0 Views

ชายคนหนึ่งที่เป็นผู้นำในการฝึกซ้อมได้สังเกตุเห็นคิมซูฮยอน จากนั้นเขามองไปที่พวกคนข้างๆเธอและรู้จักจางเจิ้งเฉียง ‘ไม่ใช่ว่าคนๆนั้นเป็นคนที่ได้ที่หนึ่งในการประลองแลกเปลี่ยนครั้งล่าสุดหรือ?’ เขาจึงกะโกนทักทาย “ซูฮยอน! เธอมาทำอะไรที่นี่?”

 

“ไม่มีอะไรมาก ฉันแค่พาเพื่อนๆจากประเทศจีนมาเที่ยวชมรอบๆ รุ่นพี่ซองชานบัมเชิญฝึกต่อได้เลย …” คิมซูฮยอนตอบด้วยรอยยิ้มที่สดใส

 

“ไปกันเถอะ เราจะไปหาสถานที่ค้างคืนกันก่อน เพราะเรายังคงต้องไปเกาะเชจูในวันพรุ่งนี้อีก ดังนั้นเราจึงต้องรีบไปเข้านอนได้แล้ว” เย่ฉางพูดอย่างเฉยเมย

 

FrozenCloud ไม่เข้าใจจริงๆว่า ทำไมพวกเขาต้องรีบไปเข้านอนจัง เพราะนี่มันก็ยังไม่ดึกมากสักหน่อย แม้ว่าจะเที่ยวเล่นอีกสักครู่ มันก็คงไม่กระทบต่อการเดินทางไปเกาะเชจูในวันพรุ่งนี้อยู่ดี ‘พวกเขากลัวที่จะตื่นสายงั้นหรือ?’

 

“เพื่อนๆจากประเทศจีนอย่ารีบจากไปสิ ทำไมไม่ลงมาประมือกันเสียก่อนล่ะ” ซองชานบัมยิ้มและพยายามที่จะกระตุ้นเหย่พวกเขา

 

“นายไม่มีค่าพอที่จะให้เราไปสู้ด้วยหรอก” จางเจิ้งเฉียงพูดโดยไม่คิดเลยสักนิด

 

“นายจะรู้ได้ยังไง ถ้านายยังไม่ได้ลองสู้ …” ซองชานบัมเริ่มโกรธมาก เพราะเขาก็เป็นคนที่มีฝีมือและหยิ่งจองหองเช่นกัน

 

จางเจิ้งเฉียงหัวเราะ “เพื่อน ฉันขอไปสู้กับพวกเขาหน่อยนะ มันจะใช้เวลาไม่นานนัก …”

 

“อืม” เย่ฉางนั่งลง หลินหลี่นั่งลงข้างๆเขาและรู้สึกง่วง เย่ฉางจึงยกแขนซ้ายไปพาดเก้าอี้เพื่อให้หลินหลี่นอนหนุนแขน ส่วนแขนอีกข้างก็ให้เย่เทียนหนุนเช่นกัน

 

คิมซูฮยอนยกคิ้วขึ้น เมื่อเธอเห็นว่าจางเจิ้งเฉียงเชื่อฟังชายผมขาวคนนี้มาก เธอจึงมองไปที่กระเป๋าสะพายของเขาอีกครั้ง ‘เขาอาจจะไม่ใช่คนธรรมดาก็ได้’

 

“1 นาที 25 วินาที …” เย่เทียนพูดด้วยความเฉลียวฉลาด

 

“เธอหมายความว่าอะไร?” FrozenCloud ที่นั่งข้างเย่เทียนถามขึ้นมา

 

“ก็เวลาที่พี่ใหญ่เฉียงจะเอาชนะพวกเขาไงคะ” เย่เทียนพูดอย่างจริงจัง FrozenCloud ตกตะลึง ‘การวิเคราะห์ของเด็กสาวคนนี้ ไม่เคยผิดพลาดมาก่อนเลยสักครั้ง งั้นแสดงว่าเจ้าหมียักษ์มีฝีมือมากงั้นหรือ?’

