0 Views

บทที่ 114: กรากอซ (4)

 

 

 

บาลี รอปเปอร์มองไปยังกวานแจที่ไปลากมาร์กอชมาทางที่เขาอยู่ด้วยตนเอง

‘มันก็สักพักแล้วนะ ชิ ดวงไม่ดีเลย’

บาลี รอปเปอร์คิดถึงเหตุการณ์ในอดีต

เขาพบหมอนั่น ภรรยาของอีกฝ่าย และลูกสาวของอีกฝ่ายเมื่อสี่ปีก่อน

มีไม่กี่คนที่เดินทางไปกับครอบครัวของเขาในอีกโลก

และคนที่มาด้วยกันในตอนแรกและกระทั่งปีนขึ้นมายังเขตสีส้มเรียกได้ว่าสามารถนับนิ้วได้

มันมีสองแบบ

หนึ่งในสมาชิกแข็งแกร่งอย่างน่ากลัวจนสามารถปกป้องสมาชิกคนอื่นๆ ที่อ่อนแอได้

เอนบิ อาริน ยักษ์ใหญ่ของเขตสีส้มก็เป็นแบบนั้น

หรือสมาชิกทุกคนแข็งแกร่งพอๆ กัน

ครอบครัวของกวานแจเป็นอย่างหลัง

และเพราะแบบนั้น พวกเขาจึงไม่อาจเอาชนะบาลี รอปเปอร์ได้

แม้ว่ากวานแจ ลูกสาวของเขา และภรรยาของเขาจะค่อนข้างแข็งแกร่ง พวกเขาก็อยู่แค่ระดับของผู้ที่ขึ้นมาจากเขตสีแดง

แม้ว่ากวานแจจะเกือบอยู่ในระดับบัลลาดิ ตัวเขาเองคือหนึ่งในคนที่แข็งแกร่งที่สุดในในบรรดาระดับบัลลาดิ และพวกระดับทั่วไปอย่างทั้งสามคนไม่อาจที่จะต่อต้านเขาได้

เขามีความสุขอย่างมากที่เจอครอบครัวของกวานแจครั้งแรก

หนึ่งในการกระทำที่บาลี รอปเปอร์ชื่นชอบที่สุดคือการหยอกล้อกับสมาชิกครอบครัวคนอื่นๆ ต่อหน้า

การเจอครอบครัวแบบนี้มันเหมือนกับดาวตกจากสวรรค์ แต่การที่เขานำทั้งภรรยาและลูกสาวมา มีหรือที่บาลี รอปเปอร์จะไม่ตื่นเต้น?

และราวกับว่าเพราะเขาแต่งงานเร็ว การที่ภรรยาของเขายังคงมีเสน่ห์ดึงดูดได้ทำให้เขาค่อนข้างพอใจ

‘เวรเอ้ย ฉันน่าจะฆ่าเขาก่อนหน้านี้’

บาลี รอปเปอร์ ขมวดคิ้ว

สถานที่ที่อีกฝ่ายพ่ายแพ้ให้แก่เขาคือที่นี่

แม้ว่าบาลีจะจับตัวลูกสาวได้ กวานแจก็คว้าตัวภรรยาของเขาและตกลงสู่อวัยวะไหลย้อนขนาดยักษ์นี่

‘ฉันไม่ควรฆ่าลูกสาวของเขาเพียงแค่เพื่อระบายความโกรธในตอนนั้น’

ใครจะไปคิดล่ะว่าหมอนั่นจะกลับมาราวกับสัตว์ประหลาดแบบนั้น?

