0 Views

ยูโตะยิ้มเฝื่อนๆ ขณะยกมือขึ้นมาลูบหัวเธออย่างแผ่วเบา

“ทำได้ดีมากจริงๆ”

“ตัวข้ามีประโยชน์กับท่านพ่อ ใช่มั้ยคะ?”

“อื้ม ไม่มีใครทำได้ดีกว่าเธอแล้วล่ะ ถึงได้บอกไงว่าแค่ลูบหัวแค่นี้มันน้อยไป… นี่เฟลิเซีย เดี๋ยวหลังจากนี้เธอช่วยหาอะไรที่มันเหมาะ…สม….”

“อุ๊ ฮุฮุ ฮ่าๆๆ ข้าเห็นจริงๆนะ อย่างกับว่ามีหางสั่นดุ๊กดิ๊กๆ เหมือนหมาน้อยจริงๆ นะ”

เมื่อหันไปข้างๆ ก็พบว่าสาวสวยผมทองทางนั้นไม่ได้ฟังหรือแม้แต่จะมองตาเลยสักนิด มือข้างหนึ่งกุมท้องหัวเราะจนไหล่ทั้งสองสั่นขึ้นลง ส่วนมืออีกข้างก็ใช้เล็บจิกไปที่ตัวรถศึก

อะไรจะขำขนาดนั้น

ยูโตะถอนหายใจ ถ้าไม่ได้อยู่ในสภาพแบบนี้เธอก็ดูจะเป็นสาวสวยสมบูรณ์แบบแท้ๆ ตอนนี้คงจะยังใช้ให้ทำอะไรให้ไม่ได้จนกว่าจะหัวเราะเสร็จสินะ

“เอ่อ… เฟลิเซียเป็นอะไรไปหรือคะ?”

“ปล่อยไปเถอะ โลกใบนี้ยังมีเรื่องบางเรื่องที่เราไม่รู้ไว้จะดีกว่า”

“อ๊ะ! อย่างนี้นี่เอง! คำพูดของท่านพ่อมีความหมายลึกซึ้งแฝงอยู่สินะคะ!”

“อ่ะ..เปล่า ก็ไม่ได้ลึกซึ้งอะไรขนาดนั้น”

ยูโตะไหล่ตกด้วยความเหนื่อยใจ เฟลิเซียมีปัญหาของเฟลิเซีย จีคลูเน่เองก็มีปัญหาของจีคงลูเน่ ถึงจะกังวลอยู่บ้างแต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้มากนอกจากถอนหายใจยอมรับ

จีคลูเน่ก็เป็นนักรบคนหนึ่ง

แน่นอนว่าเธอมีพรสวรรค์อันเยี่ยมยอดอยู่ ที่เธอได้รับฉายา”เขี้ยวสีเงิน”ตั้งแต่วัยเยาว์ ก็เพราะเธอนั้นตัดเรื่องทางโลกเล็กๆ น้อยๆ ทิ้งไปจนหมดและอุทิศทั้งชีวิตให้กับศิลปะการต่อสู้

นั่นแหละทำให้เธอเป็นคนที่จะเปิดใจให้กับผู้ที่แข็งแกร่งและคนที่เธอยอมรับเท่านั้น อย่างตอนที่ยูโตะเพิ่งมาถึงโลกใบนี้ได้เพียงครึ่งเดือนและยังมียศต่ำกว่าพลทหาร ตอนนั้นยูโตะถูกปฏิบัติราวกับเป็นเศษหินข้างกองไฟอย่างแท้จริง และที่ทำให้สะเทือนใจที่สุดคือเขาถูกเธอลืมแม้กระทั่งชื่อ

แต่ผู้หญิงคนนั้นนั่นแหละ ที่ตอนนี้กำลังคุกเข่าอยู่กับพื้น จดจำอยู่โตะได้สุดหัวใจและจงรักภัคดีต่อยูโตะอย่างแท้จริง

“เหมือนประชดกันเลยนะ”

