0 Views

ช่วงเวลาอาหารกลางวัน

 

โต๊ะอาหารขนาดใหญ่นั้นว่างเปล่าแล้ว ที่ด้านข้างโต๊ะนั้นเต็มไปด้วยกองชามและจานขนาดใหญ่เรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆ

 

มาดามโจวกลืนน้ำลายและรู้สึกหิวอีกครั้ง เธอมองไปที่ประธานโจวและพูดว่า “บอกให้ลูกเขยของคุณทำอาหารให้เราอีกรอบหนึ่ง”

 

ประธานโจวมองกลับมาที่เธอและตอบว่า “รออีกสักพักก่อนได้ไหม? เราเพิ่งกินเสร็จไปนะ …”

 

มาดามโจวทำท่าทางเหมือนเธอกำลังจะบิดหูของเขา

 

ประธานโจวจ้องมองเธออย่างหวาดกลัว “ที่รักใจเย็นๆก่อน รอให้เขากลายเป็นลูกศิษย์ของคุณก่อนสิ จากนั้นคุณก็สามารถกินมากเท่าที่คุณต้องการได้”

 

มาดามโจวถอยออกมาและนั่งตัวตรง เธอกระแอมไอเล็กน้อยและพูดว่า “เสี่ยวฟาง ดูเหมือนว่านายจะเป็นเด็กดี แต่โลกนี้กำลังเปลี่ยนแปลงเร็วเกินไป มันจะดีกว่าถ้าหากนายมีวิธีป้องกันตัวเองมากกว่านี้”

 

ฟางหนิงตอบว่า “คุณป้า คุณพูดถูกแล้ว จากนี้ไปผมจะไม่ออกไปไหนในเวลาตอนกลางคืนเลย”

 

“เอาล่ะ เรามาเข้าประเด็นกันเถอะ ก่อนที่เราจะมาหานาย ตาแก่ได้บอกกับนายไปแล้วว่า เหยาเหยาและฉันทั้งคู่ต่างมีสายเลือดมังกรโบราณ และฉันยังมีเคล็ดลับการบ่มเพาะพลังรูปแบบพิเศษอีกด้วย วิธีการบ่มเพาะพลังนี้มีค่ามากสำหรับฉัน ซึ่งฉันไม่ส่งต่อให้ใครง่ายๆหรอกนะ …”

 

ฟางหนิงพยักหน้าอย่างจริงจัง “ผมเข้าใจแล้ว”

 

จากนั้นเขาหันหลังและกลับไปที่ห้องครัวเพื่อทำอาหาร หลังจากผ่านไปไม่นาน ภายใต้การเฝ้ารอของมาดามโจว ในที่สุดเขาก็นำแกะย่างสีเหลืองทองอร่ามที่ราดด้วยซอสผลไม้ออกมา

 

เมื่อมาดามโจวเห็นแกะย่าง เธอจ้องมันอย่างไม่กระพริบตา และคอยสูดกลิ่นของมันอย่างจริงจัง ราวกับว่าเธอไม่อยากให้กลิ่นของมันสูญหายไป

 

หลังจากแกะย่างถูกเสิร์ฟลงบนโต๊ะ มาดามโจวหยิบตำราปกแข็งจากกระเป๋าถือของเธอ ส่งมอบให้ฟางหนิงซึ่งนั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม จากนั้นเธอก็ฉีกขาแกะ แล้วยัดเข้าไปในปากของเธอ

 

ขณะที่เธอกำลังกิน เธอก็พูดทั้งๆที่กำลังเคี้ยวอยู่ว่า “นาย … ลองศึกษาดูด้วยตัวเองก่อนนะ ถ้ามีอะไรที่ยังไม่เข้าใจ นายสามารถส่งข้อความถามเหยาเหยาผ่านทางวีแชทได้ มันมีภาษาโบราณมากมาย และพวกมันล้วนลึกซึ้งอย่างมาก แต่อย่าคิดว่ามันจะฝึกสำเร็จได้ง่ายๆนะ … หลังจากที่ฉันสอนเหยาเหยา เธอก็เพิ่งฝึกสำเร็จขั้นแรกหลังจากที่เรียนรู้มาถึงสองปี แต่ฉันไม่ได้สอนให้ตาแก่คนนี้หรอกนะ เพราะเขาหัวล้านแถมยังไม่มีสมอง”

