0 Views

เนื่องจากเย่ฉางอยู่ห่างสไลม์มากกว่าคนอื่น ทำให้เขาโดนผลกระทบจากแสงที่สไลม์ปล่อยมาเพียงเล็กน้อย เขาเห็นว่ามันกำลังพยายามหลบหนีออกไปทางด้านขวาของจางเจิ้งเฉียง “อาเฉียง ทางทิศสี่นาฬิกา! เจื๋อนมันซะ!!”

 

แม้จางเจิ้งเฉียงจะติดสถานะตาบอด แต่เขายังคงมีการตอบสนองที่แม่นยำ เขาหันไปทางด้านขวาและพุ่งเข้าใส่ เขาชนเข้ากับบางสิ่งบางอย่างที่นุ่มและร้อนอย่างมาก เขาใช้โอกาสนี้ฟาดขวานไปข้างหน้า แสงที่สไลม์ปล่อยออกมาเริ่มทำให้เกิดความร้อนที่สูงขึ้น หลินหลี่เริ่มได้กลิ่นไหม้ จางเจิ้งเฉียงร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด “อ๊ากก!!”

 

เย่ฉางเฝ้าดูและก้าวกระโดดไปข้างหน้า “หลินหลี่ โจมตีมัน!!”

 

“พี่ใหญ่ขาว! ผมมองไม่เห็นอะไรเลย! มันสว่างมากเกินไป!” หลินหลี่ตะโกน

 

“เหวี่ยวขวานไปข้างหน้าหนึ่งเมตรจากตรงที่นายยืนอยู่!!” เย่ฉางตะโกนพร้อมปิดตาและหลบขวานของหลินหลี่ที่เหวี่ยงออกไปอย่างเฉียดฉิวจากหัวของเขา ร่างของเย่ฉางโค้งงอไปข้างหน้าเขาจับดาบ และพุ่งตัวเข้าหาสไลม์

 

หวืออ~ เขาแทงดาบเข้าไปในแสง ความรู้สึกร้อนแผ่กระจายไปที่มือและ HP ของเขาเริ่มลดลงเรื่อยๆ เขารีบดึงดาบออกและยังคงแทงเข้าไปอีกครั้งด้วยความรวดเร็ว

 

“เฮ้เพื่อน นายกับหลินหลี่รีบๆหน่อย ฉันจะตายแล้วโว้ย!!” จางเจิ้งเฉียงตะโกน HPของเขาลดลงเรื่อยๆและยังคงติดสถานะตาบอด เขาทนได้มากที่สุดอีกแค่3วินาที สไลม์เรืองแสงเริ่มเปล่งแสงสว่างมากยิ่งขึ้น

 

“แย่แล้ว!” เย่ฉางดึงดาบของเขากลับมาเพื่อแทงไปอีกครั้ง คราวนี้เขาแทงโดนสไลม์เต็มๆ น้ำเมือกเรืองแสงไหลออกจากบาดแผล ทันใดนั้นขวานของหลินหลี่ได้ฟาดลงมาและสร้างความเสียหายสุดท้ายและปลิดชีวิตของสไลม์ลงทันที

 

“ท่านประสบความสำเร็จใจการกำจัดสไลม์เรืองแสง ท่านได้รับ 100Exp”

 

หลังจากได้ยินประกาศของระบบ เย่ฉางและจางเจิ้งเฉียงได้ปลดปล่อยความตึงเครียดลง หากพวกเขาไม่ได้มีขวานอันป่าเถื่อนของหลินหลี่ พวกเขาคงถูกส่งกลับเมืองไปนานแล้ว

 

“ไอ้ตัวนี้มันให้ค่า Expเยอะดีแท้ พวกเราใกล้เลื่อนระดับแล้ว” จางเจิ้งเฉียงพูดขณะมองไปที่ HP ของเขาที่เหลือเพียง 3HP!

 

“ฉันเลเวล4แล้ว” เนื่องจากค่าประสบการณ์ในการทำอาหารสูตรความมืด ทำให้เย่ฉางไปถึงเลเวล4 เขาเพิ่ม 1แต้มไปยังค่าสถานะความว่องไวและมองไปยังซากศพสไลม์ที่ยังคงเรืองแสง เขาหรี่ตาและค่อยๆเอื้อมมือออกไป

 

จางเจิ้งเฉียงรีบก้าวไปข้างหน้าและล๊อกเย่ฉางจากข้างหลังไว้ “หลินหลี่ไปเก็บมันมา!!”