ยูโตะพึมพำกับตัวเอง

สองปี… ถึงจะผ่านมาแค่สองปีก็เถอะ แต่อะไรต่ออะไรก็ได้เปลี่ยนแปลงไปมากมาย ทั้งสิ่งต่างๆ รอบตัว และทั้งตัวยูโตะเอง

สีผิวที่คล้ำขึ้นเพราะแดดเผา ร่างกายที่เคยผอมไร้เรี่ยวแรงก็มีกล้ามเนื้อขึ้นมาอย่างเห็นได้ชัด แผ่นหลังก็ดูกว้างขึ้นมากทีเดียว

นอกจากนั้นยังได้เรียนรู้เทคนิคการเอาชีวิตรอดต่างๆ บนโลกใบนี้

ผ่านฉากการต่อสู้ในสานามรบมาแล้วกี่ครั้งต่อกี่ครั้ง

ทำให้ยูโตะไม่ได้เป็นเพียงแค่เด็กชายที่หลงเข้ามาแล้วตื่นตระหนกไปกับทุกเรื่องอีกต่อไป

ตอนนี้เขาเป็นถึงผู้นำแห่งตระกูล”หมาป่า” ที่คนนับหมื่นฝากทั้งชีวิตและอนาคตเอาไว้

“อ๊ะ… นี่ไม่ใช่เวลามาเหม่อลอยนี่นะ ลูเน่ ตอนนี้ผู้นำของตระกูล”สัตว์เขา”ที่เธอจับมาได้อยู่ที่ไหน?”

ถึงจะเพิ่งถูกลูบหัวเป็นหมาน้อยอยู่เมื่อครู่ แต่เพียงพริบตาเดียวจีคลูเน่ก็กลับมาอยู่ในโหมดองอาจผึ่งผายอีกครั้ง

ถึงเมื่อกี้จะมีโอกาสได้เห็นแค่แวบเดียวก็ตาม แต่ในที่สุดก็กลับมาแล้ว ภาพลักษณ์ที่แสนสง่างามของจีคลูเน่ผู้มีชื่อเสียงเป็นที่กล่าวขวัญกันไปทั่วทั้งตระกูล”หมาป่า”

“ค่ะ! ข้าเป็นห่วงถึงความปลอดภัยของท่านพ่อจึงรีบกลับมา โดยฝากผู้นำของศัตรูไว้กับทหารแถวๆ นั้น ตอนนี้คงกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้อยู่ค่ะ”

“งั้นเรอะ… อืม เอาไงดีนะ”

ยูโตะเงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้าว่างเปล่าด้วยเหตุผลบางอย่าง ดวงอาทิตย์ที่กำลังจะลับไปย้อมแผ่นฟ้าทางทิศตะวันตกเป็นสีแดงฉาน เสียงอีการ้องระงมดังไปทั่วบริเวณราวกับเขากำลังถูกท้องฟ้าสีเลือดนั้นเชื้อเชิญอยู่

แน่นอนว่าสิ่งที่กำลังคิดในตอนนี้ คือสิ่งที่เขากำลังจะมอบให้กับผู้นำของฝั่งศัตรู

ยูโตะเหลือบไปมองเฟลิเซีย ดูเหมือนว่าเธอจะหยุดหัวเราะได้แล้ว

“เขาจะยอมรับ จอกเหล้า ของฉันรึเปล่านะ”

“เป็นไปได้ยากค่ะ ได้ยินมาว่าท่าน ลีเนีย ผู้นำแห่งตระกูล “สัตว์เขา” เป็นคนที่หยิ่งในศักดิ์ศรีเอามากๆ เขาคงร้องขอการตายอย่างสมเกียรติมากกว่าขอมีชีวิตอยู่ต่ออย่างอัปยศอดสู”

“แต่ถ้าจะให้ฆ่าทิ้งไปจริงๆ ก็จะเป็นปัญหาอีกล่ะนะ”

ยูโตะถอนหายใจอีกครั้ง

ในโลกอิกดราชีลแห่งนี้ ผู้นำตระกูลจะเปรียบเสมือน “พ่อแม่” ผู้คนในตระกูลก็เปรียบเป็น “ลูกๆ” เป็นโครงสร้างการปกครองโดยใช้ระบบครอบครัวชนิดหนึ่ง

