0 Views

ThornyRose เก็บผลประเมินของทั้งสามคนและจัดเรียงข้อมูลไว้ นี่เป็นสิ่งที่จะเป็นประโยชน์หากพวกเขาย้ายไปที่สโมสรอื่นในอนาคต ตอนนี้เธอต้องมองไปข้างหน้าเพื่อการแข่งขันระดับ S ที่กำลังจะมาถึง และตั้งเป้าหมายเป็นหนึ่งในทีมที่มีสิทธิ์แข่งขันในสงครามคริสต์มาสที่ยิ่งใหญ่ แม้ว่ามันจะเป็นเรื่องยากก็ตามที มันมีคู่แข่งที่แข็งแกร่งมากเกินไปที่พวกเขาจะต้องฟันฝ่า เพราะนอกจาก 4 กิลด์ใหญ่แล้ว ก็ยังมี กิลด์ Lord’s Reign, Tyrants, Falling Star และกิลด์ชั้นนำต่างๆอีกมากมาย อย่างไรก็ตาม อย่างน้อยตอนนี้พวกเขาก็มีคุณสมบัติพอที่จะปะทะกับกิลด์ชั้นนำพวกนั้นได้

FrozenBlood ดู ThornyRose ที่จัดเรียงข้อมูลอย่างตื่นเต้น จึงตบไหล่ของเธอเบาๆ “ในตอนนี้ เรามีคุณสมบัติพอที่จะแข่งขันเพื่อที่จะได้รับตำแหน่ง เป็นหนึ่งในทีมที่จะเข้าไปแข่งขันสงครามคริสต์มาสที่ยิ่งใหญ่แล้ว…”

“อืม…” ThornyRose พยักหน้า “จะดียิ่งขึ้นถ้าเรามีอีกคนหนึ่งเป็นตัวสำรอง และสามารถเปลี่ยนตัวตามสถานการณ์ได้ เฮ้! เรายังไม่ได้รับคำตอบของ SpyingBlade เลยนะ”

วันรุ่งขึ้น

ทุกคนออกไปที่ทะเลเพื่อตกปลา เย่ฉางรู้สึกว่าชายฝั่งของที่นี่เงียบสงบกว่าที่หลินไห่มาก มีคลื่นกระทบที่ชายฝั่งเบาๆ แต่แน่นอนว่ามันไม่ได้งดงาม และแพรวพราวเหมือนกับทะเลแห่งดวงดาวที่หลินไห่ เขายิ้มขึ้นมาอย่างเงียบๆและรอปลามาติดเบ็ด ฉินซานมองดูเย่ฉางที่กำลังตกปลาด้วยความอดทน ‘เขามีความใจเย็น เงียบสงบ มั่นคงและเป็นผู้ใหญ่มาก ความผิดพลาดเพียงอย่างเดียวของเขาคือ ชอบแสดงออกให้เห็นว่าเขาไม่แยแสอะไรกับโลกเลย เขามีทัศนคติที่อ่อนโยน และชอบทำตัวเหมือนขาดแรงจูงใจ เด็กคนนี้ดูเหมือนว่าเขาจะไม่สนใจอะไร แต่ยังคงทำให้คนอื่นมีความรู้สึกที่น่าเชื่อถือ และไว้วางใจได้เป็นอย่างมาก’ จากนั้นเขาก็หันไปมองหลินหลี่ ‘เด็กหนุ่มคนนี้… เอ๊ะ? เขาหลับหรอกหรอเนี่ย นี่มันจะสบายมากเกินไปแล้ว สิ่งที่ทำให้เขาพูดไม่ออกก็คือ ถึงแม้ว่าหลินหลี่จะหลับ แต่เขาก็ยังสามารถตกปลาได้อยู่ จากนั้นเขาก็เอาปลาที่ตกได้มาใส่ในตะกร้า แล้วเตรียมเหยื่อใหม่ และเขวี้ยงเบ็ดออกไปอีกครั้ง เขาได้เปลี่ยนตำแหน่งการนั่ง เพื่อลดการปวดเมื่อยก้นของเขาก่อนที่จะหลับอีกครั้ง เขาไม่ธรรมดาอย่างที่เห็นจริงๆ’ … จากนั้นเขาก็หันดูจางเจิ้งเฉียงที่หยิบฉมวก และกระโดดลงไปในทะเล “ฮ่าฮ่า แบบนี้สิถึงจะถูก! เด็กหนุ่มที่ชื่อจางเจิ้งเฉียง จะมีความอดทนต่อการตกปลาได้อย่างไร เขาดูเหมือนเป็นคนที่ชอบจัดการกับปัญหาของเขาอย่างตรงไปตรงมา’ เขาพูดกับเย่ฉางว่า “พรสวรรค์ของเพื่อนนายโดดเด่นมาก นายเคยคิดที่จะหาอาจารย์มาสอนเขาบ้างไหม?”

