0 Views

ซึ่งจริงๆ แล้วก็คงจะมีแต่อัจฉริยะที่มีความคิดนอกกรอบนั่นแหละ ที่จะสามารถคิดนวัตกรรมหรืออะไรใหม่ๆ ออกมาและใช้ได้จริง ยูโตะก็เพียงแต่นำภูมิปัญญาของเหล่าอัจฉริยะในโลกของเขามาใช้ที่นี่

เขาจะพูดเบาๆ กับตัวเองว่าประมาณว่า “ถึงจะโกงนิดหน่อยก็เถอะ” ทุกครั้งที่ทำอะไรแบบนี้

เขาเลื่อนหน้าจอไปหน้าแล้วหน้าเล่าอย่างรวดเร็วจนมาหยุดในหน้าที่ต้องการ แน่นอนว่าเขาจำได้แทบทั้งหมดแล้วว่ามีอะไรเขียนไว้ที่หน้าไหนบ้าง

ทำให้กองทัพสยบเป็นยอด ทำลายกองทัพเป็นรอง

ทำให้ข้าศึกสยบเป็นยอด ทำลายข้าศึกเป็นรอง

กองทัพที่รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง จึงไม่ใช่กองทัพเหนือผู้พิชิต กองทัพที่สามารถทำให้ข้าศึกยอมสยบโดยไม่ต้องรบ คือกองทัพเหนือผู้พิชิตที่แท้จริง

พูดง่ายๆ ก็คือชนะในสนามรบเป็นเรื่องดี แต่การทำให้ศัตรูยอมศิโรราบได้นั่นแหละดีที่สุด ยูโตะพยักหน้าเข้าใจขณะที่อ่านบทความนั้นคำต่อคำ

“คงต้องลงมือจริงๆ นั่นแหละนะ”

เฟลิเซียและจีคลูเน่ยืนรับฟังอย่างเงียบๆ ขณะที่ยูโตะพูด

ดินแดนของตระกูล”หมาป่า”ไม่ได้กว้างใหญ่มากนัก ขนาดของพื้นที่ก็มีเพียงแค่หนึ่งในสามของตระกูล”สัตว์เขา”เสียด้วยซ้ำ ซึ่งนั่นก็แทบจะเป็นตัวตัดสินผลการรบได้เลยทีเดียว แล้วการบุกเข้าไปในดินแดนศัตรูนั้นยิ่งลึกก็ยิ่งอันตราย ยิ่งถ้าหากสงครามยังยืดเยื้อต่อไปแล้วล่ะก็ เรี่ยวแรงของทหารที่มีจำนวนน้อยกว่าก็อาจจะหมดไปเสียก่อนได้ เพราะอย่างนั้นตอนนี้แหละเป็นโอกาสอันดีที่จะเจรจา เป็นจังหวะที่ต้องรีบฉวยเอาไว้

แต่ถึงจะคิดได้อย่างนั้นก็ยังมีปัญหาอยู่

สงครามครั้งนี้เริ่มต้นจากการบุกรุกของตระกูล”สัตว์เขา”เมื่อเดือนที่แล้ว ทำให้มีผู้คนจำนวนไม่น้อยของตระกูล”หมาป่า”เสียชีวิตลง ถึงแม้การฆ่าผู้นำของ”สัตว์เขา”จะเป็นปัญหาอย่างที่ว่ามาข้างต้น แต่ถ้าปล่อยไปเฉยๆ ผู้คนของ”หมาป่า”คงไม่ยอมแต่โดยดีแน่

“เอาจริงๆ แล้วให้จ่ายค่าปฏิกรรมสงครามเป็นพวกแร่ อาหาร หรือจ่ายเป็นเขตแดนก็ได้อยู่หรอก แต่ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้ยอมรับจอกเหล้าไปเลยล่ะนะ”

ยูโตะกอดอกพร้อมทำเสียงโอดครวญเบาๆ

ทั้งการบุกปล้นสะดมและการเข้าชิงพื้นที่ดินแดน สุดท้ายแล้วมันจะไม่เหลืออะไรเลยนอกจากความแค้นดำมืดที่จะถูกฝังไว้ในใจของประชาชน เขาไม่อยากจะให้สงครามระหว่าง “หมาป่า” และ “สัตว์เขา” ต้องยืดเยื้อไปมากกว่านี้อีกแล้ว

