0 Views

บทที่ 67 – Alchemy King

ขณะที่เนี่ยเหยียนกำลังลา Godslayer of Yore อยู่นั้น   มีผู้เล่น 2 คน ปรากฏตัวที่ทางเข้าของกิลนักเล่นแร่แปรธาตุ ชายหนุ่มคนหนึ่งดูอายุราวๆ 20 ปี สวมเสื้อผ้าธรรมดาและติดตรากิลนักเล่นแร่แปรธาตุ อยู่บนหน้าอกของเขา ระดับของเขานั้นยังอยู่ระดับต่ำ เขาจึงเป็นเพียงแค่เด็กฝึกงานในกิลเท่านั้น ส่วนอีกคนนั้นเป็น Elementalist ที่ดูอายุราวๆ 30 ปี เขาสวมอุปกรณ์ที่คุณภาพสูงกว่ามาก

“ที่ปรุงยาล้มเหลวนี้ไม่ได้เป็นความผิดของฉัน!”

“ไม่ใช่ความผิดของแก? แกหมายความว่าผิดของฉัน !?”

“ใช่! พวกเขาตั้งใจทำให้ฉันปรุงยาล้มเหลว!”

“ถุ้ย! หัวหน้าของเราได้ให้ส่วนผสมกับแกจำนวนมาก แต่พวกมันทั้งหมดกับกลายเป็นขยะ  แกไม่มีปัญญาชดใช้มันได้ด้วยซ้ำ! ฉันได้ยินมาว่าแกโชคดีและได้เรียนทักษะลับ  เก็บโชคของแกไว้แล้วไสหัวไปจากสายตาของฉันซะ!” คำด่าทอและสาปแช่งไหลออกจากปากของ Elementalist หลังจากที่เขาพูดจบ เขาตบหน้าเด็กฝึกงานคนนั้นและโยนเครื่องมือเล่นแร่แปรธาตุต่างๆลงไปที่พื้น

แรงตบนี้ทำให้เด็กฝึกงานล้มลงไปที่บันไดทางเข้ากิล  เขายกหัวขึ้นมาและจ้องไปที่ Elementalist

“หืม!? แกมองอะไรห่ะ? ”

เด็กฝึกงานมองไปที่ Elementalist อีกครั้ง ก่อนที่จะหลบสายตาและเก็บเครื่องมือต่างๆที่อยู่บนพื้น

“ปัง!” Elementalist ถีบเข้าที่หน้าอกของเด็กฝึกงาน เด็กฝึกงานไม่ได้ตอบโต้; เขายังคงเงียบและเก็บอุปกรณ์ที่เหลืออยู่

“แม้จะถูกถีบ เขาก็ไม่ส่งเสียงแม้แต่น้อย!” Godslayer of Yore  อดไม่ได้ที่จะพูดขึ้นมา

“วิธีที่เขาจัดการกับสถานการณ์ในตอนนี้ถูกแล้ว  เขาไม่มีทางเลือกนอกจากจะทนมัน ผมเชื่อว่าถ้าวันหนึ่งเขาสูงขึ้นมากกว่านี้ มันก็ยังไม่สายเกินไปที่เขาจะตอบโต้กลับ” เนี่ยเหยียนพูดขึ้น ผู้ที่อดทนกับความอัปยศอย่างนี้ได้ เป็นบุคคลที่น่ากลัวมาก

Godslayer of Yore  หันหน้าไปมองเนี่ยเหยียน แต่เขาก็ต้องแปลกในที่เห็น เนี่ยเหยียนมองเด็กฝึกงานคนนี้ อย่างกับเขาพบสมบัติ

“มันเป็นเขา … มันเป็นเขาจริงๆ!” เนี่ยเหยียนพึมพำกับตัวเอง เขารู้จักเด็กฝึกงานคนนี้ แต่เขาไม่ใช่เพื่อน  แต่เป็นศัตรู เด็กฝึกงานคนนี้เป็นหนึ่งในสุนัขที่ซื่อสัตย์ที่สุดของ กิล Victorious Return ยาระดับสูงมากมายที่ Victorious Return ใช้ถูกปรุงขึ้นมาโดยเขาคนเดียว

เด็กฝึกงานคนนี้ มีชื่อว่า Bird (นก) แต่ผู้เล่นทุกคนยินดีตั้งชื่อเล่นให้เขาใหม่ คือ Alchemy King เพราะผลงานในการปรุงยาระดับสูงมากมายของเขา

แม้ว่าเขาจะเป็น Alchemy King แต่ตอนนี้เขาเป็นเพียงเด็กฝึกงานคนหนึ่งเท่านั้น เนี่ยเหยียนตัดสินใจจะเลี้ยงดูเขาแทน Victorious Return

