0 Views

เย่ฉางไม่สนใจบาดแผลจากกรงเล็บหมาป่าที่โจมตีมา เขาตรึงหมาป่าไว้ข้างล่างตัวเขาและฆ่ามัน เขามองค่าสถานะของตัวเองและพบว่า HP ของเขาเหลืออยู่ 6! เขาหัวเราะอย่างขมขื่น

 

อีกด้านหนึ่ง ด้วยความช่วยเหลือของหลินหลี่ทำให้แรงกดดันของจางเจิ้งเฉียงลดน้อยลง เขาเพิ่มค่าสถานะพลังกายมากกว่าคนอื่น ทำให้เขายืนหยัดได้นานกว่าผู้เล่นทั่วไปเล็กน้อย เขาโดนกรงเล็บของหมาป่าโจมตีถึงสามครั้งแต่ HP ของเขาลดเพียงแค่ 1ใน3 เท่านั้นเอง เขาผลักดันหมาป่าข้างหน้าออกไปและเข้าไปช่วยหลินหลี่เพื่อฆ่าตัวที่อยู่ข้างหลังเขา ทั้งสามคนลงมือกำจัดหมาป่าที่อยู่ข้างหลังจางเจิ้งเฉียงก่อนที่พวกเขาจะกำจัดที่ตัวเหลือ พวกเขานั้นไม่มีทักษะสกิลใดๆ ทำได้เพียงแค่การโจมตีปกติเท่านั้น หากผู้เล่นกลุ่มอื่นอยู่ในสถาณการณ์เช่นนี้ พวกเขาคงตื่นตระหนกจนถูกสังหารกลับไปเกิดใหม่ที่เมืองแล้ว ยิ่งไปกว่านั้นในเวลากลางคืนพวกมอนเตอร์จะดุร้ายและแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น

 

หลินหลี่ทำการค้นศพของหมาป่าแบล๊คฟูรแฟรอลวูลฟ์และดึงเอาแผนที่หนังแกะที่ปกคลุมไปด้วยน้ำลาย “พี่ใหญ่ขาว ผมพบอะไรบางอย่าง!”

 

จางเจิ้งเฉียงค้นหาอีกศพนึงของหมาป่าแบล๊คฟูรแฟรอลวูลฟ์ “เพื่อน ฉันได้ Wolf Tooth Necklace”

 

Wolf Tooth Necklace (Common)

ประเภท: เครื่องประดับ

พลังโจมตี: +1

 

เย่ฉางหันหัวของเขาและคิดว่าหมาป่าพวกนี้มันให้ของที่แจ่มจริงๆ เขามองไปยังหมาป่าที่เขาได้กำจัดและค้นศพของมัน จางเจิ้งเฉียงและหลินหลี่เฝ้ามองดูการกระทำของเย่ฉาง เขาพลิกหาทั้งซ้ายและขวาและในที่สุดเขาก็ลุกขึ้นยืนและเดินไปยังศพหมาป่าอีกสองตัวที่เหลือก่อนที่จะดำเนินการค้นหาต่อไป เขาค้นหาด้วยความหงุดหงิดและหวังว่าจะมีบางสิ่งบางอย่างหล่นลงมา ในที่สุดเขาได้โยนศพหมาป่าลงไปที่พื้นและกรีดร้องว่า “ระยำเอ้ย! ไอ้ระบบลำเอียง”

 

“…” จางเจิ้งเฉียงและหลินหลี่ถึงกับพูดไม่ออกเลยทีเดียว

 

เย่ฉางใช้สกิลเก็บเกี่ยวของเขากับหมาป่าทั้งสามตัวและได้รับ: หนัง เขี้ยว เนื้อ หัวใจและกระดูกของหมาป่าแบล๊คฟูรแฟรอลวูลฟ์

 

เนื้อของหมาป่าแบล๊คฟูรแฟรอลวูลฟ์ : กินได้ มีกลิ่นเหม็น หัวใจของหมาป่าแบล๊คฟูรแฟรอลวูลฟ์ : กินได้ ค่อนข้างอร่อย กระดูกของหมาป่าแบล๊คฟูรแฟรอลวูลฟ์ : มีแคลเซียม

 

“ตอนนี้รีบฟื้นฟูHPกันก่อน” เย่ฉางนำหม้อเหล็กออกมา เขาจุดไฟและเริ่มปรุงอาหารอย่างซุปเห็ดเขียว จางเจิ้งเฉียงและหลินหลี่พยักหน้าอย่างเกรงกลัว ใช้ประโยชน์ของไฟจากการทำอาหาร พวกเขาทั้งสามมองไปที่แผนที่ มีเข็มทิศอยู่ตรงกลางเพื่อบอกทิศทาง มีเครื่องหมาย X อยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองใกล้กับแม่น้ำบนโขดหิน

