0 Views

ในห้องทดลองแห่งหนึ่งในเมืองเทียนซิง

 

“Eve-c-19325 การตอบสนองทางคลื่นสมองอยู่ในระดับปกติ ไม่มีความผิดปกติของโครโมโซมทั้ง 37 คู่ ไม่มีการปฏิเสธยีนของ Adam-01! ไอคิวคาดว่าจะไม่น้อยกว่า 390 ไม่สามารถตรวจสอบวัดค่าซุปเปอร์พาวเวอร์ได้ ศาสตราจารย์! เราทำสำเร็จแล้ว!”ผู้ชายคนหนึ่งที่ดูเหมือนนักวิทยาศาสตร์มองร่างที่อยู่ในหลอดแก้วทดลองขนาดใหญ่อย่างตื่นเต้น ภายในนั้นเป็นเด็กสาวที่มีอายุประมาณ 10 ขวบ สูงประมาณ 103 เซนติเมตร เธอมีผมสั้นสีดำที่ยาวเพียงแค่คางของเธอ ร่างเปลือยเปล่าของเธอลอยอยู่ในของเหลวขณะที่นอนหลับอยู่ เด็กหญิงตัวเล็กๆคนนี้ช่างดูคล้ายกับเย่ฉางจริงๆ

 

“ใช่แล้ว ในที่สุดงานทดลองของเราก็ประสบผลสำเร็จ! นี่คือจุดเริ่มต้นของยุคใหม่! รีบแจ้งเบื้องบนให้รับทราบโดยด่วน!”ชายชรามีท่าทางดีใจอย่างมาก

 

ในห้องทดลองแห่งนี้ มีส่วนที่ดูน่าขนลุกซึ่งอยู่ไม่ไกลจากพวกเขานัก เป็นหลุมขนาดใหญ่ที่เต็มไปด้วยซากศพทารกแรกเกิด และซากศพของเด็กเล็กๆเป็นจำนวนมาก ซากศพเหล่านี้เป็นผลมาจากการทดลองที่ล้มเหลว เด็กทุกคนในหลุมมีใบหน้าเหมือนกันกับเด็กสาวที่นอนหลับอยู่ในหลอดแก้วทดลองขนาดใหญ่

 

ในขณะที่ศาสตราจารย์ได้ถอดอุปกรณ์สื่อสารออก เขารู้สึกว่าไม่สามารถขยับตัวได้ และร่างนักวิทยาศาสตร์หนุ่มได้ลอยตัวขึ้นไปในอากาศ ฉึก ~ ฉึก ~ ฉึก ~ ร่างเขาถูกฉีกเป็นชิ้นๆและกระจัดกระจายอยู่ทั่วพื้นห้อง เด็กสาวคนนั้นค่อยๆลืมตาขึ้นมาทีละน้อย ใบหน้าของเธอปราศจากความรู้สึกใดๆ เธอพึมพำขึ้นมาว่า “พ่อ …”

 

ในตลาดนัดกลางคืนบริเวณมหาวิทยาลัยหลินไห่

 

จิตใจที่เคยสงบและเย็นชาต่อสิ่งใดของเย่ฉาง จู่ๆก็เริ่มสั่นไหวขึ้นมา เขารู้สึกถึงสายสัมพันธุ์บางอย่าง เขาเงยหน้าขึ้นมองไปที่ไกลๆและขมวดคิ้ว เขาค่อยๆผ่อนคลายลงและพูดพึมพำว่า “บางทีฉันอาจจะอ่อนไหวและคิดไปเองก็ได้”

 

“เพื่อน! เกิดอะไรขึ้น!” จางเจิ้งเฉียงสังเกตเห็นจึงถามขึ้น

 

“ไม่มีอะไร …” เย่ฉางส่ายหัวและคุยกับคนอื่นต่อไป

 

คืนนั้น ในอพาร์ตเมนต์ที่เงียบสงบ เย่ฉางนอนส่ายหน้าไปมาบนเตียงเหมือนกับว่าเขากำลังฝันร้ายอยู่ เขาเริ่มฟื้นความทรงจำในอดีตที่เขาได้ลืมเลือนไป ภาพไฟไหม้ครั้งใหญ่,ภาพหลอดแก้วทดลองขนาดใหญ่และภาพสถาบันการวิจัยแห่งหนึ่ง ภาพทุกสิ่งเหล่านี้เพิ่งเริ่มเกิดขึ้นมาหลังจากการตายของซินหยู่ มันเป็นความทรงจำที่เขาพยายามที่จะลืมไป