 

จางเจิ้งเฉียงกระโดดลงมาจากระเบียง และเดินเข้าไปในห้องฝึกซ้อม เขายืดตัวขึ้นและมองพวกนักเรียนทั้งร้อยกว่าคน เขาหัวเราะเยาะ “เข้ามาพร้อมๆกันทั้งหมดนั่นแหละ…”

 

3 นาทีต่อมา ด้านนอกอาคารฝึกศิลปะการต่อสู้

 

FrozenCloud มองท่าทางที่ดูสบายๆของจางเจิ้งเฉียง และคิดย้อนกลับไปยังฉากก่อนหน้านี้ เหล่านักเรียนร้อยกว่าคนค่อยๆล้มลงอย่างรวดเร็ว ในเวลาแค่เพียง 1 นาทีนิดๆ จนเหลือซองชานบัมเป็นคนสุดท้าย แต่เขาก็ยื้อเวลาไปได้แค่ 20 วินาที ก่อนที่เขาจะถูกทำให้หมดสติไป ‘เจ้าหมียักษ์แข็งแกร่งมาก และอาจจะแข็งแกร่งกว่าพี่สาวของฉันเสียอีก’

 

คิมซูฮยอนรู้สึกตกใจ ‘ผู้ชายที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามคนนี้ เขาสามารถจัดการคนกว่าร้อยคนภายในเวลาไม่ถึง 2 นาที แม้ว่าพวกเขาเหล่านี้อาจไม่ได้รับการพิจารณาว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญก็ตาม แต่พวกเขาก็ผ่านการฝึกฝนมาบ้าง แม้ไม่ใช่ทั้งหมดที่ทำให้หมดสติไป แต่ส่วนที่เหลือก็ไม่กล้าแม้แต่จะเข้าใกล้ หลังจากที่รู้สึกถึงออร่าที่น่ากลัวของเขา อันที่จริงซองชานบัมนั้นแข็งแกร่งมาก บางทีอาจจะมากกว่าโจวอิจิ มัตซึมูระเสียอีก แต่เขาก็ยังพ่ายแพ้แก่จางเจิ้งเฉียงอย่างง่ายดาย จีนเต็มไปด้วยนักสู้ที่มากพรสวรรค์จริงๆ’ จากนั้นเธอก็มองร่างที่ผอมของเย่ฉางและรู้สึกสับสนมากยิ่งขึ้น ‘แล้วผู้ชายคนนี้ล่ะ? ดาบที่เขาแบกอยู่ คือดาบชนิดใดกัน? มันยาวมากและไม่กว้างมากนัก ดังนั้นอาจจะไม่ใช่ดาบจีนโบราณ นอกจากนี้อาจจะไม่ใช่ดาบคาตานะ’ เธออยากจะถาม แต่เธอรู้ว่ามันจะเป็นการเสียมารยาท “นี่เป็นโรมแรมที่ดีที่สุด ซึ่งอยู่ใกล้กับท่าเรือที่จะพาพวกคุณเดินทางไปยังเกาะเชจูได้อย่างง่ายดาย อีกทั้งมันยังราคาเป็นกันเองอีกด้วย แต่ให้บริการระดับโรงแรมชั้นนำเลยทีเดียว นอกจากนี้สภาพแวดล้อมของโรงแรมยังเป็นหนึ่งในโรงแรมที่ดีที่สุดในกรุงโซล”

 

“ขอบคุณมาก …” เย่ฉางพยักหน้าและยิ้ม เนื่องจากชะตากรรมนำพาให้เขาและเธอมาเจอกัน ก่อนที่เขาจะเดินเข้าโรงแรมไป เขาจึงหันมาให้คำแนะนำกับเธอว่า “ในการฝึกฝนเพลงดาบของเธอ เธอควรจะทำให้มันเรียบง่ายขึ้นอีกเล็กน้อย แต่อย่าละเลยพื้นฐานไป และไม่ว่าจะเป็นเพียงแค่การแข่งขันหรือการต่อสู้จริง มันมักจะตัดสินกันในจังหวะเดียวเสมอ การพักผ่อนก็เป็นสิ่งที่สำคัญเช่นกัน เพราะมันจะมีประโยชน์ในการเตรียมความพร้อม สำหรับการช่วงชิงจังหวะในการต่อสู้ได้”

 

เย่ฉางได้เห็นตอนเธอแพ้ในการแข่งขันประลองแลกเปลี่ยน เธอมัวแต่พะวงกับการแข่งขันและใช้แต่กระบวนท่าที่ยุ่งยากมากเกินไป จนเธอลืมจุดสำคัญของการต่อสู้ไป นั่นคือแค่การฆ่าศัตรูเพื่อคว้าชัยชนะมาเท่านั้น