 

‘ฉันอายุ 52 ปีแล้ว ผมร่วงก็ไม่เห็นแปลกตรงไหน?’ ประธานโจวขบคิดกับตัวเอง

 

ฟางหนิงตอบว่า “โอ้ ขอบคุณครับคุณป้า”

 

มาดามโจวโบกมือ ปากของเธอยังเต็มไปด้วยเนื้อแกะย่าง และเธอก็ไม่ได้พูดอะไรอีกเลย

 

ฟางหนิงก้มหน้าอ่านตำรา เขาอ่านมันรวดเดียวตั้งแต่ต้นจนจบ เขาเข้าใจได้เพียงเล็กน้อย โดยเขาเข้าใจได้เพียงแค่ชื่อตำราเท่านั้น! ยังไงซะ นี่ก็เป็นตำราที่ลั่วเหยาใช้เวลาเรียนรู้ตั้งสองปีเชียวนะ …

 

[ระบบเลือกที่จะเรียนรู้ทักษะ ‘พลังมังกร’ ระดับทักษะ: หายาก ระดับปัจจุบัน: ระดับเริ่มต้น ระบบจะได้รับเอฟเฟคพิเศษคือ:]

 

[1.ความอิ่มระดับเริ่มต้น คุณสามารถกินปริมาณอาหารที่คุณต้องการสำหรับกิจกรรมตลอดหนึ่งสัปดาห์ และคุณไม่จำเป็นต้องกินอีกในช่วงที่เหลือของสัปดาห์]

 

[2. คิลปะการต่อสู้มังกรทั้งหมดจะทรงพลังเพิ่มขึ้นอย่างมาก ระดับทักษะปัจจุบันจะเพิ่มพลังขึ้นร้อยเปอร์เซ็นต์]

 

[3. มีโอกาสที่จะหลอมรวมคิลปะการต่อสู้มังกรทั้งหมดเข้าไว้ด้วยกัน ปัจจุบันมีคิลปะการต่อสู้มังกร 32 ท่า เริ่มต้นการหลอมรวม…]

 

ภายในพื้นที่ระบบ

 

ฟางหนิงตกตะลึง “นี่มันไม่ดีแน่ๆ ถ้าฉันเรียนมันรู้มันเร็วแบบนี้ ฉันอาจจะถูกเธอสงสัยได้ หรือว่าฉันต้องแกล้งทำเป็นว่าค่อยๆเรียนรู้ไป จนสามารถเรียนรู้ได้ใน 2 ปีต่อมา ระบบ! นายอยู่ไหม? นี่มันเรื่องด่วนเชียวนะ! ช่วยหาวิธีรับมือที?”

 

“คุณไม่จำเป็นต้องทำอะไรเลย เพราะคุณไม่ได้เรียนรู้ด้วยตัวคุณเอง แต่เป็นฉันที่เรียนรู้”

 

ฟางหนิงพูดอย่างหงุดหงิด “ถ้านายพูดอย่างนี้ ถือว่าเราไม่ใช่เพื่อนกันอีกต่อไป”

 

เมื่ออ่านตำราเสร็จแล้ว ฟางหนิงมีสีหน้าหงุดหงิด มาดามโจวก็กินลูกแกะย่างหมดพอดี เธอเช็ดปากด้วยผ้าเช็ดปากอย่างพึงพอใจ จากนั้นก็จิบน้ำอย่างสง่างาม เธอพูดว่า “เสี่ยวฟาง นายไม่ต้องรีบเร่งเกินไปนัก เคล็ดลับบ่มเพาะพลังนี้ยากมากเกินไป เพราะมันเป็นถึงตำราลับที่สืบทอดมานาน ก่อนอื่นนายจะต้องจดจำเนื้อหาในนั้นให้ได้ทั้งหมดก่อน และในครั้งต่อไปฉันจะสอนนายเป็นการส่วนตัวเอง ฉันจะมาสอนนายสัปดาห์ละครั้ง ซึ่งแน่นอนว่าทุกครั้งที่ฉันสอนนาย ฉันจะเหนื่อยมากและพลังงานจะถูกใช้มากด้วย …”

 

