0 Views

ThornyRose เล่าทุกอย่างให้เขาฟัง ทั้งข่าวลือเรื่องเลสเบี้ยนของตัวเธอกับ FrozenBlood รวมทั้งเรื่องความต้องการของพ่อแม่เธอด้วย

 

“ปรากฎว่าเธอและ FrozenBlood ชอบพอกันนี่เอง ฉันไม่มีความเห็นใดๆหรอก…” เย่ฉางลูบคางและพยักหน้า

 

มุมของปาก ThornyRose ชักกระตุก ‘ผู้ชายคนนี้จะได้ยินเฉพาะสิ่งที่เขาอยากจะได้ยินใช่ไหม?’ เธอพูดออกมาเบาๆ “FrozenBlood และฉันเป็นเพียงเพื่อนสนิทกัน …”

 

“อาเฉียง ข่าวด่วนๆ…” เย่ฉางกำลังจะเดินกลับ แต่มือของ ThornyRose ได้คว้าหัวของเขาไว้ทันที เย่ฉางสังเกตุเห็นท่าทางของเธอบิดเบี้ยวไปมา เขาจึงพูดขึ้นมาอย่างไม่แยแส “ฉันเข้าใจทุกอย่างแล้ว … ฉันเพียงแค่ล้อเล่นเท่านั้นเอง”

 

“ดังนั้น ฉันต้องการคนที่จะแกล้งทำเป็นแฟนของฉัน และช่วยฉันแก้ปัญหาเรื่องนี้ เมื่อเร็วๆนี้ ฉันต้องการที่จะเตรียมความพร้อมของเกมและการแข่งขันภายในลีค วิธีที่จะช่วยให้ฉันรอดพ้นได้ก็คือ นายต้องไปทานอาหารค่ำที่บ้านของฉัน ถ้าฉันเลือกคนที่ธรรมดาเกินไป พวกเขาจะเห็นเป็นเรื่องโกหกทันทีเมื่อก้าวเข้าไปในบ้านของฉัน อย่างไรก็ตาม ถ้าเป็นนายล่ะก็ … มันคงจะไม่มีปัญหา …” ThornyRose พูดขึ้นมา ในขณะที่มองไปยังท่าทางแปลกๆของเย่ฉาง

 

“ตกลง บอกฉันแล้วกันเมื่อถึงเวลานั้น…” เย่ฉางพูดพร้อมกับยักไหล่ เขามีความคิดบางอย่าง ‘ถึงแม้จะเป็นเรื่องที่น่ารำคาญ แต่ผู้หญิงบ้าคนนี้ ก็คือเจ้านายและมีสิทธิออกคำสั่งกับฉัน’

 

“ไปกันตอนนี้เลย… ถ้าเรารีบกลับไปที่เมืองหลวง น่าจะไปถึงที่นั้นตอน 6 โมงเย็น พวกเราเริ่มทานอาหารค่ำตอน 2 ทุ่ม ดังนั้นเราจะมีเวลา 2 ชั่วโมงในการเตรียมตัว เอาล่ะ รีบไปกันเถอะ” ThornyRose พูดขึ้นมา

 

เย่ฉางขมวดคิ้ว “เร็วขนาดนั้นเลย? ก็ได้ แต่ฉันต้องบอกเพื่อนของฉันและคนอื่นๆก่อน”

 

“ได้…” ThornyRose ถอนหายใจ และมองดูรูปลักษณ์ของเย่ฉางที่ไม่เหมือนใครยกเว้นเย่เทียน พวกเขาผ่านประสบการณ์แบบไหนมากันนะ ที่ทำให้กลายมาเป็นครอบครัวกันแบบนี้ แม้แต่ภายในเกม เธอยังสามารถรับรู้ได้เลยว่า พวกเขาใกล้ชิดสนิทสนมกันมากแค่ไหน เห็นได้อย่างชัดเจนเลยว่า เย่ฉางเป็นเสมือนหัวหน้าครอบครัวของบ้านหลังนี้ ในขณะที่จางเจิ้งเฉียงเปรียบเสมือนเป็นผู้ปกครองที่คอยดูแลทุกๆคน

 

เย่ฉางเดินกลับไปที่บ้านเพื่อบอกจางเจิ้งเฉียงและคนอื่นๆ “อาเฉียง ดูแลหลินหลี่และเย่เทียนให้ดีด้วย ฉันต้องไปที่เมืองหลวงก่อน และจะกลับมาในพรุ่งนี้นะ…”

