0 Views

ในสถานการณ์ที่คาบเกี่ยวระหว่างความเป็นความตายแบบนี้ยังสามารถทำตัวให้เป็นธรรมชาติได้ แถมยังคอยเฝ้ามองและระวังหลังให้คนอื่นอีกต่างหาก ยูโตะได้แต่ทึ่งกับความพิเศษนี้ของเธอซึ่งเป็นสิ่งที่เขาไม่สามารถเทียบได้เลยแม้แต่น้อย

“อืมม… ดูเหมือนจะมาจากทางนั้นสินะคะ”

เฟลิเซียจ้องมองไปยังทิศทางที่ลูกธนูเหล่านั้นพุ่งมา ก็เห็นเงาของชายถือธนูคนหนึ่งยืนอยู่บนเนินเขาเล็กๆ ทางด้านนั้น

ทันทีที่ถูกจ้องมอง เหมือนว่าพลธนูคนนั้นจะรู้ตัวว่าตนเองถูกพบเข้าแล้ว จึงวิ่งลงมาจากเนินเขาและหายลับเข้าไปในกองทัพฝั่งศัตรูอย่างรวดเร็ว

ยูโตะบ่นพึมพำขณะจ้องมองพลธนูคนนั้นหายลับไปจากเนินเขา

“ดูยังไงก็น่าจะห่างกว่าร้อยเมตร รัวมาเยอะขนาดนี้ นาสุ โนะ โยอิจิยังผวาเลยนะ (นาสุ โนะ โยอิจิ ซามูไรผู้เชี่ยวชาญเรื่องการยิงธนู ต่อสู้เคียงบ่าเคียงไหล่กับตระกูลมินะโมะโตะ ในสงครามเก็มเปย์)”

“คนที่ทำอะไรแบบนี้ได้ในพวกตระกูล”สัตว์เขา” นอกจาก “ภูติสีขาว” ฮอว์คสปอร์ คงไม่มีใครอื่นอีกแล้ว ร้ายกาจอย่างที่เขาลือกันเลยนะคะ”

“เฟลิเซียที่ปัดลูกธนูได้หมดอย่างไร้ที่ติแบบนั้นก็ร้ายกาจไม่ต่างกันหรอกนะ ให้ตายเถอะ… พวกนักรบอินเฮรญ่านี่จะเหนือมนุษย์เกินไปแล้ว”

ยูโตะยิ้มแห้งๆ

อีกสิ่งหนึ่งที่โลกของยูโตะและโลกนี้แตกต่างกันโดยสิ้นเชิงเลยก็คือ จะมีมนุษย์ที่ถูกพระเจ้าคัดสรรหรือที่เรียกกันในชื่อ อินเฮรญ่า

ที่ไหนสักแห่งบนร่างกายของเหล่าอินเฮรญ่านี้จะมีลวดลายแปลกประหลาดที่เรียกว่า รูน อยู่ พวกเขาจะได้รับพรต่างๆ ตามรูปแบบของรูนแต่ละชนิด ซึ่งพรของ “ภูติสีขาว” เมื่อครู่ ก็คงจะเป็นความสามารถในการอ่านสายลมและศาสตร์แห่งธนู

เพราะความสามารถอันเยี่ยมยอดและหาตัวจับยากขนาดที่ว่าในหมื่นคนจะมีสักหนึ่งคน จึงทำให้แต่ละตระกูลมอบตำแหน่งและหน้าที่สำคัญให้แก่อินเฮรญ่า

เฟลิเซียที่อยู่ข้างกายยูโตะก็เช่นกัน เธอเองก็เป็นอินเฮรญ่า และมีรูนที่ชื่อว่า “สามัญชนไร้หน้า” ในครอบครอง ทั้งที่เป็นผู้หญิงและยังเยาว์วัยแต่ก็ได้เป็นถึงนักรบชั้นยอดที่มีเพียงหยิบมือของตระกูล ซึ่งก็เป็นเพราะความสามารถของพลังลึกลับนี้นั่นเอง

“ลูเน่… จะปลอดภัยดีรึเปล่านะ?”

