0 Views

หลังจากที่เขาทำภารกิจเสร็จสิ้น ฟางหนิงก็รู้สึกว่าภาระที่เขามีอยู่ทั้งหมดได้ถูกยกออกไปหมดแล้ว ทำให้เขาดูมีพละกำลังและดูสดใสมากยิ่งขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับความมืดมนในก่อนหน้านี้

 

เมื่อระบบสังเกตเห็นสิ่งนี้ มันคิดว่าโฮสต์ได้เปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นคนใหม่แล้ว และคงเลิกอ่านนิยายพร้อมทั้งเลิกเล่นเกม เพื่อเพิ่มความรับผิดชอบต่อหน้าที่ให้มากยิ่งขึ้น แต่มันไม่คาดคิดว่าโฮสต์จะยังคงเล่นเกมของเขาต่อไป ด้วยความสะบายใจที่มากขึ้นกว่าเดิมอีก…

 

ก่อนหน้านี้ฟางหนิงจะรู้สึกละอายใจเล็กน้อยเมื่อเขาเล่นเกม และจะปรากฏตัวออกมาเมื่อตอนที่ระบบแจ้งเตือนเท่านั้น แต่ในตอนนี้เขากำลังต่อสู้อย่างมีความสุขในเกมอยู่ ถึงแม้ว่าวันนี้จะเป็นวันงานกาล่าดินเนอร์ของตระกูลฉีในการเปิดตัวเม็ดยามหัศจรรย์ก็ตาม ในเวลาเดียวกันเขายังเปิดคอมพิวเตอร์อีกเครื่อง เพื่อรอการแจ้งเตือนการอัปเดตจากนิยายที่เขากดติดตามเอาไว้

 

เหมือนกับว่าเขาไม่รู้สึกถึง การมีอยู่ของระบบผู้ทรงเกียรติเลยแม้แต่นิดเดียว

 

“โฮสต์ คุณไม่ได้บอกว่าคุณต้องไปงานเลี้ยงของตระกูลฉี เพื่อประมูลเม็ดยามหัศจรรย์สักสองสามเม็ด ไว้ใช้ในกรณีที่ได้รับบาดเจ็บหรอกเหรอ? หรือว่าคุณลืมเรื่องนี้ไปแล้วรึเปล่า?” ระบบพยายามเตือนชายหนุ่มที่กำลังดูเว็บไซต์ ในขณะที่มันกำลังบ่มเพาะพลังอยู่

 

“โอ้ มันไม่มีความจำเป็นที่เราจะต้องไปเข้าร่วมงานอีกต่อไปแล้ว” ฟางหนิงตอบอย่างเปิดเผยในขณะที่เขาแอบใช้อาวุธใหม่ที่มีมูลค่า 10,000 หยวน เพื่อจัดการฝ่ายตรงข้ามในการแข่งขัน Clash of Clans

 

ความตั้งใจเดิมที่เขามีอยู่ในใจ เมื่อเขาเสนอให้ระบบเข้าร่วมงานเลี้ยงก็เพื่อที่จะดูว่า เม็ดยามหัศจรรย์สามารถงอกแขนขาขึ้นมาใหม่ได้หรือไม่ แต่เนื่องจากผู้มีพระคุณของเขาได้รับการติดตั้งขาเทียมที่ระบบผลิตขึ้นมาแล้ว ซึ่งมันมีแข็งแกร่งพอๆกับเหล็ก และมีประสิทธิภาพที่ดีกว่าแขนขาแท้ๆของเขาเสียอีก ดังนั้นเขาจึงไม่ความจำเป็นที่จะต้องไปเข้าร่วมงานเลี้ยงครั้งนี้อีกต่อไป …

 

การแจ้งเตือนของระบบ: [คุณถูกตัดการเชื่อมต่อ]

 

