0 Views

ในเวลานี้ กลุ่มของเย่ฉางทั้งสี่คนยังคงจ้องมองอย่างว่างเปล่า ขณะที่ยังนั่งอยู่ตรงระเบียงด้านหน้า แทนที่พวกเขาจะกินแตงโม แต่กลับกลายเป็นพวกว่า พวกเขานั่งดื่มโซดากัน… เสียงโทรศัพท์มือถือดังขึ้น เย่ฉางหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาและตอบแบบซังกะตาย “มีอะไร…?”

 

“มาเจอกันหน่อย ฉันอยู่ในเมืองหลินไห่แล้ว…” ThornyRose รู้สึกว่า เป็นการดีที่จะได้พบปะพวกเขา และจะได้บอกเกี่ยวกับตัวละครและพูดคุยเกี่ยวกับการเตรียมการ นอกจากนี้ มันก็ใช้เวลาไม่นานมากนักในการเดินทางมาเมืองหลินไห่ เธอขึ้นรถไฟมาโดยใช้เวลาไม่ถึง 2 ชั่วโมงด้วยซ้ำ ที่สำคัญกว่านั้น คือพ่อแม่ของเธอบีบบังคับเธออย่างวิกลจริตมากเกินไป ดังนั้นมันจะดีกว่า ถ้าเธอหลีกหนีพวกเขาทั้งสองคนมา ไม่อย่างนั้นเธอจะกลายเป็นบ้าไปจริงๆ

 

“เทียนน้อย ที่อยู่ของเราคือที่ไหน?” เย่ฉางมองเธอและถามออกมา

 

“หลินไห่ ริมชายฝั่งทะเลซองหยาง บ้านเลขที่ 216 อย่าลืมนำเนื้อวัวแดดเดียวมาให้พวกเราด้วย … ฉันอยากกินมัน อาเฉียง หลินหลี่ พวกนายทั้งสองอยากกินอะไรกัน? อ่อ! ใช่แล้ว เอาห่านย่างด้วยนะ …” คำพูดของเย่ฉางทำให้ ThornyRose โกรธ ‘นายเห็นฉันเป็นตัวอะไร!? คนส่งอาหาร!?’ เธอตัดสายทิ้งอย่างหงุดหงิด ริมชายฝั่งทะเลซองหยาง … เธอเคยอยู่ที่นั่นมาก่อน มันมีทิวทัศน์และทัศนียภาพที่สวยงามมาก เธอเดินไปที่ย่านช็อปปิ้งของสถานีรถไฟและถอนหายใจ

 

“เพื่อน พี่สาวโรสกำลังมาหาพวกเราหรือ!? เธอกำลังนำสาวงามมากมายมาด้วยใช่ไหม!? จางเจิ้งเฉียงถามออกมาด้วยความตื่นเต้น

 

“อันนี้ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน เธออาจจะมาเพียงคนเดียวก็ได้…” เย่ฉางยักไหล่

 

“หนูคิดว่าการมาของพี่สาวโรสครั้งนี้ น่าจะเป็นการพูดคุยเกี่ยวกับสโมสร…” เย่เทียนพูดออกมาด้วยความเฉลียวฉลาด

 

“ห่านย่าง ห่านย่าง…” หลินหลี่พูดพร้อมกับแกว่งขาไปมา

 

“อูนาจะกลับบ้านวันไหน?” หลินหลี่ถามออกมา

 

“น่าจะไม่ใช่สามวันนี้ พวกเธอน่าจะกำลังฝึกซ้อมกันอย่างหนัก…” เย่ฉางนึกถึงข้อความของอูนา

 

“คอนเสิร์ตเล็กๆ ของเธอมีตอนไหนนะเพื่อน? เมื่อถึงเวลาเราควรจะนำคนไปเชียร์เธอกัน…” จางเจิ้งเฉียงพูดขึ้นด้วยรอยยิ้ม ในขณะที่เขามองไปที่ทะเล

 

“เอาล่ะ เรามีเวลาอีกสองวัน นายนำพี่น้องของพวกเราบางคนไปแล้วกัน ฉันจะไปหาโจรขโมยชุดชั้นใน – ลุงแพนตี้ก่อน เขาและลุงฟรอสเลอร์เป็นศัตรูเก่ากัน ดังนั้นการพาพวกเขาไปในที่เดียวกันคงจะสนุกน่าดู” เย่ฉางพยักหน้า

 