“นั่นขึ้นอยู่กับตัวเขาเอง” เย่ฉางยักไหล่ ‘ฉันได้สอนอาเฉียงในสิ่งที่รู้ไปหมดแล้ว ดูเหมือนว่าคุณฉินต้องการให้คำแนะนำแก่เขา’ เขาจึงถามขึ้นมา “คุณต้องการลองสอนดูไหมครับ?”

“เขาสามารถเป็นศิษย์ที่อายุน้อยที่สุดของฉันได้” ฉินซานพูดขึ้น

“เอาล่ะ ผมจะยอมรับคุณในนามของเขาแล้วกัน” เย่ฉางพยักหน้า ‘คุณฉินแข็งแกร่งมาก บางทีอาจจะแข็งแกร่งกว่าคุณปู่ฉินซะอีก แม้ว่าอาเฉียงจะสามารถปลดล็อคพันธุกรรมของเขาได้แล้ว แต่เขาก็ยังไม่สามารถเป็นคู่ต่อสู้กับคุณฉินได้อยู่ดี สักวันหนึ่งเราอาจจะต้องทิ้งพวกเขาไป เราไม่สามารถอยู่ปกป้องพวกเขาตลอดไปได้ ถ้าวันนั้นมาถึง พวกเขาจะต้องพึ่งพาตัวเอง ดังนั้นการเป็นศิษย์ของคุณฉินก็ไม่เลวเลย เพราะตระกูลฉินมีอำนาจมาก’ แต่เย่ฉางรู้เรื่องราวเกี่ยวกับตระกูลฉินเพียงเล็กน้อย เคยมีคำพูดในเมืองหลวงว่า ‘ตระกูลที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ถ้าไม่ใช่ตระกูลลี ก็ต้องเป็นตระกูลฉิน’ อย่างไรก็ตาม ในประเทศจีนมีสองตระกูลที่ยิ่งใหญ่ที่สุดคือ ตระกูลลีจากเมืองหลวง และตระกูล Ji จากเมืองจักรพรรดิ

ฉินซานไม่มีความคิดที่จะสอนเย่ฉาง เขาไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกัน แต่เขารู้สึกว่าไม่มีอะไรที่เขาสามารถสอนเย่ฉางได้ อย่างไรก็ตาม ด้วยพรสวรรค์ของจางเจิ้งเฉียง ทำให้เขาไม่พลาดที่จะรับเป็นศิษย์อย่างแน่นอน ร่างกายและจิตใจของเขานั่นดีเยี่ยมที่สุด แถมความเข้าใจของเขาก็ยังไม่ต่ำอีกด้วย

เย่ฉางเรียกจางเจิ้งเฉียงมา และเดินไปพร้อมกับฉินซาน พวกเขาเดินมาถึงที่โล่งแห่งหนึ่ง

“อาเฉียง คุณฉินต้องการรับนายเป็นศิษย์ ฉันตอบตกลงไปแล้ว นายเข้าใจใช่ไหม?” เย่ฉางพูดขึ้นอย่างเฉยเมย และจางเจิ้งเฉียงก็พยักหน้าตกลง เพราะเขาเชื่อในการตัดสินใจของเพื่อนเขา แต่เขาก็ยังงงงวย ทำไมตอนนี้ถึงต้องมีอาจารย์? เป็นความจริงที่ฉินซานนั้นมีความแข็งแกร่งเป็นพิเศษ ถึงแม้เขาจะรู้ได้ แต่เขาไม่ได้รู้สึกถึงภัยคุกคามจากฉินซานเลยสักนิด แต่ที่สำคัญก็คือ ตัวเขาราวกับโดนฉินซานมองออกอย่างทะลุปุโปร่งไปหมดแล้ว

“ศิษย์จางเจิ้งเฉียง มาลองประมือกันสักหน่อยสิ” ฉินซานยิ้ม จากนั้นเขาก็ค่อยๆก้าวไปข้างหน้า มือทั้งสองของเขาวาดเป็นสัญลักษญ์หยินหยางออกมา

เย่ฉางอนุญาติให้จางเจิ้งเฉียงปลดล็อคพันธุกรรมขั้นที่ 2 ออกมาต่อสู้กับฉินซานได้ เมื่อจางเจิ้งเฉียงได้ยิน เขาก็ปลดล็อคพันธุกรรมขั้นที่ 2 อย่างรวดเร็ว ร่างกายของเขาขยายตัวสูงขึ้นถึง 3 เมตร แขนทั้งสองข้างของเขาดูแข็งเหมือนก้อนหิน และปลดปล่อยออร่าที่น่าหวาดกลัวออกมา