 

“ล้มเหลว! มันล้มเหลว! เราล้มเหลวอีกครั้งแล้ว! แต่เราต้องทดลองต่อไป! เราต้องทำให้การฟิวชั่น Adam-01 กับยีนมนุษย์ต่างดาวสำเร็จให้จงได้ เพื่อที่เราจะสามารถสร้างมนุษย์สายพันธุ์ใหม่ขึ้นมาได้! และเราจะสามารถก้าวข้ามขีดจำกัดวิวัฒนาการของมนุษยชาติได้!”

 

“ศาสตราจารย์! หยุดเถอะคะ! เด็กเหล่านี้น่าสงสารมาก นี่เป็นความล้มเหลวครั้งที่ 20000 แล้วนะ ฉันไม่สามารถยืนดูเด็กๆที่เราเลี้ยงดูมาได้รับการทดลองเช่นนี้อีก อย่าบอกฉันนะว่าคุณไม่รู้สึกอะไรเลยทั้งนั้น?”

 

“ทิ้งสัญชาติญาณความเป็นแม่ของคุณไปซะ พวกเขาเป็นเพียงแค่วัตถุทดลองที่จะนำพามนุษยชาติไปสู่ยุคใหม่ได้ พวกเขาควรจะขอบคุณเราด้วยซ้ำ ที่ทำให้พวกเขามีส่วนร่วมในความสำเร็จของมนุษยชาตินี้”

 

“ฮ่าๆ ~ ฉันมีความสุขมาก เมื่อคิดถึงตอนที่การทดลองของเราประสบความสำเร็จ! นำมันออกมาจากหลอดทดลองได้แล้ว มันเป็นเพียงแค่ขยะที่มีข้อบกพร่อง! สติปัญญาของมันยังมีไม่มากพอ! เอามันไปกำจัดทิ้งเสีย”

 

“ศาสตราจารย์! ฉันขอโทษด้วย เราต้องชดใช้ความผิดของเรา”

 

“นี่คุณ…”

 

ศาสตราจารย์ตกใจ เมื่อเห็นว่าผู้หญิงคนนี้ได้กดปุ่มเลเซอร์ยิงทำลายห้องทดลอง เปลวไฟลุกลามไปทั่วห้อง จนในที่สุดสถาบันวิจัยทั้งหมดก็ถูกเผา เย่ฉางจำได้ว่าเธออุ้มเขาไว้และพาเขาหนีออกมา

 

“ฉันขอโทษด้วยนะจ๊ะเด็กน้อย ฉันคงไปกับเธอด้วยไม่ได้ ฉันยังต้องชดใช้ความผิดต่อสิ่งที่ฉันได้ทำลงไป ลาก่อนนะ…” เธอพูดขอโทษด้วยรอยยิ้มอันอ่อนโยน เธอค่อยๆผลักตะกร้าที่ใส่เย่ฉางไว้ลงไปในแม่น้ำอย่างนุ่มนวล จากนั้นเธอก็หันกลับเดินเข้าไปในสถาบันวิจัยที่ถูกไฟไหม้ ในขณะที่เธออยู่ในเปลวไฟ เธอหันศีรษะมาดูเขาที่กำลังไหลลอยลงไปตามแม่น้ำ เธอเห็นผมของเย่ฉางค่อยๆเปลี่ยนเป็นสีขาว และแผลไฟไหม้ตามร่างกายของเขาก็ค่อยๆฟื้นฟูกลับมาเหมือนเดิม เธอพูดอย่างเหม่อลอยว่า “ใครจะคาดคิดว่าการทดลองครั้งสุดท้ายของศาสตราจารย์ จะสามารถประสบความสำเร็จได้ เด็กน้อย! เธออย่าโตขึ้นมาด้วยความเกลียดชังนะ! เธอต้องมีชีวิตรอดไปให้ได้และจงใช้ชีวิตอย่างมีความสุข …”

 

ทุกสิ่งทุกอย่างค่อยๆพังทลายจนเหลือแต่ขี้เถ้าภายใต้เปลวเพลิง

 

เย่ฉางค่อยๆลุกขึ้นและเดินมาที่ระเบียง ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ความจริงที่ว่าเขานั้นเกิดมาจากการทดลอง เขาไม่สามารถบอกใครได้ เขายื่นมือออกไปทำท่าเอื้อมคว้าจับดวงจันทร์ไว้ เขามองมือขาวซีดของเขาที่ยื่นไปปิดกั้นแสงดวงจันทร์ เขาถามตัวเองเงียบๆว่า “ฉันเป็นมนุษย์จริงๆใช่ไหม? คุณยายครับ ซินหยู่ ผมเป็นตัวอะไรกันแน่?”