ภาพของอินเฮรญ่าอีกคนหนึ่งที่ตระกูล ”หมาป่า” ภาคภูมิใจฉายเข้ามาในความคิด  ยูโตะหันสายตาไปยังแนวหน้าของสนามรบด้วยสีหน้าตึงเครียด

การต่อสู้ที่แนวหน้าดุเดือดรุนแรงขึ้นเรื่อยๆหลังจากได้รับคำสั่งโจมตี เห็นได้ชัดว่าตอนนี้เธอกำลังต่อสู้อยู่

จริงอยู่ว่าฝ่ายที่กำลังได้เปรียบคือตระกูล”หมาป่า”ซึ่งมียูโตะเป็นผู้บัญชาการ ไล่ต้อนแนวหน้าและลดกำลังทหารของฝั่งศัตรูได้อย่างต่อเนื่อง แต่ยังไงซะที่นี่คือสนามรบ มันไม่มีอะไรแน่นอน ไม่มีทางรู้ได้แน่ชัดว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นบ้าง ถึงแม้จะชนะสงครามก็ตาม แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะไม่มีใครตาย

ใช่แล้ว เช่นเดียวกับทหารไม่ทราบชื่อที่นอนเป็นศพอยู่เมื่อครู่นี้

“หุหุ อย่ากังวลไปสิคะ เด็กคนนั้นคือ เขี้ยวสีเงิน นะคะ อีกเดี๋ยวก็คงได้เวลาแล้ว…”

ถึงเฟลิเซียจะพูดอย่างนั้นก็เถอะ…

“จีคลูเน่แห่งตระกูล ”หมาป่า” จับตัวผู้นำทัพของตระกูล”สัตว์เขา”ได้แล้ว!!”

เสียงตะโกนดังมาจากแนวหน้าของสนามรบ

ทหารโดยรอบแสดงความดีใจออกมาอย่างเห็นได้ชัดผ่านทางใบหน้าพร้อมกับชูกำปั้นขึ้นสู่ฟากฟ้าขณะที่เสียงโห่ร้องแห่งชัยชนะจากแนวหน้ายังคงดังอย่างต่อเนื่อง

จากที่เห็นไกลๆ ดูเหมือนว่าเหล่าทหารของตระกูล”สัตว์เขา” จะหนีกระเจิงกันราวกับเขื่อนแตก เหมือนว่าทหารบางคนจะทิ้งทั้งอาวุธและแรงฮึดสู้ไปเรียบร้อยแล้ว

เฟลิเซียหัวเราะเบาๆ พร้อมขยิบตาให้

“อย่างที่คิดเลย ลูเน่ทำได้จริงๆ ด้วยนะคะ”

 

“หลีกทางหน่อย! ท่านพ่อคะ! ท่านพ่อ!”

เสียงที่ใสสว่างเหมือนกระดิ่งแต่ก็ฟังดูองอาจผึ่งผายในขณะเดียวกัน ดังขึ้นจากทางแนวหน้า หางม้าสีเงินสั่นไหวไปมา กองทหารม้าทยอยวิ่งผ่านขบวนทหารเบื้องหน้าตรงมายังที่ๆ ยูโตะอยู่

“โออ นั่นท่านพี่หญิงจีคลูเน่นี่!”

“ยังงดงามเช่นเดิมจริงๆ !”

เสียงที่แสดงความหลงใหลดังมาจากเหล่าทหารรอบๆ

ซึ่งยูโตะก็เข้าใจดีถึงความรู้สึกเหมือนโดนต้องมนตร์สะกดนี้

ถึงจะมองจากที่ไกลๆ ก็ยังดูรู้ว่าเป็นหญิงสาวผู้มีรูปร่างหน้าตางดงาม ทั้งแขนและขาเรียวยาวเข้ารูป ผมยาวสีเงินปลิวไสวไปตามแรงควบม้า ราวกับเป็นหนึ่งในตัวละครที่หลุดออกมาจากเทพนิยาย

“ได้ยินมาว่าครั้งนี้ ท่านพี่หญิงจีคลูเน่ก็เป็นถึงเสาหลักในการรบอีกแล้วสินะครับ!”