ด้วยพิธีศักดิ์สิทธิ์ที่มีชื่อว่า “จอกเหล้าปฏิญาณ” ทำให้ผู้นำตระกูลและเหล่าลูกๆ ของเขาเชื่อมสัมพันธ์กันได้แนบแน่นและมั่นคง ผู้นำต้องรักใคร่เอ็นดูและปฏิบัติกับคนของเขาราวกับเป็นน้องแท้ๆ ของตน  ในขณะที่คนในตระกูลก็ต้องปฏิบัติกับผู้นำราวกับเป็นพี่หรือพ่อแม่ที่ตนเคารพนับถือ “จอกเหล้าแห่งความสัมพันธ์ของครอบครัว” นี้ถือเป็นธรรมเนียมที่สำคัญมากอย่างหนึ่งของโลกใบนี้เลยทีเดียว

หรือพูดอีกอย่างก็คือ ถ้าผู้นำตระกูลถูกสังหารไป ตระกูล”สัตว์เขา”จะไม่มีวันยกโทษให้ตระกูล”หมาป่า”ที่ไปฆ่าพ่อแม่ของพวกเขาอย่างแน่นอน สุดท้ายก็จะเก็บไปเป็นความอาฆาตแค้นเกลียดชังและกลายเป็นเรื่องใหญ่โตไปในที่สุด

“รู้สึกว่าขุนพลเอกของศัตรูจะไม่ได้เข้าร่วมการต่อสู้ครั้งนี้ด้วยสินะ”

“ค่ะ ดูเหมือนว่าจะได้รับมอบหมายให้ไปทำงานที่อื่น”

“ข้าเคยพบกับขุนพลเอกของตระกูล”สัตว์เขา”มาแล้วครั้งหนึ่งในช่วงที่รับใช้ผู้นำรุ่นที่แล้วจึงยังจำหน้าตาของเขาได้อย่างแม่นยำ ข้ามั่นใจว่าเขาไม่ได้ร่วมรบในครั้งนี้ด้วยแน่นอน”

นี่แหละจีคลูเน่

รายงานผิดๆ ในสนามรบจะส่งผลให้รูปแบบการรบเกิดความสับสนอยู่บ่อยๆ แต่คำพูดจากปากของผู้ออกคำสั่งในแนวหน้าของสนามรบนั้นสามารถเชื่อถือได้อย่างแน่นอน

“แต่ถึงอย่างนั้น ดูเหมือนว่าฝั่งศัตรูยังมีการออกคำสั่งอะไรกันอยู่เลยนะนั่นน่ะ รู้สึกจะยุ่งยากขึ้นซะแล้วสิเนี่ย”

ยูโตะเกาศีรษะ

ขุนพลเอก เรียกได้ว่าเป็นอีกคนของตระกูลที่สำคัญ ถือเป็นผู้ที่มีอำนาจสูงสุดเป็นอันดับสองรองจากผู้นำ ถ้าหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันบางอย่างขึ้นกับผู้นำ เป็นธรรมดาที่ขุนพลเอก จะขึ้นเป็นผู้นำรุ่นต่อไปแทน

และการสืบทอดมอบตำแหน่งให้ขุนพลเอก ก็ไม่ได้สืบทอดโดยสายเลือด แต่เป็นการ คัดเลือกจากความสามารถ ดังนั้นจะไม่มีขุนพลเอกที่ไร้ฝีมืออย่างแน่นอน

“กลยุทธ์ที่14 ของกลศึกสามก๊ก “ยืมซากคืนชีพ” งั้นเรอะ ถ้างั้นคงต้องหาวิธีดีๆ มารับมือหน่อยล่ะนะ”

ยูโตะหยิบสมาร์ทโฟนเครื่องโปรดของเขาออกมาจากกระเป๋าแล้วกดปุ่มเปิดเครื่องค้างไว้ก่อนที่มันจะค่อยๆ ทำงาน