“แม่งเอ๊ย!” ฟางหนิงกำลังฆ่าทุกอย่างที่ขวางหน้า และอยู่ห่างจากการชนะการแข่งขันเพียงนิดเดียว แต่เกมบนหน้าจอของเขาก็กลายเป็นสีเทาไปซะก่อน สิ่งนี้ทำให้เขาดูสับสนอย่างสิ้นเชิง ในไม่ช้าเขาก็ตระหนักได้ว่า การเล่นตลกกับระบบนั้นช่างไม่คุ้มเอาเสียเลย ท้ายที่สุดแล้วเขาก็ถูกระบบบังคับให้ไปงานเลี้ยงจนได้ เพื่อที่จะได้ประมูลเม็ดยามหัศจรรย์สองสามเม็ด ไว้ใช้เพื่อรักษาโรคและอาการบาดเจ็บที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต

 

“เอาล่ะ ก็ได้ ก็ได้ ตอนนี้ฉันจะไปเตรียมตัวก่อนแล้วกัน” ฟางหนิงรู้ดีว่าทำไมระบบถึงต้องการให้เขาปรากฏตัวในงานเลี้ยงครั้งนี้ ถ้าระบบเป็นคนที่เข้าร่วมงานเลี้ยงด้วยตัวมันเอง เช่นนั้นมันก็จะเป็นหายนะสำหรับเขา เพราะมันไม่มีความเชี่ยวชาญในการสนทนากับคนอื่นๆเลย มันถนัดใช้แต่ถ้อยคำที่ดูถูกผู้คนเท่านั้น หากเรื่องนี้เกิดขึ้น และสถานการณ์ยังอยู่ในความควบคุม พวกเขาก็อาจจะต้องยอมแพ้ในการซื้อเม็ดยา และทำได้เพียงแค่ขอบคุณที่พวกเขาไม่ได้ถูกไล่ออกจากงานเลี้ยง

 

ระบบมีอิสระที่จะไปทุกที่และดูถูกทุกคน โดยเฉพาะเมื่อมันอยู่ในตัวตนของศาลเตี้ย A นี่คือทั้งหมดที่ต้องขอบคุณบันทึกการกระทำของศาลเตี้ย A และการเคลื่อนไหวที่ไม่สามารถตรวจสอบได้ของมัน

 

การแจ้งเตือนของระบบ: [คุณเชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ต]

 

น่าเศร้าที่มันสายเกินไปแล้ว ฟางหนิงดูภาพเคลื่อนไหวที่มาพร้อมกับวิดีโอรีเพลย์การตายของเขาภายในเกม ในฐานะผู้เล่นที่ซื้อสกินและชุดเกราะที่ดูน่าดึงดูดสำหรับอัศวินของเขา ตัวละครของเขายังคงยืนตัวตรง และยังคงไม่ขยับเขยื้อนไปไหนเมื่อเขาถูกตัดการเชื่อมต่อ ซึ่งทำให้ผู้เล่นระดับต่ำ 3 คนจากทีมศัตรูล้อมรอบ และระดมโจมตีใส่ตัวละครของเขาด้วยการผสมผสานสกิลสตั้น และสกิลลดค่าสถานะต่างๆ ฟางหนิงรู้สึกอยากจะร้องไห้แต่ไม่มีน้ำตา เมื่อเขาดูอนิเมชั่นของตัวละครของเขาที่กำลังจะตาย

 

แม้แต่กลุ่มเพื่อนภายในเกมก็ยังส่งข้อความมาแซวเขา

 

“เฮ้ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย? หัวหน้ากิลด์ของเราอยู่ระดับท็อปของเกมด้วยการทำ 18 คอมโบสังหาร และเป็นผู้เล่นระดับแนวหน้าที่อยู่ภายในเมืองหลัก แต่ทำไมเขาถึงยืนนิ่ง และตายด้วยน้ำมือของผู้เล่นที่แสนอ่อนแอเหล่านี้กันล่ะ? นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”

 

“อ่า นี่ดูออกเกือบจะชัดเจนเลยทีเดียว มันคงเป็นเพราะแฟนสาวของเขาคงถอดสาย LAN ออกไปแล้วล่ะ”

 

[เอ็ลเดอร์ XX ถูกห้ามพูดเป็นเวลา 24 ชั่วโมง]

 

“ฮ่าฮ่า ฉันพูดถูก!”