 

“พี่ใหญ่ขาว พี่จะไปที่เมืองหลวงทำไมกัน?” หลินหลี่ถามขึ้นมา

 

“เหมือนละครเรื่อง ศึกพิศวาสสองพี่น้อง ในตอนที่ 36…” เย่ฉางหัวเราะเบาๆ และเดินจากไปอย่างภาคภูมิใจ

 

“เขากำลังปลอมตัวเป็นแฟนของพี่สาวโรส ในตอนนั้นขณะที่ อามู่รู้ว่าอาเจิ้งเป็นแฟนกับน้องสาวของเธอ เธอจึงเกลี้ยกล่อมอาเจิ้งมาปลอมตัวเป็นแฟนของเธอ เพื่อจัดการกับแฟนเก่าที่คอยตามตื้อ ในท้ายที่สุดอาซูก็เข้าใจผิด คิดว่าพี่สาวของเธออามู่กำลังคบกับอาเจิ้งอยู่จริงๆ ดังนั้นทั้งสองคนจึงเริ่มต่อสู้กัน …” หลินหลี่พึมพำ

 

เย่เทียนรู้สึกลังเลใจ แต่เธอก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา เพราะว่า … ด้วยความแข็งแกร่งของพ่อเธอ เธอจึงไม่มีอะไรที่จะต้องกังวลเกี่ยวกับเขา…”

 

“เพื่อน อย่าลืมซื้อเป็ดย่างสูตรดั้งเดิมกลับมาด้วยนะ!!” จางเจิ้งเฉียงตะโกนออกมา

 

“และซื้ออาหารพื้นเมืองอื่นๆกลับมาด้วยนะ พี่ใหญ่ขาว!!” หลินหลี่พยายามจะตะโกนให้ดังมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

 

“อ่า … ฉันเข้าใจแล้ว” เสียงของเย่ฉางค่อยๆจางหายไป

 

“พวกเราไปตกปลากันเถอะ อาหารแค่นี้ไม่เพียงพอสำหรับพี่ใหญ่เฉียงหรอก…” เย่เทียนพูดขึ้น ขณะที่มองดูอาหารบนโต๊ะ

 

“หลังจากที่เราตกปลาได้ เราก็มาย่างปลาที่ริมชายหาดกินกันไปเลย ตั้งแต่ที่เพื่อนของฉันไม่ได้อยู่แถวนี้ เราต้องทำมันด้วยตัวเองกันแล้ว…” จางเจิ้งเฉียงเดินออกมาพร้อมรอยยิ้ม ทั้งสามจึงเดินไปยังเรือเล็กๆของพวกเขา

 

ภายในห้องโดยสารหรูหราของรถไฟ เย่ฉางกำลังนั่งอยู่ตรงข้ามกับ ThornyRose และได้จ้องมองไปที่เธอ ทำให้เธอรู้สึกกระอักกระอ่วนมาก ส่วนใหญ่เป็นเพราะสายตาของเขายังคงจ้องมองอย่างไม่แยแส ใบหน้าของเธอเริ่มแดงก่ำ ในขณะที่เธอพูดออกมา “นายจ้องฉันทำไม?”

 

“ อืม ตัวจริงของเธอก็ยังคัพ 36D … ฮึ่ม…” เย่ฉางพูดขึ้นมา

 

“เอ่อ…” ThornyRose รู้สึกพูดไม่ออก แล้วฝืนแสดงรอยยิ้มออกมา “ฉันต้องพานายไปตัดผม และหาเสื้อผ้ามาเปลี่ยนให้นายก่อน ผมของนายมันยุ่งและยาวจนเกือบจะถึงไหล่อยู่แล้ว นายตัดผมปีละครั้งงั้นหรอ?”

 

“นี่คือสไตล์ของฉัน เธอไม่เข้าใจหรอก…” เย่ฉางชี้ไปยังผมที่พันกัน และพูดออกมาอย่างจริงจัง

 