คนที่อยู่ในระดับบัลลาดิได้แบบกล้ำกลืนกลับมาพร้อมกับความสามารถระดับมาร์กอช

จากนั้นเขาจึงใช้พลังนั่นในการล่อลวงและให้ความหวังเกี่ยวกับการผ่าตัดดัดแปลงร่างกายเพื่อที่จะเพิ่มพลังอำนาจของเขาอย่างบ้าคลั่ง

การเติบโตของพวกนั้นใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาที

กวานแจดูเหมือนไม่ได้ใส่ใจกับการดูแลกิลด์นัก เขาทำเพียงแค่รับคนเข้ามาตราบเท่าที่คนเหล่านั้นแข็งแกร่ง

เหตุผลที่ทำให้พวกนั้นยอมรับเคล ดอว์สัน ที่ถูกไล่ล่าโดยเอนบิ อาริน ก็เป็นเพราะแบบนี้เช่นกัน

ในเมื่อการตัดสินใจรับเคล ดอว์สันเข้ามาในขณะที่เมินเฉยต่อโอกาสในการปะทะกับเอนบิ อาริน ได้สร้างความหวั่นไหวให้กับเหล่าคนที่สร้างศัตรูไว้ทั่วในเขตสีส้ม

สรุปแล้ว คนทุกคนที่แข็งแกร่งแต่ไม่อาจเข้าร่วมกิลด์และได้รับการปกป้องจากกิลด์เพราะบุคลิกที่เน่าเฟะได้มารวมตัวกันที่กิลด์รีโรรีโรเร

มันคือวินาทีที่กิลด์ของกลุ่มคนที่เลวร้ายที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ได้ถูกสร้างขึ้น

กิลด์รีโรรีโรเรที่ไต่มาอยู่ในระดับของกิลด์ที่แอรีสและเคลเดียนสร้างขึ้น <ครอส> ในเสี้ยววินาทีได้กลายเป็นสิ่งที่ต้องเฝ้าระวังของกิลด์อื่นๆ ในวินาทีนั้น

หากตัวเขาไม่ได้แข็งแกร่งขึ้นจนอยู่ในระดับมาร์กอช และไม่ได้เข้าร่วมกิลด์คราวน์ที่อยู่ฝ่ายตรงข้ามกับกิลด์รีโรรีโรเรที่ขยายตัวและรวบรวมคนที่แข็งแกร่งไว้อย่างรวดเร็วล่ะก็ เขาก็คงกลายเป็นเศษเนื้อไปแล้ว

‘ชิ การที่มาเจอกันในที่แบบนี้’

มาร์กอชกำลังพุ่งเข้ามาหาพวกเขาจากทุกทิศทาง

แต่มันไม่มีความจำเป็นในการสู้กับมาร์กอชที่นี่

แม้ว่ากวานแจจะนำมาร์กอชมาที่นี่ พวกเขาก็แค่ถอยออกไปได้

พวกเขาอาจจะได้รับความเสียหายในระหว่างการล่าถอยบ้าง แต่คนที่ควรจะกังวลเกี่ยวกับเรื่องนี้คือคนที่อ่อนแอ ไม่ใช่เขา

‘ถ้าฮันซูยังมีสติอยู่ เขาก็คงจะไม่โยนฉันทิ้งที่นี่เหมือนกัน’

บาลี รอปเปอร์ขมวดคิ้วหลังจากมองไปรอบๆ อย่างสบายใจ

‘… แต่เราจะฆ่าหมอนั่นในคราวนี้ไม่ได้งั้นเหรอ?’

ราวกับว่าอีกฝ่ายถูกแทงด้วยเขาบนศีรษะของมาร์กอช บาลี รอปเปอร์มองไปยังกวานแจที่มีรูขนาดใหญ่อยู่ข้างตัวแล้วพึมพำอยู่ในใจ

ความจริงแล้ว ตัวกวานแจเหมือนเป็นความหวาดกลัวแม้จะเป็นในสายตาของบาลี รอปเปอร์

ความแข็งแกร่งนั่น ความดื้อรั้นนั่น และความฉลาดนั่น

หากคนแบบหมอนั่นยังมีชีวิตอยู่ งั้นเขาก็จะไม่อาจหลับสนิทได้ในยามค่ำคืน

เขาต้องฆ่าคนที่มักจะหาโอกาสฆ่าเขาอยู่เสมอไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ดังนั้นแล้วเขาจึงตั้งเป้าไปที่อคารอน

