0 Views

“เสี่ยวฟาง ทำไมนายถึงนิ่งเงียบไปหรือว่านายฝันกลางวันอีกแล้ว? ตกลงนายต้องการจะพูดอะไรต่ออีกไหม?” ประธานโจวถาม

 

ขณะที่ฟางหนิงกำลังตัดสินใจจะตอบคำถามประธานโจวอยู่ จู่ๆเขาก็ได้ยินเสียงของระบบดังขึ้นมา

 

ระบบแจ้งเตือน: [คุณอยู่ที่ในขั้นตอนการเลือกผลลัพธ์ที่สำคัญ – โปรดดำเนินการเลือกตัวเลือกดังต่อไปนี้]

 

[ตัวเลือกที่หนึ่ง: คุณก้มศีรษะลงบนพื้นทันที และพูดว่า “พ่อตาครับ โปรดรับการคารวะจากลูกเขยคนนี้ด้วยเถอะครับ” จากนั้นคุณก็แต่งเข้าตระกูลของปีศาจงูที่ทรงพลัง จากนั้นเป็นต้นไปคุณจะได้เป็นพ่อครัวทำอาหารเต็มเวลาภายในบ้าน และคุณจะได้อาศัยอยู่กับพวกเขา ระบบจะยุติภารกิจ และแกนกลางพลังงานของระบบจะหยุดทำงาน อย่างไรก็ตาม ภายในวันรุ่งขึ้น พวกเขาจะพบว่าคุณเป็นเพียงของปลอม เพราะคุณไม่สามารถทำอาหารใดๆได้เลย ภายใต้คำต่อว่าติเตียนของตาแก่โจวและลูกสาวของเขา คุณจึงหลบหนีออกจากตระกูลโจวด้วยความอับอาย และตระกูลของปีศาจงูก็จะส่งคนไปไล่ฆ่าคุณ]

 

[ตัวเลือกที่สอง: คุณตัดสินใจที่จะดำเนินการหาสิ่งที่รบกวนจิตใจของคุณต่อไป และต้องการที่จะอยู่ติดบ้านไปตลอดชีวิต คุณตัดสินใจว่าจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยตัวคุณเอง มีอิสระไม่ยึดติดกับใคร คุณจึงปฏิเสธความมีน้ำใจของประธานโจว ปีศาจงูคิดว่าคุณทำให้สามีของเธอต้องอับอายขายขี้หน้า เธอจึงพยายามจะฆ่าคุณอีกครั้ง แม้ว่าการต่อสู้ระหว่างคุณทั้งสองจะจบลงด้วยการถูกจับเข้าคุกทั้งคู่ แต่เมื่อคุณออกจากคุกมา คุณก็จะไม่สามารถอาศัยอยู่ในเมืองฉีได้อีกต่อไป สิ่งเดียวที่คุณทำได้ก็คือ การโยนรากฐานที่คุณสร้างที่นี่ทิ้งไปและหลบหนีออกจากเมือง]

 

[ตัวเลือกที่สาม: ด้วยนิสัยที่ชอบผัดวันประกันพรุ่ง คุณจึงเลือกที่จะเลื่อนการตัดสินใจออกไปก่อน ด้วยการตัดสินใจครั้งใหญ่เช่นนี้ คุณจึงตัดสินใจที่จะคุยเรื่องนี้ในวันอื่นแทน หากคุณยังขืนดำเนินการต่อในวันนี้ คุณจะ … สมองของคุณจะถูกทำลาย ด้วยเหตุนี้คุณจึงชะลอการตัดสินใจออกไปก่อน โดยการรอจนกว่าระบบจะประสบความสำเร็จในการอัพเลเวลไปจนถึงเลเวล 100 ซะก่อน นี่เป็นเพียงเหตุผลหนึ่ง แต่เหตุผลที่สำคัญที่สุดคือ คุณรู้ว่าก่อนที่ลูกสาวของประธานโจวจะปลุกสายเลือดขึ้นมาได้ เธอต้องห้ามแต่งงาน มิฉะนั้นแล้วสายเลือดของเธอจะไม่บริสุทธิ์ หลังจากที่เธอถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมา]

 

