0 Views

เวลาสองทุ่ม ในฐานลับของหน่วยกิจการพิเศษ

 

ในขณะนี้ฐานกำลังอยู่ภายใต้กฎอัยการศึกเต็มรูปแบบ สมาชิกภายในทีมของหน่วยกิจการพิเศษได้สวมชุดสูทสีดำที่มีตราสัญลักษณ์ดาบและโล่ เพื่อเตรียมพร้อมที่จะโจมตี พวกเขาตั้งขบวนยืนอยู่บนสนามภายในฐาน พวกเขาไม่ได้พูดอะไรแม้แต่คำเดียว และการแสดงออกของพวกเขาก็ดูเคร่งขรึมเป็นอย่างมาก

 

ไม่นานหลังจากนั้น ผู้อำนวยการหน่วยกิจการพิเศษของเมืองฉี -โม่เฉียง กำลังเดินเข้าไปหาคนเหล่านี้ ด้านหลังของเขาเป็นรองผู้อำนวยการสามคน อาจารย์ใหญ่จาง รวมไปถึงนักเรียนบางคนจากศูนย์ฟื้นฟูและปรับทัศนคติ

 

ไม่สำคัญว่าจะเป็นโม่เฉียงหรือคนที่อยู่ข้างหลังเขา ทุกคนล้วนแต่มีสีหน้าที่เคร่งขรึมเหมือนกันหมด ในขณะที่พวกเขาเดินตามกันไปด้วยความหนักแน่น พวกเขาทั้งหมดล้วนไม่มีใครส่งเสียงออกมาเลยแม้แต่เสียงเดียว

 

เมื่อเขามาเดินมาถึงด้านหน้าสมาชิกทีมหน่วยกิจการพิเศษ โม่เฉียงก็ยืนนิ่ง

 

นักเรียนจากศูนย์ฟื้นฟูและปรับทัศนคติที่อยู่ด้านหลังเขา ต่างรีบวิ่งไปขนาบทางด้านซ้ายของหน่วยกิจการพิเศษ ราวกับว่าพวกเขาได้ฝึกฝนกันมาแล้วหลายครั้ง เช่นเดียวกับคนอื่นๆ พวกเขาต่างเข้าแถวและยืนนิ่ง

 

โม่เฉียงขยับแว่นตาของเขาให้ตรง ประกายแสงภายในดวงตาส่องแสงออกมา และแผ่สะท้อนรังสีที่เย็นชาออกมา

 

ในดวงตาของเขายังเผยภาพลักษณ์ที่เย็นชา และน่าหวาดกลัวออกมา “ทุกคน พวกคุณจะต้องทำภารกิจที่หนักมากในวันนี้! ในกลุ่มพวกคุณอาจจะมีคนมากมายที่ไม่ได้กลับมาอีก หรือแม้แต่ซากศพของพวกคุณ ก็อาจจะไม่ได้กลับมาด้วยเช่นกัน!”

 

ในขณะนี้ไม่มีใครส่งเสียงออกมาแม้แต่คนเดียว ทุกคนล้วนแต่นิ่งฟังอย่างตั้งใจ

 

“สงครามครั้งไหนก็ตามที่ปรารถนาชัยชนะ มักจะต้องมาพร้อมกับการเสียสละอยู่เสมอ! ไม่มีการยกเว้นแม้แต่ครั้งเดียว! สิ่งที่เรากำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้คือสงครามการเอาชีวิตรอดที่โหดเหี้ยมที่สุด! ทุกคนตั้งแต่ผู้สูงอายุไปจนถึงผู้เยาว์ รวมถึงผู้ป่วยระยะสุดท้ายที่ใกล้ตายไปจนถึงทารกแรกเกิด จะต้องตระหนักถึงความเสียสละของพวกคุณในครั้งนี้! การเสียสละของพวกเราไม่ได้มีไว้สำหรับสิ่งอื่นใด แต่มีไว้เพื่อสร้างชีวิตที่ดีขึ้นให้กับคนรุ่นต่อไปเท่านั้น”

 

เมื่อพูดมาถึงตอนนี้ เขาก็กวาดสายตามองไปทั่วทุกคน และหยุดการพูดให้กำลังใจ หากพวกเขาไม่มีเจตจำนงที่แข็งแกร่งมากพอ ผู้ที่กลัวตายจะต้องถูกกำจัดออกจากภารกิจในคืนนี้ทันที

 