ในเมื่อการรวมพลังของอคารอนเข้ากับกิลด์ของพวกเขาจะหมายความว่าพวกเขาจะมีพลังเพียงพอในการบดขยี้กิลด์รีโรรีโรเร

‘ถึงแม้ทุกอย่างมันจะฉิบหายหมดแล้ว… แต่ไม่ใช่ว่านี่คือโอกาสเหรอ?’

บาลี รอปเปอร์ ลอบมองไปยังฮันซู

สิ่งที่ดีที่สุดคือการที่ไอ้หมอนี่ข้างๆ เขากับกวานแจตรงนั้นตายพร้อมกัน

หากเป็นแบบนี้ต่อไป สุดท้ายแล้วเขาก็จะตายด้วยน้ำมือของกวานแจ

ในเมื่อกวานแจได้ค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้เขาทุกทีในเวลาสี่ปีที่ผ่านมา

แม้ว่าเขาจะต้องการไปยังเขตสีเหลือง แต่เมื่อเขาพยายามจะทำเช่นนั้น ไอ้กวานแจนี่ก็จะขัดขวางเขาแม้ว่าอีกฝ่ายจะต้องก่อสงครามกับเขา

มันเป็นการกระทำที่เสียสติในสายตาของบาลี รอปเปอร์ ในเมื่ออีกฝ่ายต้องข้ามเขตของกิลด์รีโรรีโรเรมาเพื่อที่จะไปยังประตูมิติสู่เขตสีเหลือง

‘แต่นี่มันค่อนข้างจะคุ้มค่าที่จะเสี่ยง’

บาลี รอปเปอร์หยิบสร้อยคอเล็กๆ ที่เขาเก็บไว้ด้วยเหตุผลใดสักอย่างออกมาหลังจากคิดเสร็จ

 

 

ฮันซูมองไปยังชายที่อยู่ห่างออกไปขณะเตรียมจะล่าถอย

‘ดูเหมือนว่าหมอนั่นจะเป็นผู้นำกิลด์รีโรรีโรเร เขาล่อพวกมันมาที่นี่ด้วยตัวเองเหรอ?’

คิม กวานแจ

แม้ว่ามันจะดูเหมือนว่าอีกฝ่ายได้รับบาดเจ็บค่อนข้างมาก แต่อาการบาดเจ็บนั่นกำลังฟื้นตัวด้วยความเร็วที่สามารถมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า

‘เขาก็ได้รับการผ่าตัดดัดแปลงร่างกายเหมือนกัน ฉันไม่ใช่คนแรกงั้นหรอ หืม’

ดวงตาของมาร์กอชไม่ได้มองไปยังตัวกวานแจที่ลากพวกมันมา แต่เป็นฮันซูและกลุ่มของเขาที่ยืนอยู่ไกลๆ

มาร์กอช ดู คาปูซิโอ้

พวกมันตัวเล็กกว่ามาร์กอชที่กินพืช มาร์กอช ดู แกรซิออส

แค่ราวๆ 1 กิโลเมตร

ในเมื่อพวกมันอ่อนแอกว่าแกรซิออสนิดหน่อย นักผจญภัยระดับมาร์กอชทั่วไปสามารถฆ่าพวกมันได้อย่างน้อยสองตัว

แต่พวกมันอันตรายกว่ามากสำหรับมนุษย์ในเมื่อพวกมันมีนิสัยเลวร้ายกว่า และจะโจมตีแม้ว่าพวกมันจะไม่ได้กินหากพวกมันรู้สึกถึงอันตราย

