0 Views

อพาร์ทเมนต์ของทั้งสามคนตอนนี้กลายเป็นบ้านชั่วคราวของอูนา เธอขนเสื้อผ้าและซื้อของใช้ที่จำเป็นบางอย่าง ขนเข้าไปไว้ในห้องเย่ฉาง เธอยึดห้องของเย่ฉางไปเป็นห้องของตัวเองเรียบร้อย ถึงแม้ว่าเย่ฉางจะให้ความมั่นใจกับเธอว่าปลอดภัยแล้ว และเธอสามารถอยู่ที่อพาร์ทเมนต์ของเธอได้ แต่เธอก็ยังคงยืนยันที่จะอยู่กับพวกเขา จางเจิ้งเฉียงและหลินหลี่ไม่ขัดข้องที่มีสมาชิกใหม่เพิ่มเข้ามา ในความเป็นจริงพวกเขาสองคนมีความสุขมากด้วยซ้ำ อย่างน้อยก็มีคนหาอาหารให้กิน เย่ฉางพยายามหาหนทางที่จะคัดค้าน แต่เมื่อเขาคิดถึงความหวาดกลัวที่เธอได้รับจากเหตุการณ์เมื่อคืนนี้ เขาจึงจำเป็นต้องยอมให้เธออยู่ด้วย

 

หลังจากที่อูนาได้เข้ามาอยู่ด้วยเพียงแค่วันเดียว ทั้งสามคนรู้สึกเหมือนว่าอาพาร์ทเมนต์ได้กลายเป็นที่อยู่อาศัยของมนุษย์มากขึ้น ในห้องน้ำมีแปรงสีฟันสี่อันที่จัดอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย พื้นห้องน้ำและแม้กระทั่งกระจกตอนนี้สะอาดปราศจากรอยคราบสกปรกใดๆ และมีแชมพูยี่ห้อหนึ่งที่พวกเขาสามคนไม่รู้จักอีกด้วย

 

“แล้วอพาร์ทเม้นของเธอจะปล่อยทิ้งให้ว่างเปล่าแบบนั้นหรือ?” จางเจิ้งเฉียงถามขึ้นมาตอนทานอาหารค่ำ

 

“ฉันให้บริษัทที่รับจ้างหาคนเช่ากำลังหาคนให้มาเช่าอยู่ และตอนนี้ก็มีคนสนใจเช่าแล้วเป็นสาวน้อยคนหนึ่ง เธอยังให้ราคาดีอีกด้วย” อูนายิ้ม

 

“เอาล่ะ เราอย่าถามอะไรมากอีกเลย ตอนนี้มาฉลองต้อนรับสมาชิกใหม่กันดีกว่า เอ้า! มาชนแก้วกันดีกว่า ไชโย!” เย่ฉางกล่าวพร้อมยกกระป๋องเบียร์ขึ้น อีกสามคนยกกระป๋องเบียร์ขึ้นและชนกันพร้อมกับตะโกนไชโย

 

อูนามองไปที่เย่ฉางและตกอยู่ในห้วงความคิด เป็นเวลาสองปีแล้วหลังจากที่พ่อแม่ของเธอได้พบกับอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดและเสียชีวิตไป ในตอนนั้นเธอกลายเป็นคนเย็นชาอย่างมาก เขาเป็นคนที่ละลายน้ำแข็งที่เกาะกุมหัวใจของเธอและคอยผลักดันให้เธอไล่ตามความฝัน เธอฝันอยากเป็นนักร้องทั้งๆที่เธอรู้ดีว่าเสียงของเธอไม่ได้เพราะอะไรมากมาย และเธอรู้ว่าไม่มีพรสวรรค์ในด้านนี้ แต่เขาก็คอยสนับสนุนเธอมาตลอด อย่างไรก็ตามเมื่อเธอขึ้นร้องเพลงบนเวที เธอก็มีความสุขที่สุด เย่ฉางจางเจิ้งเฉียงและหลินหลี่เป็นผู้ชมคนแรกของเธอ พวกเขายืนอยู่ด้านล่างเวทีคอยให้กำลังใจ ด้วยเหตุนี้เธอจึงชอบเขามากๆ เธอพยายามให้เขาเปิดใจรับเธอ แต่เมื่อเธอเข้าใกล้เขามากเท่าไหร่เหมือนกับว่าเขาได้อยู่ไกลออกไปทุกที บางครั้งเขาก็ดูเย็นชาราวกับหิมะ แต่เมื่อใดก็ตามที่เธอต้องการความช่วยเหลือ เขาจะอยู่ที่นั่นเสมอ เขาดูท่าทางเหมือนคนอ่อนแอแต่เขานั้นแข็งแกร่งอย่างมาก…เธอส่ายหัวเพื่อหยุดความคิดที่ล่องลอยของเธอ เธอข่มความเศร้าโศกและคิดในใจว่า “อืม…ยังไงมันก็ผ่านไปตั้งสองปีแล้ว…”

