0 Views

เย่ฉางเอื้อมมือไปแกะเทปออกจากปากของเธอ และดึงผ้าที่ยัดอยู่ในปากของเธอออก

 

ตาของอูนารู้สึกหนักและค่อยๆปิดตาลงอย่างช้าๆ บางทีอาจเป็นเพราะเธอรู้สึกเหนื่อยล้าเกินไป หรือว่าเธอโล่งใจที่เพิ่งจะพ้นจากอันตราย หรือบางทีอาจเป็นเพราะว่าเธอเห็นเงาสีขาวที่ปกคลุมด้วยสีแดงที่พุ่งมาช่วยเธอไว้ เธอรู้สึกว่าเขาได้ฉุดเธอขึ้นมาจากขุมนรก เธอนึกไปถึงเหตุการณ์ในอดีต เขาก็เคยช่วยเธอแบบนี้มาก่อน ในตอนนั้นเธออยู่ที่พิพิธภัณฑ์แห่งหนึ่งด้วยตัวคนเดียว และมีคนกดสัญญาณเตือนไฟไหม้ เมื่อประตูโลหะผสมปิดลง อากาศเริ่มถูกดูดออกเพื่อดับเพลิง เธอติดอยู่ข้างใน เธอพยายามที่จะเปิดประตูจนหมดเรี่ยวแรงเนื่องจากการขาดอากาศเธอจึงใกล้จะหมดสติเต็มที แต่สิ่งสุดท้ายที่เธอได้เห็นคือภาพเงาสีขาวที่มีรอยยิ้มอบอุ่นและไม่แยแสต่อสิ่งใดพูดกับเธอว่า “ตอนนี้เธอปลอดภัยแล้ว…”

 

เย่ฉางพาเธอกลับไปที่อพาร์ตเมนต์ของเธอและอาบน้ำล้างเลือดให้กับเธอ อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้ล้างเลือดที่ติดกับตัวเองออก เขายกเธอไปวางไว้บนเตียงนอนและค่อยๆสวมชุดนอนให้กับเธอ เขาค่อยๆยกผ้ามาห่มให้เธอ หลังจากนั้นเขาล็อคประตูห้องของเธอและจากไป สายตาของเขาเปล่งประกายสีเงินอมชมพูในเวลากลางคืน

 

เขตตะวันตก ในโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์

 

ที่นี่เป็นโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ทั่วไปสำหรับไว้จำหน่ายแก่ผู้คนแถวชานเมือง มันตั้งอยู่ในเขตตะวันตก แม้ว่าจะไม่เป็นที่รู้จักกันดีแต่ก็ยังถือว่าเป็นโรงงานแปรรูปเนื้อสัตว์ขนาดใหญ่ในเขตตะวันตก

 

ในห้องหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลออกไป มีผู้หญิงสองคนที่หน้าตาสวยงาม หนึ่งคนสูงอีกหนึ่งคนเตี้ย กำลังสังเกตการณ์มองมาที่โรงงานนี้

 

ผู้หญิงตัวเตี้ย มีรูปร่างเล็กกระทัดรัด สายตาของเธอมีลักษณะล้อเลียนขณะที่เธอพูดขึ้นว่า “ชิงหยุนนี่เป็นกองบัญชาการของพวกเขา ฉันไม่รู้ว่าทำไมหัวหน้าถึงต้องโทรเรียกพวกเราให้เดินทางไกลเพื่อมาทำงานที่ง่ายดายแบบนี้”

 

หญิงสาวตัวสูงที่ชื่อชิงหยุน แม้ว่าจะไม่สวมส้นสูงแต่เธอก็ยังสูงประมาณ 180เซนติเมตร เธอดูอ่อนเยาว์หน้าตาดีและมีความสามารถสูง เธอลูบคิ้วของเธอและพูดว่า “ที่นี่คือเมืองหลินไห่ ซึ่งเป็นที่ตั้งของหนึ่งในห้ามหาวิทยาลัยชั้นนำที่ยิ่งใหญ่และมีอิทธิพลมาก ฮงหลิง! ฉันบอกแล้วไงว่า ที่เราได้รับภารกิจให้มาตรวจสอบหาสาเหตุการฆาตกรรมนี้ เพื่อไม่ให้มีผู้เคราะห์ร้ายเพิ่มขึ้นมาอีก และนอกจากนี้ฉันรู้สึกว่าภารกิจในครั้งนี้คงไม่ง่ายอย่างที่คิด ในป่าตรงนั้นฉันรู้สึกถึงรังสีความชั่วร้ายบางอย่าง โรงงานแห่งนี้ต้องมีพวก[เอสเปอร์]ที่แข็งแกร่งอย่างน้อยหนึ่งตัว เราต้องเฝ้าระวังตัวให้ดี”