 

“เพื่อน…นี่น่าจะเป็นที่ซ่อนสมบัติ!!” จางเจิ้งเฉียงมองไปบนแผนที่หนังแกะอย่างมีความสุข

 

“รอจนกว่าพวกเราจะเสร็จสิ้นภารกิจค้นหาเจส เราจะหาพลั่วและไปขุดสมบัติกันที่นั่น!!” เย่ฉางพยักหน้าเบาๆ หลินหลี่ตื่นเต้นอย่างแรง ส่วนสร้อยคอที่ได้มาเย่ฉางแอบยึดไว้ใช้เอง

 

ในเวลาต่อมา กลิ่นเหม็นจากหม้อได้โชยออกมา มันดับความตื่นเต้นของทั้งสามคนอย่างสิ้นเชิง พวกเขารู้สึกสิ้นหวังถึงแม้พวกเขาจะกินไปสามครั้งแล้วก็ตาม…มันช่างน่าสยดสยองยิ่งนัก

 

“เฮ้ เพื่อน บางทีนายน่าจะโยนเนื้อของหมาป่าลงไปมันอาจจะทำให้รสชาติดีขึ้น…” จางเจิ้งเฉียงมองไปยังซุปสีเขียวที่เดือดปุดๆจนแทบจะร้องไห้ หลินหลี่รีบพยักหน้าอย่างรวดเร็ว

 

เย่ฉางรีบดึงเนื้อส่วนขา ซี่โครง กระดูกและหัวใจโยนใส่ลงไปในหม้อและกวนมันด้วยไม้ กลิ่นเหม็นเริ่มรุนแรงมากยิ่งขึ้น ทั้งสามเริ่มมองเห็นปัญหาที่อยู่ในหม้อ พวกเขาเห็นซุปที่อยู่ในหม้อจากสีเขียวอ่่อนค่อยๆกลายเป็นสีเขียวเข้ม เสียงของฟองที่เดือดเหมือนเสียงกรีดร้องของหมาป่าที่ดุร้าย

 

“ยินดีด้วย ท่านประสบความสำเร็จในการทำอาหารสูตรแห่งความมืด กรุณาตั้งชื่อ ท่านได้รับค่า ประสบการณ์ในการทำอาหารเพิ่มขึ้น +5%”

 

เย่ฉางจ้องมองอย่างว่างเปล่าและพูดว่า “สตูว์หมาป่าสีเขียว”

 

สตูว์หมาป่าสีเขียว(อาหารแห่งความมืด): ในขณะที่กินอาหารจะฟื้นฟู 3HP ทุก5วินาทีและยังได้รับความแข็งแกร่ง+1 และต้านทานพิษ+4
คำอธิบาย: อาจทำให้เกิดอาการคลื่นใส้ ความรู้สึกไม่สบายและผลข้างเคียงอื่นๆ

 

“เพื่อน นายแน่ใจหรอที่จะกินมัน?” จางเจิ้งเฉียงถามด้วยอาการสั่นสะท้าน

 

หลินหลี่ชี้ไปที่หมูป่าและหมาป่าที่อยู่ใกล้กับพวกเขา ทั้งสามคนหันหลังเข้าหากันและมองหมูป่ากับหมาป่าที่ค่อยๆเดินเข้ามาใกล้ๆจนได้กลิ่นของอาหาร พวกมันหยุดชะงักนิ่งครู่นึงก่อนที่จะวิ่งหนีออกไปอย่างรวดเร็ว

 

“…” ทั้งสามคนจ้องกันและกันด้วยสีหน้าว่างเปล่า พวกเขาหันกลับไปมองสตูว์สีเขียวเข้มด้วยอาการสั่นสะท้าน

 

เย่ฉางยกชามและหันไปจ้องมองอย่างรวดเร็วที่จางเจิ้งเฉียงและหลินหลี่ เขายกชามขึ้นมาด้วยความสั่นเทา “มีแต่ต้องผ่านความทุกข์ทรมานก่อน ถึงจะได้พบความสุขที่แท้จริง”

 

ทั้งสองคนมองเย่ฉางที่เปี่ยมล้นไปด้วยความกล้าหาญ เขายกชามขึ้นมาและกินมันอย่างรวดเร็ว พวกเขาทั้งสองคนกัดฟันและยกชามขึ้นมาพร้อมกับลงมือกินด้วยความเจ็บปวดทรมาน

 

หลังจากที่พวกเขาทั้งสามฟื้นฟู HP จนเต็ม พวกเขาแต่ละคนพยายามล้วงคอของตัวเองเพื่อคายของที่กินไปออกมา เย่ฉางวางหม้อที่เหลืออีกครึ่งนึงและมองไปที่สหายของเขาอย่างอ่อนแรง “เราไปกันเถอะ”