 

“พี่ใหญ่ขาว! ละครเรื่อง [ศึกพิศวาสสองพี่น้อง] จะออกอากาศในคืนนี้ ผมได้ยินมาว่าวันนี้มีฉากที่พวกเธอตบตีกันด้วยมือเปล่าด้วยนะ!” หลินหลี่พูดขึ้นด้วยสีหน้าตื่นเต้น

 

“ละครเรื่องนี้ตอนนี้ฮิตมากเลยหรอ? ฉันคงต้องดูซะแล้วสิ…” อูนาพูดขึ้นความสนใจจนจางเจิ้งเฉียงชักอยากรู้อยากเห็น แม้ว่าเขาจะไม่ใช่แฟนละครเรื่องนี้ แต่จากการฟังหลินหลี่และเย่ฉางพูด เขาจะต้องดูเรื่องนี้ให้ได้

 

เมื่อละครฉาย อูนาดูละครด้วยใบหน้ามุ่ยและขมวดคิ้ว ในละครมีแต่ฉากพี่น้องสองคนทะเลาะกัน ตบตี ดึงผม ดึงเสื้อผ้าของกันและกันตามสถานที่ต่างๆเช่น ตามถนน ในบ้านของพวกเธอ ในห้างสรรพสินค้า ในห้องน้ำสวนสาธารณะ มันเป็นละครแบบนั้น เมื่อมองไปที่พวกเขาทั้งสามคนซึ่งกำลังจดจ่ออย่างจริงจังกับละคร เธอหัวเราะและกล่าวว่า “พวกนายเปลี่ยนไปดูละครเรื่อง [การผจญภัยของหนุ่มฮอต] ดีไหม? ละครเรื่องนี้มีแฟนๆติดตามเยอะมากเลยทีเดียว…”

 

เวลาดูเหมือนจะหยุดนิ่งลง ขณะที่ทั้งสามคนหันมามองเธอด้วยสายตาที่ดูถูก จากนั้นพวกเขาแกล้งทำเป็นว่าไม่ได้ยินอะไรและหันกลับไปดูละครต่อ เย่ฉางถามอย่างสงสัยว่า “พวกนายคิดว่าแฟนของเธอที่ชื่ออาเจิ้ง ไข่ของเขาสร้างขึ้นมาใหม่จากอะไร? เพราะตอนที่แล้วไข่ของเขาได้ถูกบดบี้จนแตกไปแล้ว แต่มาตอนนี้มันกลับมาขยายตัวเหมือนเดิม นี่มันน่าเหลือเชื่อมากเกินไปแล้ว”

 

“มันเป็นเพราะว่าในเรื่องนี้ ยังไงมันจำเป็นต้องมีไข่ของเขา ไม่มีเหตุผลหรือตรรกะอะไรที่อยู่เบื้องหลังมันทั้งนั้น” จางเจิ้งเฉียงกล่าวขณะกอดอกและยกคิ้วขึ้น

 

“ใครบอกกัน? พี่ยังไม่เคยดูมาตั้งแต่ต้น ก่อนหน้านั้นอาเจิ้งได้เป็นศิษย์และศึกษาวิชากับพระนอกรีตเป็นเวลาสองปี ผมแน่ใจว่าพระนอกรีตนั้นเป็นพวกอยู่ยงคงกระพัน และเขาได้สอนเทคนิคลับการฟื้นฟูไข่ให้แก่อาเจิ้งอย่างแน่นอน” หลินหลี่โต้เถียงอย่างจริงจัง