 

“คนที่ตายมันก็เป็นเพียงคนเร่ร่อน อย่าทำให้มันยุ่งยากนักเลย เราน่าจะรายงานเบื้องบนไปเหมือนรายงานก่อนหน้านั้น เพื่อจะได้เสร็จภารกิจนี้เร็วๆ” ฮงหลิงไม่เชื่อคำพูดของชิงหยุน แต่ทั้งสองยังคงเฝ้าดูโรงงานนี้ต่อไป

 

“มันน่าจะเป็นที่นี่…” เย่ฉางได้มาถึงหน้าทางเข้าของโรงงานและพูดพึมพำก่อนที่จะเดินเข้ามา เขาขมวดคิ้วขึ้นเมื่อเห็นยามนอนสลบอยู่บนพื้น “มีใครบางคนมาที่นี่?” เขาถอนหายใจเบาๆและเดินลึกเข้าไปในโรงงาน เขาเห็นร่างมนุษย์ถูกแขวนห้อยอยู่บนตะขอเหล็กราวกับว่ามันเป็นเนื้อสัตว์ พื้นห้องกระจุยกระจายเต็มไปด้วยคนบาดเจ็บและคนตาย เขาหยิบไฟฉายที่อยู่บนพื้นและเดินเข้าไปด้านหลังโกดังสินค้า ภายในห้องๆหนึ่งเขาเห็นผู้หญิงสองคนกำลังรุมโจมตีผู้ชายคนหนึ่งอยู่ ทันใดนั้นเขาพุ่งไปหาทั้งสามคนอย่างรวดเร็วราวกับภูติผี มีเสียงการปะทะสามครั้งดังสะท้อนออกมาทั่วโกดังสินค้า ร่างทั้งสามคนถูกส่งบินไปคนละทิศละทาง

 

ชิงหยุนและฮงหลิง รู้สึกว่าทรวงอกของพวกเธอเหมือนถูกทุบด้วยค้อนหนักพันปอนด์ พวกเธอแทบไม่ได้มีเวลาตอบโต้เลยด้วยซ้ำ ก่อนที่ร่างพวกเธอจะกระเด็นออกไป ส่วนชายอีกคนมีสีหน้าหวาดกลัวมากขึ้น พวกเขาทั้งสามคนรู้สึกเหมือนเป็นลูกแกะที่กำลังรอการโดนเชือด คนๆนี้คือใคร?

 

“ใครเป็นหัวหน้าของที่นี่?” เย่ฉางถามขึ้นมาอย่างไม่แยแส เขาพอรู้ว่าคนพวกนี้น่าจะเป็นคนขององค์กรหนึ่งแต่ไม่รู้ว่าเป็นองค์กรไหน เขาจึงยังไม่ฆ่าพวกมันทั้งหมดทันที

 

ทั้งสามคนไม่รู้ว่าเขาหมายถึงอะไรจึงไม่กล้าส่งเสียง พวกเขามองไปที่ชายผิวขาวที่มีผมสีขาว เขาเป็นศัตรูหรือมิตร? เพียงแค่ความแข็งแกร่งที่เขาได้แสดงไว้ก่อนหน้านี้มันน่ากลัวเป็นอย่างมาก

 

ชิงหยุนถ่มน้ำลายที่มีเลือดปนออกมา เธอไม่รู้ว่าควรตอบยังไงดี ถ้าเขาเป็นพวกศัตรู ฮงหลิงและตัวเธอเองจะต้องตายอย่างแน่นอน ส่วนชายอีกคนก็คิดเช่นเดียวกัน พวกเขาทั้งสามจึงไม่กล้าพูดและทำอะไรบุ่มบ่าม

