0 Views

จางเฉาเฟยมองร่างที่ช่วงบนเปลือยเปล่าของจางเจิ้งเฉียง ที่กำลังเดินออกประตูไปอย่างไม่แยแส เขาถอนหายใจและถามขึ้นว่า “หลีลี่เจีย คุณคิดว่าพลังของเขาน่าจะอยู่ในแรงค์ไหน?”

 

“อย่างน้อย B +” แขนหลีลี่เจียทั้งสองข้างยังสั่นและชาอยู่ เธอมองจางเจิ้งเฉียงที่เดินออกไปอย่างประหลาดใจ “และฉันคิดว่าจางเจิ้งเฉียงน่าจะมีความแข็งแกร่งที่แอบซ่อนไว้อยู่อีก แต่คุณคิดจะใช้สิทธิการเสนอรายชื่อทั้ง 2รายชื่อของคุณให้แก่เขาจริงๆหรือ?”

 

“ใช่แล้ว เพราะฉันคิดว่ามันคุ้มค่ามาก เขาแทบไม่ได้ใช้ความแข็งแกร่งที่แท้จริงของเขาออกมาเลย”จางเฉาเฟยกล่าวด้วยรอยยิ้ม แววตาของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ “ฉันต้องการที่จะเดิมพันทุกอย่างไว้กับเขา”

 

หลีลี่เจียเพียงแค่ยิ้มอย่างขมขื่นและรู้สึกพ่ายแพ้ ผู้ชายคนนั้นยังไม่ได้ใช้กำลังเต็มที่? แสดงว่าปีนี้มหาวิทยาลัยของเราจะมีคนที่เก่งเหมือนปีศาจ เพื่อต่อสู้ในการแข่งขันของมหาวิทยาลัยทั้งห้า แต่ดูเหมือนว่าเขาจะเป็นคนที่ควบคุมได้ยาก “ในปีนี้เรามีทั้งจางเจิ้งเฉียง,ซินเส้าเทียน ,ซันหยู่และคนอื่นอีกๆ ฉันคาดว่าปีนี้เราน่าจะมีโอกาสมากขึ้นที่จะชนะการแข่งขันได้”

 

“อย่าคิดว่ามันจะง่ายอย่างนั้น อย่างไรก็ตามเราอาจจะสามารถคว้าชัยชนะในการแข่งขันศิลปการต่อสู้ได้” จางเฉาเฟยส่ายหัว แม้ว่าทีมเมืองหลินไห่จะไม่อ่อนแอ แต่ทีมเมืองหลวงและทีมเมืองซินหยุนนั้น เป็นสถานที่ชุกชุมไปด้วยพวกหัวกะทิในจีน

 

ถนนถนนหยูลอง

 

เมื่อจางเจิ้งเฉียงกลับมาถึงอพาร์ตเมนต์แล้ว ทั้งสามคนสังเกตเห็นสภาพเสื้อผ้าที่ฉีกยับเยินของเขา เย่ฉางไม่ได้ถามอะไร เขาเพียงยิ้มอย่างสงบและพูดว่า “รีบไปเปลี่ยนชุดซะ ละครจะฉายแล้ว”

 

อูนาอยากถามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่เธอก็ไม่กล้าถาม

 

ทั้งสี่คนดูฉากอวสานของละคร[ศึกพิศวาสสองพี่น้อง] และพวกเขาทั้งหมดก็ถอนหายใจด้วยความเศร้าโศก แม้ว่าจะด้วยเหตุผลที่แตกต่างกัน หลินหลี่หลั่งน้ำตาของเขา “มันน่าประทับใจจริงๆ”

 

อูนาเงยหน้ามองเพดานและถอนหายใจออกมา ในที่สุดละครห่วยแตกนี่ก็อวสานเสียที

 

จางเจิ้งเฉียงพึมพำอย่างเลื่อนลอย “อาซูช่างเป็นผู้หญิงที่ดีจริงๆ”