 

อูนารู้สึกเหมือนกำลังถูกปืนยิงเข้าที่หัวของเธอ คำพูดของหลินหลี่ยิ่งไร้สาระมากกว่าคนที่เขียนบทละครเสียอีก เย่ฉางและจางเจิ้งเฉียงพยักหน้าอย่างเห็นด้วย เหมือนพวกเขาอยู่ในที่มึดแล้วจู่ๆเห็นแสงสว่าง “อืม มันเป็นอย่างนี่เอง…”

 

อูนาเริ่มสงสัยว่าการตัดสินใจย้ายเข้ามาอยู่กับพวกเขาเป็นความคิดที่ดีหรือไม่ พวกเขาเมินเฉยต่อการชักชวนให้เปลี่ยนช่องของเธอ ทั้งที่ละครเรื่องนี้ตลอดทั้งเรื่องมีแต่ฉากทะเลาะตบตีแย่งผู้ชายกัน ดึงผม ฉีกเสื้อผ้า ฉีกถุงน่องและบีบไข่ ส่วนบทสนทนาก็มีแต่คำด่าที่หยาบคาย มีเสียงกรีดร้องตอนที่พวกเธอกระโจนเข้าตบตีกัน ฉากแอคชั่นในละครไม่มีอะไรเลยนอกจากฉากตบตีกัน แต่พวกเขาทั้งสามคนก็ยังปรบมือเชียร์อย่างสนุกสนาน หลังจากเธอทนดูละครเรื่องนี้มาสองชั่วโมงครึ่ง…ละครก็จบลง เธอถอนหายใจยาวๆ เธอได้ผ่านพ้นช่วงทุกข์ทรมานไปแล้ว

 

“พี่ใหญ่ขาว ตอนนี้สนุกมากเลย เรามารีเพลย์ดูอีกครั้งกันดีไหม?” หลินหลี่พูดขึ้นด้วยความประทับใจ ***มันน่าจะเป็นระบบอัดไว้แล้วดูซ้ำได้***

 

“เป็นความคิดที่ดี งั้นเรามาดูอีกรอบกันเถอะ!” เย่ฉางลูบคางและอนุมัติทันที ส่วนจางเจิ้งเฉียงซึ่งได้ค้นพบว่าในฉากหนึ่งนั้น เขาเห็นภาพหยดน้ำซึ่งเขาสงสัยว่าเลนส์กล้องตอนถ่ายอาจมีหยดน้ำติดอยู่แต่เขายังไม่แน่ใจ เขาจึงต้องการที่จะดูอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจในข้อสงสัยของเขา เขาจึงพยักหน้า

 

อูนากำลังดึงผมของเธอและมีท่าทางเหมือนคนบ้า เธอมองไปที่ทั้งสามอย่างเป็นฟืนเป็นไฟและพูดอย่างเย็นชาว่า “ถ้าพวกนายดูมันอีกครั้ง ฉันจะทำเหมือนฉากในละครให้กับพวกนายทุกๆคนเลย…”

 

ทั้งสามคนมองผมที่รุงรังและดวงตากระหายเลือดของเธอ พวกเขาเอามือกุมของรักของหวงของแต่ละคนไว้อย่างไม่รู้ตัว

 

ในตอนดึก อูนาได้ยินเสียงกรนของหลินหลี่เป็นระยะๆ แม้ว่าเธอจะอยู่ในห้องสีดำมืดแต่เธอก็ไม่รู้สึกกลัว เธอรู้สึกถึงความปลอดภัย เธอมองออกไปที่ระเบียงและเห็นเงาสีขาวยืนอยู่ เขายังไม่นอนอีกหรือ? นี่ก็ดึกมากแล้วเขาไปทำอะไรที่ระเบียง? ดูดาว?

 

เย่ฉางมองกระป๋องเบียร์ที่อยู่ในมือของเขาด้วยความเหม่อลอยเล็กน้อย “อืม ในตอนนั้นมันก็เป็นยี่ห้อนี้…”

 

“อาเฉียง อาฉาง พวกนายยังเด็กอยู่ไม่สามารถดื่มเบียร์ได้! แต่วันนี้ร้านดอกไม้ของเราได้ถูกจ้างให้ไปจัดดอกไม้ในงานแต่งขนาดใหญ่ ดังนั้นฉันจึงอนุญาติให้พวกนายดื่มได้คนละกระป๋อง~ เอ้า~ ชน!”