“เราจะได้พบกับลุงแพนตี้ และลุงฟรอสเลอร์อีกครั้งแล้วสินะ…” หลินหลี่พูดออกมาอย่างมีความสุข พร้อมกับมองไปข้างหน้า

 

เย่เทียนยังคงเงียบ แม้ว่าเธอจะไม่รู้อะไรมากนัก และยังไม่รู้ว่าใครคือลุงแพนตี้ แต่ถ้าคุณกำลังเดินผ่านถนน และรู้สึกหวิวๆที่ตรงช่วงล่าง จากนั้นเมื่อคุณกลับบ้าน และเห็นกางเกงชั้นในของคุณที่มีรูปหัวใจวาดอยู่ พร้อมกับมีคะแนนตรงกลางรูปหัวใจนั้นแล้วล่ะก็ แน่นอนว่านั่นต้องเป็นฝีมือของลุงแพนตี้ ศัตรูคู่แค้นของลุงฟรอสเลอร์อย่างแน่นอน พวกเขาเป็นสองผู้ยิ่งใหญ่แห่งย่านตะวันออกของเมืองหลินไห่ แต่พวกเขาไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้ เพราะลุงฟรอสเลอร์คือคนที่ไม่สวมใส่กางเกงชั้นใน การเผชิญหน้าของพวกเขาส่วนใหญ่ มักจะเป็นลุงแพนตี้ที่พยายามจะทำให้ลุงฟรอสเลอร์สวมกางเกงชั้นในให้ได้ และในขณะเดียวกัน ลุงฟรอสเลอร์มักจะเทศนาเกี่ยวกับความยิ่งใหญ่ของการเปลือยเปล่าของเขาให้ลุงแนนตี้ฟัง ชัยชนะหรือความพ่ายแพ้ของทั้งสองคนยังไม่ถูกตัดสิน พวกเขาถูกมัดรวมให้เป็นบุคคลประเภทเดียวกัน จนทำให้ชื่อเสียงของพวกเขาโด่งดัง และเลื่องลือขจรขจายไปไกล ปัจจุบันลุงแพนตี้เป็นเหมือนไอดอลในย่านช้อปปิ้ง แม้ว่าเขาจะทำเกี่ยวกับสิ่งนี้ แต่เขาก็ถูกยอมรับในย่านตะวันออกว่าเป็นชายวัยกลางคนที่หน้าตาดี ดังนั้นทุกคนที่ตกเป็นเหยื่อของเขาจะคิดว่าตัวเองโชคดี เพื่อจัดการกับคนที่ไม่เคยสวมใส่กางเกงชั้นในมาก่อนอย่างลุงฟรอสเลอร์ ตำรวจและสมาคมสตรีแห่งเมืองหลินไห่ จึงตัดสินใจที่จะใช้ทักษะของลุงแพนตี้ เพื่อที่จะทำให้เขาได้รับรู้ถึงอารมณ์ในการสวมใส่กางเกงชั้นในบ้าง ลุงแพนตี้มีฝีมือในการถอดและสวมใส่กางเกงชั้นใน ไม่ว่าจะเป็นผู้ชายหรือผู้หญิงก็ตาม แต่ถ้าเป็นกางเกงชั้นในของผู้หญิง กล่าวกันว่าคนที่ถูกลุงแพนตี้ประเมินคะแนนแล้ว สามารถขายกางเกงชั้นในตั้วนั้นได้ในราคาสูงสุดถึง 200,000 ดอลลาร์สหรัฐ แต่ถ้าได้รับการประเมินคะแนนสูงสุด จะสามารถขายได้มากถึง 10,000,000 ดอลลาร์สหรัฐ มันเป็นรายการที่นิยมกันมากในหมู่นักสะสม และราคาของมันยังพุ่งสูงขึ้นในทุกๆปี

 

ทั้งสองคนเป็นตำนานแห่งย่านตะวันออก และมักจะเป็นหัวข้อที่ผู้คนพูดถึงกันอย่างเร่าร้อน …

 

 

อูนาที่อยู่ในฮอลล์คอนเสิร์ต กำลังยุ่งวุ่นวายกับการมองหาเพลงและเครื่องดนตรี จู่ๆก็รู้สึกเย็นวาบที่หลังของเธอ ‘พวกเขาเหล่านั้นกำลังพูดคุยเกี่ยวกับฉันแน่นอน!’ เธอส่ายหัว “อาเปา ลองตรวจสอบกลองดูหน่อย ฉันว่าเสียงมันฟังดูแปลกๆ เมื่อเคเล่นในก่อนหน้านี้”