 

[เอ็ลเดอร์ XX ถูกห้ามพูดเป็นเวลา 30 วัน]

 

‘นายกล้าเยาะเย้ยฉันได้ยังไง? ฉันไม่เตะนายออกจากกิลด์ที่ดีที่สุดในเซิร์ฟเวอร์ก็ดีแค่ไหนแล้ว นอกจากนี้ระบบยังดำรงอยู่โดยไม่มีความเป็นมนุษย์ และสิ่งมีชีวิตเช่นแฟนก็ไม่ได้มีความสำคัญเทียบเท่ากับ การมีพลังที่แข็งแกร่งของมันเลยแม้แต่นิดเดียว ชาวนาอย่างนายอย่านำความหายนะมาสู่ราชาอย่างฉันสิวะ!’ ฟางหนิงพึมพำกับตัวเอง ในขณะที่เขาเข้าควบคุมร่างกายตัวเองอีกครั้ง

 

ในที่สุดระบบก็พึงพอใจเป็นอย่างมาก และถอยออกไปบ่มเพาะพลังอย่างสันโดษต่อ

 

///

 

ฟางหนิงไปงานเลี้ยงของตระกูลฉีเพียงลำพัง ในตอนแรกเขาคิดจะนำเฉ่าหยิงไปด้วยกัน เพื่อหลีกเลี่ยงความอึดอัดใจในตอนอยู่ในงาน โดยเขาเข้าใจว่า เธอควรจะชอบสภาพแวดล้อมแบบนี้ สภาพแวดล้อมที่รายล้อมไปด้วยเหล่าคนรวย

 

เมื่อเขาโทรไปหาเธอ เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าเธอจะตอบกลับมาว่า เธอกำลังยุ่งกับการเรียนภาษาอังกฤษ และไม่อยากเข้าร่วมงานเลี้ยงนี้ แต่เมื่อเขาถามเธอเกี่ยวกับแรงจูงใจในการเรียนภาษาอังกฤษ เธอก็ตอบเขาว่า เธอต้องการขยายธุรกิจร้านอาหารของเขา ให้กลายเป็นเครือโรงแรมระดับนานาชาติ เพื่อที่จะหารายได้จากชาวต่างชาติ อย่างไรก็ตาม เธอไม่เคยรู้เลยว่า จำนวนเครื่องปรุงที่ผลิตได้นั้น ไม่ได้อยู่ในการควบคุมของฟางหนิงเลยแม้แต่นิดเดียว…

 

ฟางหนิงประทับใจมากกับความมุ่งมั่นของเธอ เมื่อธุรกิจได้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญตลอดหลายเดือน เขาก็ได้รับโบนัสอันงามจากหุ้นส่วนแสนสวยคนนี้ นี่แสดงให้เห็นว่าเธอมีแรงจูงใจในการขยายธุรกิจขนาดไหน! แต่ถึงอย่างนั้น เมื่อธุรกิจเติบโตขึ้น คนที่รับประโยชน์มากที่สุดก็ยังคงเป็นเขาอยู่ดี เพราะเขาเป็นเจ้านายที่มีส่วนในการได้รับส่วนแบ่งทั้งหมด!

 

เขาค่อนข้างสงสัยเกี่ยวกับความก้าวหน้าในการเรียนรู้ภาษาอังกฤษของเธอ เขาจึงได้ลองพูดคุยสั้นๆกับเธอเป็นภาษาอังกฤษ และเขาพบว่าเฉ่าหยิงใช้เวลาในการเรียนรู้ไปเป็นจำนวนมาก แต่ก็ยังคงไร้ความสามารถอยู่ดี เธอจะเข้าใจได้บางอย่าง ถ้าเขาพูดภาษาอังกฤษอย่างช้าๆและชัดเจน ไม่อย่างนั้นเธอจะไม่สามารถจับใจความอะไรได้เลย

 