 

“นี่! ฉันบอกแล้วไงว่าดื่มได้คนละกระป๋อง! ทำไมพวกนายยังเปิดกระป๋องใหม่อีก?”

 

เย่ฉางเงยหน้ามองดวงจันทร์และยิ้มเศร้าๆ อูนารู้สึกเจ็บปวดที่อกของเธอ เขากำลังคิดอะไรอยู่? ทำไมเขาถึงยิ้มเศร้าๆเช่นนั้น? อูนารู้สึกเหมือนว่าเขากำลังยืนอยู่ในหิมะและรอคอยฤดูใบไม้ผลิที่จะมาถึง เธอยังไม่รู้อะไรเกี่ยวกับตัวเขาเลย อดีตของเขาหรือสิ่งที่เขากำลังคิด เธอค่อยๆลุกขึ้นจากเตียงและเดินมาข้างๆเขา “นายกำลังคิดอะไรอยู่?”

 

“ไม่มีอะไร เพียงแค่คิดถึงเหตุการณ์ในอดีตนิดหน่อย…” เย่ฉางดื่มเบียร์ที่เหลืออยู่จนหมด เขาลูบหัวเธอด้วยรอยยิ้ม “ยัยน้องสาว~”

 

“คนบ้า! เราอยู่ในชั้นเดียวกัน อย่ามาแซวฉันแบบนี้!” อูนากลอกตาของเธอ แต่เธอก็ยังคงอนุญาติให้เขาลูบหัวเธอต่อ

 

“เธอควรไปนอนได้แล้ว…” เย่ฉางกล่าวด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน จากนั้นเขาเดินกลับไปในห้อง อูนาถอนหายใจและเงยหน้ามองดวงจันทร์และยิ้ม “อืม~…”

 

ช่วงบ่ายของวันต่อมา ทั้งสี่คนเข้าสู่เกม

 

ณ หมู่บ้านมือใหม่จริงๆนะ

 

กลุ่มเย่ฉางทั้งสามคนเดินไปที่ร้านค้าของคุณยายริก้า และเติมวัสดุสิ่งของที่จำเป็นของพวกเขา พวกเขาอยู่ครู่หนึ่งเพื่อหยอกล้อเจสก่อนจะออกเดินทางต่อ

 

เมื่อฟังคำแนะนำของเย่ฉางและคำเตือนของจางเจิ้งเฉียงแล้ว หลินหลี่กระโดดอย่างมีความสุขและมุ่งหน้าไปที่จัตุรัสของหมู่บ้านเพื่อตามหาน้องคนเล็กของทีม เมื่อผู้คนเห็นขวานยักษ์ที่อยู่ด้านหลังของหลินหลี่ พวกเขารู้สึกอิจฉาริษยา บางคนแทบอยากอุ้มหลินหลี่ออกไปนอกหมู่บ้านเพื่อปล้นเอาขวาน ผู้หญิงบางคนอยากได้เขาเป็นแฟน บางคนอยากชวนเขามาเข้าปาร์ตี้

 

เมื่อเย่ฉางและจางเจิ้งเฉียงมาถึงที่จุดนัดพบกับพวก ThornyRose แล้ว เขามองในช่องเพื่อนเห็นว่าเธอออนไลน์แล้ว เขาจึงติดต่อกับเธอ “ยังมาไม่ถึงอีกหรือ?”

 

ThornyRose ได้รับข้อความและถอนหายใจ “เรากำลังเตรียมตัวอยู่ คงจะใช้เวลาอีกไม่นาน”

 

เย่ฉางสิ้นสุดการสนทนา เขาและจางเจิ้งเฉียงนั่งลงบนพื้นหญ้าเพื่อคอยพวกสาวๆและหลินหลี่มาถึง จากนั้นค่อยคิดวางแผนกลยุทธ์สำหรับการทำเควสครั้งต่อไป

 

ติดตามก่อนใครได้ที่    https://www.facebook.com/Peerless-White-Emperor-169875893804807/