0 Views

เมืองหลินไห่ในช่วงฤดูร้อนที่ร้อนระอุ บนทะเลที่เงียบสงบ มีเด็กสาวตัวเล็กๆคนหนึ่งกำลังจับหางเสือเรือ บนดาดฟ้ามีชายสามคนสวมกางเกงชั้นในและกำลังนอนอาบแดดอยู่ อูนาที่อยู่ในที่ร่มกำลังเพลิดเพลินกับเครื่องดื่มเย็นๆ เธอไม่สามารถอดถอนหายใจออกมาได้ การมีเรือนี่มันดีจริงๆ

 

เย่ฉางค่อยๆลุกขึ้นยืน เขามองไปยังเหล่าผู้คนที่กำลังผ่อนคลาย “ฉันมีเรื่องบางอย่างจะพูด…”

 

ทั้งสี่คนหันไปมองเขาอย่างเฉื่อยชา

 

“หลังจากพิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว และด้วยความเข้าใจเกี่ยวกับการค้าในโลกเสมือนจริง ดังนั้นฉันจึงตัดสินใจว่า เราควรจะสร้างสตูดิโอ … และเราจะใช้ชื่อสตูดิโอเดียวกับชื่อกิลด์ของเรานั่นก็คือ Happy Firmament…” คำพูดของเย่ฉางทำให้หลินหลี่แข็งค้าง “สตูดิโอคืออะไร?”

 

สิ่งที่เรียกว่าการพิจารณาอย่างรอบคอบของเย่ฉาง เขาก็แค่เห็นสตูดิโอที่คนอื่นๆทำกัน ซึ่งสามารถหาดูได้จากอินเทอร์เน็ต

 

“เป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นโดยกลุ่มเล็กๆหรือบุคคลคนเดียว ที่ให้พื้นที่สำหรับการคิดสร้างสรรค์ หรือการทำงานที่มีความหลากหลาย รูปแบบของสตูดิโอส่วนใหญ่จะทำงานในรูปแบบบริษัท สตูดิโอหลายแห่งได้ถูกสร้างขึ้นเนื่องจากมีอุดมการณ์ แรงบันดาลใจ หรือผลประโยชน์ร่วมกัน การทำงานโดยรวมของกลุ่มจึงคล้ายกับบริษัทขนาดเล็ก แต่มีข้อจำกัดที่น้อยกว่า…” เย่เทียนอธิบายออกมา

 

“จริงๆแล้ว ในโลกเสมือนจริงมีสตูดิโอมากมายหลายแห่ง บริษัทใหญ่จำนวนมากทั้งหมด เริ่มต้นจากสตูดิโอเล็กๆก่อน เช่น ALT ของยุโรป พวกเขาเคยเป็นสตูดิโอขนาดเล็กที่ทำงานให้กับอัศวินโต๊ะกลม ในเวลานั้นพวกเขาไม่ได้รับความสนใจมากเท่าไหร่ อย่างไรก็ตาม… ในเกม Chemical Age สมาชิกสตูดิโอของ ALT สามารถฆ่า Elemental King ลงได้ จึงช่วยให้พวกเขาประสบความสำเร็จในการแยกตัวออกจากกลุ่มอัศวินโต๊ะกลม และจัดตั้งสโมสรของตัวเองขึ้นมา จนถึงตอนนี้พวกเขาก็ยังเป็นทีมที่มีชื่อเสียงเป็นอย่างมาก แต่ Thorns and Roses เป็นสตูดิโอขนาดเล็กเกินไป …” อูนายักไหล่ เธอมีความรู้ไม่น้อยเกี่ยวกับโลกของเกมเสมือน ซึ่งไม่เหมือนกับเย่ฉางและพรรคพวกที่เอาแต่ดูละครเท่านั้น เมื่อเธอยังเด็ก เธอค่อนข้างชอบดูการแข่งขัน จนเธอใฝ่ฝันอยากเป็นนักเล่นเกมมืออาชีพ และเธอยังเป็นแฟนคลับของ Sakura Martial Artist – Izayoi Majima อีกด้วย

 

อูนายังไม่รู้ว่าพวกเย่ฉางได้เข้าร่วมสโมสรส Thorns and Roses และเป็นผู้เล่นหลัก

 

“เพื่อน ฉันคิดว่ามันฟังดูสมเหตุสมผลดี นายเป็นประธาน ฉันและหลินหลี่จะเป็นรองประธานเอง ส่วนเทียนน้อยจะเป็นเหรัญญิกของเรา …” จางเจิ้งเฉียงยิ้ม

 

“ผมเป็นรองประธาน!!” หลินหลี่กระโดดโลดเต้น จากนั้นก็รีบวิ่งออกไปที่ด้านข้างเพื่อหยิบโทรศัพท์โทรหาแฟนของเขา และบอกข่าวดีแก่เธอ “อาซิน พวกเราได้ก่อตั้งสตูดิโอแล้ว และผมได้เป็นรองประธานด้วยนะ!!…”

 

ในประเทศรัสเซีย ซงซินได้ยินคำพูดของหลินหลี่ และไม่สามารถห้ามตัวเองไม่ให้หัวเราะได้ “เขาจ่ายเงินให้คุณไหม?”