 

ฉากตัดกลับไปที่สถาบันวิจัยในเมืองเทียนซิง ในขณะนี้ทั่วทุกพื้นที่ในบริเวณนี้ เต็มไปด้วยคราบเลือดและชิ้นส่วนอวัยวะมนุษย์จำนวนมาก ราวกับว่ามันเป็นนรกบนดิน มีชายร่างผอมไว้ผมสั้นสวมแจ็คเก็ตสีดำ และผู้หญิงหน้าตาสะสวยที่สวมแจ็คเก็ตสีขาวกำลังมองไปยังที่เกิดเหตุ พวกเขาทั้งสองคนดูเหมือนเป็นผู้เชี่ยวชาญ

 

“Hunting Flame เก็บรวบรวมไฟล์ข้อมูลทั้งหมดเพื่อไปรายงานบอส จากนั้นทำลายสถานที่นี้ทิ้งซะ” ผู้หญิงที่สวมแจ็คเก็ตสีขาวพูดขึ้น จากนั้นทั้งสองคนก็หายตัวไปเหมือนสายลมทันที

 

“Ardent wind! อย่าลืมจับเป็นมาด้วยล่ะ” ชายที่ชื่อHunting Flame หันมาและตะโกนบอกผู้หญิงที่สวมแจ็คเก็ตสีขาว

 

เด็กสาวตัวเล็กๆสวมชุดที่ดูใหญ่เกินตัวเธอมาก กำลังนั่งอยู่บนรถไฟฟ้ามุ่งหน้าไปยังเมืองหลินไห่ เธอมองออกไปนอกหน้าต่างและพูดอย่างมีความสุขว่า “พ่อ! ฉันกำลังจะไปหาแล้วนะ …”

 

ฝูงชนคุยกันส่งเสียงดังรบกวน ทำให้เธอขมวดคิ้วขึ้น แต่เธอส่ายหัวของเธอ เธอพยายามหักห้ามใจไม่ให้ก่อเรื่องใดๆขึ้น เธอค่อยๆใจเย็นลงและมองออกไปนอกหน้าต่าง แต่สิ่งที่ทุกคนไม่รู้ก็คือ แค่เพียงเด็กสาวตัวเล็กๆคนนี้ขยับมือเพียงนิดเดียว ก็อาจจะจบชีวิตของพวกเขาได้

 

Ardent Wind มาถึงสถานีรถไฟและเธอใช้ประสาทสัมผัสสำรวจบริเวณรอบๆนี้ เธอถอนหายใจ “ไม่ดีแล้ว! เธอออกจากเมืองเทียนซิงไปแล้ว! และดูเหมือนว่าเธอจะมุ่งหน้าไปทางเมืองหลินไห่” เธอรีบกระโดดเกาะรถไฟฟ้าขบวนถัดไปทันที

 

ตอนเช้าของวันใหม่

 

จากความรู้สึกไม่สบายใจในเมื่อคืน เย่ฉางจึงเดินเล่นไปตามแม่น้ำที่คุ้นเคยเพื่อบรรเทาความทุกข์ใจของเขา

 

ที่อพาร์ทเม้นต์ของพวกเย่ฉาง เสียงออดที่หน้าประตูดังขึ้น หลินหลี่เปิดประตูออกมาและเห็นเด็กสาวตัวเล็กๆที่ดูคล้ายกับเย่ฉางยืนอยู่

 

จางเจิ้งเฉียงมองมาที่เธอและคิดในใจ “เธอดูคล้ายเย่ฉางตอนเด็กมาก”

 

อูนาถามอย่างสงสัยว่า “หนูน้อย หนูมาหาใครจ๊ะ?”

