0 Views

“เทียนน้อย ฉันยังไม่ได้แนะนำเธออย่างเป็นทางการเลย นี่คือน้องเล็กไดโน เธอเป็นพี่น้องที่ดีของพวกเรา” เย่ฉางผลัก FrozenCloud เบาๆ พร้อมกับแนะนำตัวเธอด้วยรอยยิ้มที่ไม่แยแส

 

FrozenCloud ยิ้มอย่างงุ่มง่าม “ยินดีที่ได้รู้จักนะเทียนน้อย”

 

“ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันค่ะ พี่สาวไดโน” เย่เทียนพูดอย่างสุภาพ เธอรู้สึกสับสน ชื่อไอดีตัวละครของเธอไม่ใช่ FrozenCloud? ทำไมถึงเรียกเธอว่าน้องเล็กไดโน? หรือมีคำว่าไดโนอยู่ในชื่อจริงของเธอ? เธออยากรู้ความจริงจึงถามออกมา “ทำไมพวกพี่ถึงเรียกเธอว่าน้องเล็กไดโน?”

 

พวกเขาทั้งสามคนชะงักไปชั่วครู่ เย่ฉางรีบพูดแทรก “เราจะไม่พูดถึงเรื่องนี้กันอีกนะ”

 

หลินหลี่ดึงเย่เทียนไปพูดอย่างเงียบๆ “เพราะเธอมีหน้าตาที่เหมือนกับไดโนเสาร์ พวกเราจึงเรียกเธอว่าน้องเล็กไดโน อย่าไปบอกใครล่ะ เข้าใจนะ? เพราะมันอาจจะทำร้ายความรู้สึกของน้องเล็กไดโนได้”

 

เสียงของหลินหลี่ดังพอที่ FrozenCloud จะได้ยิน เส้นเลือดที่หน้าผากของเธอปูดโปนขึ้น เธอได้แต่คำรามขึ้นภายในใจ ‘แม่งเอ๊ย! ไม่อยากทำร้ายจิตใจ แต่นายแม่ง! ยังเรียกฉันน้องเล็กไดโนอยู่เลย!’

 

หลินหลี่หยิบรูปของเธอออกมาโชว์ให้เย่เทียนดู “นี่คือรูปของน้องเล็กไดโน แม้ว่าเธอจะมีหน้าตาที่ไม่ดี แต่จิตใจของเธอดีมากเลยนะ”

 

เย่เทียนมองรูปภาพอย่างตกตะลึง เธอเริ่มเปรียบเทียบคนในภาพกับหญิงสาวที่อยู่ข้างหน้าเธอ พระเจ้าทรงเป็นคนที่โหดร้ายเกินไปแล้ว ปากของเธอเปิดกว้างขึ้น จางเจิ้งเฉียงเดินเข้ามาข้างๆเธอและพูดว่า “นั่นเป็นเหตุผลที่พวกเรากำลังรวบรวมเงินเพื่อจะพาเธอไปเกาหลีและเปลี่ยนแปลงเธอ เราจะทำให้เธอสวยงามทั้งหน้าตาและจิตใจ”

 

“หนูเข้าใจแล้วคะพ่อ พี่ใหญ่เฉียง หลินหลี่ หนูจะไม่พูดถึงเรื่องนี้อีกแล้ว” เย่เทียนพูดด้วยความรู้สึกเคารพบิดาและพี่น้องของเธอ การช่วยเหลือผู้อื่นแบบนี้ทำให้เธอรู้สึกมีความสุข เธอพยักหน้าอย่างจริงจัง

 

FrozenCloud กัดฟันของเธอ นี่เป็นการดูถูกใครบางคนอย่างรุนแรงใช่ไหม? เดี๋ยวนะ…พ่อ!? เธอมองเย่เทียนและถามเพื่อความแน่ใจ “เธอเพิ่งเรียกหัวหน้าทีมว่าอะไรนะ?” เธอเคยได้ยินเย่เทียนเรียกแบบนี้มาก่อนเหมือนกัน แต่ในตอนนั้นเธอคิดว่าอาจจะได้ยินผิดไป

 

“พ่อ” คำพูดของเย่เทียนทำให้ FrozenCloud งงงวย เธอเป็นลูกสาวของเขา!? เธอไม่ใช่น้องสาวตัวน้อยของเขาหรือ? แต่พวกเขาดูคล้ายกันมาก เธอมองเย่ฉางเพื่อรอคำตอบของเขา

