0 Views

บทที่ 130: มงกุฎแห่งหนาม (4)

 

 

 

 

แอเรียลหน้าแดงเล็กน้อยขณะที่เอ่ยขึ้น

“จะตามไปมันมีปัญหารึไง? กิลด์โอโคเนลลี่เองก็ไม่อยู่ในการควบคุมของฉันอยู่แล้ว ก็เห็นๆ อยู่ว่ามีคนอื่นยึดไปแล้ว”

“อีชะนีไร้สติ”

เอนบิ อารินเดาะลิ้นขณะที่มองไปยังแอเรียล

แต่มันไม่ใช่เรื่องของเธอที่จะเข้าไปยุ่งอยู่แล้ว

และจริงๆ แล้วมันก็ไม่มีเหตุผลให้เธอขัดขวางแอเรียลไม่ให้ไป

กวานแจกัดฟันขณะที่เขาตะโกนออกไป

“บ้าเอ้ย ไม่มีเวลาให้มาเถียงกันแล้วนะ! นี่แค่เริ่มต้น รีบๆ ตัดสินใจเข้า!”

แอเรียลตั้งสติและเริ่มมองไปรอบๆ

จากนั้นจึงส่งเสียงออกมาอย่างสิ้นหวัง

“… โอ้พระเจ้า นั่นไม่ใช่พวกมันทั้งหมด”

คลื่นที่กำลังมุ่งหน้ามายังพวกเขาเป็นแค่จุดเริ่มต้น

อคาดัสจำนวนนับไม่ถ้วนได้โอบล้อมมนุษย์เหนือสิงโตดำเอาไว้และกำลังพุ่งเข้ามาหาพวกเขา

บางคนได้ถอนใจด้วยความสิ้นหวังและคิดหาทางหลบหนี

“พวกนายอยู่ที่นี่และสั่งการคนอื่นๆ ฉันจะไปกับพวกอคารอน”

มันมีความแตกต่างอย่างมากระหว่างมีคนสั่งการและไม่มีในยามที่ต้องป้องกัน

และอคารอนไม่อาจเข้ากันได้ดีกับมนุษย์อยู่แล้วแม้ว่าพวกเขาจะอยู่ด้วย

มันจะมีประโยชน์มากกว่ามากหากระดับมาร์กอชอยู่ที่นี่และขัดขวางอคาดัสเอาไว้

แอเรียลและคนอื่นๆ ผงกศีรษะขณะที่พวกเขาเริ่มส่งพิราบสื่อสารออกไปทุกทิศทาง

‘ไปกันเถอะ’

หลังจากที่ฮันซูเห็นว่าสถานการณ์เริ่มกลับมาอยู่ในการควบคุมก็สูดลมหายใจเข้าออกก่อนจะพุ่งออกไปพร้อมกับหอกของเขา

ตูมมมม!

อคาดัสสามตัวที่ไม่แม้แต่จะมีรอยขีดข่วนจากการโจมตีของระดับบัลลาดิที่โจมตีพวกมันอย่างต่อเนื่องถูกทะลวงหัวใจและร่วงลง

แต่จำนวนนั่นก็ไม่อาจนับได้ว่าเป็นเศษเสี้ยวท่ามกลางคลื่นยักษ์ที่กำลังถาโถมมาหาพวกเขา

ช่องว่างได้ถูกเติมเต็มโดยอคาดัสตัวอื่นๆ อย่างรวดเร็ว

พวกมันกำลังเข้าใกล้พวกเขามาจากทุกทิศทาง

แต่ฮันซูไม่ได้อยู่คนเดียว

“ฮึบบบบ!”

ตูมมมม!

ทารูโฮลทะยานออกมาข้างๆ ฮันซูและเตะอคาดัสที่พุ่งเข้ามาหาพวกเขาออกไป

อคาดัสกระเด็นออกไปหลังจากที่หน้าอกของมันยุบเข้าไปและกระแทกเข้ากับตัวอื่นๆ

โอเทออนตะโกนเสียงดังจากเบื้องหลังทารูโฮล

“วิ่ง! เราต้องฝ่าไปให้ได้ไม่ว่ายังไงก็ตาม!”