 

และคนสุดท้ายคือ เย่ฉางที่ถอนหายใจหนักหน่วง

 

ทั้งสี่คนต่างนึกถึงละครเรื่องนี้

 

ตอนจบของละครเรื่องนี้ ขณะที่อาซูและอามู่ต่างต่อสู้กันอย่างเอาเป็นเอาตาย ในขณะที่ทั้งสองคนตกอยู่ในห้วงแห่งชีวิตและความตาย พวกเธอต่างได้นึกถึงความรักของพี่น้องในอดีตจากระหว่างการต่อสู้ที่ยอดเยี่ยมนี้ การโจมตีสุดท้ายของแต่ล่ะคนกำลังใกล้จะถูกใช้ออกมา พวกเธอมองหน้ากันและกัน และตระหนักถึงความหมายของคำว่าพี่น้องขึ้นมา

 

“เมื่อตอนที่ฉันยังเด็กอยู่ พี่ชอบแบ่งลูกอมในส่วนของพี่ให้กับฉันตลอด และเมื่อใดก็ตามที่ฉันประสบเจออันตราย พี่ก็จะมาคอยปกป้องฉันไว้อยู่เสมอ พี่สาว …”(อาซู)

 

“ฉันจำได้ว่า ในตอนที่ฉันไปงานเลี้ยงสังสรรค์ครั้งแรกนั้น ตอนนั้นฉันเพิ่งเคยได้ใส่รองเท้าส้นสูงเป็นครั้งแรก เป็นเพราะน้องที่ซื้อให้ฉันด้วยเงินอั่งเปาของเธอที่ได้เก็บมาตลอดหลายปี แต่ทำไมเราต้องมาต่อสู้กันเช่นนี้ด้วย? อาซู …”(อามู่)

 

“ทำไมมันถึงเป็นแบบนี้ …” อาซูเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าและโห่ร้องขึ้น ร่างเธอเต็มไปด้วยบาดแผลและรอยฟกช้ำ

 

“ใช่! ทำไมกัน? …” อามู่เห็นด้วยกับเธอ

 

จากนั้นทั้งสองมองไปที่คนๆหนึ่งและยิ้มให้ ในท้ายที่สุดอาซูและอามู่ก็ปล่อยวางความเกลียดชังที่มีต่อกันออกไป และได้แต่งงานกับอาเจิ้งด้วยกันทั้งคู่ มันเป็นงานการแต่งงานที่ยิ่งใหญ่มาก ภายใต้ท้องฟ้ายามค่ำคืนที่เต็มไปด้วยดอกไม้ไฟ ภาพบรรยากาศในงานแต่งก็ค่อยๆมีรายชื่อนักแสดงและทีมงานขึ้นมา

 

“มันจบลงด้วยดี” หลินหลี่ดีใจอย่างเศร้าๆ

 

“ใช่แล้ว มันจบลงแล้ว …”เย่ฉางกล่าวด้วยเสียงสะอื้น

 

“ลาก่อน! อาซูของฉัน … “ จางเจิ้งเฉียงถอนหายใจด้วยความอาวรณ์

 

มีแค่อูนาคนเดียวที่รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก เธอรีบคว้ารีโมทอย่างรวดเร็วเพื่อจะเปลี่ยนช่อง

 

แต่ทันใดนั้นหน้าจอก็เปล่งแสงประกายเจิดจ้าขึ้น ในห้องจัดงานแต่งงานได้มีกลุ่มตำรวจจำนวนมากกรูกันเข้ามา บรรดาแขกในงานและทั้งสามคนต่างตกใจอย่างมาก พวกตำรวจเข้าจับกุมตัวอาเจิ้งทันที! จากนั้นก็มีภาพตัวอย่างตอนต่อไปขึ้นมา ด้วยภาพและเสียงบรรยายที่ดูน่าตื่นเต้น

 

“มีเหตุการณ์การจับกุมขึ้นในงานแต่งของพวกเขา?”

