0 Views

เมื่ออยู่ต่อหน้าฉินซาน จางเจิ้งเฉียงรู้สึกเหมือนเป็นเด็กน้อยที่ทำอะไรไม่เป็น เขาไม่สามารถต้านทานได้เลย ถ้าเขาพยายามจะฝืนใช้พละกำลัง แต่มันดูเหมือนพลังของเขาค่อยๆสลายไป เขาไม่เข้าใจเหมือนกันว่ามันเกิดอะไรขึ้น ถ้าเขาแพ้เพราะความแตกต่างกันในเรื่องของพลังกำลังหรือทักษะบางสิ่งบางอย่าง เขาก็ยอมรับได้ แต่เขาต้องมาพ่ายแพ้โดยที่ไม่สามารถทำอะไรได้สักอย่างเช่นนี้ เขาทำได้แค่ยืนมองฉินซานเท่านั้น เขารู้ว่าตัวเองพึ่งพาแต่ความแข็งแกร่งของร่างกาย แต่เขาก็ยังพอมีเทคนิคอยู่บ้างและยังไม่ได้ใช้ออกไปเลย แล้วทำไมเรื่องแบบนี้ถึงเกิดขึ้นกับเขาได้? เขาไม่สามารถแตะเส้นผมของฉินซานได้เลย เขารู้สึกหมดหนทางราวกับว่าเขาเป็นเพียงแค่ขยะที่ไร้ค่า นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตของเขา ที่รู้สึกตกใจกับทักษะการต่อสู้เช่นนี้

จางเจิ้งเฉียงมองไปที่เย่ฉาง เย่ฉางหันกลับมายิ้มให้เขา “อาเฉียง นายยังต้องฝึกเพิ่มเติมอีกมาก ยอมรับคุณฉินเป็นอาจารย์ซะ”

จางเจิ้งเฉียงมองฉินซานอีกครั้ง ในตอนนี้เขาก็ยังไม่รู้เลยว่า เขาพ่ายแพ้ได้ยังไง เขารู้แค่ว่าร่างกายไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของตัวเอง ราวกับว่ามีใครกำลังควบคุมมันอยู่

ฉินซานยอมรับทั้งจางเจิ้งเฉียงและหลินหลี่เป็นลูกศิษย์ที่อายุน้อยที่สุดของเขา จากนั้นก็ส่งแผ่นข้อมูลวิชาจำนวนมากให้ “ตั้งแต่พวกนายทั้งสองเป็นลูกศิษย์ของฉันแล้ว ฉันจะไม่ถือว่าพวกนายเป็นคนนอกอีก อาเฉียง, หลินหลี่ อ่านและพยายามฝึกตามสิ่งที่อาจารย์ให้ไป ถ้าพวกนายไม่เข้าใจตรงไหน สามารถโทรหาฉันได้ทุกเมื่อ หากต้องการเรียนรู้หลักฝ่ามือหยินหยาง พวกนายจำเป็นต้องใช้หลักคำสอนนี้ นี่เป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด”

จางเจิ้งเฉียงและหลินหลี่ได้รับแผ่นข้อมูลวิชาต่างๆและหลักคำสอนมา คำอธิบายในแผ่นข้อมูลทำให้พวกเขาหลั่งเหงื่อเย็นออกมา เมื่อพวกเขาได้เรียนรู้หลักคำสอนเหล่านี้ พวกเขาอาจจะเทศนาพวกคนแก่ได้เลย…

หลินหลี่มีสีหน้าจริงจัง เขาอ่านข้อมูลวิชาและหลักคำสอนพร้อมกับพยักหน้าไปด้วย ราวกับว่าเขากำลังตรัสรู้อะไรบางอย่างซ้ำแล้วซ้ำเล่า อย่างไรก็ตามไม่นานหลังจากนั้น ก็มีเสียงกรนของเขาดังขึ้นมา