สิ่งนี้ทำให้ฟางหนิงพึงพอใจกับตัวเองเล็กน้อย ร้านอินเทอร์เน็ตในพื้นที่มิติของระบบได้เปิดให้บริการมานานกว่า 2 เดือนแล้ว ทำให้เขาเชี่ยวชาญภาษาอังกฤษมาก ไม่ว่าจะเป็นด้านการอ่าน การฟัง และการพูด เขาเชี่ยวชาญพวกมันทั้งหมด ในตอนนี้เมื่อชาวต่างชาติเปิดตัวเกมใหม่ เขาจึงไม่จำเป็นที่จะต้องเสาะหาเว็บแปลเป็นเวอร์ชั่นภาษาจีนอีกต่อไปแล้ว และเขาก็ยังสามารถโต้ตอบกับผู้เล่นชาวต่างชาติคนอื่นๆได้อย่างราบรื่นอีกด้วย ทำให้เขาได้รับคำชื่นชมมากมาย

 

เมื่อฟางหนิงกำลังรู้สึกดีใจอย่างเงียบๆ เขาจึงคาดเดาถึงเหตุผลและคิดว่า ความสามารถในการเรียนรู้ที่เพิ่มขึ้นของเขานั้น เป็นผลมาจากการไหลเวียนของกำลังภายใน และสมุนไพรที่มีคุณค่าทางโภชนาการที่แสนอัศจรรย์ ปัจจัยทั้งสองอย่างนี้ ทำให้หน่วยความจำของเขาพัฒนาไปพร้อมกับทักษะความเข้าใจ ซึ่งทำให้เขามีสติปัญญาที่เพิ่มขึ้น จินตนาการที่มั่วซั่วของเขาก็กลายเป็นผิดปกติมากขึ้นไปทุกวัน

 

ในฐานะที่คนคุ้นเคยอย่างเฉ่าหยิงที่ได้ปฏิเสธคำเชิญของฟางหนิง ถึงแม้เขาจะเป็นเจ้านายของเธอ แต่เขาก็ล้มเหลวในการเปล่งบารมีของการเป็นเจ้านาย อย่างไรก็ตาม เขาไม่เคยคิดที่จะบังคับให้เธอเข้าร่วมงานเลี้ยงเลย และนั่นจะเป็นการตัดทอนความจริงที่ว่า เธอกำลังคิดที่จะพัฒนาและขยายร้านอาหารของเขาไป

 

เขาไปที่ร้านออกแบบชุดเพียงลำพัง และสั่งให้พนักงานจัดชุดดินเนอร์อย่างดีให้เขาหนึ่งชุด มันมีราคาตั้ง 80000 หยวน พนักงานในร้านมีความสุขเป็นอย่างมาก ในขณะที่เธอคอยชื่นชมเสน่ห์ และรูปลักษณ์ของเขาอยู่บ่อยๆ

 

จากนั้นเขาก็นั่งแท็กซี่เพื่อไปยังสถานที่ที่ระบุไว้ในคำเชิญ ถึงแม้ว่าเขาจะมาโดยรถแท็กซี่ แต่พนักงานต้อนรับก็ให้ความเคารพเขาเป็นอย่างดี และพาเขาไปยังที่นั่งของเขา หลังจากได้เห็นคำเชิญ

 

งานเลี้ยงถูกจัดขึ้นในห้องบอลรูมที่ตกแต่งอย่างดี และหรูหราอย่างน่าเหลือเชื่อ บนโต๊ะมีอาหารที่ถูกปรุงขึ้นมาอย่างประณีต และมีคุณภาพสูงสำหรับแขกทุกคน ทางขวาของเวทีหน้าห้องบอลรูม เป็นโต๊ะจัดเลี้ยงยาวที่มีการจัดแสดงอยู่ด้านบน

 

ที่ด้านหน้าของโต๊ะจัดเลี้ยงแต่ละอัน จะมีป้ายเคลือบทองอย่างน้อยหนึ่งป้าย โดยมีชื่อของบุคคลต่างๆถูกเขียนเอาไว้