โอเทออนนำบางอย่างออกมาจากกระเป๋าของเธอก่อนจะตะโกนขึ้น

กลิ่นที่เป็นศาสตร์ต้องห้ามอยู่บนนั้น

ในตอนที่อคารอนที่ได้รับการผ่าตัดดัดแปลงร่างกายสูดกลิ่นนั้นเข้าไป ของเหลวสีเงินในร่างของพวกเขาก็อาละวาดและพวกเขาจะสามารถแสดงพลังที่เหนือกว่าปกติหลายเท่าตัวออกมาได้

มันมีประสิทธิภาพอย่างมาก แต่มันมีเหตุผลหนึ่งที่ทำให้โอเทออนไม่ใช้มันจนถึงตอนนี้

เมื่อระยะเวลาของผลของกลิ่นนี้สิ้นสุดลง พวกเขาจะต้องเผชิญหน้ากับความเจ็บปวดมหาศาลที่ฮันซูเคยผ่านมาก่อน

โอเทออนกัดฟันกรอดขณะที่เธอแพร่กลิ่นนั้นออกไป

ในเมื่อเธอสามารถจินตนาการถึงภาพของนักรบเหล่านี้หลังจากที่ผลของมันหมดลงได้

‘บัดซบ!’

แต่มันไม่ใช่เวลาที่จะมารักษาเอาไว้

‘เราต้องฝ่าออกไป… และฟื้นฟูแดนศักดิ์สิทธิ์ มีเพียงแค่ยามนั้นที่เราจะสามารถทำให้ทายาทของเราอยู่ในดินแดนอันรุ่งโรจน์ได้’

อคารอนรุ่นนี้ล้วนแล้วแต่เป็นคนบาป

พวกเขาต่อสู้กันเองแม้ว่าเผ่าพันธุ์พวกเขาทั้งหมดกำลังตกอยู่ในอันตรายจากภัยพิบัติแห่งความตาย และทำให้สถานการณ์ที่ย่ำแย่อยู่แล้วเลวร้ายลง

มันรุนแรงเสียจนอยู่ในระดับที่เอลคาเดียนไม่อาจช่วยเหลือพวกเขาได้

แม้ว่ามงกุฎแห่งหนามจะถูกสร้างขึ้นเพื่อปกป้องพวกเขาก็ตาม

เพราะแบบนั้น พวกเขาจึงอยู่ในสถานะที่พวกเขาต้องวิ่งหนีจากมนุษย์และหวาดกลัวมาร์กอช

พวกเขาไม่อาจปล่อยให้ทายาทของพวกเขามีชีวิตแบบนั้นได้

‘เราจะช่วยเจ้าสุดกำลัง ในทางกลับกัน… เจ้าต้องรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับพวกเรา’

นี่คือสัญญาของเธอและฮันซู สัญญาของมนุษย์และอคารอน

โอเทอนนมองไปยังเหล่าอคารอนเด็กที่ไม่ได้รับผลจากกลิ่นเพราะยังไม่ได้รับการผ่าตัดดัดแปลงร่างกายขณะที่เธอสูดกลิ่นนั้นเข้าไปเช่นกัน

‘ไอเลน… หากเกิดอะไรขึ้นกับข้า เจ้าจะเป็นผู้สืบทอดของข้า’

เธอเพิ่งจะค้นพบเมื่อไม่นานมานี้

ว่าความสามารถของไอเลนเหนือกว่าความคาดหมายของเธอ

เธอได้ทำงานที่มีไว้เพื่อผู้สืบทอดของเธอทั้งหมดเสร็จสิ้นแล้ว

โอเทออนมองไปยังผู้สืบทอดอันเยาว์วัยของเธอชั่วขณะก่อนจะกระโดดออกไปเช่นกัน

ศาสตร์ต้องห้ามทำงานได้ดีที่สุดหากนักบวชหญิงอยู่ที่ด้านหน้าสุด

“กร๊าซซซซ!”