 

“ใจเย็นไว้เพื่อน! ไอ้ตัวนี้มันเป็นเผ่าพันธ์ุหายาก มันเป็นส่วนสำคัญที่จะทำให้เราเป็นมืออาชีพได้เชียวนะ นายไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับมัน ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของหลินหลี่ดีกว่า!” จางเจิ้งเฉียงตะโกน

 

“เชื่อฉัน ฉันไม่โชคร้ายเสมอไปหรอก! แน่นอนครั้งนี้หัตถ์พระเจ้าของฉันต้องสำแดงผลอย่างแน่นอน!” เย่ฉางไม่สามารถละสายตาจากศพของสไลม์เรืองแสงได้ เขาพยายามดิ้นรนและยื่นมือออกมาเพื่อจะไปจับมัน เขาไม่เต็มใจที่จะปล่อยให้คนอื่นไปแตะมันก่อน จางเจิ้งเฉียงกอดรั้งเขาไว้อย่างแน่นหนา

 

หลินหลี่มองไปรอบๆศพและเก็บแหวนขึ้นมา “พี่ใหญ่ขาว พี่ใหญ่เฉียง! ฉันได้บางสิ่งที่ดี!!”

 

จางเจิ้งเฉียงได้ปล่อยเย่ฉางและมองไปยังแหวนที่อยู่บนมือของหลินหลี่ มันเรืองแสงออกมาเล็กน้อยมันช่างดูสวยงามซะเหลือเกิน

 

Fluorescent Ring (Uncommon)

ประเภท: เครื่องประดับ

ความต้องการ: ไม่มี

Wisdom +1

คุณสมบัติ: ส่องแสงออกไปข้างหน้าและสร้างความเสียหาย5 ศัตรูที่โดนแสงจะติดสถานะตาบอด(ระยะเวลาคูลดาวน์ 1ชั่วโมง)

คำอธิบาย: แหวนที่ส่องแสงเล็กน้อยในเวลากลางคืน

 

“ไม่เลวเลยทีเดียว ยอดเยี่ยมมากหลินหลี่ ค่อก~ ค่อก~ ในฐานะพี่ใหญ่แหวนวงนี้ต้องเป็นของฉัน…” เย่ฉางเอื้อมมือออกไปคว้าแหวนเอาไว้

 

“คนที่เป็นพี่ใหญ่ควรเสียสละเพื่อน้องสิ” จางเจิ้งเฉียงพูดขณะเอื้อมมือออกไปคว้ามัน

 

“ผมเป็นคนเก็บมัน มันต้องเป็นของผมสิ” หลินหลี่คว้ามันกลับมาอีกครั้ง

 

ทั้งสามคนโต้เถียงและเปิดเผยความโลภของแต่ละคนออกมา สุดท้ายมันตกเป็นของจางเจิ้งเฉียง เพราะเขามีอาชีพเป็นนักบวชและต้องการค่าสถานะ Wisdom ของแหวน เขาคว้ามันคืนมา

 

“โอ้ ใช่อย่ามาตลกหน่อยเลย! นายเป็นนักบวชที่อัพแต่ค่าพลังกาย!! นายไม่จำเป็นต้องใช้แหวนวงนี้!” เย่ฉางตะโกนออกมา เมื่อเขานึกขึ้นได้ว่าจางเจิ้งเฉียงเป็นนักบวชที่อัพแต่ค่าพลังกาย

 

“ใช่แล้ว! เอาแหวนนั่นมา!” หลินหลี่พยักหน้าขณะกอดอก

 

“ใครบอกนาย! แม้ว่าฉันจะเพิ่มแต่ค่าพลังกาย แต่ฉันเป็นนักบวช นักบวชนั้นยังต้องการค่า Wisdom อยู่นะโว้ย!!” จางเจิ้งเฉียงตะโกนอย่างจริงจังและรีบสวมแหวนบนนิ้วของเขา

 

แม่งเขาไม่คิดแม้แต่จะเพิ่มสักหนึ่งแต้มไปที่ค่า Wisdom เลย! เย่ฉางขบฟันแน่นในขณะที่เขาก้มลงใช้สกิลรวบรวมไปบนศพของสไลม์เรืองแสงและได้รับ 2ดวงตา เจลและก้อนสไลม์เรืองแสง

 

ดวงตาสไลม์เรืองแสง: ดวงตาของสไลม์เรืองแสง กินได้

เจลของสไลม์เรืองแสง: ชิ้นส่วนเรืองแสงบนร่างกายของสไลม์ กินได้

ก้อนของสไลม์เรืองแสง: ก้อนของสไลม์เรืองแสง กินได้

 

“ฟื้นฟู HP ก่อน เราจะได้ออกค้นหากันต่อ แหวนวงนี้น่าจะช่วยเราได้หลายครั้ง” เย่ฉางหยิบ สตูว์หมาป่าเขียวที่เหลืออยู่ครึ่งหม้อออกมาและโยนวัตถุดิบของสไลม์เรืองแสงใส่ลงไป เขาพูดออกมาเบาๆว่า “มันยังอุ่นอยู่เราต้องกินมันอย่างรวดเร็วก่อนที่มันจะเย็น…”