 

“อะไรกัน! จดทะเบียนสมรสซ้ำซ้อนหรือ!?”

 

“เป็นคุณนั้นเอง! อาเฉียว! คือผม…”

 

“อาเจิ้ง คุณเป็นของฉันเสมอ ฉันจะไม่ปล่อยให้ทั้งสองคนนั้นได้ตัวคุณไป …หึๆๆ~ ฮ่าๆๆๆๆ~”

 

“อาเจิ้งถูกจับตัวไปและถูกขังไว้ โดยแฟนเก่าของเขาที่เป็นผู้พิพากษาที่ชื่อว่าอาเฉียว!”

 

“พวกเราจะทำยังไงดี!?”

 

“เราต้องช่วยสามีของเรา!”

 

“นี่คือการปะทะกันระหว่าง สองพี่น้องสุดสวยที่ไร้เหตุผลกับผู้พิพากษาที่ชั่วร้าย!”

 

“อามู่ อาซู ช่วยฉันด้วย ~ !! อาเฉียว! คุณ! คุณ! อย่า! อย่า! ไข่ของฉัน! อ่า ~ รู้สึกดีจังเลย ~”

 

“สัปดาห์หน้า! พบกับความตื่นเต้นที่ไม่เหมือนใคร ในตอนพิเศษของละคร[ศึกพิศวาสสองพี่น้อง]! สองพี่น้องจะช่วยสามีเธอกลับมาได้หรือไม่? โปรดติดตามชม!”

 

“โอ้พระเจ้าช่วย ฉันต้องไม่พลาดชมตอนต่อไปแน่ๆ ฉันรู้สึกว่ามันจะน่าตื่นเต้นมากๆ” จางเจิ้งเฉียงกล่าวพร้อมกับกอดอก

 

“จริงๆแล้ว ผู้หญิงคนที่เป็นบอสนั้น เธอเป็นคนที่อ่อนโยนมาก แต่เธอถูกอาเจิ้งทิ้งไปตอนเรียนอยู่ด้วยกันในมหาวิทยาลัย…” เย่ฉางพูดอย่างมั่นใจ

 

“ผมอยากดู ผมอยากดู ผมอยากดูตอนนี้เลย!” หลินหลี่ร้องงอแงเหมือนเด็ก

 

เมื่ออูนาเห็นท่าทางของแต่ละคน เธอแทบจะบดขยี้รีโมทในมือ

 

“เฮ้อ ~ ทำไมแค่ตอนพิเศษตอนเดียวเอง แล้วรายการต่อไปของช่องหลินไห่คืออะไร?” เย่ฉางถอนหายใจ

 

“ฉันไม่รู้ แต่มันคงไม่ดีกว่าละคร[ศึกพิศวาสสองพี่น้อง]ไปได้หรอก” จางเจิ้งเฉียงถอนหายใจด้วยความชื่นชม

 

“ผมรู้สึกว่า ผมจะไม่มีวันหลงรักละครเรื่องอื่นอีก” หลินหลี่รีบลุกขึ้นยืนและทำตัวเหมือนผู้ใหญ่

 

อูนาชำเลืองมองพวกเขา ก่อนที่เธอจะหันไปเปลี่ยนช่อง ก็มีตัวอย่างของละครแนวโรแมนติกคอมแมดี้เรื่อง[รักอลเวง]ที่กำลังโฆษณาอยู่ในช่องหลินไห่พอดี เมื่อเธอดูภาพและรายชื่อนักแสดงที่กำลังแนะนำ เธอได้แต่บ่นในใจ ‘อะไรกันนี่ ละครเรื่องนี้มันไม่เป็นอย่างที่ฉันคาดหวังไว้เลย เชี่ย! มันเป็นละครแนวบ้าๆนี่อีกแล้ว!? ในช่องหลินไห่ มันไม่มีนักแสดงคนอื่นๆอีกแล้วหรือไงกัน? ตัวละครหลักฝ่ายผู้หญิง ก็ยังคงเป็นผู้หญิงสองพี่น้องจากละคร[ศึกพิศวาสสองพี่น้อง]อีก และตัวละครหลักฝ่ายชายก็ยังเป็น นักแสดงชายที่เล่นเป็นอาเจิ้งและคนที่แต่งตัวประหลาดอีก 2 คนนั้น ก็เป็นนักจัดรายการอะไรสักอย่าง นอกจากนี้ยังมีนักแสดงที่มีชื่อเสียงอื่นๆอีกมากมาย’