 

“ไม่มีใครพูดอะไรบ้างหรือ?” เย่ฉางพุ่งไปโจมตีฮงหลิง มือขาวซีดที่ผอมบางของเขาอยู่ห่างจากคอของเธอเพียงไม่กี่เซนติเมตร แต่เมื่อเขาเห็นรอยสักรูปมังกรบนกระดูกไหปลาร้าของเธอ เขาจึงหยุดมือ “กลุ่มมังกร?”

 

ฮงหลิงแทบไม่ได้มีเวลาตอบโต้เลย จู่ๆมือของเขาก็ห่างจากคอของเธอเพียงไม่กี่เซนติเมตร นี่เป็นครั้งแรกที่เธอรู้สึกใกล้ชิดกับความตายมากที่สุด เธอพยักหน้าด้วยความหวาดกลัว

 

เย่ฉางมองไปที่ชิงหยุน “เธอก็ด้วยหรือ?”

 

ชิงหยุนมองดวงตาสีเงินคู่นั้นและพยักหน้าช้าๆ โดยไม่สนใจอาการบาดเจ็บของเธอ เธอผ่อนลมหายใจอย่างเจ็บปวด อย่างน้อยมีซี่โครงหัก 6ซี่ นี่ยังไม่นับการบาดเจ็บภายในอื่นๆอีก

 

ทันใดนั้นมีแสงประกายสีขาวพุ่งไปทางผู้ชายอีกคน พวกเธอทั้งสองคนมองตามแทบไม่ทัน พอหันไปมองอีกที ก็เห็นร่างชายคนนั้นระเบิดเป็นชิ้นๆ ทุกอย่างเกิดขึ้นรวดเร็วมากเกินไป แต่พวกเธอก็ยังพอรู้ว่าการโจมตีของผู้ชายผมขาวคนนี้ไม่ได้ใช้อาวุญเลยด้วยซ้ำ ชายผมขาวคนนี้เป็นสัตว์ประหลาดหรือไง?

 

“เธอสองคนน่าจะบอกให้เร็วกว่านี้หน่อยว่าเป็นคนของกลุ่มมังกร ฉันจะไม่ได้โจมตีพวกเธอ เออ! อีกอย่างช่วยฝากคำทักทายของฉันไปให้กับคนที่ชื่อเร็นลองด้วย…” เย่ฉางหันไปทางพวกเธอและยิ้มอย่างใจเย็น เขาสะบัดชิ้นเนื้อและเลือดออกจากมือของเขา และค่อยๆเดินออกจากห้องไป

 

ทั้งสองสาวรู้สึกเศร้าสลด พวกเธอเกือบถูกพวกพันธมิตรขององค์กรฆ่าตาย แล้วจะยังมีหน้าพูดต่อว่าพวกเธออีกว่าทำไมไม่รีบบอกให้ไวละว่ามาจากกลุ่มมังกร? เชี่ยเอ้ย! เขาแทบไม่ได้ให้สัญญาณใดๆก่อนที่เขาจะพุ่งมาโจมตีด้วยซ้ำ พวกเธอได้แต่ถอนหายใจ ยังดีที่เพียงแค่ได้รับบาดเจ็บและไม่ได้ถูกฆ่าเหมือนผู้ชายคนนั้น อีกอย่างชายผมขาวคนนี้ดูเหมือนจะรู้จักหัวหน้าของพวกเธอด้วย ชิงหยุนเค้นคำพูดขึ้น “ขอบคุณมาก สำหรับความช่วยเหลือของคุณ …”

 

“ไม่เป็นไร บอกเขาว่าครั้งนี้เขาติดหนี้ฉัน” เย่ฉางพูดขึ้นโดยไม่ได้หันหลังกลับ

 

ฮงหลิงรู้สึกเหมือนเธอกำลังจะเป็นบ้า

 