การได้รับสุดยอดทักษะแบบนี้ ทำให้ความแข็งแกร่งของระบบพัฒนาขึ้นมาอย่างมาก คิลปะการต่อสู้มังกรทั้งหมดจะทรงพลังเพิ่มขึ้นร้อยเปอร์เซ็นต์ นี่มันช่างน่ากลัวเกินไปแล้ว นอกจากนี้ นี่ยังเป็นเพียงแค่ระดับเริ่มต้นเท่านั้นเอง นี่แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างทักษะธรรมดาและทักษะสุดยอด …

 

การมีความได้เปรียบในเรื่องนี้ มันจะทำให้เขาปลอดภัยมากขึ้น และเขาคงไม่ต้องกลัวพวกคนน่ากลัวเหล่านั้นอีกต่อไป

 

ภายใต้ความเมตตาที่ยิ่งใหญ่เช่นนี้ ทำไมเขาถึงต้องปฏิเสธด้วยล่ะ? แต่ฟางหนิงไม่ใช่ระบบที่ไม่มีความรู้สึกละอายใจและเกรงใจเลย ด้วยบุคลิกของมัน มันจะไม่มีความรู้สึกขอบคุณ หรืออยากทำอะไรเพื่อตอบแทนบุญคุณอย่างแน่นอน ดังนั้นเขาจึงกล่าวอย่างเป็นธรรมชาติว่า “ในฐานะลูกศิษย์ ผมจะเตรียมงานฉลองที่ดีที่สุดให้กับอาจารย์เอง เพื่อตอบแทนพระคุณที่เสียสละเวลาอันมีค่ามาสอนผม”

 

ระบบกล่าวว่า “คุณตัดสินใจแทนฉันอีกครั้งแล้วนะ ฉันจะทำให้คุณต้องชดใช้ในภายหลัง แต่เนื่องจากคุณเป็นคนที่ตกลงที่จะทำอาหารในครั้งต่อไป ดังนั้นคุณจะต้องเป็นคนลงมือทำอาหารเอง”

 

ฟางหนิงโต้แย้ง “ถ้าปีศาจงูตัวนี้ได้ลิ้มรสอาหารสุกๆดิบๆที่ฉันทำ แถมรสชาติก็ยังห่วยแตกอีก ตอนนั้นเธออาจจะโกรธมาก จนเปลี่ยนสถานะจากมิตรเป็นศัตรูก็ได้ นี่ไม่ใช่ความคิดที่ดีเลยนะ”

 

เมื่อมาดามโจวเห็นสีหน้าของฟางหนิง ในขณะที่กำลังโต้เถียงกับระบบอยู่ เธอคิดว่าเขาคงกำลังมีความสุขมากจนแทบบ้า และเขาคงกังวลเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการทำอาหาร เธอพึงพอใจกับท่าทางเขามาก “ฮ่า ฮ่า เสี่ยวฟาง นายไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับเรื่องค่าใช้จ่ายสำหรับทำอาหารหรอกนะ ตาแก่ของฉันยังพอมีดีอยู่บ้าง เขามีฟาร์มหลายแห่งในเมืองนี้ เขาถือได้ว่าเป็นประธานกลุ่มผลิตอาหารที่ใหญ่ที่สุดของเมืองฉีเลยก็ว่าได้ ฉันจะบอกให้เขาจัดเตรียมวัตถุดิบเหล่านั้นให้กับนายเอง ซึ่งคุณภาพของมันจะสูงกว่าที่นายซื้อในซูเปอร์มาร์เก็ตมาก นอกจากนี้ฉันจะมีความสุขมากขึ้น เมื่อนายใช้วัตถุดิบเหล่านี้ทำอาหาร”

 

ฟางหนิงคิดจะทำตัวเป็นลูกศิษย์ที่ดี โดยการปฏิเสธข้อเสนอของเธอ แต่เมื่อเขากำลังจะอ้าปากตอบปฏิเสธ เขาก็ตกตะลึงอีกครั้ง

 

ระบบเข้าควบคุมร่างกายของเขาอีกครั้งและพูดว่า “โอ้ เมื่อถึงเวลานั้น โปรดนำวัตถุดิบมาให้มากที่สุด เพื่อที่ผมจะได้ทำอาหารให้มากๆ มันจะช่วยให้ผมสามารถกินอาหารสัปดาห์ละครั้งได้ ดังนั้นผมจึงไม่จำเป็นต้องทำอาหารสำหรับวันที่เหลืออีก โอ้! อย่าลืมที่จะนำสมุนไพรจีนต่างๆมาด้วยนะ ผมจะส่งรายการสมุนไพรให้กับคุณเอง และผมจะทำน้ำซุปที่ช่วยบำรุงร่างกายให้คุณอีกด้วย”