หยาดน้ำตาได้อาบเต็มใบหน้าของฟางหนิง เขาขอบคุณการผัดวันประกันพรุ่งของเขาที่อยู่ในขั้นรุงแรงเป็นอย่างมาก! ‘ฉันที่เป็นคนติดบ้านคนนี้ไม่เหมาะที่จะด่วนตัดสินใจอะไรที่รวดเร็วเช่นนี้เลยสักนิด’

 

“เสี่ยวฟาง นายกำลังฝันกลางวันอีกแล้วงั้นเหรอ? นายยังไม่ฟื้นตัวดีใช่ไหม?” ประธานโจวถามออกมาอีกครั้ง

 

“ไม่ครับ ผมรู้สึกซาบซึ้งเป็นอย่างมากต่อความห่วงใยและจริงใจของคุณ ประธานโจว ผมก็แค่ได้ยินข่าวลือจากใครบางคนมาว่า ก่อนที่สายเลือดของคนๆหนึ่งจะถูกปลุกขึ้นมา คนๆนั้นต้องห้ามแต่งงานเด็ดขาด! เพราะมันจะทำให้ความบริสุทธิ์ของสายเลือดลดลง หลังจากนั้นการปลุกความแข็งแกร่งก็จะลดลงด้วยเช่นกัน ผมไม่สามารถซ่อนข้อมูลนี้จากคุณได้ เพราะผมคิดว่าตระกูลของคุณจะไม่ได้รับความเป็นธรรม”

 

ประธานโจวตกตะลึงเป็นอย่างมาก “โอ้ ฉันเข้าใจแล้ว เสี่ยวฟาง นายเป็นเด็กที่ซื่อสัตย์ และเป็นคนดีมากจริงๆ ขอบคุณที่บอกเรื่องนี้กับฉันนะ ฉันจะเอาเรื่องนี้ไปคุยกับภรรยาของฉันดูก่อน”

 

///

 

พวกเขาใช้เวลาส่วนมากในการกินอาหารตั้งแต่เช้าจรดค่ำ

 

ในห้องรับแขก ประธานโจวเห็นภรรยาของเขากำลังเอนกายลงบนโซฟาเพื่อพักผ่อน หลังจากทานอาหารเสร็จเรียบร้อยแล้ว จากนั้นเขาก็เข้าไปบอกเธอถึงเรื่องที่เกิดขึ้น

 

หลังจากมาดามโจวได้ยินข่าวนี้ สิ่งที่เธอแสดงออกมาคือรอยยิ้มจางๆ “ฮี่ ฮี่! สามีดูเหมือนว่าเขาจะผ่านขั้นนี้ไปแล้ว เขาช่างเป็นคนดีจริงๆ แต่ตอนนี้เราปล่อยเรื่องนี้ไว้ก่อนเถอะ เราจะคุยกันอีกครั้งเมื่อเหยาเหยาถูกปลุกสายเลือดขึ้นมาแล้ว”

 

ประธานโจวพยักหน้าช้าๆ แต่เมื่อนึกถึงมารยาทบนโต๊ะอาหารของภรรยา เขาก็รู้สึกเป็นกังวลอยู่เล็กน้อย ดังนั้นเขาจึงอ้าปากแล้วพูดออกมา “ที่รัก แม้ว่าเสี่ยวฟางจะเป็นคนดี แต่จริงๆแล้วเขาก็เป็นคนขี้เกียจมากๆ และยังชอบเล่นเกมมากอีกด้วย ทั้งหมดที่เขามีก็คือความสามารถในการทำอาหารที่สุดยอดมากแค่นั้นเอง แต่ถึงอย่างนั้น มันก็ไม่ได้ดูมีค่าหรือหายากอะไรมากนัก ยังมีคนที่มีความสามารถดีๆอื่นๆอีกมากมาย แต่ทำไมคุณถึงเลือกเขา? อย่าบอกนะว่าคุณมาถึงจุดที่จะขายลูกสาวตัวเอง เพื่อรองรับความโลภของตัวเอง? ฉันพูดถูกไหม?”