ยูโตะไม่ได้มีความทะเยอทะยานต้องการจะแย่งชิงดินแดนของใคร หนึ่งในนโยบายที่ยูโตะใช้ในการปกครองตระกูล “หมาป่า” คือทุกคนต้องได้ใช้ชีวิตอยู่อย่างสงบสุขและไม่อดอยาก

ตรงจุดนั้นเอง ที่ทำให้พิธีกรรมแปลกๆ อย่าง “จอกเหล้าปฏิญาณ” นี้เป็นสิ่งที่สะดวกสบายเข้ากันได้กับนโยบายของเขาอย่างดี พิธีกรรมศักดิ์สิทธิ์ที่หากเมื่อไหร่ได้เข้าร่วมแล้วครั้งหนึ่ง จะต้องห้ามผิดคำสาบานเป็นอันขาด มันเป็นข้อห้ามที่เคร่งครัดของโลกใบนี้ ผู้ใดที่ละเมิดคำปฏิญาณ ความเชื่อถือในตัวคนผู้นั้นจะจมลงสู่พื้นดินหมดไปไม่มีทางหวนคืน

ในชีวิตจริงเราไม่สามารถเลือกพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดหรือพี่น้องร่วมสายเลือดที่โตมาด้วยกันได้ แต่พิธีจอกเหล้าปฏิญาณนี้ ตนเองมีสิทธิที่จะเลือกว่าจะรับจอกเหล้าเพื่อเป็นครอบครัวเดียวกันหรือไม่ ถ้าเลือกที่จะรับแล้ว การผิดคำสาบานก็ไม่ต่างจากการทรยศพ่อแม่บังเกิดเกล้า กลายเป็นเดียรัจฉานที่ใช้ชีวิตโดยไร้ศักดิ์ศรี

หรือก็คือ ถ้าหากร่วมพิธีสาบานแลกเปลี่ยนจอกเหล้ากับผู้นำตระกูลของศัตรูแล้วล่ะก็ ไม่ว่าเขาจะกลายมาเป็นน้องหรือลูกของยูโตะก็ตาม ตระกูล”สัตว์เขา”ที่เหลือก็จะไม่สามารถต่อต้านตระกูล”หมาป่า”ได้อีกต่อไป

และนั่นเองที่เป็นสาเหตุว่าทำไมผู้นำตระกูลโดยทั่วไปถึงไม่ยอมที่จะรับจอกเหล้าร่วมสาบานซึ่งจะทำให้พวกเขาตกไปอยู่ใต้คำสั่งของผู้นำตระกูลอื่นอย่างดาย

“ถึงจะดูโกงๆ ไปบ้างก็เถอะ แต่ตอนกับตระกูล”กรงเล็บ”ก็ได้ผลดีนี่นะ”

นึกถึงตอนนั้นแล้วยูโตะก็ทำเสียงฮึดฮัดเยาะเย้ยตนเอง

ด้วยความสัตย์จริง เขาก็ไม่ได้รู้สึกดีเท่าไหร่ แต่ทำยังไงได้ในเมื่อเขาเป็นผู้นำ เรื่องของตระกูลต้องมาก่อนความรู้สึกส่วนตัวอยู่แล้ว

ถ้อยคำแห่งการรบของซุนวูเมื่อครู่กลับเข้ามาในจิตใจอีกครั้ง

สองปีที่แล้ว ตระกูล”หมาป่า”ได้รับเด็กหนุ่มไม่รู้หัวนอนปลายเท้าไร้ประโยชน์ไม่รู้เรื่องรู้ราวที่หลงมาในโลกใบนี้อย่างเขาเข้ามา ทำยูโตะรู้สึกซาบซึ้งใจมาก

มีพวกพ้องคนสำคัญที่ล่มหัวจมท้ายมาด้วยกันอย่างเฟลิเซียและจิคลูเน่อยู่ไม่น้อย

เขาต้องการที่จะปกป้องคนเหล่านี้ เขาไม่อยากเห็นคนใกล้ชิดต้องหลั่งน้ำตา ไม่อยากเห็นคนเหล่านี้ต้องตายจากไป

ยูโตะถอนหายใจยาวๆ อีกหนึ่งครั้ง มัวแต่กังวลกับความคิดของตัวเองแบบนี้จำนวนคนที่เสียชีวิตไปก็ไม่ลดลงหรอก

“เอาล่ะ ตั้งกระโจมได้ เตรียมพร้อมสำหรับการเจรจา”

“ไม่ต้องผลัก ฉันเดินเองได้!”