“ก็ได้ ก็ได้ ไม่ว่าในกรณีใดก็ตาม นายยังคงต้องดูสะอาด และเป็นระเบียบเรียบร้อยมากกว่าในตอนนี้ …” ThornyRose ขี้เกียจเกินไปที่จะเถียงกับเขา เธอไม่รู้ว่าทำไม แต่เธอรู้สึกเป็นตัวของตัวเองเมื่อเธออยู่กับเขา ซึ่งทำให้เธอยิ้มได้และรู้สึกสงบ แม้ว่าเธอจะไม่รู้เรื่องราวอะไรเกี่ยวกับตัวเขาก็ตามที ‘เขาอาจจะสร้างปัญหาขึ้นเมื่อไปถึงบ้านของฉัน เนื่องจากลักษณะภายนอกของเขาเป็นคนไม่แยแสอะไรเลย แต่เมื่อแม่ได้เห็นขนตาสีขาวที่กระพือไปมาของเขา แม่ต้องตกตะลึงอย่างแน่นอน’ ThornyRose คิดอย่างมีเหตุผลด้วยรอยยิ้ม …

 

เมื่อพวกเขามาถึงเมืองหลวง ThornyRose พาเย่ฉางที่ใส่ชุดชายหาด มาเลือกซื้อชุดสูท จากนั้นพวกเขาก็ไปหาช่างทำผมที่เธอโปรดปราน เพื่อจัดการปัญหากับผมที่ยุ่งเหยิงของเย่ฉาง

 

“มิสฉิน มิสเตอร์เย่ พวกคุณพอใจกับทรงผมหรือเปล่าคะ?” สไตลิสต์คาร์รี่ถามออกมาด้วยรอยยิ้ม

 

เย่ฉางมองดูตัวเอง ที่ตอนนี้อัพเกรดความหล่อขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง ผมของเขาถูกตัดขึ้นไปเหนือสายตาและถูกมัดรวบกันไว้ พร้อมกับสวมชุดสูท ทำให้เขาดูแตกต่างไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง เขาตบไหล่ของคาร์รี่เบาๆ พร้อมกับแสดงความคิดเห็นของเขาอย่างไม่แยแส “ไม่เลวเลยทีเดียว ฝีมือดีกว่าชายชราในร้านตัดผมทั่วไป ที่คิดราคาค่าตัดมากถึง 100 ดอลลาร์สหรัฐเสียอีก…”

 

“……” คาร์รี่เริ่มหายใจติดขัด ‘คุณคิดว่าฉันเป็นใคร!? คุณเปรียบเทียบฉันกับช่างตัดผมชราในร้านทั่วๆไปนี่นะ!?’ เธอเริ่มหัวเราะอย่างโง่งม “ฮ่าฮ่า ฮ่าฮ่า คุณยกย่องฉันเกินไปแล้ว…”

 

ThornyRose ประหลาดใจ เขาดูดีมากหลังจากจัดการตัวเอง เขาสวมเสื้อสีม่วง ทับด้วยเสื้อสูทสีดำ ทำให้สีผมของเขาดูโดดเด่นมากขึ้น ปัญหาเดียวของเขาในตอนนี้คือ เขาผอมมากเกินไปและไม่สูงพอ ผู้ชายคนนี้ไม่สูงเท่าเธอ และเธอยังอ้วนกว่าเขาอีกด้วย… เธอรู้สึกอิจฉาเล็กน้อย

 

ThornyRose สวมใส่ชุดราตรีสีดำ และยืนอยู่เคียงข้างเขา “เอาล่ะ เราไปกันเถอะ…”

 

 

“ฉินเซียง สาวน้อยคนนั้นบอกว่า เธอกำลังจะพาแฟนมายังงั้นหรอ? ทำไมเธอถึงยังไม่มากันอีกล่ะ …” คุณนายฉินพูดขึ้น ขณะมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างใจจดใจจ่อ

 

“พวกเขามากันแล้ว… เอ๊ะ! ทำไมสีผมของเขาแปลกจัง หรือว่าลูกสาวของเราชอบคนที่แหวกแนวแบบนี้ …” ฉินซานพึมพำ

 

“แฟนของลูกสาวเราจะเป็นยังไงก็ช่าง อย่างน้อยเขาก็เป็นผู้ชาย มันยังดีกว่าไปคบกับหญิงสาวตระกูลซูนั้นเสียอีก คุณลองคิดดูดีๆสิ…” คุณนายฉินกลอกดวงตาไปมองสามีของเธอ

 

“นั่นมันก็จริง…” ฉินซานยักไหล่

 

ThornyRose รู้สึกกังวลใจเล็กน้อย เธอคล้องแขนกับเย่ฉาง เธอมองเห็นการแสดงออกที่ไม่แยแสและผ่อนคลายของเขา ‘ผู้ชายคนนี้…’

 