ต้องขอบคุณแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ที่ญี่ปุ่นจึงทำให้พวกเขาคิดค้นแบตเตอรี่พลังงานแสงอาทิตย์แบบนี้ขึ้นมา ทำให้เขายังสามารถใช้สมาร์ทโฟนที่หลงติดมายังโลกนี้ด้วยได้แม้จะผ่านไปแล้วถึงสองปี

อย่างไรก็ตาม มือถือเครื่องนี้มันก็ยังเล็กเกินไป ถึงจะปล่อยให้มันเติมพลังตากแสงอาทิตย์ทั้งวันก็ยังใช้ได้มากที่สุดเพียงแค่สามสิบนาทีเท่านั้น กระจ้อยร่อยจริงๆ ดังนั้นจึงจำเป็นต้องคิดให้ดีก่อนที่จะใช้สักครั้ง

ครู่หนึ่งหน้าจอโฮมสกรีนก็ปรากฏออกมาก่อนที่ยูโตะจะกดไปที่ไอคอน Hindle ต่อมาก็ปรากฏเป็นรูปธงรบ “ฟูรินคาซัน” ประจำกองทัพของทาเคดะ ชินเง็น มันคือ E-book ตำราพิชัยสงคราม ของ “ซุนวู” ในยุครณรัฐจีนที่เป็นที่รู้จักกันโดยทั่วไปแม้ในศตวรรษที่21

ยูโตะดาวน์โหลดมันมาหลังจากได้ขึ้นเป็นผู้นำตระกูลแล้ว และเขาก็อ่านมันจบซ้ำไปมาไม่รู้กี่รอบต่อกี่รอบ

“รู้สึกโกงนิดๆ จริงๆ นั่นแหละนะ ใช้สมาร์ทโฟนเนี่ย”

ยูโตะไม่ใช่ทั้งทหารที่เชี่ยวชาญด้านการรบ อีกทั้งมีสิ่งต่างๆ มากมายบนโลกใบนี้ที่เขาไม่คุ้นเคย นอกจากนี้ยังอ่านและเขียนได้ไม่คล่องอีก แต่ก็มีคำที่เขาพูดกันว่า แม้แต่สิ่งที่ไร้ประโยชน์ที่สุดก็ยังมีข้อดีอยู่

ยังมีอยู่สิ่งหนึ่ง สิ่งที่ถ้าไม่ใช่ยูโตะแล้วก็ไม่มีใครสามารถทำได้ อาวุธที่มีเพียงยูโตะเท่านั้นที่จะสามารถใช้ได้

นั่นคือ ความรู้จากศตวรรษที่21

แน่นอนว่าในความเป็นจริงเขาอาจจะเป็นแค่เด็กนักเรียนคนหนึ่ง แต่ความรู้กับภูมิปัญญาที่เขามีมันก็ยังถือว่าสูงเกินไปสำหรับโลกใบนี้ ยกตัวอย่างเช่นว่าถึงแม้จะมีความรู้ในการสร้างคอมพิวเตอร์ แต่มันเป็นไปไม่ได้เลยที่จะให้สร้างขึ้นจากสิ่งที่มีอยู่ที่นี่

ถึงอย่างนั้น ในโลกที่อารยธรรมยังไม่รุ่งเรืองแบบนี้ ก็ยังมีหลายสิ่งที่ไม่ต้องใช้เทคโนโลยีหรือภูมิปัญญามากมายในการสร้างมันขึ้นมา

หอกยาวที่ใช้ในการรบครั้งนี้ก็เช่นกัน ถ้าเขาไม่เคยเล่นเกมแนววางแผนการรบมาก่อนเขาก็คงจะคิดไม่ถึง

บ่อยครั้งที่มีไอเดียหรือสิ่งใหม่ๆ เช่นนี้ออกมา  มันไม่ใช่เรื่องยากที่จะทำหรือสร้างอะไรพวกนี้ขึ้นมาเลย ที่ยากคือการนึกวิธีให้ออกเท่านั้นเอง อย่างในเรื่อง”ไข่ของโคลัมบัส”นั่นแหละ