นักบวชหญิง

สิ่งมีชีวิตที่ควรจะอยู่ด้านหลังสุดได้ก้าวมายังแนวหน้า

อคารอนตนอื่นๆ ที่เห็นภาพนั้นได้กัดฟันขณะที่พวกเขากระโดดออกไป

และเอนบิ อาริน แอเรียล กวานแจ และคนอื่นๆ เองต่างก็กระโดดไปยังเบื้องหน้าของกิลด์ต่างๆ เช่นกัน

หากคนพวกนั้นทำสำเร็จ พวกเขาก็จะรอด

หากคนพวกนั้นล้มเหลว พวกเขาก็จะตายกันหมด

และส่วนหนึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่าพวกเขาขัดขวางอคาดัสไว้ที่นี่ได้ดีแค่ไหน

“ป้องกันเอาไว้ไม่ว่ายังไงก็ตาม! เราไม่อาจปล่อยให้อคาดัสตามพวกนั้นไปได้!”

ตูมมมม!

ผู้คนที่ยังคงยืนอยู่ใช้พลังทุกหยาดหยดในที่พวกเขามีในร่างขณะที่พวกเขาเริ่มผลักดันคลื่นสีเงินออกไป

ในตอนที่คลื่นสีเงินหยุดชะงักลง ผู้ที่มีชีวิตรอดนับพันก็เริ่มทะลวงฝ่าทะเลอคาดัสออกไป

ตามหลังฮันซูและโอเทออน

และไม่ช้า เสียงของการปะทะและระเบิดก็ดังก้องไปทั่วหลังคอของลาร์ซาร์

 

 

 

“ฮู่ว… เรามาถึงแล้ว”

“แฮ่ก… ที่นี่งั้นเหรอ?”

โอเทออนลากร่างอันยับเยินของเธอมาและเดินไปยังตำแหน่งที่ฮันซูชี้ไป

มันผ่านไปแล้วสามสิบนาทีหลังจากที่พวกเธอได้วิ่งอย่างบ้าคลั่งจากที่ทะลวงผ่านคลื่นนั้นมาได้

พวกเขาทำลายอคาดัส วิ่งผ่านแผงคอและมุ่งตรงไปยังรูยักษ์บนผิวของมัน

‘พวกเราเกือบหนึ่งในสี่ตายแล้วงั้นเหรอ’

โอเทออนแสดงสีหน้าหดหู่ออกมา

แต่หากฮันซูไม่ซื้อเวลาให้พวกเธอ และพวกเธอไม่ได้ใช้ศาสตร์ต้องห้าม ปริมาณความสูญเสียคงจะสูงมากกว่านี้หลายเท่า

‘ข้าจะนำทางวิญญาณของพวกเจ้าไปยังลาร์ซาร์หลังจากที่วิหารถูกสร้างขึ้นใหม่ในอนาคต’

โอเทออนทำพิธีกรรมง่ายๆ ให้เหล่าผู้ที่เสียชีวิต จากนั้นจึงมองไปรอบๆ

ทะเลสาบใต้ดินที่อยู่ลึกมากเสียจนอคาดัสหยุดไล่ตามมา

ทะเลสาบยักษ์ที่แห้งเหือดและรูยักษ์ที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางกว้างราวๆ 40 เมตรอยู่ที่ก้นของทะเลสาบ

โอเทออนพึมพำขณะที่เธอมองไปยังอุโมงค์ที่ยังคงมีสภาพดีอยู่แม้ว่าจะไม่มีใครคอยดูแล

“… ดูเหมือนว่ามันจะเป็นอุโมงค์เชื่อมไปยังโรงงานรวบรวมวัตถุดิบ ข้ารับรู้ได้ถึงพลังงานที่หลงเหลืออยู่”

“ถูกต้อง”

ทะเลสาบที่เต็มไปด้วยพลังงานยามที่สิงโตขาวยังคงสามารถเคลื่อนไหวได้ในอดีตได้แห้งเหือดลงเมื่อลาร์ซาร์สูญเสียพลังของมัน

โอเทออนพึมพำขณะที่เธอมองไปยังม่านพลังงานที่แยกระหว่างก้นของทะเลสาบและอุโมงค์ออกจากกัน