ฉินซานพาเย่ฉางเดินไปด้านข้าง ทั้งสองเดินเข้ามาในบริเวณที่เงียบสงบที่ไม่มีใครอยู่

“ก่อนหน้านั้น นายซ่อนความแข็งแกร่งได้ล้ำลึกมาก นายสามารถฝึกจางเจิ้งเฉียงจนมาถึงตรงนี้ได้ ฉันสงสัยว่าความแข็งแกร่งที่นายแสดงในเมืองหลวงนั้นเป็นของปลอมหรือไม่ มาเถอะ นายและฉันมาลองต่อสู้กัน แสดงให้ฉันเห็นถึงพลังที่แท้จริงทั้งหมดของนายซะ” ฉินซานกล่าวด้วยรอยยิ้ม

“มันไม่มีอะไรหรอกครับ คุณประเมินค่าผมสูงเกินไป! คุณฉิน งั้นโปรดออมมือด้วย ผมจะเริ่มโจมตีล่ะนะ! ไลท์นิ่งพลาสม่า!” เย่ฉางแกล้งทำเป็นว่าเจียมเนื้อเจียมตัวแล้วก็โจมตีใส่อย่างดุเดือด ฉินซานหลั่งเหงื่อเย็น ‘บ้าเอ้ย! คุณพ่อพูดได้ถูกต้อง เด็กคนนี้เป็นปีศาจชัดๆ!’ เขารีบตั้งท่าป้องกัน ลำแสงนับไม่ถ้วนยิงมาทางเขา เขาควบแน่นพลังซี่ไว้ที่หมัดและต่อยออกไปอย่างรวดเร็ว! ทุกครั้งที่หมัดกระทบรังสีที่เย่ฉางปล่อยออกมา จะเกิดการระเบิดเสียงดังสนั่นหวั่นไหว เหมือนเสียงของระเบิดมือยังไงยังงั้น ประกายไฟจากการระเบิดกระจายออกไปทั่วทิศทาง จนครอบคลุมพื้นที่ทั้งหมด มือของฉินซานขยับไปอย่างช้าๆราวกับจะปิดกั้นทุกอย่างได้ แต่กลับมีลำแสงหนึ่งหลุดลอดพุ่งมาหาเขา เขาจึงใช้ท่าก้าวย่างเพื่อหลบ “ก้าวย่างเคลื่อนวิญญาณ!”

เท้าของฉินซานบิดหมุนไปพร้อมกับมีพลังบางอย่างอยู่ตามที่เท้าของเขาเคลื่อนที่ไป จากนั้นก็เปลี่ยนทิศทางและดูดลำแสงเข้ามา และทำให้มันแตกสลายจนเหลือเพียงหลุมขนาดใหญ่บนพื้นเท่านั้น เย่ฉางเหมือนสายฟ้าสีขาวขณะที่พุ่งออกไป ตอนนี้เขายืนนิ่งๆอยู่ห่างออกไป

“คุณฉินเป็นยอดฝีมือจริงๆ ผมว่าเราสู้กันพอหอมปากหอมคอแค่นี้พอ” เย่ฉางยกกำปั้นคำนับและพูดด้วยรอยยิ้ม จากนั้นก็มองไปที่ความยุ่งเหยิงรอบๆ

“นาย …” ฉินซานรู้สึกหดหู่ ‘เด็กคนนี้มีความแข็งแกร่งมากพอดู ด้วยการที่อายุยังน้อยเช่นนี้ การเป็นปรมาจารย์ด้านการต่อสู้เป็นเพียงเรื่องของเวลาเท่านั้น เราลองทดสอบเขาอีกครั้งแล้วกัน ก้าวพริบตา!’ เพียงก้าวเดียวเขาก็ปรากฏตัวขึ้นตรงหน้าเย่ฉางที่ซึ่งมีสีหน้าเรียบเฉย เย่ฉางไม่มีร่องรอยของความตื่นตระหนกใดๆ ซึ่งทำให้ฉินซานรู้สึกกลัวในใจ ‘เด็กคนนี้มีเสถียรภาพไปถึงจุดที่ไร้คู่เปรียบได้’ สัญลักษณ์ของเปลวไฟสีดำและสายฟ้าสีขาวปรากฎขึ้นบนมือฉินซาน ฝ่ามือทั้งสองข้างพุ่งโจมตีเย่ฉาง “ฝ่ามือเพลิงสายฟ้าทมิฬ!”