 

เมื่อทั้งสามคนมองภาพตัวอย่างและรายชื่อนักแสดง

 

“เราไม่สามารถพลาดละครเรื่องนี้ได้!!” หลินหลี่ผู้ซึ่งเป็นแฟนคลับของอาซูและอามู่ เขาตบ โต๊ะอย่างแรง

 

“แค่ได้เห็นชื่อนักแสดงเหล่านี้ ฉันก็อยากดูแล้ว” จางเจิ้งเฉียงพยักหน้า

 

“ถูกต้องที่สุด” เย่ฉางพยักหน้าพร้อมกับกอดอก

 

อูนาฟังข้อสรุปต่างๆของพวกเขา เธอได้แต่ส่ายหน้า และเมื่อเธอดูฉากโมษณาของละครเรื่องนี้จบลง มันเป็นเรื่องราวหลังจากที่ อาซู, อามู่และอาเจิ้ง…พวกเขาได้ป่วยเป็นอัมพาตเนื่องจากเส้นเลือดในสมองแตก! พวกเขาไม่สามารถแม้แต่จะเปลี่ยนชื่อของตัวละครเก่านี้? … และยังมีกลุ่มนักศึกษาที่ชื่อว่า ‘น้ำตาสีเลือด’ อีก มันอะไรกันนี่! หน้าอกของอูนารู้สึกหนัก เธอแทบอยากจะทุบทีวี เธอเอามือก่ายหน้าผากและกล่าวด้วยความเหนื่อยล้าว่า “เราออกไปเดินเล่นข้างนอกกันเถอะ และเราไปหาอะไรอร่อยๆกินที่ร้านเถ้าแก่หวังกัน”

 

ทั้งสี่คนเดินออกจากอพาร์ตเมนต์ไป พวกเขาเดินเข้าซุปเปอร์มาร์เก็ตที่อยู่ใกล้ๆก่อน เพื่อซื้อสิ่งของที่จำเป็นในชีวิตประจำวันและนำมันกลับมาไว้บนอพาร์ตเมนต์ จากนั้นพวกเขาเดินมุ่งหน้าไปแถวย่านตลาดกลางคืน ที่เป็นที่อยู่ร้านเถ้าแก่หวัง

 

“หัวขาว คราวนี้ฉันจะสอนเทคนิคการย่างแบบลับเฉพาะของฉัน” เถ้าแก่หวังตะโกนบอกเย่ฉาง ที่กำลังเฝ้าสังเกตุอยู่ข้างๆ เขาสอนอย่างจริงจังเกี่ยวกับการใช้ไฟและควันในการย่าง เขาสอนเกี่ยวกับวิธีการจัดการกับกลิ่นคาวของเนื้อสัตว์ต่างๆ และยังสอนวิธีการควบคุมความร้อนในการย่างพวกผักต่างๆอีกด้วย

 

เย่ฉางแสดงออกเหมือนกับว่าเขาเข้าใจอยู่ทุกๆสองวินาที จางเจิ้งเฉียงเฝ้าดูและตกใจมาก ครั้งต่อไปพวกเขาจะต้องกินพวกอาหารย่าง เห็ดย่างและเนื้อย่างที่หมักไว้ในน้ำเมือกสไลม์อย่างแน่นอน …แค่เพียงคิด เขาก็รู้สึกว่าร่างกายของเขาเคว้งคว้างเหมือนจะเป็นลม