 

“ใช่แล้ว ฉันได้รับการพิจารณาให้เป็นพ่อของเธอ และตอนนี้ฉันก็เป็นผู้ปกครองของเธอด้วย เทียนน้อยจำไว้อีกครั้งนะว่าถ้ามีคนนอกอยู่ในกลุ่มแล้ว เธอต้องเรียกฉันว่าพี่ชายนะรู้ไหม?” เย่ฉางสั่งสอนเธออีกครั้ง เขาขี้เกียจที่จะอธิบายถึงปัญหาที่ตามมา

 

FrozenCloud ยังคงติดอยู่ในความคิดของเธอ ถ้าตัดสินตามอายุของพวกเขาแล้ว เธอต้องไม่ใช่ลูกสาวแท้ๆของเขา แต่ต้องมีความเกี่ยวข้องกันอะไรบางอย่าง เธอไม่ควรถามเรื่องครอบครัวของคนอื่นมากเกินไปและเธอก็ไม่จำเป็นที่จะต้องรู้

 

“ไปกันเถอะ ก่อนอื่นเราจะต้องไปกินอาหารเช้ากันก่อน แล้วเราค่อยกลับมาจัดการกับบางสิ่งบางอย่าง” เย่ฉางพูดจบทั้งสี่คนก็ออฟไลน์ทันที FrozenCloud ยิ้มให้อย่างแผ่วเบา เธอกอดอกเอนกายพิงรั้วและปิดตาของเธอเพื่อผ่อนคลาย

 

 

เวลาอาหารเช้า

 

“เรามีเกี๊ยวนึ่งและนมถั่วเหลืองอีกแล้ว! นี่มันยอดเยี่ยมมาก!” เธอสับสนกับคำพูดของหลินหลี่ นี่มันเป็นสิ่งที่พวกเขากินทุกวัน มันไม่มีเหตุผลที่จะตื่นเต้นเกี่ยวกับเรื่องนี้เลย เขาทำเหมือนกับว่าเขาได้พบญาติที่สูญหายไปนานแล้ว

 

“อืม” จางเจิ้งเฉียงพยักหน้าอย่างรุนแรง

 

“โอเคๆ ทุกคนไปล้างหน้าและอาบน้ำกันก่อน” อูนาตบโต๊ะเบาๆ และไล่คนอื่นให้ไปอาบน้ำพร้อมกับเก็บเกี๊ยวนึ่งให้พ้นจากเงื้อมมือที่ชั่วร้ายเหล่านั้น

 

ทั้งสี่เดินนั่งเรียงกันเป็นแถวอยู่ในห้องน้ำ จางเจิ้งเฉียง เย่ฉาง หลินหลี่และเย่เทียน นั่งเรียงแถวกันตามลำดับส่วนสูง จากสูงสุดไปต่ำสุด

 

“เพื่อน ช่วยเกาหลังฉันให้หน่อยสิ ฉันเกาไม่ถึง”

 

“เทียนน้อย ฉันจะช่วยบีบยาสีฟันให้เธอเอง”

 

“ขอบคุณ หลินหลี่”

 

“เรียกฉันว่าพี่ใหญ่หลี่!”

 

อูนาได้ยินเสียงพวกเขาจึงมองไปทางห้องน้ำ เธอรู้สึกอบอุ่นในหัวใจ จากนั้นเธอก็นึกถึงเย่เทียน “ใช่แล้ว! เมื่อไหร่ที่เราจะพาเทียนน้อยไปโรงเรียนเพื่อทดสอบ พวกเราควรพาเธอไปลองทดสอบดูนะ ด้วยความสามารถของเทียนน้อย เธอคงสามารถข้ามไปเรียนที่มหาวิทยาลัยได้แน่นอน และพวกเราจะได้เรียนที่เดียวกัน”

 

เย่ฉางกลับมาที่โต๊ะและเริ่มกินอาหาร “งั้นรบกวนเธอพาเทียนน้อยไปทดสอบด้วยนะ ตอนนี้เรายังไม่ว่าง เพราะต้องเข้าเกมและขายอุปกรณ์ที่ไม่จำเป็นบางอย่างเพื่อหารายได้ก่อน ฉะนั้นเรื่องนี้ฉันจะปล่อยให้เป็นหน้าที่ของเธอนะ”

 