“หา?”

ยูโตะหลุดปากออกมาโดยไม่ได้ตั้งใจหลังจากเด็กสาวคนหนึ่งถูกพาตัวเข้ามาในกระโจม

เขายกนิ้วชี้ขึ้นเกาบริเวณขมับ หันสายตาไปหาเฟลิเซียด้วยสีหน้าอึดอัดทำอะไรไม่ถูก

“…….เด็กคนนี้น่ะเหรอ ผู้นำตระกูล?”

เห็นได้ชัดว่าเครื่องแต่งกายที่สวมใส่อยู่ดูมีคุณภาพกว่าของพลทหารทั่วๆ ไป แถมบนหน้าผากยังสวมรัดเกล้าทองคำเปล่งประกายแวววาว

เธอน่าจะเป็นทหารที่มียศสูงคนหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ถึงจะรู้อย่างนั้นก็ยังอดที่จะถามไม่ได้

เฟลิเซียที่อยู่ข้างๆ ยูโตะพยักหน้าตอบอย่างสง่าผ่าเผย

“ใช่แล้วค่ะ ท่านผู้นี้คือผู้แห่งนำตระกูล“สัตว์เขา” ท่านลีเมียค่ะ”

“ยังเด็กอยู่เลยไม่ใช่เรอะ”

“เจ้าก็อายุพอๆ กับเรานั่นแหละ!!”

หลังจากได้ยินคำพูดที่ขัดหูจากปากของยูโตะ ผู้นำแห่งตระกูล”สัตว์เขา”ก็ตะโกนแย้งขึ้นมา ยูโตะจึงหันกลับมาแล้วพบกับแววตาที่เปี่ยมไปด้วยความไม่พอใจกำลังจ้องมองเขาอยู่

เธอเป็นเด็กผู้หญิงน่ารักน่าเอ็นดู ตัดผมสั้นถึงต้นคอให้ความรู้สึกห้าวๆ คล้ายเด็กผู้ชาย อายุน่าจะเด็กกว่ายูโตะราวๆ หนึ่งถึงสองปี ร่างเล็กๆ ที่ถูกมัดด้วยเชือกฟางเส้นใหญ่หลายชั้นดูน่าสงสารเล็กน้อย

ยูโตะเคยได้ยินมาเหมือนกันว่าผู้นำแห่งตระกูล”สัตว์เขา”นั้นเป็นผู้หญิง แต่ถึงอย่างนั้นก็เป็นผู้หญิงที่สามารถล้มยอดฝีมือทั้งหลายและขึ้นเป็นผู้นำ จนได้รับฉายา”พยัคฆ์สาวสีชาด”ผู้น่าเกรงขาม

แต่ว่านี่ ที่ยืนอยู่ต่อหน้าเขา! เด็กหญิงที่ส่งเสียงขู่ออกมาคนนี้ ดูยังไงก็น่าจะเหมาะกับแมวภูเขามากกว่าพยัคฆ์ชัดๆ

“เอาเถอะ สำหรับที่นี่มันก็คงไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร…ล่ะมั้ง”

อันที่จริง ทั้งยูโตะที่เป็นถึงผู้นำตระกูล”หมาป่า” อีกทั้งจีคลูเน่และเฟลิเซียที่เป็นถึงทหารระดับสูง ต่างก็เป็นเด็กที่อายุยังไม่ถึงยี่สิบปีกันทั้งนั้น

ที่อิกดราชิลแห่งนี้ พลังคือทุกสิ่งทุกอย่าง ขอแค่มีพลังความสามารถ ก็ไม่เกี่ยวว่าจะเป็นเด็กหรือสตรีทั้งสิ้น

“ถ้างั้นก็แนะนำตัวกันก่อนดีมั้ย ฉันยูโตะ ผู้นำตระกูล”หมาป่า” ”

“….ฮึ”