 

มาดามโจวมีความสุขมาก เมื่อเธอได้ยินเรื่องนี้ เธอยิ้มแก้มแทบปริ “นั่นเยี่ยมมาก! นายเป็นเด็กที่ซื่อตรงจริงๆ แต่ฉันชอบมาก … ตาแก่ คุณมีความคิดเห็นใดๆหรือไม่?”

 

ประธานโจวผงกหัวอย่างรวดเร็ว “ที่รักพูดถูกทุกอย่าง ในตอนนี้การแข่งขันในอุตสาหกรรมอาหารนั้นสูงมาก แม้ว่าคุณจะกินมากขึ้น แต่มันจะช่วยให้สินค้าคงคลังของเรานั้น …”

 

ใบหน้าของมาดามโจวมืดมนลง “อะไรนะ? คุณวางแผนที่จะให้เรากินอาหารที่กำลังจะหมดอายุเร็วๆนี้ใช่ไหม?”

 

ประธานโจวส่ายหัวทันที “ไม่ใช่อย่างงั้น ฉันขอรับประกันว่ามันจะสดใหม่ที่สุด”

 

“แล้วสมุนไพรจีนของเสี่ยวฟางล่ะ?”

 

ใบหน้าของประธานโจวบิดเบี้ยว “จากความอยากอาหารของคุณ มีเพียงบริษัทยาฉีเซี่ยที่เพิ่งก่อตั้งในเมืองนี้เท่านั้น ที่จะสนองความต้องการในระยะยาวของคุณได้ พวกเขามีสมุนไพรเหล่านี้อยู่มากมาย และฉันได้ยินมาว่า พวกเขาวางแผนที่จะเริ่มปลูกสมุนไพรจีนในแถบเมืองใกล้เคียงอีกด้วย”

 

เมื่อมาดามโจวได้ยินว่าเป็นตระกูลฉี เธอก็ขมวดคิ้วและหันไปหาฟางหนิง “เมื่อสองสามวันก่อน ไอ้เด็กไร้การศึกษาฉีเต๋าและปู่ของมัน เสียชีวิตด้วยความขัดแย้งในตระกูล ไม่มีใครอยู่ที่นั่นเพื่อเป็นสักขีพยานเลยสักคน นายมีความคิดเห็นอะไรไหม? ถ้าตาแก่โจวไปซื้อสมุนไพรจากที่นั่น”

 

ทำไมฟางหนิงต้องมีความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้? เขาและตระกูลฉีไม่ได้เป็นศัตรูกัน และเขาไม่ต้องการที่จะรุกรานบุคคลที่มีอำนาจเช่นนั้น ดังนั้นเขาจึงส่ายหัวแล้วพูดว่า “ผมไม่ใส่ใจ ยังไงพวกเขาก็ตายไปแล้ว”

 

“ถ้างั้นเราจะซื้อสมุนไพร่จากตระกูลฉี ตาแก่ อย่าลืมถามพวกเขาเพื่อรับส่วนลดเพิ่มด้วยล่ะ ส่วนลดที่พวกเขาให้กับเราครั้งล่าสุดนั้น มันยังไม่มากเท่าที่เราต้องการ เป็นเพราะว่านายหญิงคนนี้มั่วแต่ยุ่งอยู่หรอกนะ ไม่งั้นได้เห็นดีกันแน่ แต่ตอนนี้หัวหน้าตระกูลไม่ได้อยู่ที่นี่อีกต่อไปแล้ว พวกเขาจะถือว่าตัวเองโชคดี ถ้าเราไม่หาเรื่องพวกเขาอีก”

 

เมื่อมาดามโจวพูดเรื่องนี้ขึ้นมา ร่างกายของเธออดไม่ได้ที่จะปล่อยกลิ่นอายที่น่ากลัวออกมา เมื่อเธอรู้ตัว เธอก็รีบเก็บมันกลับคืนอย่างรวดเร็ว เธอใช้มือขวาปิดปากแล้วหัวเราะคิกคัก “เสี่ยวฟาง ฉันไม่ได้ทำให้นายกลัวใช่มั้ย?”