“สมกับเป็นเขี้ยวสีเงินจริงๆ พวก”สัตว์เขา”เทียบไม่ติดเลยแม้แต่น้อย”

“เกะกะจริง! ถอยไปสิ!”

จีคลูเน่โพล่งออกมาตรงๆ และมองลงมาจากหลังม้าด้วยสายตาเย็นชาไปยังเหล่าทหารที่ประจบประแจงสรรเสริญยกย่องตน

ด้วยสายตาอันคมกริบที่มองมา ทำให้ทหารเหล่านั้นถึงกับสะอึกและรู้สึกขนลุกวูบ

ความงามที่เย็นยะเยือกราวกับน้ำแข็ง ยังคงส่งบรรยากาศที่หนาวเหน็บออกมามากขึ้นเรื่อยๆในช่วงสองปีที่ผ่านมานี้ เป็นบรรยากาศที่คมกริบราวกับจะฟาดฟันทุกอย่างที่กล้าย่างกรายเข้าไปแตะต้อง

แม้ว่าความงดงามนั้นจะไม่ค่อยเข้ากันกับดาบที่พกอยู่เท่าไหร่นัก แต่เธอก็เป็นถึงผู้ที่ได้รับฉายา เขี้ยวสีเงิน และเป็นนักรบระดับหัวกะทิของตระกูลหมาป่าที่ไม่มีใครเทียบได้ หากมองเข้าไปในตาดวงน้อยๆ ของเหล่าทหารโดยรอบแล้ว เราจะเห็นถึงความเคารพเลื่อมใสพร้อมๆ กับความรู้สึกหวาดกลัวที่ปะปนอยู่ด้วยกัน

“อ๊ะ!”

หลังจากเหลือบไปเห็นยูโตะ สีหน้าของเธอก็พลันเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือในทันที

เธอค่อยๆ ควบม้าไปทางรถม้าศึกที่ยูโตะอยู่พร้อมปรับฝีเท้าของม้าให้เดินไปหยุดอยู่ข้างๆ

“ท่านพ่อ ปลอดภัยดีรึเปล่าคะ! ไม่บาดเจ็บใช่มั้ยคะ?”

“ไม่ได้ออกไปรบที่แนวหน้าจะบาดเจ็บได้ยังไงล่ะ ลูเน่นั่นแหละบาดเจ็บตรงไหนรึเปล่า?”

“สบายใจได้ค่ะ ข้าได้รับการคุ้มครองจากอังก์บอด้าอยู่แล้ว ปลอดภัยยิ่งกว่าปลอดภัยซะอีก ไม่มีแม้แต่รอยขีดข่วนค่ะ”

“ดีแล้วล่ะ แล้วก็ที่จับกุมผู้นำของตระกูล”สัตว์เขา”ได้เนี่ย ทำได้ดีมากเลยนะ ขอบใจมาก”

“หามิได้ค่ะ กล่าวชมเกินไปแล้ว ข้า…ยินดีเป็นอย่างยิ่ง”

ถึงจะเป็นวิธีพูดขอบคุณที่สุภาพนอบน้อมเอามากๆ แต่ความยินดีที่แสดงออกทางสีหน้าของจีคลูเน่ดูจะเยอะตรงกันข้ามกับวิธีพูดเกินไปหน่อย

และหลังจากรู้สึกตัว สีหน้าของจีคลูเน่จึงกลับมาถมึงทึงเหมือนเดิมแทบจะในทันที แต่เพราะถูกยูโตะชมขนาดนั้น ไม่ว่าจะทำหน้าตึงแค่ไหนก็แทบจะหุบยิ้มไว้ไม่หมด

“ฮุฮุ ลูเน่เนี่ยเหมือนหมาน้อยผู้ซื่อสัตว์จริงๆ เลยนะ”

“อุ… ฮุบ!!”