 

เย็นวันนั้นพวกเขาสั่งอาหารชุดปิ้งย่างมากิน แต่ละคนพยายามย่างของตัวเองและถึงแม้ว่ารสชาติจะไม่ดี แต่พวกเขาก็กินกันอย่างมีความสุข แต่เมื่อเย่ฉางย่างให้ทุกคนกิน ไม่มีสักคนเลยที่จะกินมัน เย่ฉางอยู่ในอารมณ์ที่ไม่ดีในขณะที่เขามองอูนา หัวใจของเขาเต็มไปด้วยความไม่เต็มใจและเขาพูดขึ้นว่า “เธอจะย่างแล้วรสชาติอร่อยกว่าฉันได้อย่างไรกัน? มันเป็นไปไม่ได้! ฉันเป็นถึงชายที่เข้าใจเทคนิคลับของการย่างเชียวนะ!”

 

อูนาถอนหายใจ ถ้าเธอปล่อยให้เขาย่างให้เธอกิน อาหารย่างนั้นมันแทบกินไม่ได้เลย จากนั้นพวกเขาเริ่มดื่มเบียร์และดูข่าวจากภาพโฮโลแกรมที่ฉายขึ้นมา “เกาหลีและญี่ปุ่นจะส่งนักเรียนแลกเปลี่ยนมายังเมืองหลินไห่ นอกจากนี้รุ่นพี่หลี่ซินยี่และรุ่นพี่จางวูหยุนได้จบการศึกษาและเริ่มทำงานแล้ว ดูเหมือนว่าแผนกศิลปะการต่อสู้จะมีงานล้นมืออยู่เต็มไปหมด”

 

จางเจิ้งเฉียงแสดงสีหน้าเหยียดหยามขึ้นมา เมื่อเขาคิดถึงเรื่องราวในวันนี้ “เฮ้! เพื่อน หลินหลี่ ในวันนี้ที่ฉันได้ไปพบกับผู้บริหารด้านการศึกษาของอาคารบริหารที่สาม พวกเขาตกลงที่จะให้ฉันเข้าร่วมการแข่งขันของมหาวิทยาลัยทั้งห้าด้วยล่ะ และภายใต้การร้องขอของฉัน พวกเขาตกลงที่จะให้เราทั้งสามคนร่วมทีมด้วย และยังให้เราผ่านการทดสอบแรก และสามารถเข้าร่วมการทดสอบในรอบที่ 2ได้เลย ทำให้เราสามารถเป็นพลเมืองระดับ2 ได้ง่ายขึ้น”

 

หลินหลี่กระโดดขึ้นอย่างมีความสุข “จริงๆหรือ!? แล้วถ้าเราชนะละ เราจะได้อะไรเป็นรางวัล?”

 

เย่ฉางไม่ได้แสดงปฏิกิริยาใดๆ เขาพูดด้วยเสียงไม่พอใจว่า “ชู่วๆ ~รางวัลที่พวกเขาให้มามันก็แค่ของลดราคานั่นแหละ ฉันแทบอยากจะระเบิดศูนย์บัญชาการของพวกเขาจริงๆ”

 

อูนาซึ่งตอนแรกกำลังมีความสุขและภูมิใจในตัวพวกเขาอยู่ เมื่อได้ยินคำไม่พอใจของเย่ฉาง เธอรู้สึกหายใจไม่ออก เธอจ้องมองเขาอย่างเงียบเชียบ ความคับแค้นมากแค่ไหนกันที่เขาแบกรับไว้อยู่ในหัวใจสีดำที่บิดเบี้ยวนั้น

 

***** กลุ่มลับถึงตอนที่210แล้วน่ะครับ******

 

ติดตามได้ที่  https://www.facebook.com/Peerless-White-Emperor-169875893804807/