 

“พี่ใหญ่ขาว! ผมจะได้รับเงินด้วยใช่ไหม?” หลินหลี่ตะโกนถาม

 

“ไม่!!” เย่ฉางตะโกนตอบกลับไป “ฝากสวัสดีน้องสะใภ้ของฉันด้วย และบอกกับเธอด้วยว่า เรายังยอมรับการบริจาคจากเธออยู่!!”

 

“โอเค!!” หลินหลี่ตอบอย่างมีความสุข “พี่ใหญ่ขาวบอกว่าผมไม่ได้รับเงิน เขายังบอกด้วยว่าเรายังยอมรับการบริจาคอยู่ นั่นหมายความว่าอย่างไร?”

 

“……” ซงซินรู้สึกว่าหัวใจของเธอหนักอึ้ง ‘เขาไม่จ่ายเงินให้คุณ แล้วทำไมคุณถึงมีความสุขนักล่ะ?’ อย่างไรก็ตาม เธอยังคงพูดกับหลินหลี่ด้วยรอยยิ้ม “ยินดีด้วยนะหลินหลี่…”

 

เธอบอกให้หลินหลี่ดูแลตัวเองให้ดี จากนั้นเธอก็วางโทรศัพท์ลง พร้อมกับเอามืออีกข้างก่ายหน้าผาก เธอเริ่มหัวเราะขึ้นมา ‘พี่น้องพวกนั้น… นี่จริงๆเลย…’

 

อูนาเฝ้าดูพวกเขาคุยกันอย่างพูดไม่ออก ‘เขารู้จักซงซินได้ยังไงกัน!!’ ทุกครั้งที่พวกเขาเล่าว่าหลินหลี่มีสุดยอดเทพธิดาเป็นแฟนอยู่ เทพธิดาคนนี้เป็นที่รู้จักกันดีในเมืองหลินไห่ แต่เธอกลับเป็นแฟนสาวของหลินหลี่ มันราวกับว่าเธอกำลังถูกยิงด้วย AWP (ปืนไรเฟิลซุ่มยิง) “ใช่แล้ว ถ้าทุกคนเป็นประธาน หรือรองประธานกันหมด แล้วใครจะเป็นพนักงานกันล่ะ?”

 

“ก็เธอไง หญิงสาว Part-Time ที่คอยทำความสะอาด และงานเบ็ดเตล็ดอื่นๆ…” เย่ฉางพูดขึ้น และเหลือบสายตาไปมองเธอ

 

อูนาแข็งค้าง แล้วระเบิดออกมาด้วยความโกรธ เธอเอื้อมมือออกไป และหยิกลงไปบนใบหน้าของเย่ฉาง “ฉันเป็นอะไรนะ…?”

 

“ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์ …” เย่ฉางรู้สึกถึงกลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวของอูนา เขาจึงพูดขึ้นมาอีกครั้งอย่างใจเย็น

 

“อ่า…นั่นค่อยดีขึ้นมาหน่อย” อูนาปล่อยมือของเธอ และกลับไปเพลิดเพลินกับทะเลต่อ

 

“ดูเหมือนว่าพนักงานของเราจะเป็นน้องเล็กไดโนซะแล้วสิ …” เย่ฉางถอนหายใจ

 

FrozenCloud ที่กำลังช้อปปิ้งอยู่กับพวกสาวๆ ในห้างสรรพสินค้ายอดนิยมของเมืองหลวง จู่ๆ เธอก็รู้สึกหนาวและสั่นสะท้าน ‘อาจเป็นเพราะเครื่องปรับอากาศก็ได้ …’

 

“พี่ใหญ่เฉียง ไปจับปลากันเถอะ!!” หลินหลี่เรียกจางเจิ้งเฉียง พร้อมกับถือฉมวกพาดขึ้นบนไหล่ของเขา

 

“เพื่อน นายจะมาด้วยกันไหม” จางเจิ้งเฉียงถามขึ้นมาหลังจากที่เขาเดินไปหยิบฉมวกของตัวเอง

 

“ไปสิ ฉันจะแสดงให้พวกนายเห็นเองว่า ทำไมฉันถึงได้ชื่อว่าเป็นสุดยอดชาวประมงที่ดีที่สุดในทะเลแถบนี้ …” เย่ฉางพูดจาโอ้อวด จากนั้นเขาก็วิ่งไปทางด้านข้างของเรือ และกระโดดลงมา ทั้งสองรีบวิ่งและกระโดดตามหลังเขาไป