ตู้ม ~! เปลวไฟและสายฟ้าระเบิดขึ้นพร้อมกัน

ฉินซานถอนหายใจ ‘เด็กคนนี้หลบได้อีกครั้งแล้ว เขารวดเร็วจริงๆ’ เขาได้แต่พูดด้วยความจนใจว่า “ลูกเขย ให้ฉันชกโดนนายสักครั้งเดียวไม่ได้หรือไง!?”

“คุณคิดว่าผมเป็นคนงี่เง่า?” เย่ฉางพูดพร้อมกับยิ้มให้

ฉินซานได้แต่ยอมแพ้ ทั้งสองพูดคุยและหัวเราะกัน ขณะที่พวกเขาเดินกลับมาที่ค่ายพักแรม ThornyRose เพิ่งได้รับรู้ถึงคลื่นพลังงานที่ห่างไกลออกไป นี่เป็นก้าวย่างเคลื่อนวิญญาณของพ่อของเธอ เธอก็พอใช้ได้บ้าง แต่ก็ไม่ค่อยแข็งแกร่งเท่าไหร่ คุณปู่ของเธอเคยบอกว่า เขาสามารถใช้ท่านี้ทำให้พื้นที่หลายสิบกิโลเมตรทรุดตัวลงได้

เมื่อ ThornyRose รู้ว่าพ่อของเธอยอมรับเจ้าหมียักษ์และหลินหลี่เป็นลูกศิษย์ เธอรู้สึกตกใจมาก เธอนึกถึงสิ่งที่พ่อของเธอพูดว่าหลินหลี่นั้น เป็นอัจฉริยะด้านการต่อสู้? ‘มันเป็นความจริงงั้นหรือ?’ แต่เมื่อเธอเห็นความสามารถในการลอกเลียนแบบอันสุดยอดของหลินหลี่ เธอก็ตกตะลึง การเคลื่อนไหวที่ซับซ้อนของพ่อของเธอ แต่เขาสามารถเลียนแบบได้อย่างสมบูรณ์ ราวกับว่าวิชานี้เขาเป็นคนคิดค้นเอง สำหรับจางเจิ้งเฉียง พ่อของเธอต้องยอมรับว่า ไม่ว่าจะเป็นพรสวรรค์หรือความเข้าใจ เขานั่นเป็นอัจฉริยะ เขาเรียนรู้ได้เร็วมาก! ปัญหาเดียวของเขาคือความเข้าใจของเขาเกี่ยวกับฝ่ามือหยินหยาง แต่นี่คือสิ่งที่ต้องใช้เวลาในการเรียนรู้ และค่อยๆนำมาหลอมรวมกันอย่างช้าๆ มันไม่สามารถรีบเร่งเกินไปได้

หลายวันผ่านไป เย่ฉาง, ThornyRose, FrozenCloud, FrozenBlood และคุณนายฉินได้เที่ยวเล่นไปทั่วเกาะ ในขณะที่ฉินซานยังคงให้คำแนะนำสองลูกศิษย์อยู่ตลอดเวลา ขณะที่เขาตกปลาไปด้วย ภายในสองสามวันสั้นๆนี้ FrozenBlood และ FrozenCloud เริ่มคุ้นเคยกับเย่ฉางและพรรคพวกเขามากขึ้น

ในวันที่ห้า พวกเขาต้องกลับบ้านกันแล้ว เย่ฉางได้เชิญทุกคนมาเยี่ยมที่เมืองหลินไห่ เพื่อที่จะเลี้ยงอาหารค่ำให้กับพวกเขา ด้วยอาหารที่เขาเป็นคนลงมือทำเอง

