0 Views

บทที่ 142 – ลอยละริ้ว

ก๊วยห้วย,เฮาเฉิงและจ้าวลี่ เต็มไปด้วยความตื่นเต้นเมื่อพวกเขาพูดถึงอนาคตของ Asskickers United  ขณะเดียวกันถังหยาวก็ประกาศออกมา“Radiant Sacred Flame? ฉันไม่เคยได้ยินชื่อนี้มาก่อน! Victorious Return? เราจะจัดการพวกมันและกลายเป็นกิลด์อันดับหนึ่งในอาณาจักร!” ฟังคำขี้โม้ของเขา คนอื่น ๆ ได้แต่ยิ้ม พวกเขายังไม่เริ่มอะไรสักอย่าง แต่เขาทำเหมือนว่าพวกเขากลายเป็นกิลด์ใหญ่ไปแล้ว

ขณะที่พวกเขาพูดคุยกันอยู่ มีผู้หญิงร่างสูงและผอมบางเต็มไปด้วยเสน่ห์เดินเข้ามา ด้วยผิวที่เนียนใสราวกับหยก มันยิ่งทำให้เธอสง่างามมากขึ้น  ชื่อของเธอคือเชนเยว่ ประธานนักเรียนตอน ม.ต้น เธอเป็นหญิงสาวที่สวยที่สุดในชั้นเรียน มีผู้คนมากมายต่างหลงใหลเธอ ในบรรดากลุ่มพวกเขา ก๊วยห้วย ก็เป็นหนึ่งในนั้น

“โอ้? ประธานนักเรียน มีอะไรให้ช่วยรึป่าว?” จ้าวลี่ยิ้มให้เชนเยว่หลังจากสังเกตเห็นเธอ

ก่อนหน้านี้ก๊วยห้วยก็ปกติดี แต่ทันทีที่เขาเห็นเธอ ใบหน้าของเขาก็กลายเป็นสีแดง   เห็นอย่างนี้ทุกคนก็หัวเราะออกมา แต่เนี่ยเหยียนเข้าใจ  รักแรกมันมักยากที่จะลืม

“พวกนายมานั่งแอบอยู่นี้พอใจยัง? เรามีเพื่อนร่วมชั้นกว่า 30 คน อยู่ที่นี้ แต่พวกนายยังไม่ได้ไปคุยกับพวกเขาเลยนะ มองไปตรงนั้น พวกนายจะให้ผู้หญิงรอพวกนายอีกงั้นหรอ พวกเธอเริ่มหมดความอดทนแล้วนะ ,เนี่ยเหยียนนายนี้โตขึ้นจริงๆ ,ก๊วยห้วยเป็นอะไรหรือเปล่า? หน้าของนายแดงไปหมดหมด นายเป็นไข้?” เชนเยว่ถามด้วยความกังวล

“อาไม่ต้องห่วง เขามีความสุขที่ได้เห็นทุกคนอีกครั้งหลังจากนั้นไม่ได้เจอกันมานานรวมทั้งประธานด้วย เขาเลยดื่มนิดหน่อย” เนี่ยเหยียนและพวกตอบ

ก๊วยห้วยขอบคุณพี่น้องทั้งสี่จริงๆ นี่คือสิ่งที่เพื่อนแท้เขาทำกัน

ความผูกพันที่แข็งแกร่งของพวกเขาเกิดจากการผ่านความยากลำบากมาด้วยกัน

“ก๊วยห้วย อย่าดื่มเยอะเข้าใจไหม” เชนเยว่เตือน

“ได้…ฉันจะจำมันไว้” ก๊วยห้วยตอบอย่างลนลาน  แต่ยังดีที่เขาพูดออกมาได้ไม่ติดขัด

“แต่พวกนายควรลุกจากที่นี้ไปทักทายคนอื่นได้แล้ว เพราะหลายคนมีงานทำตอนบ่าย” เชนเยว่กล่าว แม้ว่าพวกเขาจะเป็นเด็ก ม.ปลายอยู่ แต่ก็มีหลายคนทำงานพาทไทม์ไปด้วย

เนี่ยเหยียนเป็นคนแรกที่ยืนขึ้นและพูดว่า“โอเคร, เราจะไปตอนนี้แหละ”

ทั้งสี่คนก็ลุกขึ้นตาม

“เฮ้ เนี่ยเหยียนยัน ถ้าสาว ๆพวกนั้นล้อมฉันขึ้นมา นายช่วยดึงฉันออกมาที?” จ้าวลี่ถามด้วยรอยยิ้มฟืดๆ

“เอ๊ะ ฉันคงช่วยอะไรนายไม่ไหรอก? นายต้องจัดการด้วยตัวเอง ใครบอกให้นายหล่อเกินหน้าเกินตา?” เนี่ยเหยียนหัวเราะ

“เนี่ยเหยียน ได้โปรดอย่าทำอย่างนั้น!”

