให้สามีของเธอกินเม็ดยาอมตะเมื่อเขาได้รับมันมา งูเป็นสัตว์เลือดเย็น ดังนั้นเธอจึงไม่เคยเชื่อมั่นในธรรมชาติของมนุษย์เลยแม้แต่นิดเดียว

 

หลังจากที่มาดามโจวพูดจบแล้ว สายตาที่เย็นชาของเธอก็กวาดไปทั่วฟาร์มอีกครั้ง ก่อนที่เธอจะเดินจากไป