“พูดจริงงั้นหรอ? นี่นายเป็นพ่อแบบไหนกันเนี่ย” อูนาจ้องเขม็ง จางเจิ้งเฉียงแสดงออกอย่างแปลกประหลาด พวกเขาบ่นเหมือนกับคู่รักที่แต่งงานกันในละครทีวีเลย ‘วันนี้คุณต้องไปรับลูกสาวของเรา(ฝ่ายแม่พูด) ฉันต้องไปทำงานและไม่ค่อยมีเวลาว่าง มันเป็นหน้าที่ของเธอที่จะต้องไปรับสิ(ฝ่ายพ่อพูด)’ นี่มันเหมือนกับละครจริงๆ จากนั้นเขาก็มองหลินหลี่ที่กำลังสั่งสอนเทียนน้อยให้เคารพผู้ที่อาวุโสกว่าโดยเฉพาะอย่างยิ่งตัวเขาเอง เขาอดที่จะหัวเราะไม่ได้

 

หลังจากกินอาหารเช้าเสร็จแล้ว อูนาได้พาเย่เทียนออกไปข้างนอก เย่ฉาง จางเจิ้งเฉียงและหลินหลี่กลับเข้าไปเล่นเกมต่อ พวกเขาเข็นรถเข็นไปรอบๆเพื่อขายสินค้าภายในรถเข็น FrozenCloud ปกปิดใบหน้าของเธอเอาไว้ มันน่าอายมากเกินไป พวกเขาเข็นรถไปรอบๆราวกับว่าพวกเขากำลังขายขนมอบกันอยู่ รอบนี้เป็นตาของเธอแล้วที่จะต้องเป็นคนเข็นรถเข็น ภายใต้การจ้องมองที่ให้กำลังใจของพวกเขา เธอกัดฟันและเริ่มผลักรถเข็นไปข้างหน้า ทุกคนในหมู่บ้านมือใหม่จริงๆนะกำลังมองพวกเขาด้วยสายตาที่แปลกประหลาด การให้กำลังใจของทั้งสามคนทำให้เธอต้องการมุดดินหนี โดยเฉพาะอย่างยิ่งจางเจิ้งเฉียงที่ยืนอยู่ด้านข้าง เขายกค้อนและตีไปบนโล่คริสตัลของเขาราวกับว่ามันเป็นฆ้อง

 

“น้องเล็กไดโน ยืดตัวตรง! อย่าคิดถึงการจ้องมองของพวกเขา แค่เป็นตัวของตัวเองก็พอ!”เย่ฉางให้กำลังใจ

 

“นี่เป็นก้าวแรกของเธอที่จะแสดงออกถึงความงดงามและความเชื่อมั่น!” จางเจิ้งเฉียงพูด

 

“ตะโกนมันออกมาดังๆ!” หลินหลี่เชียร์

 

“เชิญมาเลือกมาชมดูสินค้าของเรา เรามีอุปกรณ์ที่มีคุณภาพ! แน่นอนว่าราคาย่อมเยาว์! ลองแวะมาดูกันก่อน!” FrozenCloud ตะโกนขายของด้วยใบหน้าแดงๆ

 

 

ในขณะเดียวกัน ความรู้สึกของอูนากำลังยุ่งเหยิง เธอหันไปมองเย่เทียนที่ได้ทำการทดสอบเสร็จลงแล้ว เด็กสาวคนนี้! เธอผ่านขั้นตอนทุกอย่างเลย ความรู้ของเธอน่าหวาดกลัวมากเกินไปแล้ว! ในตอนนี้เธอได้กลายเป็นนักศึกษาปริญญาโทไปเรียบร้อยแล้ว และยังเป็นพลเมืองขั้นสองอีกด้วย เธอยังมีอิสระที่จะค้นคว้าในสิ่งที่เธอต้องการ ตอนนี้เธอก็แค่ต้องส่งวิทยานิพนธ์ในตอนท้ายของเทอมเท่านั้น เธอได้ถกเถียงปัญหาทางวิชาการกับเหล่านักวิชาการชราพวกนั้น จนทำให้พวกเขาโกรธและอับอายเป็นอย่างมาก ถ้าเธอไม่ไปหยุดเย่เทียนเสียก่อน เหล่านักวิชาการชราพวกนั้นคงได้โกรธจนกระอักเลือดตายไปแล้ว

 

 

อาคารบริหารที่สาม

 