ความจริงแล้ว คนระดับมาร์กอชหนึ่งคนจะถูกฉีกกระชากเป็นชิ้นๆ หากเข้าไปในเขตของมันโดยที่ไม่รู้ตัวและถูกไล่ล่าโดยพวกมันทั้งฝูง

‘ชิ การที่พาพวกมันมาตั้ง 20 ตัว’

แม้ว่าเขาอาจจะสามารถจัดการพวกมันทั้งหมดได้ด้วยพลังใหม่ของแหวนเนอร์มาฮ่าที่เขาได้มาระหว่างขึ้นมายังเขตสีส้ม และพลังของพวกที่อยู่ข้างหลังเขารวมกัน แต่ความเสียหายก็จะเกิดขึ้นในระดับหนึ่ง

‘แต่ถ้าเขาไม่ได้สนใจจะยึดอยู่ที่นี่ งั้นมันก็ไม่มีเหตุผลให้สู้’

เขาก็ไม่มีอะไรให้ยุ่งกับอีกฝ่ายอยู่แล้ว

แม้ว่ามันอาจจะไม่มีอะไรแย่ในการฆ่าอีกฝ่าย แต่มันจะอันตรายถ้าพวกเขาเผลอตัวในขณะที่พวกมาร์กอชกำลังอาละวาด

ฮันซูตัดสินใจที่จะถอยออกจากที่นี่และช่วยพวกอคารอนขณะที่เขาส่งกลิ่นออกไปเบื้องหลังเขาและพยายามล่าถอย

‘มันไม่ได้ดูเหมือนว่าหมอนั่นพาพวกมันมาที่นี่เพื่อที่จะสังหารหมู่พวกเราอยู่แล้ว’

กร๊าซซซซ!

แม้ว่ามาร์กอชจะพุ่งเข้ามาหาพวกเขาอย่างบ้าคลั่ง มันก็ยังมีขีดจำกัดว่าพวกมันกี่ตัวจะสามารถพุ่งเข้ามาได้พร้อมกันเพราะโครงสร้างของอุโมงค์มด

แม้ว่ามันอาจจะเกิดความเสียหายเล็กน้อย พวกเขาก็ยังสามารถล่าถอยได้

ฮันซูมองไปยังมาร์กอช ดู คาปูซิโอ้ที่ส่งเสียงดังมาระหว่างที่พวกมันวิ่งตรงมายังถ้ำที่เป็นตำแหน่งของอวัยวะไหลย้อนและรวบรวมมานาไว้บนมือ

ในเวลาเดียวกัน สปอร์ที่รุนแรงที่สุดของคมมีดระบาดก็เริ่มที่จะรวมตัวกันที่ปลายหอกสายฟ้า

จากนั้นฮันซูจึงใช้มานามังกรปีศาจไปบนร่างของที่ได้รับการดัดแปลงของตนเองก่อนจะวาดหอกออก

ตูมมม!

คาปูซิโอ้ที่พุ่งตรงมาหาพวกเขาเริ่มส่ายศีรษะ

กี๊ซซซซ!

คาปูซิโอ้ส่ายศีรษะของมันด้วยความเจ็บปวดที่ราวกับว่าผิวหนังบนหัวของมันถูกเผาไหม้ก่อนจะล้มลงกระแทกพื้นข้างผนังภายในตัวกรากอชราวกับว่าพวกมันกำลังมึนหัว

‘มันใช้ได้’

เขาไม่ได้ใส่มานาเข้าไปในคมมีดระบาดเยอะขนาดนั้น

สิ่งที่เขาใส่มานาเข้าไปมากกว่าคืออย่างอื่น

แหวนเนอร์มาฮ่า

พลังที่สามหลังจากพลังแห่งการทำลายล้างและสถานะเลือดไหล

<ทำลายประสาทสัมผัส>

ตึงงง

มาร์กอช ดู คาปูซิโอ้ตัวยักษ์กระแทกศีรษะของมันเข้ากับกำแพงราวกับว่ามันรู้สึกมึนอย่างมาก

ไม่สิ  มันกระทั่งเดินโซเซไปชนกับมาร์กอช ดูคาปูซิโอ้ที่วิ่งมาใกล้ๆ มัน

กร๊าซซซ!