 

ฟางหนิงส่ายหัวของเขา “ไม่เลย ผมไม่ได้กลัว”

 

‘ก่อนหน้านี้ฉันกลัวแทบตาย แต่ตอนนี้ฉันมีคุณเป็นเพื่อนแล้ว ทำไมฉันต้องกลัวคุณด้วยล่ะ ตราบใดที่ระบบไม่เปิดเผยร่างที่แท้จริงของคุณ’ ฟางหนิงคิดในใจ

 

เขาเข้าใจแล้วว่าทำไมประธานโจวถึงเป็นคนซื่อสัตย์และกล้าหาญแบบนี้ มีไม่กี่คนหรอกที่จะกล้าหาญอย่างเขา เนื่องจากประธานโจวสามารถนอนหลับใกล้กับปีศาจงูได้ทุกคืน ดังนั้นความกล้าหาญของเขาต้องไม่ใช่น้อยๆ …

 

///

 

ในรถยนต์เมอร์เซเดสเบนซ์ มาดามโจวมีท่าทางภาคภูมิใจมาก การวางตัวของเธอต่อประธานโจวก็ดีขึ้นมากเช่นกัน อย่างน้อยเขาก็ไม่ต้องกังวลว่าจะโดนดึงหูอีก

 

ประธานโจวเห็นว่าอารมณ์ของเมียรักนั้นดีมาก ดังนั้นเขาจึงถือโอกาสถามว่า “ตั้งแต่เสี่ยวฟางบอกว่า เขาจะทำอาหารให้มากขึ้นในอนาคต ทำไมคุณถึงไม่พาฉันและเหยาเหยามาด้วยล่ะ เมื่อตอนคุณมาสอนวิชาให้กับเขา”

 

มาดามโจวมองประธานโจวตั้งแต่หัวจรดเท้า เมื่อเขาเห็นท่าทางของเธอ เขาจึงกลัวและสงสัยว่าคำขอนั้นมากเกินไป จู่ๆมาดามโจวก็พูดขึ้นมาว่า “แน่นอน ฉันจะพาคุณทั้งสองคนมาด้วย คุณหน่ะไม่เป็นปัญหาเท่าไหร่หรอก เพียงแค่ไก่ตัวเดียวก็สามารถเติมเต็มความอิ่มของคุณได้แล้ว และด้วยอายุที่มากของคุณ คุณจำเป็นต้องดื่มน้ำซุปสมุนไพรเพื่อบำรุงร่างกายอีกด้วย แต่เหยาเหยานี่สิ…?”

 

ประธานโจวรู้สึกเสียใจกับลูกสาวของเขา จากนั้นเขาพูดว่า “แต่คุณไม่สามารถให้เธออยู่แต่ในบ้านตลอดเวลาแบบนั้นนะ นอกจากนี้คุณต้องพยายามหาทางจับคู่พวกเขาด้วยนี่?”

 

เมื่อมาดามโจวได้ยินเช่นนี้ เธอก็ระงับความเจ็บปวดและพูดว่า “ทุกๆห้าครั้ง ฉันจะพาเธอไปด้วยหนึ่งครั้งก็แล้วกัน”

 

“แสดงว่าพวกเขาจะเจอกันแค่เดือนล่ะครั้ง? มันน้อยไปไหม?”

 

“งั้นเอาเป็นว่าทุกๆสามครั้งแล้วกัน ห้ามน้อยไปกว่านี้แล้วนะ เด็กคนนั้นกินจุมากกว่าฉันอีก ระวังเธอจะเผลอกินจนคุณหมดตัวนะ”

 

“ฮ่า ฮ่า งั้นฉันจะขยายฐานการผลิตให้มากขึ้น เมื่อเร็วๆนี้ดูเหมือนว่าจะมีฟาร์มอยู่สองสามแห่งที่ขาดทุน คนงานบางรายต้องลาออกอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีเหตุผล พวกเขาเหล่านี้เป็นคนในท้องถิ่น และทักษะในการทำในฟาร์มก็ไม่เลว มันเป็นไปได้ที่พวกเขากำลังมองหางานที่ดีขึ้น ดังนั้นฉันจึงคิดจะรับคนเหล่านี้เข้ามา”