“นักศึกษาปริญญาโท? เด็กอัจฉริยะ – เย่เทียน!? เธอวิจัยเกี่ยวกับการสั่นสะเทือนของโมเลกุลขนาดใหญ่ได้สำเร็จ? เธอเป็นน้องสาวของเย่ฉางที่หายตัวไปนานแล้ว!? แต่จะว่าไปแล้วพวกเขาก็มีลักษณะที่คล้ายกันจริงๆ เธอเกิดในเมืองหลวงและถูกเลี้ยงดูมาในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าแห่งนี้ไม่ได้มีอะไรที่พิเศษเลย อยู่มาวันหนึ่งเธอบังเอิญพบว่าเธอมีพี่ชาย เธอจึงได้ออกเดินทางมาค้นหาเขาที่เมืองหลินไห่ พวกเขาได้พบเจอกันและตอนนี้ได้อยู่ด้วยกัน” จางเฉาเฟยรู้สึกประหลาดใจในหลายๆด้าน เขามองไปที่ข้อมูลไอคิวของเธอและตกตะลึง “ไอคิวอย่างน้อย 230? พี่ชายของเธอมีไอคิวเพียงแค่ 74 แต่น้องสาวของเขากลับมีไอคิวมากกว่า 230 เฮ้อ! มันมีเหตุการณ์แปลกประหลาดมากมายจริงๆในปีนี้ หลีลี่เจียไปปรึกษาหารือกับเย่ฉางหน่อย เราอยากขอให้เธอเข้าร่วมทีมมันสมองทางความคิด ในการแข่งขันของมหาวิทยาลัยทั้งห้า ตอนนี้ฉันไม่มีสิทธิการเสนอรายชื่อเหลือแล้ว แต่เธอน่าจะมีเหลืออยู่อีกหนึ่งสิทธิการเสนอรายชื่อใช่ไหม?”

 

หลีลี่เจียพยักหน้า เด็กผู้หญิงคนนี้อายุยังน้อยแต่มีมันสมองที่ยอดเยี่ยม เพียงแค่มองไปที่ผลการทดสอบไอคิว สมองของเธอต้องมีหน่วยความจำที่น่าอัศจรรย์แน่นอน จากผู้คน 10 ล้านคนบางทีอาจจะไม่มีใครที่จะมีไอคิวสูงเท่าเธออีกแล้ว แม้ว่าเธอจะเสียสองสิทธิการเสนอรายชื่อไปให้กับเย่ฉางและหลินหลี่ แต่เธอก็ยังได้พบสมบัติล้ำค่าเฉกเช่นจางเจิ้งเฉียงและเย่เทียน นี่มันคุ้มค่าอย่างแน่นอน เรื่องนี้ไม่ควรล่าช้า บางทีตัวแทนของฝ่ายบริหารลำดับที่หนึ่งและลำดับที่สองอาจได้รับข่าวสารแล้ว เธอรีบวิ่งไปที่ชั้นล่างและสกัดกั้นเย่เทียนและอูนาที่กำลังเดินทางกลับบ้าน

 

“อาจารย์หลี?” อูนารู้จักผู้หญิงคนที่อยู่ตรงหน้าเธอ

 

“การแข่งขันของมหาวิทยาลัยทั้งห้าใช่ไหม?” เย่เทียนถามออกมาตรงๆ

 

เด็กสาวที่ฉลาดคนนี้ทำให้หลีลี่เจียประหลาดใจ เธอพยักหน้าทันที “ใช่แล้ว”

 

“ฉันต้องการอยู่กับพี่ใหญ่และคนอื่นๆ” เย่เทียนยิ้ม อูนาได้ยินและสับสน การสนทนาระหว่างสองคนนี้มันกระชับเกินไป

 

หลีลี่เจียลังเลเล็กน้อย “ตกลง”

 

จากนั้นเธอก็หยิบเหรียญตราสีม่วงอ่อนรูปดอกบุปผชาติ 4 กลีบออกมา “ครั้งสุดท้ายที่พบเจอกัน จางเจิ้งเฉียงจากไปอย่างรวดเร็วเกินไป นี่คือสัญลักษณ์ของวิทยาลัยหลินไห่ – ดอกบุปผชาติสีม่วงอ่อน เป็นตัวแทนของเราในฐานะสมาชิกของทีมหลินไห่ในการแข่งขันของมหาวิทยาลัยทั้งห้า ”