 

 

ThornyRose เดินออกจากสถานีรถไฟ หลังจากเดินทางมาถึงชายฝั่งซองหยานแล้ว เธอถือถุงใส่กล่องเนื้อแดดเดียว และกล่องใส่ห่านย่างด้วยมือข้างเดียว เธอถอนหายใจขึ้นอีกครั้ง และเดินไปบนชายหาดด้วยรองเท้าส้นสูงของเธอ เพื่อไปหาเย่ฉางและคนอื่นๆที่บ้านของเขา

 

เย่ฉางมองเห็นผู้หญิงคนหนึ่งกำลังเดินเข้ามา เธอไว้ผมสั้น ตัวสูงเพียว สวมหมวกและสวมชุดเดรสสีฟ้าปนสีขาว ‘อ่า … เป็นเธอนี่เอง’ เขาค่อยๆลุกขึ้นยืน และเดินเข้าไปหาเธอ “ThornyRose ใช่ไหม…?”

 

ThornyRose มองคนที่เดินตรงมาหาเธอ เธอตกตะลึง เขามีผมสีขาว คิ้วสีขาว ขนตาสีขาว และม่านตาสีชมพู เขายังคงมีน้ำเสียงที่ไม่แยแส เธอรีบถอดหมวกออก และมองไปยังยักษ์ที่สูง 2 เมตร ที่ยืนอยู่ข้างหลังเขา ‘นี่คือเจ้าหมียักษ์อย่างแน่นอน’ ส่วนคนที่จ้องมองห่านย่างในมือของเธอ คือหลินหลี่อย่างไม่ต้องสงสัย ไม่ต้องพูดถึงเลยว่าสาวน้อยที่ดูคล้ายกับเย่ฉางเป็นใคร เธอไม่สามารถคิดในสิ่งที่จะพูดได้ ดังนั้นเธอเพียงพูดขึ้นมาอย่างงุ่มง่าม “ภาพลักษณ์ของนาย… จดจำได้ง่ายมาก …”

 

จางเจิ้งเฉียงเดินเข้าไปช่วยเธอถือถุงอาหาร และพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม “เข้าไปนั่งคุยข้างในกันเถอะ…”

 

ThornyRose ไม่สามารถทนต่อไปได้ จากนั้นเธอจึงเดินไปไม่กี่ก้าวจนมาถึงหน้าของเย่ฉาง และเอื้อมมือออกไปสัมผัสผมของเขา …

 

“เธอกำลังทำอะไร…” เย่ฉางพูดอย่างตกตะลึง เขานึกขึ้นมาได้ว่าผู้หญิงคนนี้กำลังป่วยทางจิตอยู่ และคิดว่าเธออาจจะลืมกินยามาในวันนี้

 

ThornyRose ยังคงตรวจสอบ และเห็นว่ารากของเส้นผมของเขาก็ยังเป็นสีขาว ‘เขาขาวโดยธรรมชาติ? คนเผือกงั้นหรอ? มันไม่น่าจะเป็นไปได้ ผิวของพวกคนเผือกจะเป็นผิวของคนที่มีอายุมากกว่านี้ ต้องมีการกลายพันธุ์บางอย่าง’ เธอไม่รู้ว่าทำไม แต่เมื่อเธอเห็นมัน เธอไม่รู้สึกผิดหวังเลย ในความเป็นจริง เธอรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น เธอพูดออกมาด้วยรอยยิ้ม “โอ้ ไม่มีอะไร มันเยี่ยมมาก มันดูเป็นเอกลักษณ์จริงๆ…”

 

“ฉันไม่ต้องการให้เธอมาบอกฉัน เพราะมันเห็นได้ชัดเจนอยู่แล้ว!” เย่ฉางพูดอย่างไม่มีความสุข

 

“นาย!!” เธอขมวดคิ้ว ‘ในความเป็นจริง ผู้ชายคนนี้ยังคงทำตัวหยาบคายเช่นเคย’

 

ทั้ง 5 คน เดินเข้าไปในบ้าน ThornyRose มองไปรอบๆ บ้านหลังนี้ตกแต่งได้สวยงามมาก มันเป็นบ้านสไตล์ไม้เก่าแก่ที่ดูอบอุ่นสบาย และอยู่ในตำแหน่งที่สายลมทะเลพาดผ่านได้ คนไม่กี่คนเหล่านี้มีชีวิตที่สบายอารมณ์ดีจริงๆ