 

การแสดงออกของมาดามโจวเยือกเย็น “คุณไม่ต้องทำอะไรเลย ปล่อยให้ฉันเป็นคนจัดการเรื่องนี้เอง ในช่วงนี้ฉันขอให้คุณและเหยาเหยาอยู่แต่ในบ้านก็พอ ห้ามออกไปไหนอย่างเด็ดขาด”

 

จากนั้นเธอพูดกับคนขับรถ “เสี่ยวเฮ่ย นายไม่ต้องไปไหนในช่วงสองสามวันนี้ แค่เฝ้าบ้านและถ้ามีอะไรให้รีบโทรหาฉันทันที!”

 

คนขับรถมีผิวสีเข้ม เขาขับรถอย่างตั้งใจและพยักหน้า “ครับมาดาม”

 

///

 

ในบ้านของฟางหนิง ในพื้นที่มิติของระบบ

 

ระบบกล่าวว่า “วันนี้เป็นวันที่โชคดีอย่างไม่คาดคิด ฉันได้เรียนรู้ทักษะที่หายาก มันสนับสนุนระบบศิลปะการต่อสู้ของฉันมากเลย นี่มันคุ้มค่าเอามากๆ และดูเหมือนว่าจะไม่เป็นการสิ้นเปลืองอาหารเลย”

 

ฟางหนิงสงสัย “อืม เพราะมันเป็นทักษะที่หายากซึ่งสูงกว่าทักษะทั่วๆไป ถือว่าเราได้โบนัสก้อนใหญ่เลยนะ”

 

“ไร้สาระ คุณไม่รู้ทักษะนี้ด้วยซ้ำ ถ้าคุณไม่ได้บอกฉันว่า พวกเขาจะสอนคุณถึงความสามารถในการประหยัดเวลากินอาหาร ฉันก็ขี้เกียจเกินไปที่จะเรียนรู้มัน เป็นเพราะความสามารถของฉันล้วนๆ ถึงได้เรียนรู้ทักษะนี้มา”

 

“เอาล่ะ ตราบใดที่นายได้รับประโยชน์ก็ดีแล้ว เอาเป็นว่าฉันไม่รู้อะไรเลย ดังนั้นฉันจะไม่พูดอะไรมาก”

 

ระบบพอใจกับความถ่อมตัวของฟางหนิงมาก “แต่ในวันนี้เราได้รับผลประโยชน์มาไม่น้อย เราสามารถแก้ไขปัญหาอาหารในอนาคตของพวกเขา และมันยังช่วยลดความยุ่งยากในการสลับตัวตนในตอนกินอาหารของเราอีกด้วย และในเดือนที่ผ่านมาเราต้องใช้จ่ายหมดไปกับค่ากินตั้งหลายล้าน นี่มันช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของเราชัดๆ”

 

ฟางหนิงถอนหายใจ “แน่นอนสิ มันทำให้นายมีเงินเหลือเยอะขึ้นนี่ แต่ตอนนี้ฉันรู้สึกละอายใจมากขึ้น …”

 

“เมื่อตอนคุณนั่งกับผู้หญิงคนนั้น หลังจากการรักษาครั้งล่าสุด คุณบอกฉันว่า คุณไม่รู้สึกละอายใจแล้ว แต่ทำไมตอนนี้คุณกลับรู้สึกละอายใจมากขึ้น?”

 

ฟางหนิงพูดไม่ออก

 

หลังจากนั้นไม่นาน ฟางหนิงก็พูดว่า “สอนทักษะพลังมังกรให้ฉันหน่อยสิ”

 

“ทำไม? มันไม่มีปัญหาอะไรนี่ เพราะฉันเรียนรู้แล้ว คุณเป็นคนขี้เกียจ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่คุณเริ่มอยากเรียนรู้ทักษะเองเลยนะ แต่ฉันต้องเตือนคุณก่อนว่า การบ่มเพาะพลังนี้ยากมาก”

 

“ตอนนี้ฉันละอายใจที่ได้เป็นมนุษย์ ดังนั้นสิ่งเดียวที่ฉันอยากจะเป็นก็คือมังกร …”

กลุ่มลับมี80ตอน ติดตามได้ที่  https://web.facebook.com/Peerless-White-Emperor-169875893804807/