 

คิมซูฮยอนมองไปที่ม่านตาสีชมพูของเย่ฉางและตกตะลึง เธอเฝ้ามองเขาเดินเข้าไปในโรงแรมโดยไม่ได้ตั้งใจ และยังคงจ้องมองไปอีกสักพักในจุดที่เขาเดินเข้าไป ‘ความแข็งแกร่งของคุณอยู่ระดับไหนกัน?’ เธอโทรศัพท์หาอาจารย์ปู่ของเธอ

 

“มันเป็นเทคนิคที่ใช้เปลี่ยนผลแพ้ชนะในการแข่งขันได้เลย เพราะเขากำลังพูดถึงเส้นทางการสังหาร ใส่ทุกอย่างลงในดาบเดียว เส้นทางแห่งการทำลายล้างที่มุ่งเน้นเพียงการฆ่าศัตรูของเธอเท่านั้น โดยการตัดความคิดสร้างสรรค์และกระบวนท่าต่อสู้ออกไปทั้งหมด และมุ่งเน้นผลชนะแต่เพียงอย่างเดียว แต่นี่ไม่ใช่สิ่งที่ทุกคนสามารถทำได้ เพราะเราไม่ใช่เครื่องจักรสังหารที่ไร้จิตใจ อย่างไรก็ตามคำพูดของเขา ก็มีประโยชน์กับเธอไม่น้อยเหมือนกัน เพราะเทคนิคการต่อสู้ของเธอวือหวามากเกินไปและยังขาดพื้นฐานอีกมาก แค็ก ~แค็ก ~ ฉันจะสอนเธออีกทีหลังจากที่เราพบกัน เธอควรจะขอบคุณนักดาบจีนคนนั้นนะ …” เสียงชายชราพูดขึึ้น

 

“อาจารย์ปู่ แล้วความแข็งแกร่งของเขาอยู่ระดับไหนคะ?” คิมซูฮยอนพยายามถาม

 

“อย่างน้อยก็อยู่ในระดับนักดาบวีรบุรุษ…” ชายชราพูดอย่างจริงจัง

 

“ไม่มีทาง! เขายังเด็กอยู่เลย” คิมซูฮยอนพูดด้วยน้ำเสียงตกใจ ระดับนักดาบวีรบุรุษ มันเป็นระดับเดียวกันกับพ่อเธอเลยทีเดียว !!

 

“จีนเต็มไปด้วยเสือซุ่มมังกรซ่อน ดูอย่างเจียงชางหรือที่เรียกกันติดปากว่าจักรพรรดิดอกเบญจมาศสิ ขณะนั้นเขาก็อายุยังน้อย แต่ก็ไม่มีใครในโลกสามารถต่อกรกับเขาได้เลย ไม่มีใครกล้าที่จะปะทะดาบกับเขาโดยตรง ในอดีต ตราบเท่าที่จักรพรรดิเบญจมาศยังมีชีวิตอยู่ ไม่มีใครกล้าอ้างว่าตัวเองเป็นที่หนึ่งเลยสักคนเดียว” ชายชราพูดพร้อมกับถอนหายใจ

 

“อ่า … มันไม่ใช่แค่เรื่องเล่าในตำนานเท่านั้นหรือคะ หนูคิดเสมอว่ามันเป็นแค่เรื่องเล่าเสียอีก” คิมซูฮยอนแทบไม่สามารถจินตนาการได้ว่า เด็กผู้ชายอายุแค่ 13 ปี จะกลายเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุดภายใต้ผืนฟ้าสวรรค์ จนเขาได้กลายมาเป็นนายกรัฐมนตรีของประเทศจีน ไม่มีใครที่มีความสามารถที่น่ากลัวแบบนี้อีกแล้ว เขายังเป็นผู้สร้างระบบมหาวิทยาลัยในปัจจุบันอีกด้วย ในโลกเสมือนจริง เขาเป็นคนเดียวที่มีตัวละครแร็งค์พระเจ้า ในความเป็นจริงแร็งค์พระเจ้าก็อาจจะไม่เพียงพอสำหรับเขาด้วยซ้ำ … เธอหยุดความคิดลงตรงนี้ ตอนนี้ประเทศจีนไม่ยิ่งใหญ่เหมือนกับในอดีตอีกแล้ว พวกเขาตกต่ำลงมาก?