 

“บัดซบ! คุณพูดกับภรรยาของคุณเช่นนี้ได้อย่างไรกัน?” มาดามโจวลุกขึ้นยืน และบิดหูสามีของเธอทันที

 

“โอ๊ย มันเจ็บนะที่รัก ฉันไม่กล้าที่จะทำแบบนี้อีกแล้ว ไม่กล้า ไม่กล้าแล้ว” ตาแก่โจวร้องขออภัยและความเห็นใจ

 

“หึ ถ้าฉันไม่พูดแบบนี้ ฉันกลัวว่าคุณจะไม่เต็มใจที่จะเห็นด้วยกับฉัน และด้วยเหตุนี้ คุณจะทำลายแผนการของฉันอย่างไม่รู้ตัว ฉันจะบอกกับคุณถึงความทรงจำในสายเลือดที่ตื่นขึ้นมาของฉันว่า ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้านี้ ผู้สืบทอดมรดกจะปรากฏตัวขึ้น ในบรรดาผู้ที่เราต้องการก็คือผู้ที่มีทักษะการทำอาหารขั้นสูง แต่ระดับของสายเลือดจะต้องไม่สูง และไม่มีทักษะเวทย์มนตร์ที่ล้ำค่าใดๆ อย่างไรก็ตาม มันเป็นสิ่งที่มีประโยชน์มากที่สุดสำหรับคนปกติเช่นเรา ที่จะสามารถใช้เม็ดยาอมตะเพื่อยืดอายุไขของเราไปได้อีกศตวรรษหรือมากกว่านั้น นอกจากนี้เม็ดยานี้ยังสามารถใช้กับมนุษย์โดยตรงได้อีกด้วย”

 

“ฉัน ลั่วรู่วได้ตระเวนกินมาทั่วโลกเป็นเวลาหลายสิบปีแล้ว ไม่มีอะไรที่ฉันไม่เคยชิมมาก่อน แต่เมื่อเร็วๆนี้ ร้านอาหารที่คุณเปิดได้ทำอาหารบางอย่างที่ดีกว่าที่ฉันเคยชิมมาก่อน จากนั้นฉันก็สังเกตเห็นการมีอยู่ของฟางหนิง นอกจากนี้ เนื่องจากฉันได้ลองชิมอาหารที่เขาทำเองในวันนี้แล้ว ในที่สุดฉันก็สามารถยืนยันบางอย่างได้ว่า ฟางหนิงจะต้องได้รับมรดกนั้นอย่างแน่นอน”

 

“เสี่ยวเหยาและฉันสามารถปลุกสายเลือดให้ตื่นขึ้นมาได้ หากปราศจากเม็ดยาอมตะ เราก็ยังสามารถมีชีวิตอยู่ต่อไปได้อีกสองร้อยปี มีแต่คุณเท่านั้นที่เป็นตาแก่ไปแล้วครึ่งหนึ่ง และไม่มีคุณสมบัติในการฝึกฝน และไม่มีความสามารถในการปลุกสายเลือดอีกด้วย ดังนั้นในอีกไม่กี่ปีคุณก็จะทิ้งพวกเราไป คุณจะปล่อยให้ภรรยาและลูกสาวของคุณ จมปรักอยู่กับความเหงาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด เมื่อเวลานั้นมาถึงงั้นหรือ?”

 

ภายในใจของตาแก่โจวรู้สึกซาบซึ้งเป็นอย่างมาก เขาขอบคุณสำหรับความรอบคอบของภรรยา แต่เขาไม่อาจยอมรับความมีน้ำใจของภรรยาได้ เขาส่ายหัวและพูดว่า “อย่างไรก็ตามคุณจะแลกเปลี่ยนสิ่งนี้กับความสุขของลูกได้อย่างไร? ก่อนหน้านี้คุณให้ฉันบอกข้อดีไม่กี่อย่างของเสี่ยวฟางกับลูกสาวของเรา เพื่อที่จะได้โน้มน้าวให้เธอชอบเขา ฉันคิดว่าอย่างน้อยเขาก็ดีกว่าลูกชายของคนรวยคนอื่นๆมาก แต่ฉันกลัวว่าเธอจะถูกหลอกเพราะความไร้เดียงสาของเธอ นั่นคือเหตุผลที่ฉันมอบเธอให้คุณเป็นคนจัดการ แต่เมื่อฉันฟังคำพูดของคุณในตอนนี้แล้ว ฉันรู้สึกว่าคุณต้องการที่จะยกลูกสาวที่มีค่าของเราเพื่อแลกกับเม็ดยาอมตะ นั่นคือเหตุผลที่ฉันไม่ต้องการ ฉันจะไม่บังคับลูกของฉันทำในสิ่งที่เธอไม่ต้องการอย่างเด็ดขาด สิ่งนี้จะต้องขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์ของพวกเขาเองเท่านั้น ถ้าลูกไม่มีความสุข ฉันก็ไม่ยกลูกสาวของฉันให้กับเสี่ยวฟางเด็ดขาด”