“หน่วยตรวจสอบความจริงเพิ่งจะส่งหนังสือแจ้งเหตุฉุกเฉินมาว่า เครือข่ายของเราได้ตรวจพบ เหตุการณ์พิเศษประเภทที่ 77 ที่กำลังจะเกิดขึ้นในค่ำคืนนี้ โดยเอเลี่ยนที่มีความสามารถในการพลางตัวที่สูงมาก อีกทั้งยังก้าวร้าวและโหดเหี้ยมดุร้ายอย่างมาก มันจะมาถึงที่เมืองฉีในเวลาเที่ยงคืนของวันนี้ เหตุการณ์นี้จะเป็นงานกวาดล้างอย่างเป็นทางการครั้งแรก นับตั้งแต่หน่วยกิจการพิเศษของเมืองฉีได้จัดตั้งขึ้นมาเมื่อสองปีที่แล้ว!”

 

ดวงตาของโม่เฉียงส่องประกายแสงที่เย็นชาออกมาทันที “ทุกคนไม่ควรที่จะประมาทมัน! แม้ว่ามันจะมีเพียงแค่ตัวเดียว และพวกเรามีถึง 123 คนก็ตามที!”

 

“พลังของมันแข็งแกร่งมากถึงจนขั้นที่จะต้องใช้ปืนใหญ่, จรวดนำวิถี และระเบิดในการจัดการ! แต่ในเมืองที่มีประชากรหนาแน่นเช่นนี้ อาวุธหนักเหล่านี้จึงไม่สามารถใช้งานได้ นั่นคือเหตุผลที่ว่าทำไมอาวุธที่พวกคุณใช้อยู่ จึงเป็นเพียงแค่อาวุธเบาที่ผลิตขึ้นมาเป็นพิเศษเท่านั้น นอกจากนี้อาวุธพิเศษเหล่านี้อาจจะไม่สามารถทำอะไรกับมันได้เลย!”

 

“พวกคุณอาจจำเป็นที่จะต้องใช้ร่างกายตัวเอง หรือชีวิตของคุณเพื่อเสียสละปกป้องประชาชน พวกคุณทุกคนล้วนเป็นบุคคลที่มีพลังพิเศษ เมื่อคุณผ่านขั้นตอนแรกของการฝึกฝนพลัง และความแข็งแกร่งทางจิตใจมาแล้ว คุณควรจะมีความแข็งแกร่งมากกว่าคนธรรมดาทั่วไป และด้วยความแข็งแกร่งเหล่านี้ ฉันหวังว่าพวกคุณจะสามารถกำจัดมันได้”

 

เมื่อพูดมาถึงจุดนี้ ทันใดนั้นเขาก็โน้มตัวลงไปถึงเอว เพื่อโค้งคำนับต่อหน้าทุกคน

 

“ฉันขอขอบคุณเหล่านักเรียนทุกคนอย่างยิ่ง โดยเฉพาะหลังจากที่พวกคุณเข้าใจในพลังพิเศษของตัวเองดีแล้ว พวกคุณก็ยังไม่กลัวที่จะเสียสละตัวเอง อีกทั้งยังมีความคิดที่จะมีส่วนร่วมในภารกิจครั้งนี้ด้วยตัวเอง ซึ่งเป็นการกระทำที่หาได้ยากเป็นอย่างยิ่ง หลังจากผ่านเหตุการณ์นี้ไป พวกคุณจะได้รับคะแนนที่ดีขึ้น และจะสามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระภายในเมืองฉีได้อีกครั้ง แต่พวกคุณก็ต้องรายงานตำแหน่งของคุณอยู่เป็นประจำด้วยเช่นกัน” โม่เฉียงกล่าวขอบคุณนักเรียนจากศูนย์ฟื้นฟูและปรับทัศนคติ

 

หลังจากนั้นเขาก็อ้าปากอีกครั้งแล้วพูดกับอาจารย์ใหญ่จาง “ท่านอาจารย์ใหญ่จาง โปรดพูดอะไรสักหน่อยเพื่อเป็นขวัญกำลังใจด้วยเถอะครับ”

 

อาจารย์ใหญ่จางมองเหล่าผู้คนที่อยู่ด้านหน้าเขา ซึ่งแต่ละคนยังคงเด็กอยู่ แต่หลายคนก็เคยได้ฟังคำอบรมปราศัยของเขามาก่อนแล้ว ซึ่งพวกเขาต้องพบเจอความยากลำบากมาหลายต่อหลายครั้ง ไม่มีใครที่จะไม่เห็นด้วยกับหลักคำสอนของเขาเลยสักคนเดียว (เพราะมีโทษทัณฑ์ทั้งสามค้ำคออยู่)

 