 

“ซูฮยอน มีอะไรอีกมากที่เธออาจไม่รู้ บางทีจักรพรรดิดอกเบญจมาศอาจมาจากประเทศเกาหลีของเราก็ได้ …” ชายชราพูดอย่างสงบ

 

“เอ๊ะ …”

 

“บรรพบุรุษของฉันเคยกล่าวไว้ว่า จักรพรรดิดอกเบญจมาศชอบพูดคำว่า ‘อันยองฮาเซโย’ ในเวลาที่พบกัน แต่จักรพรรดิดอกเบญจมาศมาที่เกาหลีเพียงครั้งเดียว เพื่อให้คำแนะนำแก่บรรพบุรุษของฉันเป็นเวลาถึงครึ่งปี สิ่งนี้เองทำให้บรรพบุรุษของฉันได้รับแสงสว่างซึ่งนำไปสู่การสร้างวิชาดาบโบราณที่ชื่อว่า วิชาดาบดอกเบญจมาศโกลาหล อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากบรรพบุรุษเพียงคนเดียว ก็ยังไม่มีใครสามารถเข้าใจในวิชาดาบโบราณนี้ได้เลย ฉันหวังว่าสักวันหนึ่งเธอจะสามารถเข้าใจมันได้”

 

“หนูจะฝึกฝนอย่างหนักคะ” คิมซูฮยอนรู้ว่าอาจารย์ปู่คาดหวังในตัวเธอสูงมาก

 

 

ที่ไหนสักแห่งในอวกาศ มียานรบขนาดใหญ่กว่าดาวเคราะห์หลายเท่าได้ลอยผ่านช่องว่างมิติมา

 

“สามีเธอจะกลับมาเมื่อไหร่? ซูซี่ นี่เธอไม่รู้เลยหรือ?” สาวงามที่มีผมยาวสีเข้มถาม ในขณะที่กำลังจั่วไพ่นกกระจอกอยู่

 

“ถ้าเธอถามฉัน แล้วฉันจะไปถามใคร! หยูรุ่ย เธอนี่ช่างแก่เลอะเลือนมากขึ้นแล้วนะ!” หญิงสาวสูงวัยที่มีหุ่นเหมือนนางแบบพูดและทิ้งไพ่

 

“น้องเย่คิดยังไงบ้างล่ะ? เอฟเวอรีน เธอก็ทำตัวเงียบเหมือนพวกปรสิตจังเลยนะ” ผู้หญิงผมสีแดงที่สวยเหมือนดอกไม้ทิ้งไพ่ 5 ตัวอักษร

 

“ไปตายซะ! เธอก็ไม่ได้ดีไปกว่าฉันหรอก แต่ฉันก็เป็นแม่ที่ดีกว่าเธอก็แล้วกัน! ขนาดผ้าอ้อมหลานของเธอ ฉันยังเปลี่ยนให้มากกว่าเธอเสียอีก!!” ผู้หญิงผมดำที่มีผิวขาวผ่องพูดอย่างหงุดหงิด

 

ผู้หญิงที่พาดดาบยาว 2 เมตรอยู่บนหลังมองออกไปนอกหน้าต่างและจ้องมองทะเลแห่งดวงดาวที่ไม่มีที่สิ้นสุด “รอให้สามีฉันกลับมาก่อน แต่ฉันกังวลเกี่ยวกับทายาทที่สามีฉันทิ้งไว้บนโลกมากกว่า แต่พวกเราจะทำอะไรได้ล่ะ? เราทุกคนแทบไม่มีเบาะแสอะไรที่เกี่ยวกับหลันหลันเลย”

 

ผู้หญิงที่อยู่รอบข้างทั้งหมดมีสีหน้าเศร้าหมอง พวกเธอทุกคนคาดว่าหลันหลันอาจจะเสียชีวิตไปแล้ว และอาจทิ้งสายเลือดของเขาไว้ในตระกูลหลิน พวกเธอทั้งหมดต่างถอนหายใจ

 

หลินหลี่สะดุ้งตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจ เขาเงยหน้าขึ้นมองไปบนฟ้าด้วยความเศร้า น้ำตาค่อยๆไหลออกมาอย่างช้าๆ “พ่อ แม่ หลินหลี่ลูกของท่านอยู่ที่นี่ พวกท่านไปอยู่ที่ไหนกัน!?”