“ลูกเซียง…” ฉินซานยิ้มและเดินมาพร้อมกับคุณนายฉิน เพื่อมาตรวจสอบเย่ฉาง จากระยะไกล พวกเขาเห็นเพียงแค่ผมสีขาวเท่านั้น แต่ในตอนนี้ พวกเขาเห็นทั้งคิ้ว และขนตาที่เป็นสีขาวของผู้ชายคนนี้ แถมเขายังมีม่านตาสีชมพูอีกด้วย อย่างไรก็ตาม โดยรวมแล้วเขาถือว่าดูดีเลยทีเดียว แต่มันมีอะไรที่ทำให้พวกเขารู้สึกแปลกๆอยู่นิดหน่อย

 

ThornyRose สังเกตุเห็นพ่อและแม่ของเธอกำลังตรวจสอบเขา ทำให้เธอกังวลใจมากยิ่งขึ้น

 

“คุณสองคนคงเป็นพ่อแม่ของอาเซียงใช่ไหมครับ ผมชื่อเย่ฉาง เป็นแฟนของอาเซียงครับ…” เย่ฉางพูดขึ้นมาด้วยรอยยิ้ม เขาพูดด้วยน้ำเสียงที่ไม่ประจบประแจงหรือดูถูกคนอื่น จากนั้นเขาก็เอื้อมมือออกไปหาฉินซาน

 

ThornyRose มองดูพฤติกรรมของเย่ฉางและคิดว่า ‘เจ้าคนบัดซบคนนี้ ทำได้ไม่เลวเลยทีเดียว เขาไม่มีความตื่นตระหนกตกใจใดๆเลย ในทางตรงกันข้าม เป็นฉันเองที่กังวลมากเกินไป’

 

ฉินซานมองไปที่เย่ฉางด้วยความประทับใจและพึงพอใจ ‘เขามีความสุภาพและเหมาะสมกับลูกเซียงจริงๆ’ เขายื่นมือออกมาจับมือกับเย่ฉาง ‘ลองทดสอบเขาดูสักหน่อยดีกว่า’ ฉินซานเริ่มเพิ่มแรงมากขึ้นในการจับมือเย่ฉาง แต่เย่ฉางกลับไม่แสดงปฏิกิริยาอะไรออกมาเลย ‘อ๊ะ ช่างน่าสนใจจริงๆ’ เขาใช้พละกำลังมากยิ่งขึ้นอีก แต่ก็ไม่มีความหมาย… ฉินซานยิ้มออกมา แต่ยังคงเพิ่มพละกำลังในการจับมือขึ้นไปอีก

 

“คุณฉิน ถ้าคุณเพิ่มแรงมากกว่านี้อีก ผมคิดว่าผมไม่สามารถที่จะทนรับแรงบีบของคุณได้แล้วนะครับ…” เย่ฉางแกล้งทำเป็นกระอักกระอ่วน แต่ก็ยังคงแสดงรอยยิ้มออกมา

 

แม้ว่าคุณนายฉินจะให้ความสำคัญกับรูปลักษณ์ภายนอก แต่การกระทำที่เขาแสดงออกมาก่อนหน้านี้นั้น แสดงให้เห็นว่าเด็กคนนี้ไม่เลวเลย ขณะที่จับมือกัน เย่ฉางพยายามทำให้ฉินซานใช้พลังภายในเล็กน้อย แต่เขายังรักษาความสงบไว้ได้ และไม่ได้แสดงอาการอะไรออกมาให้เห็น ทำให้ฉินซานเริ่มที่จะยอมรับเขามากขึ้น เด็กคนนี้ดูเหมือนเรียบง่าย แต่จริงๆแล้วนั้นไม่ง่ายเหมือนอย่างที่เห็นเลย เพราะลูกสาวของเขาเคยหลอกพาพวกกระเทยที่ดูดีมาพบเขาหลายครั้งแล้ว ฉินซานเลยจำเป็นต้องทดสอบดูให้แน่ใจทุกครั้ง แม้ว่าเย่ฉางจะดูอ่อนแอ และไม่สูงเท่าลูกสาวของพวกเขา แต่อย่างน้อยเขาก็เป็นลูกผู้ชายล่ะนะ คุณนายฉินยิ้มแย้ม ‘ลูกเซียงไม่สนใจเรื่องรูปร่างหน้าตาของเขา ดังนั้นฉันจะปล่อยผ่านไปก็แล้วกัน’ คุณนายฉินมองไปที่เย่ฉางด้วยความพึงพอใจ