“โอ้ ร่างกายที่แข็งแกร่งของพวกเหนือมนุษย์…” ฉินซานพยักหน้า จางเจิ้งเฉียงกำลังจะพุ่งออกไปข้างหน้า แต่ก็ต้องประหลาดใจ เมื่อจู่ๆฉินซานได้มาอยู่ข้างหน้าเขาแล้ว แขนขนาดใหญ่ของเขาได้ทุบไปข้างหน้าทันที

“ไม่เลวเลย เรียบง่ายและรวดเร็วดี! แถมมีประสิทธิภาพอย่างมาก!” ฉินซานหัวเราะ ‘อัจฉริยะคนนี้ยังคงเป็นเพชรที่ยังไม่ได้เจียรไน! แต่เย่ฉางก็สอนเขาได้ดีเช่นกัน! เขามีพื้นฐานที่มั่นคงและไม่ถูกจำกัดโดยศิลปะการต่อสู้ใดๆ อายุแค่นี้สามารถมีความแข็งแกร่งที่ยอดเยี่ยม และทักษะพื้นฐานที่สมบรูณ์แบบมาก!’ เขาเอื้อมมือออกไป และสร้างพลังหยินหยาง มือข้างหนึ่งมีพลังงานสีดำ และอีกข้างหนึ่งเป็นพลังงานสีขาว จางเจิ้งเฉียงไม่ได้มีเวลาที่จะเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ก่อนที่ร่างกายของเขาจะรู้สึกหมดเรี่ยวแรง ราวกับว่าเขาเพิ่งถูกโจมตี แต่เขาไม่รู้สึกว่ามีอะไรมากระทบเขาเลยสักนิดเดียว

“การทำลายล้างของพลังงานและการขับเคลื่อน?” เย่ฉางเลิกคิ้วขึ้น และเฝ้ามองขณะที่จางเจิ้งเฉียงยืนอยู่ที่นั่นโดยปราศจากพลัง เขารีบเข้าไปหาอาเฉียงทันที

“โอ้ ลุงฉิน ลุงเล่นทำลายสมดุลของพี่ใหญ่เฉียง และประสาทสัมผัสโดยทันทีเลยนะ ความสมดุลทางจิต ความสมดุลทางกายภาพ และความสมดุลของพลังงาน หรือพูดง่ายๆว่า พี่ใหญ่เฉียงได้สูญเสียพละกำลังของตัวเองไปหมดแล้ว” เย่เทียนเดินเข้ามา และสังเกตุเห็นเหตุการณ์พอดี

ฉินซานมองไปที่เย่เทียนด้วยความประหลาดใจ ‘เด็กหญิงตัวเล็กๆคนนี้สามารถมองเห็นการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วของฉันได้!? อย่างไรก็ตาม การวิเคราะห์ของเธอเป็นเพียงกฏของฟิสิกส์ ตามความคิดของเด็กอัจฉริยะเท่านั้น’

หลินหลี่อ้าปากหาว และเริ่มที่จะเลียนแบบมัน เหมือนกับเด็กเลียนแบบสิ่งที่เขาเคยเห็นมา การเคลื่อนไหวของเขาเหมือนกับของฉินซานเป๊ะๆ ขาดไปเพียงแค่ความรุนแรงที่อยู่เบื้องหลัง

ฉินซานเริ่มหัวเราะเสียงดัง เขาตัดสินผิดพลาด คนเหล่านี้เป็นอัจฉริยะทั้งหมด! หลินหลี่ต้องมีสิ่งที่พิเศษบางอย่าง! เขาดูโง่เขลา แต่มีพรสวรรค์อย่างแท้จริง! “เอาล่ะ! เอาล่ะ! ลูกเขย! ฉันเอาไปทั้งสองคนได้ไหม?”

“ผมสามารถเรียนรู้ได้ด้วยงั้นหรอ!?” หลินหลี่พูดอย่างตื่นเต้น

เย่ฉางลังเลใจ จิตใจของหลินหลี่ไม่เหมือนกับอาเฉียง ก่อนที่พวกเขาจะสนิทกัน หลินหลี่เกือบจะถูกฆ่าโดยใครบางคน และเย่ฉางได้ฉีดซีรั่มเลือดหลอดสุดท้ายให้กับหลินหลี่ ทำให้เขามีความสามารถที่แตกต่างจากอาเฉียง ยกเว้นการเพิ่มความสามารถในการฟื้นฟูตัวเองตามธรรมชาติของเขา นอกจากนี้ มันก็ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆอีก ไม่ใช่ว่ามันถูกปฏิเสธ แต่มันเหมือนกับการขว้างปาก้อนหินลงไปในทะเล คนที่เขากังวลมากที่สุดก็คือหลินหลี่ แต่เขาก็ยังคงพยักหน้าตกลง