 

ความสุขจากการได้รับแหวนเปลี่ยนมาเป็นรอยยิ้มที่ขมขื่นในทันที พวกเขายื่นชามออกมา แต่ก่อนพวกเขาต้องการล่าหมาป่าหรือหมูป่าในการน้ำเนื้อและกระดูกมาทำสตูว์เนื้อ แต่หลังจากคิดแล้วพวกเขาสามารถใช้ซุปหมาป่าเขียวเพื่อขับไล่สัตว์ร้ายเหล่านี้ได้

 

ขณะที่พวกเขาเดินเข้ามาใกล้ต้นไม้ที่สูงตระหง่า มันดูเหมือนจะทำให้จิตใจปลอดโปร่ง ภายใต้แสงจันทร์หัวใจของพวกเขากลายเป็นสงบมากยิ่งขึ้น

 

ทั้งสามคนมองต้นไม้โบราณภายใต้แสงของจันทรา เถาวัลย์ห้อยลงมาผ่านใบไม้สีเขียวขจี เย่ฉางคาดว่าต้นไม้นี้น่าจะมีความสูงอย่างน้อย 30เมตร

 

“นี่น่าจะเป็นต้นไม้โบราณที่คุณยายริก้ากล่าวถึง…” จางเจิ้งเฉียงมองต้นไม้โบราณด้วยความรู้สึกผ่อนคลาย

 

เย่ฉางสังเกตว่ามีบางสิ่งบางอย่างอยู่ใกล้กับรากขนาดใหญ่ของต้นไม้โบราณ ทั้งสามคนตกอยู่ในความเงียบและค่อยๆลดร่างกายของพวกเขาและเดินไปสำรวจที่บริเวณพุ่มไม้ เย่ฉางดึงธนูของเขาออกจากกลางหลังในขณะที่เขาค่อยเดินเข้าไปใกล้รากของต้นไม้โบราณ และส่งสัญญาณให้คนอื่นๆเตรียมพร้อมต่อสู้ เขาดึงคันธนูของเขาไปทางบริเวณใกล้ๆรากไม้ แม้ว่ามันจะมืดมิดแต่ก็ยังมีแสงจันทร์สาดส่องลงมา พวกเขาจึงสามารถมองเห็นเงาของเด็กที่ขดตัวและสั่นกลัวอยู่ภายในหลุม เย่ฉางลดธนูลงอย่างรวดเร็ว “เจส?”

 

เด็กชายได้ยินเสียงคนเรียกชื่อของเขา เขามองเห็นผู้ชายยืนถือธนูอยู่ข้างหน้า เขารีบคลานออกมาจากที่ซ่อนอย่างมีความสุข เด็กชายที่สวมหมวกขนสัตว์และเสื้อผ้าที่สกปรกมอมแมมได้ปรากฏตัวต่อหน้าทั้งสามคน

 

“คุณยายริก้าขอให้เราช่วยพานายกลับบ้าน…” เย่ฉางมองไปยังเจสและยื่อมือไปสัมผัสใบหน้าของเด็กน้อย “เราไปกันเถอะหนุ่มน้อย”

 

ในเวลาต่อมาเย่ฉางรู้สึกว่าดวงจันทร์เริ่มมืดลง พื้นดินถูกปลกคลุมด้วยเงา เจสแสดงท่าทางตกใจด้วยใบหน้าที่ซีดเซียว เขารู้สึกเสียวสันหลังและใจของเขาเหมือนดิ่งลงไปในเหว “ไม่ดีแล้ว”

 

“เพื่อน!” จางเจิ้งเฉียงตะโกนออกมา

 

เย่ฉางดึงตัวของเจสเข้ามา และส่งแรงจากเท้าขวาลงไปที่พื้นก่อนที่จะพุ่งตัวออกไปทางซ้าย มีบางอย่างบินเฉียดแก้มของเขาไปจากทางด้านหลัง ลำแสงนั้นได้เผาเส้นผมของเขาไปบางส่วน

 

เย่ฉางรีบวิ่งและดึงเจสขณะที่เขากำลังกลิ้งไปบนพื้น เขารีบลุกขึ้นและมองย้อนกลับไป สิ่งที่เขาเห็นคือตัวประหลาดที่มีรูปร่างเหมือนมนุษย์และมีความสูงถึง 3เมตร มันมีหัวเหมือนหมาป่าแบล๊คฟูรแฟรอลวูลฟ์และแขนที่ดูแข็งแกร่งเป็นอย่างมาก มันทิ้งร่องรอยของกรงเล็บไว้บนต้นไม้ถึงสามรอย ดวงตาของมันเต็มไปด้วยความบ้าคลั่ง มันส่งเสียงหอนที่ทำให้ผู้คนรู้สึกหวาดกลัวเป็นอย่างมาก