เมื่อเขาเห็นว่าแถวของมาร์กอชถูกทำลายในเสี้ยววินาที บาลี รอปเปอร์ก็แสดงสีหน้าหงุดหงิดออกมา

‘นี่มันไม่ยุติธรรมเลย เขาไปได้ของแบบนั้นมาจากที่ไหนกัน?’

บาลี รอปเปอร์คิดถึงยามที่เขาถูกจับโดยฮันซู

มันไม่ใช่ว่าคนคนหนึ่งจะตาบอดหรือว่าเป็นใบ้หลังจากที่ถูกมัน

แต่ว่ามันน่าหงุดหงิดกว่านั้นมาก

สายตาของพวกเขาที่ดีมากพอให้พวกเขาเห็นสิ่งที่อยู่ห่างออกไปหลายกิโลเมตร

มันส่งผลกับรูนประสาทสัมผัสที่เป็นพื้นฐานของสิ่งนั้น และกระทั่งส่งผลกับการทรงตัวของพวกเขา

และแน่นอนว่าไอ้ของพวกนั้นเป็นสิ่งที่อันตรายในการต่อสู้ที่พวกเขาต้องขัดเกลาประสาทสัมผัสทั้งห้าจนถึงขีดสุด

ไอ้ตัวที่อยู่ตรงนั้นก็คงจะรู้สึกแบบเดียวกันในตอนนี้

“พวกนายมัวทำอะไรอยู่? รีบออกไปกันได้แล้ว”

ฮันซูพูดขึ้นมาเมื่อเขามองไปยังข้างๆ

มันไม่ใช่ว่าพวกเขาจะกลายเป็นกึ่งๆ ไอ้โง่เมื่อถูกโจมตีโดยมันครั้งหนึ่ง

ยิ่งผลของมันรุนแรงมากเท่าใด มานาที่มันต้องใช้ก็ยิ่งมากขึ้นเท่านั้น ทั้งระยะเวลาส่งผลของมันก็ไม่ได้ยาวนานขนาดนั้น

บาลี รอปเปอร์แสดงสีหน้าเศร้าสร้อยออกมาเมื่อได้ยินเช่นนั้น จากนั้นจึงเขย่าสร้อยคออีกสองสามครั้ง

‘เขาไม่เห็นมันเหรอ?’

มันคือทั้งหมดที่เขาจะทำได้ในเมื่อเขาไม่อาจยั่วยุกวานแจอย่างเปิดเผยในตอนที่ฮันซูกำลังมองเขาอยู่

บาลี รอปเปอร์เหลือบมองไปยังกวานแจที่มองมายังเขาครั้งหนึ่ง

 

 

‘กับการที่ต้องมองเขาหนีไป ฮึ่ม…’

กวานแจมองไปยังบาลี รอปเปอร์ที่อยู่ห่างออกไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย

แมว่าเขาจะอยากฉีกร่างของอีกฝ่ายเป็นชิ้นๆ เขาก็ไม่มีทางที่จะฆ่าอีกฝ่ายได้ในเมื่ออีกฝ่ายซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางกิลด์คราวน์

แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าหมอนั่นมาที่นี่ทำไมในวันนี้ แต่มันคือโอกาสที่ยอดเยี่ยมในการฆ่าอีกฝ่ายที่ปรากฏตัวออกมาหลังจากที่หลบซ่อนอยู่ในกิลด์มานาน

แต่กวานแจส่ายศีรษะ

‘มันมากเกินไป’

เขาอาจจะทำมันได้

แต่เพื่อที่จะฆ่าหมอนั่น เขาจำเป็นต้องพุ่งเข้าไป ถ่วงเวลาพวกนั้นเอาไว้และล่อมาร์กอชมาปะทะกับพวกนั้น