 

“ไร้สาระ! ดูวิธีที่เธอต่อสู้กับฉันเพื่อแย่งอาหารในวันนี้สิ คุณคิดว่าเธอจะไม่มีความสุขงั้นเหรอ?” มาดามโจวเป็นคนที่เข้าใจลูกสาวของเธอมากที่สุด

 

ตาแก่โจวยังคงส่ายหัว “อย่าเอาเรื่องความรักกับเรื่องความอยากอาหารมาเกี่ยวข้องกันสิ เรื่องของความรู้สึกไม่ใช่เรื่องง่ายๆแบบนั้น ถึงแม้ว่าคุณจะอายุน้อยกว่าฉันสิบปี แต่ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าคุณเป็นคนหนึ่งที่ชอบคิดเกี่ยวกับระบบศักดินามากนักนะ คุณไม่ได้พิจารณาถึงความคิดเห็น และความรู้สึกของเหยาเหยาเลยสักนิด คุณคิดอยู่เสมอว่า คุณสามารถตัดสินใจแทนเธอได้ทั้งหมดทุกเรื่อง”

 

มาดามโจวตกตะลึง จากนั้นเธอก็บิดหูของสามีของเธออีกครั้ง “คุณหมายถึงอะไร? โจวเซียงเหวิน คุณพูดเหมือนกับฉันเป็นหญิงชราในสังคมศักดินา ที่อาศัยอยู่แต่ในคฤหาสน์ใหญ่โตอย่างนั้นแหละ คุณรู้ไหมว่าคุณพูดอะไรออกไป?”

 

“ที่รัก แม้ว่าคุณจะบิดหูฉันอีกสักกี่ครั้ง แต่ฉันก็จะไม่ฟังคุณในเรื่องนี้หรอก เราไม่สามารถแลกเปลี่ยนความสุขของลูกเพื่อสิ่งอื่นได้ มันอาจจะดีถ้าฉันมีชีวิตอยู่ได้อีกนับร้อยปี แต่ถ้าลูกสาวของเราจะต้องอยู่อย่างเจ็บปวดหลังจากนั้นอีกสองร้อยปีล่ะก็ ถ้าเป็นอย่างนั้น ฉันขอตายตั้งแต่ตอนหนุ่มๆแทนดีกว่า” ตาแก่โจวส่ายหัวของเขา

 

การแสดงออกของมาดามโจวกลายเป็นซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่เธอมองสามีของเธออย่างระมัดระวัง แม้ว่าเขาจะกลัวเธอ แต่แววตาของเขาก็ตั้งใจอย่างแน่วแน่ ว่าการแสดงออกของเขานั้นไม่ใช่ของปลอม

 

นั่นคือการมีชีวิตยาวนานอีกนับร้อยปี ในขณะที่เธอย้อนกลับไปยังความทรงจำของเธอในอดีตในที่สถานที่ที่สายเลือดของเธอได้ถือกำเนิดมา ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการบังคับให้ลูกสาวแต่งงานกับใครบางคน แล้วจะมีอะไรผิดปกติกับการขายลูกสาวกัน? พวกเขาจะทำอย่างไรถ้าลูกสาวถูกฆ่าตาย? แม้ว่า…

 

หลังจากคิดย้อนกลับไปยังความทรงจำนั้น แสงเย็นชาจางๆก็กระพริบผ่านดวงตาของมาดามโจว ‘ไม่ว่าคุณจะศักดิ์สิทธิ์แค่ไหน แต่ถ้าคุณคิดที่จะอยู่ที่นี่แล้วล่ะก็… และถ้าคุณกล้าทำลายความสุขของครอบครัวฉัน ฉันจะต่อสู้กับคุณจนถึงวันสุดท้าย และไล่ล่าคุณไปจนถึงที่สุดปลายโลก’

 

ประธานโจวรู้สึกหนาวเหน็บขึ้นมาทันที เขาจึงเกิดความสงสัยและถามออก “ทำไมกันนะ ทำไมฉันถึงรู้สึกว่ามันหนาวขึ้นมาอย่างฉับพลัน? เราลืมตั้งสวิตช์เครื่องปรับอากาศรึเปล่านะ?”