การแนะนำตัวของยูโตะถูกลีเนียตอบกลับด้วยการเมินหน้ามองทางอื่นพร้อมกับนั่งนิ่งๆ ไม่ขยับไปไหน

อย่างไรก็ตาม ยูโตะก็มองออกว่าร่างกายเธอกำลังสั่นเทาอยู่เล็กน้อย ที่ทำเป็นใจแข็งนี่ก็คงจะเพื่อกลบความกลัวที่ตนเองกำลังมีอยู่ในตอนนี้

“ฉันก็พูดไม่ค่อยเก่งเท่าไหร่ซะด้วยสิ งั้นถามตรงๆ เลยแล้วกันนะ ไม่มาเป็นลูกของฉันเหรอ?”

ยูโตะจงใจให้คำพูดตัวเองดูหยิ่งผยอง

“ขอปฏิเสธ!ทำไม”สัตว์เขา”ของเรา ต้องไปยืนอยู่ใต้เท้าพวก”ลูกหมา”ของเจ้าด้วย”

ลีเนียปฏิเสธในทันทีโดยไม่ลังเลใจเลยแม้แต่น้อย และการถูกหยามว่าเป็น ”ลูกหมา” นี่ก็ดูจะเป็นเรื่องธรรมดาของตระกูลมาแต่ไหนแต่ไรแล้ว

“ถึงแม้ว่าการรบครั้งนี้เราจะเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ แต่ก็อย่าเพิ่งได้ใจไป! ยังไงซะตระกูล”สัตว์เขา”ของเราก็ยังคงมีพลังอำนาจที่เหนือกว่า”ลูกหมา”อย่างพวกเจ้า แล้วก็อย่าหวังว่าปาฏิหารย์แบบนี้จะเกิดขึ้นอีก มาสิ! จะฆ่าเราก็ฆ่าซะ! แต่อีกไม่นานก็จะเป็นเจ้านั่นแหละที่โดนฆ่า ล้างคอรอไว้ได้เลย! ฮ่าๆๆๆๆ”

“หุหุ แหม…ท่านลีเนียนี่ละก็ กำลังละเมออยู่อย่างนั้นสินะคะ”

เฟลิเซียยกมือขึ้นแตะแก้มพร้อมถอนหายใจสั้นๆ คล้ายจะล้อเลียนลีเนียที่กำลังหัวเราะอยู่

เสียงหัวเราะเมื่อครู่หายไปหมดแล้ว ใบหน้าของลีเมียแดงก่ำไปด้วยความโกรธอย่างรวดเร็ว

“เธอว่าใครละเมอ!?”

“เปล่าค่ะ อย่างที่ท่านลีเนียว่า จริงอยู่ที่พวกเราอาจจะเคยเป็นแค่”ลูกหมา”มาก่อน แต่ตอนนี้พวกเราก็ได้เกิดใหม่แล้วด้วยมือของท่านพี่ กลายเป็น”หมาป่า”ของแท้ที่แข็งแกร่ง ตราบใดที่ท่านพี่ยังคงอยู่ปกครองพวกเรา จะ”โค”หรือ”กระบือ”ที่ไหนก็ไม่ใช่ศัตรูของพวกเราหรอกค่ะ “

รอยยิ้มและวิธีพูดที่แสนสุภาพช่างตรงข้ามกับสิ่งที่สื่อออกมาโดยสิ้นเชิง นี่มันมารยาทลวงตาชัดๆ

“อะ…อะไรนะ! กล้าดียังไงถึงมาพูดกับเราแบบนี้!?”

ตูมม! โครมมม!

               ทันใดนั้นเอง เสียงโครมครามดังขึ้นข้างในตัวกระโจม

จีคลูเน่ที่นั่งเงียบข้างยูโตะมาโดยตลอดจนถึงเมื่อครู่นี้ ลุกขึ้นพังโต๊ะไม้ที่อยู่ตรงหน้าหักเป็นสองท่อน

เห็นได้ชัดว่านี่ไม่ใช่เรี่ยวแรงของผู้หญิงทั่วไปเลยแม้แต่น้อย แม้แต่ผู้ชายร่างใหญ่บางคนยังยากที่จะทำอะไรแบบนี้ได้ด้วยซ้ำ