ยูโตะเกือบจะกลั้นหัวเราะไม่อยู่หลังจากเฟลิเซียพูดออกมา ทั้งที่ก็รู้ว่าออกจะโหดร้ายไปหน่อย แต่ถ้าใครได้มาเห็นจีคลูเน่ตอนนี้ก็คงอดไม่ได้ที่จะนึกถึงภาพตอนสั่งลูกหมาว่า “นั่งลง” เหมือนกันทั้งนั้น

“ท่านพ่อ? มีอะไรแปลกงั้นหรือคะ”

จีคลูเน่เอียงคอสงสัย ท่าทางแบบนั้นยิ่งทำให้เหมือนหมาน้อยน่ารักเข้าไปอีก เมื่อได้สติอีกครั้งยูโตะจึงสะบัดภาพนั้นทิ้งไป

“ปะ…เปล่าๆ ไม่มีอะไรหรอก อย่าใส่ใจเลย”

ถึงจะหยุดปากไว้ทันแล้วหันหน้าหนี ก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เธอหายสงสัย แต่จะให้พูดความจริงออกมาก็ไม่ได้อีก

ยิ่งกว่านั้นถึงพูดเรื่องนี้ต่อไปก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา ยูโตะจึงรีบลากกลับเข้าสู่ประเด็นหลัก

“สำคัญกว่านั้น ต้องให้รางวัลสินะ มีอะไรอยากได้รึเปล่า? อะไรก็ได้ขอมาได้เลย”

“อะไรก็ได้… เหรอคะ?”

“อื้ม! ถ้าเป็นอะไรที่ฉันให้ได้น่ะนะ”

“ถะ…ถ้างั้น! ชะ…ช่วยลูบหัวข้าหน่อยได้มั้ย…คะ?”

จีคลูเน่จ้องเขม็งมาที่ยูโตะ สายตาเปล่งประกายเต็มไปด้วยความหวังพร้อมกับพูดขอสิ่งที่ดูเหมือนจะเล็กน้อยเหลือเกินออกมา

ไปหมดแล้วบรรยากาศเย็นยะเยือกที่สูงส่งและองอาจก่อนหน้านี้ สิ่งที่ยูโตะเห็นในตอนนี้กลับกลายเป็นหมาน้อยที่เงยหน้ามองเจ้าของซึ่งกำลังถืออาหารมาให้อย่างมีความหวัง

“ด…เดี๋ยวก่อนสิ ขอแค่นี้มันออกจะ…”

ยูโตะทำหน้าลำบากใจพร้อมกับยกนิ้วชี้ขึ้นมาเกาแก้ม

การมอบรางวัลและบทลงโทษถือเป็นหนึ่งในงานที่สำคัญอีกงานหนึ่งของผู้นำตระกูล แล้วการมอบรางวัลให้กับผู้ที่จับตัวผู้นำทัพของศัตรูได้ด้วยการลูบหัวแค่นี้ เห็นได้ชัดว่าไม่เหมาะสมโดยสิ้นเชิง

ถ้ามีข่าวลือแปลกๆ ออกไปว่าให้รางวัลแก่นักรบผู้เป็นเสาหลักด้วยการลูบหัว คงจะไม่มีใครอยากมาทำงานอยู่ใต้คำสั่งของยูโตะแน่ๆ

“สะ… สำหรับข้าแล้ว มันเป็นรางวัลที่มีค่าเหนือสิ่งอื่นใดค่ะ!”

จีคลูเน่ยืนยันอย่างหนักแน่น ถึงแม้ยูโตะจะแสดงออกมาว่าไม่เห็นด้วยแล้วก็ตาม แล้วก็ไม่ใช่ว่าการเงินของตระกูล “หมาป่า” จะขัดสนลงหากให้รางวัลเป็นเงินทอง แต่ดูเหมือนว่าเจ้าตัวอยากจะให้ลูบหัวให้จริงๆ