 

อูนาถอนหายใจ ทั้งสามคนเหมือนกับเด็กๆ เธอหลับตาลงและเริ่มผ่อนคลาย ทันใดนั้น เธอรู้สึกได้ว่า มีบางสิ่งมาปิดกั้นดวงอาทิตย์ และมันไม่ใช่ร่มกันแดด เธอจึงเงยศีรษะขึ้นเพื่อมองดู และเห็นสิ่งมีชีวิตขนาดมหึมา ทำให้เธอตกตะลึง พร้อมกับหลั่งเหงื่อที่เย็นเยียบออกมา “ฉันจะ [email protected][email protected]#%!$!#@$…”

 

“ปลาฉลามไม่อร่อย…” เย่เทียนพูดออกมาอย่างเอาใจใส่ เย่ฉางคิดนิดหน่อย จากนั้นเขาก็โยนมันลงทะเลด้วยมือเพียงข้างเดียว

 

“บ๊าย บาย~~” หลินหลี่ไม่ลืมที่จะวิ่งไปยังขอบเรือ และโบกไม้โบกมือให้กับปลาฉลาม

 

อูนานึกถึงฉากที่เขาฉีกประตูโลหะผสมด้วยมือเปล่า เธอมองไปยังร่างที่ผอมบางของเย่ฉางด้วยอารมณ์สับสน

 

เย็นวันนั้นหลังจากกลับไปที่บ้านหลังเล็กๆของพวกเขาและทานอาหารค่ำกันเสร็จ หลินหลี่กำลังดูทีวีขณะที่เขากินขนมไปด้วย เย่ฉางเปลี่ยนเป็นเสื้อกล้ามสีดำธรรมดา และกางเกงขาสั้นสีน้ำตาล จากนั้นเขาก็หาวออกมา ในขณะที่เขามองไปยังอูนาและหลินหลี่ “ฉันจะออกไปเดินเล่นข้างนอกหน่อยนะ…”

 

“ผมจะไปนอนล่ะ…” หลินหลี่เดินกลับไปที่ห้องของเขา อูนาเห็นว่าเธอเป็นคนเดียวที่เหลือ ดังนั้นเธอจึงเดินกลับไปที่ห้อง และเริ่มคิดเกี่ยวกับเพลงของเธอ สำหรับจางเจิ้งเฉียง เขาอยู่ที่ชายหาดเพื่อฝึกฝนร่างกายของเขา

 

“เพื่อน นายจะไปหาผู้หญิงที่ดูเหมือนกับพี่สาวของฉันใช่ไหม?” จางเจิ้งเฉียงเห็นเย่ฉางเดินผ่านไป พร้อมกับถือหน้ากากหมาจิ้งจอกสวรรค์ในมือ

 

“นายเพียงแค่เอาใจใส่ และมุ่งเน้นไปที่การฝึกฝนของนายเถอะ…” เย่ฉางพูดขึ้นมาอย่างไม่สบายใจ เขาค่อยๆยกหน้ากากขึ้น และพูดพึมพำออกมา “เมื่อฉันเห็นผู้หญิงคนนั้นขมขื่นกับการพ่ายแพ้ ฉันไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไรเหมือนกัน แต่ฉันต้องการที่จะช่วยเธอ …”

 

“เพื่อน…” จางเจิ้งเฉียงหยุดการฝึกฝนทั้งหมดลงทันที

 

“อาเฉียง ทำไมนายไม่มาด้วยกันกับฉันล่ะ นายสามารถสอนเกี่่ยวกับการฝึกฝนร่างกายให้กับเธอได้ และทำให้เธอตกใจกลัวนิดหน่อย เกี่ยวกับวิธีการฝึกฝนร่างกายของนาย…” เย่ฉางยิ้มออกมา

 

จางเจิ้งเฉียงเห็นรอยยิ้มที่ซุกซนของเย่ฉาง และไม่สามารถอดยิ้มออกมา ในขณะที่เขากำลังนึกถึงความชั่วร้ายแต่ก่อนของพวกเขา “เดี๋ยวฉันไปหยิบหน้ากากก่อนนะ มันคงสนุกน่าดู ถ้าเราสามารถจัดการกับคนที่เหมือนกับพี่สาวของฉันได้ เธอจัดการพวกเราไปไม่น้อย เมื่อตอนที่เราเป็นเด็ก …”

 

เย่ฉางหันไปมองแผ่นหลังของจางเจิ้งเฉียง จากนั้นเขาก็หันไปมองบนท้องฟ้าที่สุกสกาวไปด้วยแสงดาวด้วยรอยยิ้ม ในขณะที่เขาระลึกถึงความทรงจำเก่าๆ เขาค่อยๆใส่หน้ากากของเขาอย่างช้าๆ