สองสามีภรรยาและ ThornyRose รีบกลับเมืองหลวงทันทีโดยแกล้งทำเป็นไม่ได้ยินอะไร

“จริงๆเลย … คนพวกนี้ไม่มีมารยาทการร่ำลาเลยหรือไงกันนะ …” เย่ฉางมองที่ด้านหลังของทุกคนและถอนหายใจ

อีกสามคนรีบส่ายหัว ‘ทำไมนายถึงคิดออกมาแบบนี้ละ ที่พวกเขาไม่สุภาพและต้องรีบหนีไปก็เพราะว่า พวกเขากลัวเมื่อได้ยินว่านายกำลังจะทำอาหาร’

“ทุกสิ่งทุกอย่างเกี่ยวกับลูกเขยดีหมด ยกเว้นแค่ความปรารถนาที่จะทำอาหารเอง เฮ้อ ~ เขาพูดเหมือนว่าเขาทำอาหารได้อร่อย แต่มันช่าง …” ฉินซานถอนหายใจลึก ๆ

“ไม่มีใครสมบูรณ์แบบไปหมดหรอก แต่เมื่อเห็นรอยยิ้มอย่างมั่นใจของเขา ก็ทำให้ฉันรู้สึกสั่นกลัวจริงๆ” คุณนายฉินพยักหน้า

ThornyRose และพวกสาวๆต่างก็แสดงออกแปลกๆ ‘พวกคุณยังไม่เคยกินอาวุธชีวภาพที่เขาทำในเกม มันไม่เพียงแต่สามารถวางยาพิษแก่บอสจนถึงความตายเท่านั้น แต่ยังสามารถใช้เป็นพิษในการเคลือบอาวุธได้อีกด้วย’ เมื่อคิดขึ้นมา สามสาวก็ปิดปากและหน้าซีด พร้อมกับมีท่าทางอยากอาเจียน

ในขณะเดียวกัน พวกเย่ฉางได้กลับไปถึงบ้านพักริมทะเลแล้ว พวกเขาได้รับข้อความจากมหาวิทยาลัยว่า การทดสอบครั้งที่สองจะมีขึ้นในช่วงบ่าย ทุกคนจึงเตรียมสิ่งของของพวกเขาและเดินทางไปที่สถานีรถไฟ

พื้นที่ทดสอบอยู่ทางเหนือของเมืองหลินไห่ มันเต็มไปด้วยภูเขาและผืนป่า มันเป็นพื้นที่อนุรักษ์ระบบนิเวศน์ของเมืองหลินไห่ มันครอบคลุมพื้นที่กว้างใหญ่มาก

พวกเขาไปรายงานตัวยังศูนย์บัญชาการ แล้วเปลี่ยนเป็นชุดอำพรางในห้องล็อกเกอร์ พวกเขาสวมอุปกรณ์ป้องกันและถืออาวุธที่ใช้ในการฝึกอบรม ในความคิดของหลินหลี่ การทดสอบนี้แทบไม่แตกต่างไปจากการออกไปเล่นเพนท์บอลเลย

ทีมอื่นๆมองทีมของเย่ฉาง ซึ่งความสูงของทีมเขาดูคล้ายขั้นบันได คนสูงสุดตัวโตยังกับหมี ไล่ลงมาจนเป็นเด็กสาวที่ตัวเล็กสุด พวกเขายังสับสนว่า เหตุใดจึงมีเด็กสาวตัวเล็กๆเข้าร่วมการทดสอบด้วย พวกเขาทั้งหมดกลายเป็นระมัดระวังมากขึ้น เพราะนี่เป็นทีม T-105 ที่เป็นตำนานในการทดสอบครั้งที่หนึ่ง มันเป็นตำนานที่น่าสะพรึงกลัวมาก คนเหล่านี้จับอาจารย์ผู้สอนและใช้พวกเขาเป็นกับดัก แม้ทีมกู้ภัยที่ตามไปช่วยเหลือ ก็ยังสูญเสียคนหลายสิบคน