 

มาดามโจวสูดลมหายใจของเธอกลับไป จากนั้นเธอก็ทำการบิดหูสามีของเธอต่อ เธอบิดจนหูของเขาเป็นสีแดงแล้วจึงปล่อยมือ และทำให้อบอุ่นด้วยลมหายใจของเธอ จากนั้นเธอก็พูดขึ้นมาว่า “ไม่ ตาแก่โจวของฉัน คุณทำได้ดีมากในวันนี้ เมื่อคำนึงว่าเราทั้งคู่ไม่สามารถเลือกคนที่ไม่ดีให้กับลูกสาวของเราได้ ดังนั้นแล้วเราจะให้เหยาเหยาเป็นคนตัดสินใจเอง อย่างมาก ฉันจะส่งต่อเทคนิคการบ่มเพาะไปให้เด็กคนนั้นเป็นการส่วนตัว เพื่อที่เขาจะสามารถพึ่งพาการบ่มเพาะเพื่อยืดอายุไขของเขา และเราจะไม่พลาดเม็ดยาที่สามารถยืดอายุของเราไปได้อีกนับร้อยปี”

 

“ฉันเห็นว่าเขาเป็นคนขี้เกียจ แต่เขาก็เป็นคนที่จะตอบแทนความเมตตาของคุณอย่างแน่นอน แม้ว่าเขาจะขี้เกียจมาก แต่เขาก็ทำผลงานออกมาได้ดีอย่างน่าประหลาดใจ เนื่องจากเขาเป็นคนร่ำรวย ดังนั้นเขาจึงอยู่ติดบ้านทั้งวัน และรู้เพียงแต่วิธีเล่นเกม เมื่อถึงเวลานั้น ฉันอยากให้คุณคอยกระตุ้นให้เขาตั้งใจฝึกฝนบ้าง”

 

ตาแก่โจวรู้สึกประทับใจเป็นอย่างมาก เมื่อเขาต้องการตอบกลับไป แต่เขาได้เห็นภรรยาของเขาน้ำลายไหล และเธอก็พูดต่อ “แน่นอน ถ้าคุณบังเอิญจับเขาทำอาหารอีก อย่าลืมโทรหาฉันก่อนด้วยนะ และคุณไม่จำเป็นต้องบอกลูกสาวที่มีค่าของคุณอีกแล้ว เมื่อเห็นว่าเธอกินอาหารไปเป็นจำนวนมาก เขาคงอายที่จะขอให้เธอจ่ายบิล ครั้งเดียวคงเป็นไร แต่จะเกิดอะไรขึ้น ถ้ามันเกิดขึ้นมากกว่าหนึ่งครั้งกันล่ะ?”

 

ตาแก่โจวได้ยินและคิดกับตัวเอง ‘ภรรยาที่รักของฉัน คุณคิดว่าคุณเป็นคนที่กินน้อยกว่าคนอื่นงั้นเหรอ? ทำไมฉันถึงรู้สึกว่าคุณเป็นศูนย์กลางของความสนใจในงานเลี้ยงวันนี้? แทนที่จะเป็นลูกสาวของเรา!’