 

ขณะที่ฟางหนิงกำลังเดินไปที่โต๊ะของเขาโดยมีพนักงานนำทาง ทันใดนั้น ก็มีเสียงๆหนึ่งเรียกชื่อเขาขึ้นมา

 

“ประธานฟาง! ตรงนี้ๆ” ชายวัยกลางคนที่ดูร่ำรวยและอ้วนโบกมือให้เขา ชายอ้วนคนนั้นนั่งอยู่กับหญิงสาวสวยในชุดเดรสสีขาว

 

“สวัสดีประธานโจว คุณมาที่นี่แต่หัวค่ำเลยนะ และคนๆนี้คือ…” ฟางหนิงกล่าวทักทายอย่างเป็นกันเอง

 

“นี่คือลูกสาวของฉันเอง เธอมีชื่อว่าลั่วเหยา แต่เธอใช้นามสกุลของแม่ ปีนี้เธออายุ 20 และน่าจะอายุน้อยกว่าคุณประมาณ 2-3 ปีหนะประธานฟาง เหยาเหยานี่คือประธานฟาง ประธานฟางประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากในวัยหนุ่ม (รวย) แถมมีบุคลิกและนิสัยที่ดีจริงๆ (อยู่บ้านทุกวัน) เขาแตกต่างจากชายหนุ่มเหล่านั้น ที่มักจะคอยวนเวียนอยู่รอบๆตัวลูกอย่างไร้จุดหมายในเมืองนี้อย่างสิ้นเชิง”

 

ประธานโจวเป็นคนอ้วนที่ดูเป็นมิตรมาก และแนะนำหญิงสาวข้างๆเขาให้กับฟางหนิง ฟางหนิงอยากจะพูดเหลือเกินว่า ‘คุณดูกระตือรือล้นมากเกินไปแล้ว’ ฟางหนิงจ้องมองไปที่หญิงสาว เธอดูละเอียดอ่อนราวกับตุ๊กตาพอร์ซเลน และดูค่อนข้างประหม่าเป็นอย่างมาก

 

เมื่อเธอมองไปที่ฟางหนิง เธอดูเหมือนจะเข้าใจข้อความที่บอกเป็นนัยจากคำพูดของพ่อของเธอ แก้มของเธอจึงกลายเป็นสีแดงเหมือนกับตุ๊กตาพอร์ซเลนที่ขวยเขิน เธอก้มหัวลงแล้วพูดกับฟางหนิง “สวัสดีค่ะประธานฟาง”

 

“สวัสดีครับคุณลั่ว” ฟางหนิงกล่าวทักทายกลับไป นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้พบกับผู้หญิงที่มีคุณสมบัติที่ดี และดูละเอียดอ่อนเช่นนี้ เขามีความต้องการที่จะชำเลืองมองเธออีกสองสามครั้ง เพื่อดูให้แน่ใจว่า ความสวยของเธอนั้นเป็นผลมาจากการแต่งหน้าหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตาม พ่อของเธอยืนอยู่ข้างๆเธอ ดังนั้นเขาจึงยอมแพ้ที่จะแอบชำเลืองดูเธอ หลังจากดูคร่าวๆในขณะที่พ่อของเธอแนะนำตัวมาแล้ว

 

“มานั่งตรงนี้เถอะประธานฟาง เดี๋ยวฉันจะให้พวกเขาจัดโต๊ะให้เรานั่งโต๊ะเดียวกัน เรามาคุยกันก่อนดีกว่า ในขณะที่รอให้คนอื่นๆมาถึง เพราะนี่เพิ่งจะหนึ่งทุ่มเอง งานเลี้ยงครั้งนี้จะเริ่มต้นขึ้นตอนสองทุ่ม” ประธานโจวจัดการกับฟางหนิงได้อย่างง่ายดาย และทั้งสามคนก็นั่งรอบโต๊ะจัดเลี้ยงที่ระบุชื่อของพวกเขา

 