อย่างไรก็ตาม เขาไม่ต้องการพูดอะไรในตอนนี้ เขาไม่ต้องการที่จะปราศัยอะไร

 

เพราะเขารู้ว่าในหมู่ผู้คนจำนวนมากเหล่านี้ นี่อาจเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะได้เห็นพวกเขา

 

บุคคลที่มีพลังพิเศษเหล่านี้ เต็มใจที่จะเข้าร่วมภารกิจครั้งนี้ก็เพื่อเสรีภาพ บางคนอาจจะโชคดีรอดชีวิตกลับมา หรือบางคนอาจจะต้องตาย! แต่ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม เนื่องจากพวกเขาได้ตัดสินใจเข้าร่วมในภารกิจครั้งนี้แล้ว นั่นก็แสดงให้เห็นว่าพวกเขาตระหนักถึงการเสียสละที่พวกเขากำลังทำอยู่

 

“ขอให้พวกคุณทุกคนกลับมาอย่างปลอดภัย”

 

เมื่อเขาพูดประโยคนั้นจบ มันก็ยากมากที่จะดำเนินการพูดอีกต่อไป

 

“ไปกันเถอะ! ไปทำตามแผนที่พวกเราวางไว้” หลังจากโม่เฉียงพูดจบ เขาก็เป็นคนแรกที่เดินออกไป

 

ในบรรดาคนทั้งหมด นอกจากอาจารย์ใหญ่จางที่ยังยืนอยู่บนสนามแล้ว คนอื่นๆก็จากไปหมดโดยไม่มีเหลือแม้แต่คนเดียว

 

อาจารย์ใหญ่จางมองภาพเงาของคนพวกนั้นห่างไกลออกไปเรื่อยๆ แม้จะต้องผ่านความยากลำบากที่เขาได้พบเจอมาในชีวิตมาตั้งมากมาย แต่เขาก็ไม่สามารถหยุดน้ำตาที่ไหลรินออกมาได้ เขายกมือขึ้นสูงและโบกมืออย่างมั่นคงไปยังเงามืดเหล่านั้น และพึมพำออกมา “หวังว่าพวกคุณทุกคนจะกลับมานะ…”

 

พวกเขาจมหายเข้าไปในความมืดมิด มันใช้เวลาไม่นานกว่าเสียงสตาร์ทของเครื่องยนต์จะดังขึ้นมาจากระยะไกล

 

อย่างไรก็ตาม อาจารย์ใหญ่จางยังคงยืนอยู่ที่เดิมโดยที่ไม่เคลื่อนไหว แม้ว่าตอนนี้จะเป็นช่วงปลายฤดูใบไม้ร่วง และสายลมยามค่ำคืนก็เหน็บหนาว แต่เขาก็ยังคงยืนอยู่ที่นั่นคอยเฝ้ามองทิศทางที่พวกเขาออกเดินทาง…

 

///

 

ด้วยการตบเพียงครั้งเดียวจากศาลเตี้ย A โจรคนหนึ่งก็หมดสติไป ศาลเตี้ย A ได้แต่ส่ายหัว นับตั้งแต่ครั้งสุดท้ายที่เขาจัดการมอนสเตอร์(ฉีเต๋า)จนเลเวลอัพ หลังจากนั้นเขาก็มักจะอยู่ในโหมดสแตนด์บาย ในช่วงเวลาส่วนใหญ่เขาใช้เวลาฝึกฝนอย่างโดดเดี่ยว โดยฝึกฝนทักษะและขัดเกลาพลังงานที่สำคัญของเขา

 

ระบบถามขึ้นมา “มอนสเตอร์เหล่านี้มักได้ค่า EXP ที่น้อยลงทุกวัน ทำไมเราถึงไม่ไปไล่ล่าหาพวกชื่อสีเหลืองล่ะ?”

 

ฟางหนิงกำลังอ่านนิยายอย่างมีความสุข แต่หลังจากที่ได้ยินความต้องการของระบบแล้ว เขาก็รีบโพล่ขึ้นมาทันที เขากลัวว่าระบบจะตัดการเชื่อมต่ออีกครั้ง!