“เฮ้ นายควรดีใจนะ ในกลุ่มพวกเราไม่มีใครทำอย่างนายได้เลย” เนี่ยเหยียนตอบ

กลุ่มเล็ก ๆ ของพวกเขาคุยกันไปขณะเดินไปหาคนอื่น ๆ ในอดีตที่กลุ่มของพวกเขามารวมตัวกันเพราะดูเหมือนพวกเขาจะเข้ากันได้ดี แต่ตอนนี้มีบางอย่างไป  ดูเหมือนตอนนี้เนี่ยเหยียนจะกลายเป็นศูนย์กลางของกลุ่ม

ก๊วยห้วย, จ้าวลี่ และเฮาเฉิง ก็ยังแปลกใจที่พบว่ากลุ่มของพวกเขาเกิดการเปลี่ยนแปลงบางอย่าง  บรรยากาศรอบๆเนี่ยเหยียนได้เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง

หลังจากไม่ได้เจอพวกเขามานานกว่าสิบปี  พวกเขาในความทรงจำของเนี่ยเหยียนไม่ค่อนชัดเท่าไหร่ แต่หลังจากคุยกันสั้นๆ เขาก็เริ่มจำได้

เพื่อนในชั้นยังประหลาดใจกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ในอดีต เขาผอม,เรียนดีและมีอัธยาศัยดี แต่เขามักจะหายไปในโลกส่วนตัวและไม่ค่อยพูดคุยกับคนอื่น  แต่ตอนนี้เขาดูแข็งแรงมาก พวกเขายังมองเห็นกล้ามเนื้อที่อยู่ภายใต้เสื้อ นี้ทำให้เพื่อนผู้หญิงหลายคนต่างเขินอาย  นอกจากนี้เวลาที่เขาพูดคุยกับคนอื่น อารมณ์ของเขาดูเหมือนจะเปลี่ยนไปด้วย

การเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้ ก๊วยห้วย , เฮาเฉิงและจ้าวลี่ ต้องดูเนี่ยเหยียนใหม่ พวกเขาเริ่มเชื่อว่าแผนในการสร้างกิลด์นั้นอาจจะสำเร็จได้จริงๆ

“เฮ้ก๊วยห้วย!  ไม่ได้เจอกันนาน” วัยรุ่นที่มีกล้ามภายใต้เสื้อสีขาว ค่อนข้างหล่อ ถือน้ำส้ม 2 แก้วเดินเข้ามาหา เนี่ยเหยียนและกลุ่มของเขา

เมื่อเห็นคนที่เรียกเขา ท่าทางของก๊วยห้วยก็เปลี่ยนไป

เมื่อเนี่ยเหยียนเห็นคนๆนี้ แม้ว่าเขาจะคุ้นๆ แต่เขาก็จำไม่ได้ว่าเป็นใคร

“เขาเป็นใคร?” เนี่ยเหยียนถามถังหยาว

“นายลืมเขา? เขาชื่อชูเฉินเฟ่ยจากห้อง 11 เขาอยู่ในทีมบาสเกตบอล ผมได้ยินว่าเขาได้เรียนมวยไทยมาด้วย เขายังหนึ่งในพวกที่คลั่งไคล่ประธาน เมื่อเขาได้ยินว่าเธอจัดงานคืนสู่เหย้า เขาเลยเชิญตัวเองมา” ถังหยาวกระซิบ

ถ้าเขาจำไม่ผิด ครอบครัวของชูเฉินเฟ่ยเป็นเจ้าของตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ แม้เขาจะค่อนข้างรวย แต่เขาก็ยังห่างไกลจากก๊วยห้วย แต่ไม่มีใครรู้ว่าเรื่องนี้เพราะก๊วยห้วยไม่ชอบเปิดเผยภูมิหลังของครอบครัว

นอกจากนี้เขายังจำได้อีกว่าในชีวิตก่อน ตอนม.ต้น ชูเฉินเฟ่ยจับได้ว่าก๊วยห้วยแอบชอบเชนเยว่ นับตั้งแต่นั้นเขามักจะกลั่นแกล้งก๊วยห้วย เมื่องานคืนสู่เหย้าชูเฉินเฟ่ยพบว่าก๊วยห้วยแพ้น้ำส้มตั้งแต่เด็ก เพื่อสร้างปัญหาให้ก๊วยห้วย  ชูเฉินเฟ่ยได้บังคับให้เขากินน้ำส้ม

ในตอนนั้นเพราะก๊วยห้วยไม่อยากเสียหน้า เขาได้กินน้ำส้มจนหมดแก้ว แม้ตลอดงานเขาจะยังปกติ แต่หลังจากกลับมาบ้านเขาล้มป่วยและจบลงด้วยการรักษาในโรงพยาบาลเป็นเวลาสองวันเต็ม  ก๊วยห้วยไม่ใช่คนที่จะยอมให้คนอื่นรังแกได้ ทันทีที่ออกมาจากโรงพยาบาล เขาได้จ้างคนให้ไปดักตีชูเฉินเฟ่ย จนทำให้เขาต้องนอนโรงพยาบาลไปหลายเดือน  หลังจากนั้นในที่สุดครอบครัวของชูเฉินเฟ่ยก็รู้ถึงภูมิหลังของก๊วยห้วย แม้ว่าลูกชายของพวกเขาจะถูกตีเกือบตาย แต่พวกเขาก็ไม่กล้าทำอะไร สุนัขที่อันตรายมักจะไม่เห่าก่อนกัด แม้ว่าก๊วยห้วยจะดูเป็นคนง่ายๆ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะรังแกเขาได้

เนี่ยเหยียนชื่นชมก๊วยห้วยมากเพราะมันเหมือนกับตัวเขา ในชีวิตก่อนเฉาเสี่ยวได้ทำลายครอบครัวเขา  แม้หลังจากพ่อและแม่ของเขาตาย  เฉาเสี่ยวก็ยังมายุ่งกับเขา  ภายใต้สถานการณ์อย่างนี้ เขาเชื่อว่าเฉาเสี่ยวจะไม่ยอมให้เขาลุกขึ้นได้  เขาจึงต้องลุกขึ้นมาฝึกตัวเองก่อนจะจบชีวิตเฉาเสี่ยวได้สำเร็จ

คนที่น่ากลัวเป็นยังไง? มันเป็นคนที่ความสามารถอดทนรอเวลาจนกว่าจะจัดการศัตรูได้ด้วยการโจมตีแค่ครั้งเดียว!

ถังหยาว,เฮาเฉิงและจ้าวลี่ ไม่รู้ว่าก๊วยห้วยแพ้ส้ม พวกเขารู้แค่ว่าเขามักจะไม่กินหรือดื่มอะไรที่เกี่ยวกับส้ม ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงไม่ยอมให้ก๊วยห้วยดื่มน้ำส้มแก้วนั้นแน่

เฮาเฉิงขมวดคิ้วเมื่อเขาเห็นชูเฉินเฟ่ยเดินเข้ามา

“ก๊วยห้วยฉันรู้ว่าเราเคยมีความขัดแย้งกันมาก่อน  แต่เราทั้งสองก็เรียนจบกันไปแล้ว ฉันมาที่นี่ในวันนี้เพื่อขอโทษนาย นี้” ชูเฉินเฟ่ยยกแก้วน้ำส้มขึ้นมา “แอลกอฮอล์ไม่ดีต่อร่างกายเรา เพราะงั้นเราจะดื่มน้ำส้มแทน” ชูเฉินเฟ่ยพูดขณะที่แสร้งทำเป็นจริงใจ

“ใช่ มันจะดีกว่าถ้าพวกนายดื่มน้ำส้มแทน” เชนเยว่เสริมขึ้น เธอรู้ว่าชูเฉินเฟ่ยและก๊วยห้วยต่างมีความรู้สึกให้เธอ เพราะงั้นเธอเลยเป็นห่วงเรื่องความขัดแย้งที่อาจจะเกิดขึ้น แต่เธอไม่คิดว่าชูเฉินเฟ่ยจะมาขอโทษก๊วยห้วย

“ชูเฉินเฟ่ย, นายแน่ใจว่าอยากให้ฉันกินน้ไส้มแก้วนี้?” ก๊วยห้วยมองเขาอย่างเย็นชา

เห็นสายตาขิงก๊วยห้วย ชูเฉินเฟ่ยรู้สึกหนาวไปถึงกระดูก แต่เขาไม่อยากจะถอยกลับ “ฉันมาที่นี่เพื่อขอโทษนาย ฉันไม่อยากให้พวกดรายังคับข้องใจในเรื่องของอดีต.”

“ก๊วยห้วย ตั้งแต่ชูเฉินเฟ่ยอยากจะขอโทษนาย ฉันคิดว่านายควรยกโทษให้เขา” เชนเยว่กล่าว ขณะที่เธอยืนอยู่ข้างก๊วยห้วย

เนี่ยเหยียนยันสังเกตทุกอย่างอยู่ตลอดเวลา สุดท้ายแล้วก๊วยห้วยก็เป็นเพียงวัยรุ่น เรื่องความรักเขายังเด็กและขาดประสบการณ์  ด้วยคำพูดของเชนเยว่เขาจะไม่ปฏิเสธน้ำส้มแก้วนี้

“ดีฉันจะดื่ม” ก๊วยห้วยเอื้อมมือออกมาและคว้าแก้วน้ำส้ม

เมื่อเขากำลังจะดื่มมัน เนี่ยเหยียนก้าวมาข้างหน้าและหยุดเขา ก่อนจะแย่งแก้วที่อยู่ในมือของเขาออกมา เขายิ้มให้ชูเฉินเฟ่ย“ฉันจะดื่มแก้วนี้ในนามของก๊วยห้วย นายรู้ว่าเขาแพ้ส้ม แต่นายก็ยังพยายามให้เขากินมัน นายนี้โคตรจริงใจเลยว่าไหม?”

“แกเป็นใคร? นี้ไม่ใช่เรื่องอขงแก!” ชูเฉินเฟ่ยสาปแช่ง เขาไม่คิดว่าจะมีคนรู้เรื่องนี้

“ก๊วยห้วยเรื่องจริงฟรอ?” เชนเยว่มองเขาด้วยสีหน้าแปลกใจ

“แน่นอน. เขาแพ้ส้มตั้งแต่เด็ก” เนี่ยเหยียนตอบ

เชนเยว่ก็ไม่ได้โง่ หลังจากเห็นเขายังเงียบ เธอตวาดใส่ก๊วยห้วย “ก๊วยห้วยนายเป็นใบ้รึไง? ถ้านายกินไม่ได้ทำไมนายไม่ปฏิเสธไป?” จากนั้นเธอก็หันกลับมา และมองชูเฉินเฟ่ยอย่างเย็นชา “ชูเฉินเฟ่ย, ที่นี้ไม่ต้อนรับนาย เชิญออกไป”

“บ้าเอ้ย แกไอ้สารเลว! ทั้งหมดนี้เป็นความผิดของแก!” ชูเฉินเฟ่ยเต็มไปด้วยความโกรธ  เขาเตะไปที่หัวของเนี่ยเหยียน

เมื่อเฮาเฉิงเห็นชูเฉินเฟ่ยโจมตีเพื่อนของเขา เขากำลังจะเข้าไปแทรกแซง แต่เขาก็หยุดเมื่อเขาเห็นฉากที่น่าตื่นตาตื่นใจเกิดขึ้นข้างหน้า

เนี่ยเหยียนหลบลูกเตะของชูเฉินเฟ่ยได้อย่างง่ายได้ ก่อนจะโต้กลับด้วยการเตะ ขณะที่เท้าของเขาปะทะเขากับท้องของชูเฉินเฟ่ย มันส่งร่างกายของชูเฉินเฟ่ยลอยไปในอากาศก่อนจะตกลงบนโต๊ะเหล้าที่อยู่ตรงข้าม「เพ้ง!」เสียงขวดแตกกระจาย โต๊ะไม้ถูกแบ่งครึ่งหลังจากรับร่างของชูเฉินเฟ่ย ก่อนร่างของชูเฉินเฟ่ยจะตกลงบนพื้น ในตอนนั้นทุกคนต่างเงียบกันหมด

ทุกคนต่างตกใจ

“ห่ะ!” เฮาเฉินตกใจกับลูกเตะของเนี่ยเหยียนที่จะสามารถส่งคนบินไปอีกฟากหนึ่งได้   มันต้องแรงมากแน่ๆ? แม้เขาจะฝึกฝนศิลปะการต่อสู้มานาน ก็ยังไม่เคยเจอฉากอย่างนี้!