 

แน่นอนว่าเขาไม่สามารถพูดออกมาได้ เว้นแต่ว่าเขาจะไม่ต้องการมีหูอีกต่อไป สำหรับตอนนี้มันไม่เป็นไรแล้ว เขาจึงหันหลังกลับ และเลิกคิดที่จะบิดเบือนความคิดภรรยาของเขา เพราะนี่คงไม่ใช่เรื่องง่ายเลยทีเดียว

 

///

 

ในขณะนี้ฟางหนิงและลั่วเหยา กำลังนั่งอยู่บนระเบียงห้องอาหารเพื่อมองดูดวงดาว

 

ฟางหนิงนั่งอยู่ห่างจากเธอสามเมตร เขานั่งตัวตรงและมองไปข้างหน้า คราวนี้เขาดูไม่วอกแวกอีกต่อไปแล้ว

 

มุมมองของระบบไม่ได้ถูกเปิดใช้งาน อย่ามาไร้สาระหน่อยเลย เขารู้ว่าแม่ของลั่วเหยาเป็นปีศาจงูที่ทรงพลัง นอกเสียจากว่าเธอจะไม่เกี่ยวข้องในทางชีวภาพแล้ว ผู้หญิงที่นั่งถัดจากเขาคือปีศาจงูในอนาคต เขาไม่ได้เป็นพระเจ้าหรือบุคคลสำคัญของจีน เขาจึงไม่มีความกล้าที่จะนอนกับงูเด็ดขาด…

 

ในบรรดาสัตว์ทั้งหมด เขากลัวงูมากที่สุด เขาจะขนลุกมากขนาดไหน ถ้ามองร่างที่แท้จริงของเธอ

 

พวกเขาสองคนไม่ได้พูดอะไรกันสักคำ

 

ลั่วเหยาจึงเป็นคนแรกที่เปิดปากพูด “ขอโทษนะคะ คุณดูเครียดมากเลย มารยาทบนโต๊ะอาหารของคุณแม่ในวันนี้ ทำให้คุณกลัวงั้นเหรอคะ?”

 

ฟางหนิงคิดกับตัวเอง ‘ถูกแล้ว แม่ของคุณได้ฆ่าตัวเลือกจากระบบของฉันไปตั้งสี่ตัวเลือกในวันนี้ ฉันจะไม่รู้สึกกลัวได้อย่างไรกัน?’

 

ลั่วเหยาพูดขึ้นมา “ฉันขอโทษจริงๆนะคะ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับฉันเช่นกัน เมื่อฉันเห็นอาหารที่แสนยอดเยี่ยมทั้งหมดนี้ มันก็เหมือนกับว่าฉันกลายเป็นคนที่แตกต่างออกไป”

 

ฟางหนิงคิดกับตัวเอง ‘ไม่ ไม่ ไม่ เธอไม่ได้เปลี่ยนเป็นคนอื่นเลยสักนิด แต่นี่คือก้าวแรกของการเปลี่ยนแปลงของเธอต่างหาก’

 

ลั่วเหยาพูดต่อ “ให้ฉันขอโทษคุณในนามของคุณพ่อคุณด้วยนะค่ะ พวกเขาทำให้คุณมีปัญหามากมายในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมานี้ พ่อแม่ของฉันมีความตั้งใจที่ดี แต่พวกเขามักกังวลเสมอว่าฉันจะถูกคนเลวหลอกลวง นั่นคือเหตุผลที่พวกเขาต้องการหาคนที่เหมาะสม เพื่อที่จะแต่งงานกับฉันค่ะ”

 

ฟางหนิงคิดกับตัวเอง ‘ไม่ ไม่ ไม่ เธอควรกังวลเกี่ยวกับคนเลวที่จะโกหกเธอดีกว่านะ…’

 

ลั่วเหยายังคงพูดต่อไปอีก “อันที่จริงแล้ว ในวันนี้พ่อแม่ของฉันทานอาหารมากเกินไปหน่อย และทำให้คุณต้องปิดร้านอาหารนานเกินไป สิ่งนี้คงไม่ทำให้คุณขาดทุนใช่ไหมคะ? พ่อของฉันคอยสอนฉันอยู่เสมอว่า เราไม่สามารถใช้ประโยชน์จากคนอื่นได้ ดังนั้นฉันจะโอนเงินให้คุณเองค่ะ”

 

ระบบ “โอ้ ฉันรอประโยคนี้มานานแล้ว หมายเลขบัญชี WeChat ของฉันคือ XXXXXXXXXXXX ยอดรวมของการบริการและอาหารจะอยู่ที่ 1,233,244 หยวน และ 76 เซนต์ แต่เพียงแค่ปัดเศษออก เธอก็แค่โอนเงินมา 1,233,244 หยวนพอ”