 

“พ่อฉันไม่อยู่ที่นี่หรือ เขาออกไปไหน?” เด็กสาวพูดอย่างเย็นชา

 

พ่อ!? เจ้าวายร้ายนั่นมีลูกสาว!? อูนาอ้าปากค้าง แต่เธอก็รีบจูงมือเด็กสาวเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็ว “ตอนนี้เขาไม่อยู่ หนูมานั่งรอเขาในห้องนี้ก่อนนะ อีกสักพักเขาก็น่าจะกลับมาแล้วล่ะ”

 

จางเจิ้งเฉียงมองเด็กสาวอย่างสงสัย เขาส่ายหน้า ยังไงเขาต้องรอให้เย่ฉางกลับมาก่อนถึงจะสามารถคลายข้อสงสัยนี้ได้

 

เย่ฉางรู้สึกว่าจิตใจของเขาสั่นไหวรุนแรงมากยิ่งขึ้น เขาจึงรีบออกจากริมแม่น้ำและเดินกลับอพาร์ตเมนต์ทันที เขาสูดหายใจเข้าและเปิดประตูเข้าไป เขาเห็นเพื่อนเขาทั้งสามคนกำลังเล่นอยู่กับเด็กสาวตัวเล็กๆคนหนึ่ง เธอสวมเสื้อสีเงิน ม่านตาของเขาหดตัวลงอย่างรวดเร็ว เขาปล่อยเจตนาฆ่าที่น่าสะพรึงกลัวออกมาทันที

 

“อย่าขยับแม้แต่นิดเดียว ไม่เช่นนั้นฉันจะฆ่าพวกเขาทันที” เด็กสาวหันมามองเย่ฉางด้วยรอยยิ้มที่ดูกระหายเลือดและเรียกเขาว่า “พ่อ…”

 

อูนาและหลินหลี่รู้สึกได้ทันทีว่ามีบางสิ่งบางอย่างคว้าจับลำคอของพวกเขาอยู่ และพวกเขาไม่สามารถส่งเสียงได้ จางเจิ้งเฉียงต้องการจะต่อต้าน แต่ก็กังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของอูนาและหลินหลี่ ดังนั้นเขาจึงไม่กล้าที่จะแสดงท่าทางต่อต้านใดๆออกมา ทั้งสามคนมองเย่ฉางอย่างไม่เข้าใจ เด็กสาวที่เพิ่งหัวเราะและเล่นกับพวกเขาอย่างสนุกสนาน แต่จู่ๆก็กลายเป็นคนที่สามารถฆ่าพวกเขาได้ในทันที ทั้งสองคนนี้มีความสัมพันธ์ุแบบไหนกันแน่!? แล้วทำไมเธอถึงเรียกเขาว่าพ่อ?

 

“เธอต้องการอะไรจากฉัน?” เย่ฉางกล่าวอย่างเย็นชา ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความไม่แยแส

 

“พ่อ เรามีสายเลือดเดียวกันไม่ใช่หรือ?” เด็กสาวค่อยๆลุกขึ้นยืนและถามเขา เธอนึกถึงสิ่งที่ทั้งสามคนเคยเล่าให้เธอฟัง หัวใจเธอรู้สึกเจ็บปวดอย่างไม่สามารถอธิบายได้ ทำไมพวกเขาถึงมีความสุขจังเลย และเมื่อเธอเห็นเจตนาฆ่าในสายตาของเเย่ฉางในขณะที่เขาเปิดประตูเข้ามาเจอเธอแล้ว หัวใจของเธอก็สั่นเครือขึ้น ทำไมถึงเป็นเช่นนี้? เขาควรจะมองเธอเป็นครอบครัวเดียวกันสิ

 

“ปล่อยพวกเขาซะ แล้วฉันจะไม่ฆ่าเธอ… อีฟ” เย่ฉางยังคงจ้องเธอด้วยสีหน้าที่เย็นชา

 

“ทำไม!? ทำไมคุณถึงทำดีต่อพวกเขา! คุณและฉันต่างหากที่เป็นพวกเดียวกัน! พ่อ เราทั้งคู่ถูกสร้างขึ้นมาจากการทดลองในสถาบันวิจัย เราเป็นสิ่งมีชีวิตที่พวกมนุษย์ไม่ยอมรับและรังเกียจ มีแค่เฉพาะคุณกับฉันเท่านั้นที่สามารถยอมรับซึ่งกันและกันได้! ทำไมคุณถึงปฏิบัติกับฉันแบบนี้!? ทำไม? เพราะอะไรกัน?” เด็กสาวที่ชื่ออีฟเริ่มตะโกนถ้อยคำที่ดูน่าน้อยใจออกมา