 

ฟางหนิงตอบกลับ “แล้วแต่ท่านระบบเลยครับ ผมพร้อมจะทำตามอยู่แล้ว”

 

ระบบตอบกลับ “ให้ฉันดูแผนที่ระบบก่อนนะ อ่า! จุดนี้ไม่ดีเลย มันมืดและเล็กเกินไป ด้วยการมองเพียงครั้งเดียว คุณจะเห็นว่ามันแทบจะไม่ให้ค่า EXP เลยสักนิด ส่วนตรงจุดนั้นมันสว่างและก็ใหญ่มากพอ แต่อย่างไรก็ตาม สีของมันไม่ได้เป็นสีแดง ดูเหมือนว่าจุดนี้มันไม่เคยทำบาปมาก่อน ถ้าเราไปฟาร์มมัน มันจะลดค่าคุณธรรมของเราลงอย่างมาก…”

 

ฟางหนิงตอบ “เมื่อนายเลือกเสร็จแล้ว แจ้งให้ฉันรู้ด้วยล่ะ…”

 

หลังจากนั้นครู่หนึ่ง ระบบก็ทำการตัดสินใจและเลือก “จุดนี้ดีกว่า – ถึงจุดของเขาไม่ใหญ่ และความสว่างก็ไม่มากเกินไป แต่มันก็มีสีเหลืองผสมกับสีแดง และยังมีสีม่วงปนด้วยบางส่วน เขาต้องทำบาปมาเยอะมากแน่ๆ ถึงค่า EXP ของเขานั้นจะไม่มากนัก แต่อย่างน้อยคุณก็จะได้รับค่าชื่อเสียงที่มาก นอกจากนี้ยังเป็นการดีที่จะเริ่มต้นตุนชื่อเสียงไว้รอระบบชื่อเสียงเปิดใช้งาน และเมื่อเวลานั้นมาถึง ความแข็งแกร่งของคุณจะเพิ่มขึ้นอีกมาก”

 

ฟางหนิงพูดขึ้นมา “ตราบใดที่นายมีความสุขก็พอ…”

 

///

 

ในอาคารที่พักอาศัยที่ทรุดโทรมเขตตะวันออกของเมืองฉี

 

พื้นห้องถูกย้อมไปด้วยคราบเลือด และมีลวดลายแปดเหลี่ยมแปลกๆ มันมีขอบทั้งหมดเจ็ดขอบ ทุกมุมขอบทั้งเจ็ดจะมีใบหน้าที่แสดงสีหน้าทั้งสุข โกรธ กังวล ลุ่มหลง เศร้า กลัว และตกใจ เมื่อใครก็ตามที่เห็นเช่นนี้ มันทำให้คนที่ดูภาพเหล่านั้นรู้สึกแปลกๆและหวาดกลัว

 

ในขณะนี้มีชายคนหนึ่งสวมเสื้อคลุมสีดำ กำลังนั่งคุกเข่าอยู่ตรงกลางมุมทั้งเจ็ด เขาถือกริชที่มีหยดเลือดอยู่ในมือ และกำลังท่องอะไรบางอย่างเหมือนว่ากำลังสวดมนตร์…

 

ศาลเตี้ย A ปรากฏตัวขึ้นข้างหลังชายคนนี้โดยไร้สุ่มไร้เสียง

 

อย่างไรก็ตาม ชายคนนี้ยังคงให้ความสนใจกับการท่องพึมพำบางอย่างของเขาต่อไป “ ลอร์ดแห่งอารมณ์ทั้งเจ็ด ข้าขออัญเชิญท่าน…”

 

ในขณะที่ฟางหนิงยังไม่ทันได้ตั้งตัว ทุกอย่างก็ตกอยู่ในความรับผิดชอบของระบบในการตัดสินใจ

 

เมื่อระบบได้เข้ามาควบคุมร่างกายของเขา ศาลเตี้ย A ก็พุ่งเข้ามาจากทางหน้าต่าง จากนั้นเขาก็ตกใจกับบรรยากาศที่แปลกประหลาดภายในห้อง เขาจึงวางนิยายที่เขาอ่านลง และซ่อนตัวอยู่ในโรงตีเหล็กภายในพื้นที่มิติของระบบ

 

มันไม่มีวิธีอื่นอีกแล้ว เพราะสิ่งที่เขาเห็นคือพิธีกรรมแปลกๆ นอกจากนี้มันยังเป็นวิญญาณ นี่เป็นหนึ่งในรูปแบบที่เขาหวาดกลัวเป็นพิเศษ

 

หลังจากที่ให้กำลังใจตัวเองเงียบๆ ฟางหนิงก็เดินออกมาจากโรงตีเหล็กอย่างช้าๆ โลกในปัจจุบันนี้น่ากลัวกว่าเดิมไปเยอะมาก ถ้าระบบไม่ได้เป็นเจ้าของร่างกายของเขาในตอนนี้ เขาจะไม่มีทางออกมาเมื่อตอนท้องฟ้ามืดอีกเลย

 

ระบบไม่รู้สึกกลัว เมื่อมันควบคุมร่างกายของฟางหนิง มันไม่แม้แต่จะมองไปที่สภาพแวดล้อมรอบตัว และก็ไม่พูดอะไรออกมาเลยแม้แต่คำเดียว หลังจากนั้นศาลเตี้ย A ก็ตบไปที่หัวของชายคนนั้นทันที

 

ชายคนนั้นล้มลงกระแทกไปบนพื้น สมองของเขาแตกกระจาย และตายในสภาพยุ่งเหยิง

 

ฟางหนิงหวาดกลัวและงวยงง “ทำไมนายถึงไม่บอกฉันก่อนว่าจะฆ่ามอนสเตอร์ชื่อสีเหลือง?”