 

“เพื่อน ฉันรู้สึกว่าแผนการที่ฉันต้องไปขายขนมผัด และหลินหลี่ต้องไปขายขนมปังแยม มันฟังดูดีจริงๆในตอนนี้ … ” จางเจิ้งเฉียงบ่นพึมพำ

 

เย่ฉางพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “หยุดพูดไร้สาระได้แล้ว พวกเรามีเป้าหมายคือการเป็นนักเล่นเกมมืออาชีพเท่านั้น!!” ทั้งสองคนถอนหายใจ

 

พวกเขาถือคบเพลิงและทำการค้นหาต่อไป พร้อมทั้งทำเครื่องหมายไว้ตามจุดต่างๆ เพื่อพวกเขาจะได้ไม่หลงทาง

 

พวกเขาได้ทำการค้นหามาหลายชั่วโมงและไม่พบร่องรอยใดๆ เย่ฉางได้ทำสตูว์หมาป่าอีกครั้ง โดยครั้งนี้เขาได้เพิ่มเห็ดป่าลงไป แต่รสชาติและกลิ่นก็ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง

 

“มันน่าจะเป็นทางนี้!” ภายใต้แสงจันทร์ท่ามกลางเงาของต้นไม้ พวกเขาทั้งสามยังทำการค้นหาต่อไป

 

“ทำไมเราถึงไม่เห็นสไลม์เลยสักตัว” หลินหลี่ถาม

 

“อย่าพูดถึงพวกมัน แค่คิดเกี่ยวกับมันฉันก็รู้สึกแย่แล้ว พวกมันอาจจะไม่ใช่มอนเตอร์ที่ออกหากินในเวลากลางคืน” จางเจิ้งเฉียงปิดปากของตัวเองอย่างรวดเร็ว

 

“หยุด! มีบางอย่างตรงนั้น” เย่ฉางหยุดและเห็นบางสิ่งบางอย่างในพุ่มไม้ที่อยู่ด้านซ้าย ด้านหน้าของคบเพลิงได้มีบางอย่างเรืองแสงออกมา

 

“ผู้เล่น?” จางเจิ้งเฉียงเดินนำออกไป

 

“มันไม่ใช่แสงจากไฟ น่าจะเป็นสัตว์หรือวิญญาณอะไรบางอย่าง…” เย่ฉางส่งสัญญาณให้พวกเขาล้อมรอบมัน “หลินหลี่ นายไปด้านขวา…”

 

หลินหลี่พยักหน้าและค่อยๆเดินไปทางด้านขวา

 

เย่ฉางเดินไปทางด้านซ้ายและค่อยๆยกหัวของเขาขึ้น เพื่อมองผ่านก้อนหินขนาดใหญ่ สไลม์ขนาดใหญ่เปล่งแสงออกมาขณะกัดกินพุ่มไม้ เขาขยี้ตาและมองอีกครั้ง “สไลม์?”

 

สไลม์เรืองแสง(มอนเตอร์ระดับUncommon): เป็นมอนเตอร์เผ่าพันธ์ุสไลม์ มีน้อยมากในเผ่าพันธ์ุที่สามารถเรืองแสงได้และชอบหากินในเวลากลางคืน

 

“ไอตัวนี้รสชาติน่าจะดีกว่า…” จางเจิ้งเฉียงค่อยๆขยับและรอสัญญาณของเย่ฉาง

 

เย่ฉางค่อยนำธนูและลูกธนูออกจากหลังของเขา เขาก้ม ยืดตัว ดึง เล็งและยิงไปที่สไลม์ “ลุย”

 

บางทีอาจเป็นเพราะความรู้สึกอันตราย สไลม์กระโดดย้ายที่ ลูกศรเลยพุ่งไปโดนตาขวาของสไลม์เรืองแสงแบบงงๆ สไลม์เรืองแสงได้ทำการพ่นน้ำเมือกออกมา

 

“ไป!” เย่ฉางตะโกนและวิ่งออกไปอย่างไม่เต็มใจ พลังของธนูนั้นน้อยและช้าจนเกินไป ทั้งสามคนล้อมรอบสไลม์เรืองแสงเป็นรูปสามเหลี่ยมและค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ๆ

 

“@#!%…” สไลม์เรืองแสงส่งเสียงดังออกมา ดวงตากลมโตและร่างกายเปล่งแสงมากยิ่งขึ้น ทำให้พวกเขาทั้งสามคนรู้เหมือนตาบอดไปชั่วขณะ สภาพป่าโดยรอบสว่างขึ้นทันที!