 

ฟางหนิงพูดไม่ออก

 

ลั่วเหยาตอบกลับไป “แน่นอน ฉันจะโอนเงินให้คุณทันทีเลยค่ะ”

 

ในพื้นที่มิติของระบบ

 

ฟางหนิงพูดขึ้นว่า “เฮ้ ระบบ นายข้ามเส้นอีกครั้งแล้วนะ ทำไมนายถึงยึดร่างกายของฉันออกไปพูดแบบนี้? ฉันยังคงเป็นมนุษย์ แต่นายก็ยังจะถวงถามเรื่องเงินจากเธออีก นี่ช่างเป็นเรื่องน่าอับอายมากจริงๆ!”

 

ระบบตอบกลับ “อีโก้ของคุณไม่มีค่าอะไรเลย แต่ส่วนผสมเหล่านั้นมีค่าใช้จ่ายหลายล้าน นอกจากนี้วัตถุดิบทั้งหมดต้องเตรียมมาก่อน และไม่ต้องพูดถึงว่าฉันได้ใช้ความพยายามไปทั้งวันในการทำอาหาร ตอนแรกฉันคิดว่ามันเป็นแค่งานเลี้ยงฉลองที่จะตอบแทนบุญคุณ แต่ในที่สุดพวกเขาก็กินอาหารทั้งวันจนลากยาวไปถึงกลางคืน พวกเขากินมันจนหมด และเราก็ไม่ได้เป็นคนไปขอเงินพวกเขาอีกด้วย เมื่อพิจารณาถึงเรื่องนี้ คุณต้องเข้าใจด้วยว่า เงินของคุณก็คือเงินของฉัน เมื่อคุณไม่มีปัญญาหาเงินเอง คุณก็อย่าไปแจกจ่ายเงินด้วยความเอื้ออาทรสิ”

 

ฟางหนิงพูดขึ้นมา “ระบบ ภายใต้การยึดครองของนาย ฉันไม่ต้องรอจนกว่าเลเวลของนายจะไปถึง 100 เพื่อรอการตัดสินใจงั้นเหรอ? ถ้าเป็นอย่างนั้น จากนี้เป็นต้นไปฉันคงจะต้องเป็นเด็กกำพร้าอย่างแน่นอน…”

 

ระบบแจ้งเตือน: [หมายเลขบัญชี WeChat XXXXXXXXXXX บนโทรศัพท์ของคุณได้รับการโอนเงินเป็นจำนวน 1,233,244 หยวนจากบัญชีพิเศษ XX]

 

ระบบพูดออกมา “โอ้ เธอช่างเป็นเด็กไร้เดียงสามากจริงๆ เธอไม่ได้ให้รางวัลพิเศษกับเราเลยแม้แต่เซนต์เดียว…”

 

ฟางหนิงตอบกลับ “กรุณาหุบปากสักครู่ หากนายไม่รู้สึกอับอาย ฉันก็ไม่มีอะไรจะพูดอีกต่อไปแล้ว”

 

ระบบตอบกลับ “คุณไม่สามารถพูดอะไรออกไปได้แม้แต่คำเดียว คุณทำได้แค่เพียงเล่นกับความคิดในหัวของคุณเท่านั้น มนุษย์เช่นคุณมักจะไม่คิดและพูดในสิ่งเดียวกัน ฉันควรช่วยคุณบอกเธอตอนนี้หรือไม่? เพราะฉันอ่านความคิดของคุณออกทั้งหมด”

 

ฟางหนิงโต้กลับ “นายไม่ใช่มนุษย์นี่ ดังนั้นนายก็ไม่ควรพูดเรื่องของคนอื่น…”

 

พวกเขาทั้งสองนั่งลงที่นั่นอย่างเงียบๆอีกครั้งเพื่อมองดูดวงดาว ในท้ายที่สุดประธานโจว และครอบครัวของเขาก็จากไป เหลือทิ้งไว้แต่ฟางหนิงที่กำลังโบกมือให้อยู่ภายในร้าน และเฝ้าดูพวกเขาขึ้นรถและขับรถออกไป