 

ระบบทำเพียงแค่ตอบกลับไป “โอ้ เมื่อเราเข้ามาครั้งแรก คุณก็ตกใจกลัวมากจนหนีไปซ่อนตัวอยู่ในโรงตีเหล็กของฉันแล้ว คุณจึงไม่ได้สังเหตุเห็นบนแผนที่ระบบว่า สีของคนนั้นค่อยๆเปลี่ยนจากสีเหลืองไปเป็นสีแดง และเปลี่ยนไปเป็นสีม่วงแล้ว … ดูเหมือนว่าคุณจะกลัวผู้ชายคนนี้มาก แต่ฉันคิดว่ามันแปลกๆอยู่นะ เมื่อตอนเราพบปีศาจงูครั้งล่าสุด คุณก็ดูหวาดกลัวมากเหมือนกัน แต่ทำไมปีศาจงูนั่นไม่เห็นเปลี่ยนชื่อเป็นสีแดงเลย?”

 

เมื่อฟางหนิงและระบบเริ่มพูดคุยกัน ความหวาดกลัวของเขาก็จางหายไป “ไร้สาระ เธอแค่ต้องการรับสมัครฉันเป็นลูกเขย ตราบใดที่ฉันไม่ได้กวนใจเธอ เธอก็จะไม่มีภัยคุกคามใดๆ ส่วนผู้ชายคนนี้กำลังวางแผนทำในสิ่งชั่วร้ายอยู่ และลูกเล่นต่างๆของเขาก็ทำให้ฉันเป็นกังวลและหวาดกลัว…

 

ระบบตอบกลับไป “เอาล่ะ เราไม่ได้รับค่า EXP ที่มากมายอะไร แต่เราได้รับชื่อเสียงเพิ่มขึ้นมาอย่างมาก มันช่างแปลกประหลาดจริงๆ”

 

///

 

ณ.ฐานทัพของหน่วยกิจการพิเศษ อาจารย์ใหญ่จางกำลังยืนอยู่บนสนาม เพื่อรอการกลับมาของทีมโจมตี

 

ผู้โจมตีทั้งหมดกลับคืนสู่ฐานทัพหลังจากผ่านไปสองชั่วโมง นอกเหนือจากเหงื่อบนหน้าผากของพวกเขาแล้ว ดูเหมือนว่าจะไม่มีแม้แต่ผมเส้นเดียวหายไป

 

“ทำไมพวกคุณถึงทำภารกิจเสร็จเร็วนัก? สัตว์ประหลาดไม่ออกมาตอนเที่ยงคืนงั้นเหรอ? หรือว่ามันจะปรากฏตัวขึ้นเร็วกว่าที่คาดคิดไว้ และทุกคนก็ฆ่ามันไปแล้ว?”

 

โม่เฉียงพูดไม่ออก

 

รองผู้อำนวยการหน่วยกิจการพิเศษกล่าวว่า “อาจารย์ใหญ่จาง ทุกอย่างจบลงไปแล้ว หลังจากที่เราออกไปปฏิบัติภารกิจ เราก็รีบไปยังสถานที่ที่กำหนดตามแผนการที่หน่วยตรวจสอบความจริงได้บอกมา และเตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ แต่หลังจากรอมาได้สักระยะหนึ่ง หน่วยตรวจสอบความจริงได้ส่งหนังสือแจ้งเหตุฉุกเฉินอีกฉบับหนึ่งมา โดยบอกว่าไม่สามารถหาพิกัดที่เชื่อมโยงไปถึงมันได้ ซึ่งจะต้องใช้เวลาอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์ ถึงจะจะหาพิกัดมันเจอได้อีกครั้ง”

 

อาจารย์ใหญ่จางพูดขึ้นมา “คุณหมายความว่าสัตว์ประหลาดตัวนั้นหายไป…”

 

โม่เฉียงตะโกน “แยกย้ายได้! ภารกิจของวันนี้ถูกยกเลิกแล้ว!”