 

“พี่สาวจะดื่มอะไรดี? โซดาหรือน้ำเปล่า เลือกมาอย่างใดอย่างหนึ่ง อ่อ! พี่สาวสามารถเพิ่มน้ำแข็งเข้าไปด้วยก็ได้นะ” เย่เทียนถามอย่างเฉยเมย

 

“โซดาใส่น้ำแข็ง…” ThornyRose พยักหน้า

 

“พี่สาวโรส พี่สวยมากจริงๆ ความงดงามของพี่สาว…” จางเจิ้งเฉียงนั่งข้างๆเธอ และเริ่มประจบประแจง แต่เขาไม่ทันที่จะพูดจบ ก็ถูก ThornyRose พูดตัดบทเขาอย่างไม่พอใจ “หยุดเลย ฉันรู้ดีว่านายต้องการอะไร เราจะคุยเรื่องนี้กันในภายหลัง…” เธอถอนหายใจ ‘ผู้ชายคนนี้ไม่คิดอะไรเลย นอกจากการผสมพันธุ์?’ เธอถอนหายใจอีกครั้ง “เอาล่ะ มาแนะนำตัวเองกันก่อน”

 

พวกเขาผลัดกันแนะนำตัว และ ThornyRose ได้รับรู้ชื่อจริงของพวกเขา เย่ฉาง, จางเจิ้งเฉียง, หลินหลี่ และเย่เทียน เช่นเดียวกับเย่ฉางและคนอื่นๆ ก็ได้รับรู้ชื่อจริงของ ThornyRose เธอมีชื่อว่า ฉินเซียง

 

เย่ฉางนั่งสบายๆอยู่ตรงข้ามเธอ และมองดูหลินหลี่ที่กำลังซัดห่านย่างอย่างออกรส ตัวเขาเองก็กินเนื้อวัวแดดเดียว และพูดออกมาอย่างเฉยเมย “ลองพูดรายละเอียดมา…”

 

“ฉันจะข้ามเรื่องหยอกล้อกันไปก่อน นี่เป็นรายละเอียดเกี่ยวกับตัวละครแร็งค์ S ทั้ง 3 ตัว เอาไปดูสิ” ThornyRose โชว์ข้อมูลบนโทรศัพท์มือถือของเธอให้เขาดู

 

เย่เทียนเหลือบไปมองข้อมูลและเลิกคิ้วขึ้น “ตามข้อมูลและการวิเคราะห์ของหนู นักดาบปีศาจสำหรับพี่ใหญ่ขาว ส่วนจอมหมัดเหล็กของพี่ใหญ่เฉียง และนักรบดาบยักษ์สำหรับพี่ชายหลี่ ซึ่งพี่สาวอาจจะตัดสินใจมาก่อนแล้ว ยิ่งไปกว่านั้น พี่สาวสามารถบอกรายละเอียดกับพวกเราในการฝึกซ้อมที่สโมสรก็ได้นิ ดังนั้นพี่สาวพูดมาตรงๆดีกว่า ว่าพี่สาวมาที่นี่ต้องการอะไร?”

 

ThornyRose กระวนกระวายและอึดอัดใจ เธออ้าปากเตรียมพร้อมที่จะพูด แต่เมื่อได้ยินคำพูดของเย่เทียน จู่ๆเธอก็หุบปากลงทันที สาวน้อยคนนี้ดูน่ารำคาญเหมือนในเกมจริงๆ “เออ … PaleSnow เราไปคุยกันแบบส่วนตัวได้ไหม…?”

 

เย่ฉางงงงวย แต่ก็เดินตามหลังเธอไป

 

“ตัวละครแร็งค์ S ทั้ง 3 ตัว มีราคาที่แพงมาก…” คำพูดของ ThornyRose ทำให้เย่ฉางก้าวถอยหลังไปอย่างรวดเร็ว และพูดกลับไปด้วยน้ำเสียงที่เด็ดขาด “ฉันจนมาก…”

 

“…” ThornyRose กรอกตาและตะโกนออกมา “ฉันไม่มาที่นี่เพื่อจะมาเอาเงินจากนาย! ฉันแค่ต้องการให้นายช่วยเหลือฉันบางอย่าง”

 

“ให้ช่วยอะไร…?” เย่ฉางเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยและถามออกมา