0 Views

หลังจากที่ทุกคนเลือกเมนูอาหารสองอย่างและกินมันเข้าไปแล้ว แต่ล่ะคนต่างนอนสลบอยู่บนพื้น

 

ไม่กี่นาทีต่อมา พวกเขาทั้งหมดตื่นขึ้นมาและออกเดินทางสำรวจต่อ

 

ขณะที่พวกเขาเดินลึกเข้าไปในเหมืองมากขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาพบศพมนุษย์จำนวนมาก และเริ่มมีพวกกิ้งก่าหินเยอะมากขึ้นเรื่อยๆ พวกเขาทำการกวาดล้างพวกมันไปตลอดเส้นทาง ด้วยการได้รับสองบัฟจากอาหารทำให้พวกเขาแข็งแกร่งเกินปกติมาก

 

หลังจากพวกเขากวาดล้างพวกกิ้งก่าหินมาตลอดเส้นทาง พวกมันก็ค่อยๆเริ่มมีจำนวนลดน้อยลงและทางเดินก็แคบลงเรื่อยๆ เย่ฉางมองเห็นว่าตรงข้างหน้ามีหลุมมึดขนาดใหญ่อยู่ เขายักคิ้วขึ้น หรือว่าพวกเขาเดินมาสุดทางแล้ว?

 

เมื่อพวกเขาเดินมาถึงที่หลุม พวกเขาพยายามมองหาเส้นทางที่จะไปต่อ แต่พวกเขาก็ไม่พบเส้นทางใดๆนอกจากหลุมมึดนี้ พวกเขามองลึกลงไปในหลุมนั้น มันมึดมากแทบมองไม่เห็นก้นหลุมได้เลย

 

“นี่น่าจะเป็นหลุมที่คนงานเหมืองตั้งใจจะขุดขึ้นมา และดูเหมือนว่าพวกมอนเตอร์จะออกมาจากหลุมนี้” เย่เทียนพูดขึ้น จากนั้นเธอสำรวจลักษณะของหลุมนี้ มันมีความกว้าง 30 เมตรและยังไม่สามารถบอกถึงความลึกของมันได้ เธอหยิบหินขึ้นโยนชั่งในมือแล้วโยนลงไปในหลุม เธอค่อยๆหลับตาลงและคอยฟังเสียงตกกระทบของก้อนหิน ตุ๊บ~ เธอลืมตาขึ้นและบอกทุกคนว่า “มันลึก 23.15 เมตร”

 

“นี่เป็นรังของมอนเตอร์ใช่ไหม?” ThornyRose ย่อตัวลงและก้มมองลงไปในหลุมที่มึดสนิทและพูดขึ้น

 

NalanMoon คิดในใจ ‘เด็กสาวคนนี้เป็นคนพิเศษจริงๆ และทุกคนในทีมเล็กๆนี้ ต่างมีความสามารถที่น่าแปลกใจกันแทบทุกคน!’

 

“เอาล่ะ! ลงไปดูกันเถอะ” เย่ฉางหยิบเชือกออกมาแจกให้ทุกคน จากนั้นเขาผูกเชือกไว้กับก้อนหินที่อยู่ใกล้ๆ และโยนปลายเชือกอีกข้างหนึ่งลงไปในหลุม เขาค่อยๆดึงเชือกและไต่ตามผนังหลุมลงไป คนที่เหลือก็ค่อยๆตามเขาลงไป

 

ยิ่งลงลึกไปมากขึ้นเท่าไหร่ ในหลุมก็ยิ่งมึดมากขึ้นเรื่อยๆ จนพวกเขาไม่สามารถมองเห็นอะไรได้เลย แม้แต่วิสัยทัศน์การมองเห็นของเย่ฉางก็ลดลงอย่างมาก ด้านล่างมันมืดมากเกินไป โชคดีคือพวกเขายังมีคบเพลิงอยู่เป็นจำนวนมาก

 

หลังจากปีนลงมาถึงพื้นแล้ว พวกเขาก็เห็นอุโมงค์ที่ขรุขระ และตรงสุดปลายทางอุโมงค์มันมีแสงสว่างเล็กๆอีกด้วย พวกเขาจุดคบเพลิงขึ้นและเดินเข้าไปในอุโมงค์นั้น ระหว่างทางพวกเขาไม่ได้พบเจอมอนเตอร์เลยสักตัวเดียว และเมื่อพวกเขาเดินเข้ามาใกล้ปลายทางอุโมงค์ ทุกคนจึงดับไฟลง ถ้าพวกเขายังคงเดินเข้าไปพร้อมกับคบเพลิงแบบนี้ มันก็เหมือนกับการไปเคาะประตูบ้านของศัตรูและประกาศบอกพวกมันว่า พวกเขาได้มาเยือนบ้านของพวกมันแล้ว

 

เย่ฉางยกมือขึ้นและส่งสัญญาณให้ทุกคนหยุดเดิน จากนั้นเขาค่อยๆเดินเข้าไปอย่างระมัดระวังและเมื่อเขามาถึงตรงขอบของแสงแล้ว เขาเห็นว่ามันเป็นพื้นที่โล่งกว้างอย่างมากและเต็มไปด้วยแสงสว่าง เขาค่อยๆย่องเข้ามาและซ่อนตัวอยู่ข้างหลังหินงอก เขาโผล่หัวออกมาชำเลืองมองไปข้างใน นี่มันไม่ใช่ธรรมดาๆแล้ว! มันเป็นรังของพวกมอนเตอร์! ในระยะไกลออกไป เขาเห็นคริสตัลขนาดใหญ่ที่ส่องแสงสีม่วงออกมา และทั่วทั้งห้องนี้ยังมีคริสตัลขนาดเล็กอีกประมาณ 10 อัน เย่ฉางเหลือบมองไปรอบๆและเห็นสิ่งที่ดูเหมือนจะเป็นไข่มอนเตอร์กำลังอาบแสงจากคริสตัลสีม่วงอยู่ มันมีประมาณ 40 ฟอง

 

ทันใดนั้น! เย่ฉางเห็นกิ้งก่าขนาดยักษ์ยาว 8 เมตร และมีผิวสีฟ้า เจ้าตัวนี้! มันเป็นตัวที่เคยลอบโจมตีหลินหลี่! และไม่ไกลออกไป มีกิ้งก่ายักษ์อยู่อีกตัวหนึ่ง มันมีขนาดพอๆกับตัวแรกเลย แต่ผิวของมันเป็นสีม่วงอ่อน กิ้งก่ายักษ์ทั้งสองดูเหมือนว่าจะเฝ้าปกป้องไข่เหล่านี้อยู่

 

Rock Lizard King – Olamus (Rare – Boss): ราชาของพวกกิ้งก่าหิน มีความแข็งแกร่งเป็นพิเศษ

 

Rock Lizard Queen – Ojis (Rare – Boss): ราชินีของพวกกิ้งก่าหิน ผู้ให้กำเนิดพวกกิ้งก่าหินเธอมักจะอยู่แต่ในห้องเพาะพันธุ์และคอยเฝ้าปกป้องไข่ของเธอ

 

ในขณะที่เขายังไม่ถูกพวกมันค้นพบ เย่ฉางรีบถอยหลังออกมาและอธิบายสถานการณ์ต่างๆให้ทุกคนได้รับรู้

 

“นี่ควรเป็นรังของพวกมัน คนงานเหมืองพวกนี้น่าจะขุดหลุมใกล้บริเวณที่เพาะพันธุ์ของพวกมัน” ThornyRose สรุปขึ้น

 

“นอกจากนี้ แสงที่มาจากคริสตัลจะต้องมีความสำคัญต่อการผสมพันธุ์หรือการเจริญเติบโตของพวกมัน บางทีนี่อาจเป็นสมบัติพิเศษของสิ่งมีชีวิตเหล่านี้” เย่เทียนพูดขึ้น เธอวิเคราะห์จากคำบอกเล่าของเย่ฉาง

 

“บอสตั้งสองตัว!” SpyingBlade รู้สึกกดดัน

 

“มันน่าจะยุ่งยากมาก ที่เราต้องรับมือกับพวกมันทั้งสองตัวพร้อมกัน” NalanMoon ขมวดคิ้วและมองไปที่เย่ฉางกับ ThornyRose เธอกำลังรอคำแนะนำของพวกเขา เพราะทั้งสองคนเป็นทีมที่คุ้นเคยกันและได้ร่วมสู้ด้วยกันมาหลายครั้งแล้ว ดังนั้นทั้งสองคนน่าจะสามารถสร้างกลยุทธ์ที่ดีและเหมาะสมกับสถานการณ์ได้

 

“จริงๆแล้ว สิ่งเลวร้ายที่สุดที่ในช่วงต้นเกมแบบนี้ก็คือ การสู้กับบอสหลายๆตัวพร้อมกัน ผู้เล่นส่วนใหญ่พยายามที่จะหลีกเลี่ยงในการสู้กับพวกมัน เพราะอาจจะทำให้เกิดความผิดพลาดขึ้นได้ง่าย พวกเขาต้องคอยล่อพวกบอสออกมาจากกันและค่อยๆฆ่ามันทีล่ะตัว แต่บอสกิ้งก่าทั้งสองตัวนี้ พวกมันเป็นราชาและราชินีของฝูง เราไม่มีทางแยกพวกมันออกมาจากกันได้เลย เอาตามนี้แล้วกัน! เราแบ่งออกเป็นสองทีม ทีมแรกมีฉัน, FrozenBlood, SpyingBlade และ NalanMoon จะรับมือกับราชินีกิ้งก่า ส่วนเจ้าหมียักษ์ หลินหลี่ และ FrozenCloud ให้สู้กับราชากิ้งก่า ส่วน NightSky, PaleSnow และ GreenDew คอยสนับสนุนจากระยะไกล ที่สำคัญ NightSky และ PaleSnow ต้องหมั่นคอยดูแถบ HP พวกฉันและคอยฮีลให้ทันการด้วย เพราะคงไม่มีหวังที่จะรอให้เจ้าหมียักษ์ทำการฮีลพวกเราทัน” ThornyRose ตัดสินใจอย่างรวดเร็วในการแบ่งหน้าที่ในทีม และเมื่อเธอนึกออกว่าจางเจิ้งเฉียงก็เป็นนักบวช แต่จะพูดให้ถูกก็คือเขาแค่มีสกิลฮีลที่พวกนักบวชสามารถใช้ได้เท่านั้น และเขาเป็นนักบวชที่รับหน้าที่เป็นตัวแท้งค์หลักของทีมและมีความสามารถอย่างมาก เธอมองไปที่เขาและยิ้มอย่างขมขื่น

 

“หลินหลี่ นายต้องทำตามคำสั่งฉันอย่างเคร่งครัดนะ เมื่อฉันบอกให้นายเข้ามาโจมตีบอสได้ นายค่อยเข้ามา อย่าทำความผิดพลาดใดๆขึ้น เพราะพลังโจมตีของนายสามารถทำดาเมจแก่บอสระดับสูงเหล่านี้ได้ดีที่สุด ถ้าเกิดนายตายไป ปาร์ตี้อาจไม่สามารถจัดการพวกบอสเหล่านี้ได้ ดังนั้นนายต้องระมัดระวังให้มากที่สุดและอย่าบ้าเลือดมากเกินไป” ThornyRose นึกถึงวีรกรรมความคึกคะนองของหลินหลี่ที่ได้ทำมา เธอจึงเตือนเขาอย่างจริงจัง จากนั้นเธอก็พูดกับเย่ฉางว่า “นายช่วยเอาค่าสถานะและสกิลต่างๆของหลินหลี่ให้ฉันดูหน่อยได้ไหม? ถ้าการป้องกันทางกายภาพของบอสสูงมากเกินไป เราจะต้องพึ่งเขาและ GreenDew เป็นตัวทำดาเมจหลัก”

 

เย่ฉางลังเลเล็กน้อยและพูดขึ้นว่า “นักสู้ต่างก็มีจิตวิญญาณต่อสู้ในหัวใจของแต่ล่ะคน มันไม่สามารถทำตามคนอื่นบอกได้”

 

ThornyRose กัดฟันและถอนหายใจ “ในอนาคตเมื่อนายสร้างกิลด์ขึ้น เราสามารถสร้างพันธมิตรกันได้ และเราอาจต้องร่วมมือกันมากขึ้นกว่าเดิมเยอะ เราต้องรู้ข้อดีข้อเสียของกันและกัน”

 

เย่ฉางไม่เข้าใจ ดังนั้นเขาจึงให้เย่เทียนอธิบายให้ฟัง จากนั้นเขาก็คิดว่า ‘บอกเธอไปก็ไม่น่าเสียหายอะไร นอกจากนี้เธอค่อนข้างน่าเชื่อถือ แต่สำหรับด้านอารมณ์ของเธอ … นั้นเป็นอีกเรื่องหนึ่ง ที่สำคัญคือการต่อสู้ครั้งนี้ เธอจำเป็นต้องรู้สกิลของคนในทีมเพื่อจะสามารถสั่งการได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้เมื่อเราออกจากหมู่บ้านมือใหม่จริงๆนะไป เราอาจจะไปอยู่คนล่ะเมืองกับเธอแล้วก็ได้ ฉันต้องทำทุกวิถีทางเพื่อที่จะต้องไม่ได้อยู่ในเมืองเดียวกับเธออีก หญิงชราที่บ้าคลั่งคนนี้กัดทั้งหน้าและก้นของฉันไปแล้ว จะเกิดอะไรขึ้น! ถ้าครั้งต่อไปเธอกัดที่ตรงนั้น….’ เขาพยักหน้าด้วยสีหน้าหวาดกลัว “ตกลง”

 

เมื่อทั้งสองคนตกลงกันได้แล้ว เย่ฉางจึงเรียกหลินหลี่มาและให้เขาแสดงค่าสถานะ ความสามารถของอุปกรณ์และสกิลของเขาทั้งหมดให้เธอดู

 

“อย่าเอาไปบอกคนอื่นล่ะ ~” หลินหลี่มองไปรอบๆอย่างหวาดระแวง

 

ThornyRose กรอกตาของเธอไปมา เธอมองค่าสถานะและสกิลทั้งหมดของเขาพร้อมกับถอนหายใจ หลินหลี่คนนี้! แม้ว่าจะดูโง่เง่า แต่พลังทำลายล้างของเขาไม่เป็นสองรองใครและอาจเรียกได้ว่ามากที่สุดในเกมตอนนี้เลยก็ได้ ด้วยดาบยักษ์ที่มีพลังโจมตีสูงถึง 20 หน่วยและมีสกิล [Bloodmoon Chop] ที่สามารถสร้างดาเมจได้อย่างมหาศาลและยังทำให้ติดสถานะเลือดออกได้อีกด้วย สกิล [Berserk] เป็นที่รู้จักกันดีอยู่แล้ว และการโจมตีวงกว้างที่เป็นรูปพายุหมุนนั้นเรียกว่าสกิล [Whirlwind Strike] … เดี๋ยวก่อนน่ะ! … สกิลระดับกลาง? พวกเขาได้รับคะแนนสกิลมาใช่ไหม? สกิล [Handcart Home Run], [Crossed Eyes] สามารถสตั้นศัตรูได้ ด้วยสองสกิลนี้ทำให้เขาสามารถควบคุมศัตรูได้อย่างง่ายดาย สกิล [Leap] ซึ่งเป็นสกิลที่น่าสนใจมาก มันสามารถใช้ทั้งต่อสู้และหนีเอาตัวรอดได้อีกด้วย เธอตัวแข็งค้างเมื่อได้เห็นสกิล [Execute] ตอนนี้เธอเข้าใจแล้วว่า ทำไมเขาถึงฆ่ากิ้งก่าหินที่มีการป้องกันสูงได้ในเพียงแค่สองการโจมตี สกิลนี้มันทรงพลังอย่างแท้จริง แต่อย่างไรก็ตามมันมีเงื่อนไขในการใช้อยู่เล็กน้อย เขาจะใช้มันได้ในตอนที่ศัตรูอยู่ในสถานะอ่อนแอ,สตั้น,สับสนหรือหวาดกลัว เมื่อเธอเห็นสกิลและค่าสถานะของเขา ตอนนี้เธอมีแผนการต่อสู้มากขึ้นอีกเยอะ!

 

“ผมทรงพลังใช่ไหมล่ะ!” หลินหลี่เชิดคางขึ้นอย่างภาคภูมิใจ

 

ThornyRose ยิ้มและพยักหน้า เธอเอื้อมมือออกไปลูบหัวเขา “อืม ทรงพลังจริงๆ”

 

หลินหลี่เริ่มกระโดดขึ้นด้วยความดีใจ “แน่นอน…”

 

หัวใจของ ThornyRose รู้สึกอบอุ่นขึ้น เขาเป็นคนที่เรียบง่ายและบริสุทธิ์ แต่หัวใจของเธอปวดร้าวขึ้นเมื่อคิดว่า เขาควรจะอายุประมาณ 20 ปีแล้ว เธอมองไปที่เย่ฉางและจางเจิ้งเฉียง เธอได้แต่เพียงยิ้มขึ้นมา เธอเริ่มสงสัยเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสามคนนี้ และเธออยากรู้อยากเห็นว่าเย่ฉางในชีวิตจริงนั้น จะเป็นคนประหลาดๆเหมือนในเกมไหม?