“… มันเป็นโครงสร้างที่ปฏิเสธสิ่งมีชีวิตงั้นเหรอ การทำลายมันคงง่ายๆ รีบเข้าเถอะ”

ม่านพลังงานยังคงทำงานได้ดีแม้ว่าจะผ่านมานานแล้วราวกับจะพิสูจน์ถึงความสามารถของเอลคาเดียน

แต่มันดูจะอ่อนแรงลงมากเพราะลาร์ซาร์ แห่งพลังงานของมัน ได้สูญเสียพลังไป

‘… มันต้องมีการป้องกันอยู่ด้านในด้วย’

ทันทีที่ศาสตร์ต้องห้ามหมดพลังลง เหล่านักรบอคารอนจะไม่อาจต่อสู้ได้อีก

ในเมื่อความเจ็บปวดมหาศาลจะแผ่ซ่านไปทั่วร่างของพวกเขา

พวกเขาต้องจัดการอคาดัสที่ป้องกันมงกุฎแห่งหนามก่อนที่มันจะเกิดขึ้น

ฮันซูส่ายศีรษะและหยุดโอเทออนที่พยายามจะลงมือ

“เดี๋ยว เราจะทำลายมันไม่ได้”

การทำลายมันไม่ใช่ปัญหา

แต่เอลคาเดียน ที่กลัวว่าจะมีใครบางคนใช้กำลังฝ่าเข้ามาและยึดโรงงานได้กำหนดไว้ว่ามงกุฎแห่งหนามจะถูกทำลายหากมีใครบางคนพยายามจะทำลายม่านป้องกัน

เช่นนั้นจะไม่มีอะไรที่สามารถควบคุมอคาดัสที่ถูกปลดปล่อยออกมาได้อีก

“งั้นจะทำยังไง…”

โอเทออนแสดงสีหน้าซับซ้อนออกมาหลังจากที่ได้ยินคำพูดของฮันซู

แล้วพวกเธอจะเข้าไปยังไงถ้าทำลายมันไม่ได้

ขณะที่โอเทออนกำลังพยายามคิดวิธีอื่นในการเข้าไป ฮันซูก็เข้าไปใกล้ม่านพลังงานและวางมือของเขาไปบนลูกแก้วเล็กๆ ข้างๆ มัน

กลไลที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อที่คนควบคุมจะสามารถใช้มันได้ในกรณีฉุกเฉิน

กลไลนี้ถูกสร้างขึ้นให้มีเพียงแค่อคารอนสามารถเข้าได้ด้วยการใช้ของเหลวสีเงินที่ได้จากการผ่าตัดดัดแปลงร่างกาย

ฮันซูสูดลมหายใจเข้าออกและเริ่มใส่ของเหลวสีเงินในร่างของเขาเข้าไปในลูกกแก้วอย่างระมัดระวังตามรหัสภายในผลึกความทรงจำของเอลคาเดียน

ฟึ่บ

ของเหลวสีเงินวาดภาพที่ราวกับแผงวงจรขึ้นขณะที่มันไหลเข้าไป

ในตอนที่เส้นที่ถูกสร้างขึ้นโดยของเหลวสีเงินทับกับรหัสผ่านนั้นเอง

ชี่

ม่านพลังงานส่งเสียงแปลกประหลาดออกมาก่อนจะหายไป

“เข้าไปกันเถอะ เราจะไปถึงที่โรงงานในทันทีที่เราผ่านอุโมงค์นี้ไป มันจะไม่ง่าย”

“โอเค เราจะนำไปเอง และ… ขอบคุณ”

โอเทออนมองไปยังฮันซูก่อนจะสูดลมหายใจเข้าออก

พวกเขาสามารถมาถึงที่นี่ได้เพราะฮันซู

แต่สุดท้ายแล้ว นี่ก็คืองานของอคารอน

พวกเขา อคารอน ต้องเป็นผู้นำและแก้ไขปัญหานี้

ฮันซูที่มองไปยังอคารอนที่กำลังเดินหน้าอย่างช้าๆ มองไปยังทิศทางของสนามรบที่พวกเขาจากมา

‘… โปรดยื้อไว้ให้ได้ พวกนายต้องขัดขวางพวกมันไว้ที่นั่นไม่ว่ายังไงก็ตาม’

อุโมงค์นี่อันตรายพอๆ กับสนามรบนั่น

ดังนั้นแล้ว หากมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกทำลาย ทั้งสองฝ่ายก็จะตกอยู่ในอันตราย

ฮันซูพึมพำอย่างเงียบงันไปยังทางสนามรบที่อยู่ห่างออกไปก่อนจะพุ่งตรงไปยังโรงงาน อาร์คลาเทอรี่

 

 

 

“บัดซบบบบบ!!!”