ชิงหยุนนึกถึงคำพูดหัวหน้าของเธอที่ชื่อเร็นลอง ซึ่งเป็นหัวหน้าทีมที่ 7 กล่าวเตือนพวกเธอก่อนจะมาทำภารกิจนี้ว่า ให้พวกเธอเพียงสอดแนมอย่างเดียว อย่าทำอะไรโดยพลการโดยเด็ดขาด แต่หลังจากการเฝ้าสอดแนมอยู่สักพักใหญ่แล้ว พวกเธอคิดว่าภารกิจนี้มันง่ายมาก พวกเธอจึงแอบเข้ามาในโกดังโรงงานนี้ สุดท้ายจนมาพบสัตว์ประหลาดแบบเขาและเกือบโดนฆ่าตาย เมื่อคิดย้อนกลับไปในฉากที่ผู้ชายที่โดนฉีกกระฉากเป็นชิ้นๆ เธอตัวแข็งค้างทันที ความแข็งแกร่งของชายผมขาวคนนี้อย่างน้อยน่าจะแร็งค์ A แม้แต่รองหัวหน้าหยูหลินแห่งทีมที่ 7 ก็ไม่มีความแข็งแกร่งเช่นนี้

 

“ถ้ามีปัญหาบางอย่างเกิดขึ้นและเธอต้องการความช่วยเหลือ เธอสามารถโทรไปที่หมายเลขนี้ได้ แม้ว่าเธอสองคนจะดูท่าทางหยาบคายและดูเป็นพวกชอบสร้างปัญหา แต่ภารกิจนี้ก็ไม่ยากเกินไปนัก มันไม่น่าจะมีปัญหาเกิดขึ้น “เย่ฉางพูดขึ้น

 

ชิงหยุนข่มความเจ็บปวดและเข้าไปพยุงตัวฮงหลิงพร้อมรอยยิ้มเจื่อนๆ ไม่มีปัญหา? ถ้าเขาไม่เห็นรอยสักของฮงหลิง พวกเธอสองคนคงกลายเป็นผีเฝ้าโรงงานนี้ไปแล้ว เมื่อคิดแล้วเธอก็เริ่มสั่น คนชั่วร้ายคนนี้อันตรายมากเกินไป และการโจมตีของเขาก็รุนแรงเกินไป การแสดงออกทางสีหน้าของเขาสงบมากเกินไป แม้แต่ตอนที่เขาฉีกกระชากร่างผู้ชายคนนั้นเป็นชิ้นๆ สีหน้าเขาก็ยังไม่แสดงอารมณ์ใดๆออกมา

 

เย่ฉางกลับมาที่อพาร์ตเมนต์ของเขา เขาได้ยินเสียงกรนของหลินหลี่ จางเจิ้งเฉียงค่อยๆลุกขึ้น แม้ว่าเขาจะมองเห็นไม่ชัด แต่ก็ได้กลิ่นเหม็นเลือดจากตัวเย่ฉาง “เพื่อน! นี่นาย…”

 

เย่ฉางหัวเราะเบาๆ “ไม่มีอะไร ทำไมนายยังไม่นอนอีก รีบๆไปนอนซะ”

 

จางเจิ้งเฉียงไม่ได้พูดอะไรอีก สำหรับเขานั้นเย่ฉางเป็นเพื่อนที่แสนดีที่เขาเชื่อใจได้คนหนึ่ง และเขาก็พอคาดเดาได้ว่าเย่ฉางไปทำอะไรมา “เพื่อน นายก็ควรจะพักผ่อนบ้างนะ”

 

เย่ฉางพยักหน้า เขาถอดเสื้อผ้าและเข้าห้องน้ำเพื่อล้างคราบเลือดออก เขามองในกระจกและเห็นใบหน้าที่ไม่แยแสของตัวเอง แม้กระทั่งหลังจากที่ฆ่าคนมาก็ตามเขาก็ยังไม่รู้สึกผิดสักนิด เขาพูดเบาๆว่า “นี่ฉันเป็นสัตว์ประหลาดที่ไร้วิญญาณหรือเปล่า? หรือบางที…อย่างไรก็ตาม ฉันจะ…”

 

ติดตามก่อนใครได้ที่ https://www.facebook.com/Peerless-White-Emperor-169875893804807/