ขั้นต่อไปสำคัญเกินไปกว่าที่เขาจะเสี่ยงอันตรายมากขนาดนั้น

ในเมื่อเจ้าพวกนั้นที่ไม่ได้เชื่อฟังเขาอยู่แล้ว จะหลุดจากการควบคุมหากเขาไม่มีตัวตนอยู่

เขาต้องจัดการเรื่องที่นี่ให้จบอย่างรวดเร็ว รวมกลุ่มกับพวกดาวไถที่เขาส่งออกไปก่อนหน้าเพื่อที่จะมุ่งความสนใจไปยังงานในอีกตำแหน่งหนึ่ง

‘ในเมื่อคนพวกนี้ก็ไม่ได้เชื่อฟังผู้นำดีขนาดนั้นอยู่แล้ว’

กิลด์รีโรรีโรเร

กิลด์อันวุ่นวายที่เต็มไปด้วยพวกสวะ

ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดคือเหล่าดาวไถ

สมาชิดของดาวไถนั้นเข้าร่วมกับกวานแจเพียงเพราะผลประโยชน์

แน่นอนว่าพวกเขาจะไม่เข้าร่วมในงานอันตรายแบบนี้

มันมีเหตุผลให้กวานแจ ตัวผู้นำกิลด์ต้องล่อพวกมาร์กอชมาด้วยตนเอง

‘ถึงแม้ว่าฉันจะอยากมอบของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ให้พวกนั้น แต่… คนที่อยู่ข้างๆ เจ้านั่นคือฮันซูรึเปล่า? เวรเอ้ย มันเรียกว่าของขวัญเล็กๆ น้อยๆ ไม่ได้ด้วยซ้ำ’

เขาคิดว่าเขาจะสามารถฆ่าพวกนั้นได้อย่างน้อยหนึ่งในสาม แต่กิลด์คราวน์ได้ล่าถอยออกไปอย่างปลอดภัยเพราะคนคนนั้นที่โยนหอกสีทองออกมา

‘ฉันจะปล่อยให้แกมีชีวิตอยู่นานอีกหน่อย’

หากทุกอย่างเป็นไปตามแผน ยังไงหมอนั่นก็ไม่มีทางรอด

วินาทีที่กวานแจมองไปยังบาลี รอปเปอร์ด้วยสีหน้าเสียดาย บางอย่างก็เตะตาเขา

ดวงตาของเขาที่ถูกเสริมด้วยพลังเกินธรรมชาติทำให้เขาสามารถแยกแยะได้ว่าสิ่งที่กำลังส่ายไปมาอยู่บนลำคอของอีกฝ่ายได้

กวานแจแสดงสีหน้าหดหู่เมื่อเห็นมัน

‘หือ… สร้อยคอของลูกสาวฉัน? เขามีมัน’

สร้อยคอที่เขาไม่อาจหามันพบได้แม้ว่าจะค้นหาในศพของลูกสาวเขาอยู่หลายชั่วโมง

ในตอนนั้นเองที่เหมือนเขาได้ยินเสียงบางอย่างขาดผึงในศีรษะ

 

 

‘เขาเห็นมันแล้ว’

บาลี รอปเปอร์ แสดงสีหน้าพึงพอใจเมื่อเห็นสีหน้าของกวานแจ

แต่รอปเปอร์มองไม่เห็นเพราะเขากำลังเพ่งความสนใจไปยังกวานแจ

ว่าฮันซูกำลังจ้องเขาอยู่จากทางด้านหลัง

‘ฉันสงสัยอยู่ว่าใครมีปัญหากับหมอนั่น เป็นเจ้านี่เองงั้นเหรอ’

ฮันซูหัวเราะเสียงเย็น

 

 


TL: สารภาพมานะว่าเอาชื่อกาแฟมาตั้งใช่ไหม…