ตูมมมม!

หลงเฉี่ยน กัปตันหน่วยสอดแนมของกิลด์รีโรรีโรเรสบถเสียงดังลั่นขณะที่เขาตัดศีรษะของอคาดัสที่พุ่งเข้ามาหาเขา

ขวานที่ไม่มีใครนอกจากระดับมาร์กอชสามารถป้องกันได้

และอาวุธอันล้ำค่าของเขา ขวานเล็กทอง ก็ไม่ได้ทำให้เขาผิดหวังในครั้งนี้เช่นกันเมื่อมันทำหน้าที่ของมันได้สำเร็จ

ในเมื่อมันได้แยกศีรษะของตัวที่พุ่งเข้ามาหาเขาเป็นสองส่วน

ปัญหาคือไอ้ตัวบ้านี่ยังคงพุ่งเข้ามาหาเขาแม้ว่าหัวของมันจะถูกหั่นครึ่งไปแล้ว

เฉี่ยนมองไปยังสัตว์ประหลาดที่ใช้ศีรษะที่ถูกแยกออกของมันเป็นโล่แล้วคลานมาหาเขาด้วยท่าทีน่าขยะแขยงและป้องกันการโจมตีของมันด้วยขวานของเขา

เคร้งงง

“อ๊ากกกก!”

เขามีชีวิตรอด แต่มันไม่ได้ดูเหมือนว่าคนที่อยู่ข้างๆ เขาจะรอดด้วย

ตอนที่เฉี่ยนกัดฟันกรอดเมื่อเห็นว่าคนข้างๆ เขาถูกฆ่าโดยอคาดัส

พิราบสื่อสารตัวหนึ่งก็บินมายังเขา

พิราบสื่อสารสีแดงที่หัวหน้ากิลด์ส่งมาหาเขา

<แค่ยื้อไว้ครึ่งวัน! ถ้าพวกนายยื้อไว้ได้แค่ครึ่งวัน อคารอนที่ฝ่าออกไปก่อนหน้านี้จะหยุดเจ้าพวกนี้!>

ส่วนอื่นนอกจากนั้นคือคำสั่งเฉพาะว่าต้องทำยังไงและป้องกันตรงไหน

‘คิมกวานแจ สมชื่อของเขาจริงๆ’

หัวหน้าของพวกเขามีสนามรบทั้งสนามอยู่ในสมอง วิเคราะห์มันและสั่งการกิลด์อันใหญ่โตนี้ได้อย่างเหมาะสมภายใต้ความวุ่นวายนี้

แต่พิราบสื่อสารอีกตัวได้บินมาหาเขาในตอนนั้น

<เราเตรียมการเรียบร้อยแล้ว นายจะเอายังไง?>

เฉี่ยนรับพิราบสื่อสารจากกัปตันหน่วยจู่โจมสายฟ้าแล่บ เมคอง และหยุดคิดไปชั่วครู่

จากนั้นจึงผงกศีรษะ

‘ฉันยังไม่อยากตาย’

แน่นอนว่ามันไม่มีอะไรแย่กับการตั้งแนวป้องกันอยู่ที่นี่และยื้อเอาไว้จนกว่าอคารอนจะจัดการปัญหาได้อย่างที่กวานแจและหัวหน้ากิลด์คนอื่นๆ บอกเขา

แต่หลงเฉี่ยนเป็นกัปตันหน่วยสอดแนม

เขามักจะคิดถึงสถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดและยอดเยี่ยมในการค้นหาทางในการมีชีวิตรอดท่ามกลางสถานการณ์เช่นนั้น

สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดในสมองของหลงเฉี่ยนคือสิ่งนี้

<พวกคนระดับสูงตกอยู่ภายใต้การควบคุมของอคารอนกันหมด และพวกเขากำลังซื้อเวลาเพราะแบบนั้น>

ทุกคนรู้

ว่าอคารอนสามารถควบคุมมนุษย์ได้อย่างที่พวกเขาต้องการ

และเพราะแบบนั้น เขาจึงไม่อาจเชื่อใจคนระดับมาร์กอชที่อยู่กับอคารอนได้แม้แต่คนเดียว

ในเมื่อพวกเขาได้ถูกจับเป็นตัวประกันโดยพวกอคารอนมาก่อน

และการที่มีเพียงแค่อคารอนที่ไปก็เป็นปัจจัยสำคัญ

ประตูมิติไม่ได้ปรากฏขึ้นอย่างสุ่มๆ

มันอยู่ใต้ต้นไม้โลกในเขตสีแดง และอยู่ใกล้หัวใจของกรากอซวัวในเขตสีส้ม

หากคนพวกนี้คือชนพื้นเมืองของที่นี่ งั้นพวกเขาก็ต้องรู้ว่าประตูมิติอยู่ที่ไหน

‘ถ้า… สถานการณ์นั้นถูกต้อง อคารอนทั้งหมดก็จะหนีไปแล้วพวกเราจะก็จะตายไปทั้งๆ แบบนี้’

เขาเป็นมนุษย์

เขาไม่ต้องการตายเปล่าเพียงเพราะแค่อคารอน

และหลงเฉี่ยนก็มักจะหาทางให้เขามีชีวิตรอดภายใต้สถานการณ์ที่เลวร้ายที่สุดเสมอ

<รวมคนที่มีความคิดคล้ายๆ กัน หนีจากที่นี่และตามอคารอนไป>

หากอคารอนหนีผ่านไปทางประตูมิติ พวกเขาก็จะตามไป

หากพวกนั้นไปแก้ปัญหาจริงๆ งั้นเขาก็สามารถช่วยพวกนั้นได้

‘ถึงแม้อัตราความสูญเสียที่นี่จะเพิ่มขึ้น… ฉันก็ทำอะไรไม่ได้’

คนจำนวนค่อนข้างมากที่มีความคิดแบบเดียวกับเขาได้รวมตัวกันแล้ว

ปริมาณความสูญเสียจะเพิ่มขึ้นตามจำนวนของคนที่หนีไป แต่มันจะง่ายขึ้นสำหรับพวกเขาในการทะลวงฝ่าคลื่นนี้ไป

‘และในเมื่อคนมากขนาดนี้รวมตัวกัน แม้ว่าพวกเขาจะประณามว่าพวกเราทรยศ พวกเขาก็คงจะลงมือได้ไม่ง่ายนัก’

หลงเฉี่ยนหยุดคิดและมองไปรอบๆ

พวกเขาต้องหนีไปก่อนที่รูที่อคารอนสร้างขึ้นในคลื่นนี้หายไป

หลงเฉี่ยนที่ส่งพิราบสื่อสารออกไปมองไปยังสถานการณ์ก่อนจะออกจากแนวป้องกัน

“หือ? หือออ? กัปตัน! กัปตัน คุณจะไปไหน!”

“ฉุกเฉิน! พวกมันกำลังหนีออกจากขบวน!”

หลงเฉี่ยนทิ้งเสียงร้องอย่างสิ้นหวังของแนวป้องกันไว้เบื้องหลังขณะที่เขาและคนอื่นๆ เริ่มวิ่งอย่างสุดชีวิตไปยังรูที่อคารอนสร้างเอาไว้

 

 

 

ตูมมมม!

ฮันซูที่กำลังสู้กับอคาดัสสีทองรับรู้ได้ถึงแรงสั่นสะเทือนที่พื้นดินจากนั้นจึงขมวดคิ้ว

‘บางคน… เข้ามา’

 

 


TL: ฆ่าตัวตายหมู่ไปอีกก