หลังจาก Elementalist ด่าเขาอีก 2-3 คำ เขาก็เดินออกไป

ขณะที่เด็กฝึกงานเก็บเครื่องมืออยู่ เขายกหัวขึ้นมามอง Elementalist ด้วยสายตา เย็นเฉียบ

ไม่กี่น่าทีต่อมา …

“เฮ้!  Elementalist คนนั้นชื่ออะไร?” เนี่ยเหยียนถาม ขณะที่เขาเดินไปนั่งลงด้านข้างของเด็กฝึกงาน

” Razor มันเกี่ยวอะไรกับคุณ?” นกมองไปที่เนี่ยเหยียน

“มันไม่เกี่ยวกับฉัน แต่มันเกี่ยวกับนาย นายไม่รู้สึกละอายใจหรอ? นายไม่ต้องการแก้แค้น? แต่นายไม่มีอำนาจและผู้ที่ไม่มีอำนาจนั้นมีแต่เส้นทางที่โดนดูถูกเท่านั้น เดินตามฉัน ฉันสามารถทำให้นายเป็นคนที่แตกต่างจากตอนนี้ได้ ฉันจะทำให้พวกมันเสียใจที่ทำกับนายแบบนี้”

“ทำไมฉันถึงควรวางใจคุณ?” นกตอบ เขายกหัวขึ้นมาและมองเนี่ยเหยียน เขาไม่เข้าใจ คนแปลกหน้านี้เดินเข้ามาหาเขาและต้องการให้เขาเข้าร่วมกับเขา  โดยไม่มีข้อแลกเปลี่ยนอะไรเลย นี้มันแปลกเกินไป?

“สัญชาตญาณของฉันบอกฉันว่านายไม่ได้เป็นขยะที่ไร้ประโยชน์ หลังจากถูกเตะออกจากกิลด์ นายรู้สึกไม่พอใจใช่ไหม อืม … ฉันแค่อยากจะดูว่านายมีความมุ่งมั่น พอที่จะเอาชนะคำดูถูกพวกนี้ได้ไหม แต่ถ้านายไม่สนใจก็ไม่เป็นไร?” เนี่ยเหยียนพูดจบ เขาหันไปข้างหลังและเริ่มเดินออกไป

ในระหว่างที่เดินอยู่ เขาคาดว่านกจะวิ่งตามเข้ามาและหยุดเขาไว้ ถ้านี่เป็น Alchemy King ที่เขารู้จักในอดีตแล้ว นกจะไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดมือได้เด็ดขาด

“รอก่อน!”

เนี่ยเหยียนยิ้มเล็กน้อย

นกได้ตัดสินใจเมื่อเห็นเนี่ยเหยียนเดินไปไกล  เขาเพิ่งได้รับความอับอายมา นี่จะเป็นความอับอายที่เขาจะไม่มีวันลืม เขาระวังเนี่ยเหยียนมากเพราะเขาไม่รู้เกียวกัยความตั้งใจของเขา แต่ตอนนี้เขาหมดตัวอย่างสมบูรณ์  แม้แต่เงินในชีวิตจริงมันก็แทบจะไม่พอสำหรับเขา  เขามีอะไรให้เสียอีกแล้ว ทำไมเขาต้องกลัว

นกลุกขึ้นและตามเนี่ยเหยียนไป

Godslayer of Yore เป็นสักขีพยานเหตุการณ์ทั้งหมด เขาจ้องมองเงาของเนี่ยเหยียนที่ไกลออกไป เขารู้สึกว่าตัวเองมีความทะเยอทะยานเพิ่มมากขึ้น

“คุณต้องการให้ฉันทำอะไร?” นกถาม

“ตอนนี้ฉันอยากรู้รว่าทักษะลับที่ Elementalist พูดก่อนหน้านี้คืออะไร?” เนี่ยเหยียนถามขณะที่เดินอยู่

“หลังจากปรุงยาสำเร็จ, มีโอกาส 2% ที่เพิ่มผลของมัน.” ขณะที่เขาตามเนี่ยเหยียนจากด้านหลัง เขาไม่ได้รู้ว่าทำไม แต่เขามีลางสังหรณ์ว่าเขาจะแข็งแกร่งขึ้นถามเขาตามเนี่ยเหยียนไป เขาไม่รู้ว่าอนาคตของเขาจะดีหรือไม่ดี แต่เขาก็แน่ใจอย่างหนึ่งว่า … เขาได้เลือกเส้นทางของเขาแล้วและเขาก็จะเดินไปตามเส้นทางที่เขาเลือก