ลั่วเหยาเป็นคนเงียบๆ เธอไม่ได้พูดอะไรหลังจากนั่งเก้าอี้หรือมองไปรอบๆเลย เธอนั่งอย่างเงียบๆเหมือนกับต้นวิลโลว์ในสายลม หรือต้นกล้วยไม้ที่เงียบสงบในหุบเขา ทุกวันนี้มันเป็นเรื่องยากที่จะพบผู้หญิงที่มีมารยาท และความสง่างามเช่นนี้

 

ในทางตรงกันข้าม ฟางหนิงนั่งอยู่อีกด้านหนึ่งของประธานโจว และแสร้งทำเป็นว่าเขาไม่ได้มองเธอ

 

ประธานโจวเป็นคนที่รู้วิธีการเปิดประเด็นการพูดคุย และเขาก็มีประสบการณ์อย่างไม่น่าเชื่อในทักษะการสนทนา เมื่อเขาพูดกับฟางหนิง หรือแม้จะพบว่าฟางหนิงนั่งนิ่งเป็นฤาษี เขาก็จะไม่มีวันหมดเรื่องที่จะพูดคุย และจะไม่จมดิ่งอยู่ในความเงียบในการสนทนาเลย พวกเขาแบ่งปันความคิดเกี่ยวกับสภาพอากาศ, การเปลี่ยนแปลงในสังคม และได้แลกเปลี่ยนมุมมองทางความคิด และความรู้สึกของแต่ละคน บทสนทนาของพวกเขาเป็นไปอย่างสนุกสนาน และไหลลื่นเป็นอย่างดี

 

อย่างไรก็ตาม ชายทั้งสองคนก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคน กำลังเดินเข้ามาใกล้พวกเขาที่กำลังสนทนากันอยู่ และในไม่ช้าเสียงที่ดูเย่อหยิ่งก็ดังขึ้นมาหาพวกเขา “โอ้ ทำไมคุณถึงดูกระตือรือล้นมากเช่นนี้ ประธานโจว ดูเหมือนว่าข่าวลือนั้นจะเป็นความจริงสินะ พวกเขาพูดถึงวิธีที่คุณต้องการหาคนที่มีพลังพิเศษเหมือนกับขยะเช่นนี้ เพื่อที่จะแต่งเข้าตระกูลของคุณ”

 

ฟางหนิงตกตะลึงเป็นอย่างมากเมื่อได้ยินเช่นนี้ แต่เขาไม่ได้มองดูสีหน้าประธานโจวเลยแม้แต่นิดเดียว แต่เขากลับศึกษาสีหน้าของลั่วเหยาผ่านมุมมองของระบบแทน และเขาก็สังเกตเห็นว่า ถึงแม้ว่าเธอจะดูเขินอาย แต่เธอก็ดูไม่ได้เกลียดความคิดนี้สักเท่าไหร่ ราวกับว่าเธอไม่คัดค้านเรื่องนี้อย่างสิ้นเชิง

 

ความสุขภายในใจเขายิ่งเพิ่มมากขึ้น หญิงสาวที่เงียบและเชื่อฟังนั้น เป็นความใฝ่ฝันของเขามาเสมอ และเธอก็พอดีกับความต้องการของเขาเลย ถึงแม้ว่าคำพูดของคนๆนั้นจะดูรุนแรง และฟังดูขัดหู แต่ฟางหนิงกำลังคิดไปไกลกว่านั้น!

 

‘หืม ถ้าฉันตกลงที่จะแต่งงานเข้าตระกูลนี้ แล้วฉันจะสามารถเล่นเกมต่อไปได้อีกหรือไม่? แต่ถ้าฉันทำอย่างนั้นหลังจากการแต่งงาน ฉันจะถูกเรียกว่าสามีขยะไหม?’

 

การแจ้งเตือนของระบบ: [ระบบการแต่งงานจะถูกปลดล็อคหลังจากที่ระบบมีเลเวล 100 แล้วเท่านั้น]

 

‘โอ้ มันกลับกลายเป็นว่า ฉันคิดมากเกินไปสินะ …’