0 Views

บอสทหารองครักษ์มูเร็นถูกฆ่าตายอยู่กลางอากาศ

 

ในตอนนี้ บอสตัวสุดท้ายที่เหลืออยู่คือซอลรัสเวย์ ที่กำลังรับมืออยู่กับจางเจิ้งเฉียง และ ThornyRose ที่กำลังใช้ทุกโอกาสที่เธอมีโจมตีออกไป ตั้งแต่เริ่มต้นการต่อสู้มา พวกเขายังไม่ได้สูญเสียสมาชิกในปาร์ตี้ไปเลยสักคนเดียว อย่างไรก็ตาม ความแข็งแกร่งของซอลรัสเวย์ ก็เพิ่มมากขึ้นเช่นกัน ดูเหมือนว่าการฆ่าบอสตัวอื่นๆ จะทำให้มันแข็งแกร่งขึ้นอีก แม้แต่ความเร็วของบอสก็ยังเพิ่มขึ้น ThornyRose รู้สึกรำคาญเล็กน้อย ทุกครั้งที่พวกเขาได้ฆ่าบอสตัวอื่น หรืออันเดทชั้นสูงตัวอื่นๆ มันจะส่งผลทำให้บอสตัวนี้เริ่มแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ถ้าไม่ใช่เจ้าหมียักษ์เป็นคนแท้งค์แล้ว ก็แทบจะไม่มีใครสามารถปะทะกับบอสตัวนี้ตรงๆได้เลย เธอรีบยกโล่ขึ้นเพื่อป้องกันการโจมตีที่พุ่งเข้ามา เธอถูกผลักกระเด็นกลับไปสองสามก้าว เธอต้องม้วนตัวเพื่อหลีกเลี่ยงการเตะของบอส จากนั้นเธอก็แทงดาบออกไปข้างหน้า แต่ถูกปัดออกด้วยมือข้างซ้ายของบอส ส่วนดาบของจางเจิ้งเฉียงถูกป้องกันด้วยดาบที่เหมือนกับฟันเลื่อยของมัน จางเจิ้งเฉียงใช้ช่วงจังหวะนี้เปิดใช้งานสกิลของแหวนเพื่อฟื้นฟูพลังชีวิตตัวเอง [Berserk Recovery]! เขาติดพันกับบอสจนไม่มีเวลาที่จะมองไปรอบๆได้เลย เขาได้แต่กรีดร้องอยู่ในใจ ‘เพื่อน! หรือใครก็ได้! รีบลงมือเร็วเข้า! ฉันทนนานกว่านี้ไม่ไหวแล้ว!! บอสตัวนี้มีความแข็งแกร่งเพิ่มขึ้นมากเกินไป! ฉันไม่สามารถทนต่อไปได้อีกแล้ว แม้ว่าจะสวมใส่อุปกรณ์ระดับท็อปทั้งตัวก็ตาม’

 

ขณะที่เย่ฉางกำลังยิงหน้าไม้ เขาได้ตรวจสอบความคืบหน้าการบรรจุลูกศรอัตโนมัติของหน้าไม้หนัก แม้ว่าการใช้มือบรรจุลูกศรจะไวกว่าระบบอัตโนมัติก็ตาม แต่มันจะเป็นการสูญเสียเวลาที่มีค่าในการโจมตีไป ซึ่งมันไม่คุ้มค่าเลย เปลวไฟได้ปรากฏขึ้นบนดาบของเขาอีกครั้งด้วยสกิล [Flameburst]

 

BlackIce และ GreenDew ยังคงร่ายเวทโจมตีบอสอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตาม ซอลรัสเวย์ มีพลังชีวิตที่เยอะมาก และมันยังมีความสามารถลดความเสียหายเวทที่ได้รับลงถึง 45% อีกด้วยทำให้เวทมนตร์ปกติสร้างความเสียหายได้เพียง 50 หน่วยเท่านั้น ส่วนการโจมตีระยะประชิดก็ไม่แตกต่างกันมากเท่าไหร่ เพราะพวกเขาก็มีปัญหาในการจัดการกับพลังป้องกันที่สูงมากของมันเช่นกัน เมื่อสมุนของบอสได้ตายลง ไม่เพียงแค่พลังโจมตีของมันที่เพิ่มขึ้น ทั้งความเร็วและพลังป้องกันของมันก็เพิ่มขึ้นอีกด้วย แต่ในตอนนี้ มันกำลังติดสถานะอ่อนแอ จากการฮีลของเย่เทียนอยู่

 

ขณะที่ทุกคนกำลังปิดล้อมบอสไว้ พวกเขาต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ พวกโจมตีระยะประชิด ต้องคอยระวังไม่ให้อยู่ในระยะการโจมตีของคนข้างๆไปด้วย แต่คนที่สะดวกสบายที่สุด ก็คือ CloudDragon และ SpyingBlade มันไม่ได้เหมือนกับว่าพวกเขากำลังต่อสู้อยู่ แต่ดูเหมือนกับว่าพวกเขากำลังฝึกซ้อมวิชากันอยู่มากกว่า พวกเขาคอยสลับกันได้อย่างราบรื่น ระหว่างการโจมตี การถอย หรือการป้องกัน ทำให้ดูเหมือนกับว่า พวกเขากำลังเดิมพันกับชีวิตของพวกเขาอยู่ FrozenCloud ถอนหายใจ ไม่มีทางที่เธอจะตอบสนองได้อย่างรวดเร็วเหมือนกับ CloudDragon นี่คือช่องว่างระหว่างตัวเธอ กับผู้เล่นที่มีชื่อเสียงระดับท็อป เขาสมกับเป็นนักสู้ที่เก่งที่สุด จนได้รับฉายาว่า Fighting King…

 

อย่างไรก็ตาม ผลงานที่ยิ่งใหญ่ที่สุดยังคงเป็นของหลินหลี่ กับขวดระเบิดเพลิงระดับสูงของเขา เขาคอยโยนใส่บอสอยู่เรื่อยๆ เพื่อให้เปลวไฟเผาไหม้อย่างต่อเนื่องอยู่ตลอดเวลา และสร้างความเสียหายได้เป็นจำนวนมาก นอกจากนี้ การโจมตีของหลินหลี่ยังสร้างความเสียหายมากที่สุดในกลุ่มของปาร์ตี้นี้อีกด้วย YellowSprings ยิ้มออกมาอย่างขมขื่น ‘คนแคระคนนี้! มีพละกำลังเยี่ยงอสูรกายจริงๆ’

 

บอสโดนสกิล [Flame Burst] อีกครั้ง ทำให้เกิดความเสียหายเป็นจำนวนมาก แต่ไม่ก่อให้เกิดเอฟเฟคใดๆของสกิล ซอลรัสเวย์ ยังคงกวัดแกว่งดาบอย่างเกรี้ยวกราด และด้วยความแข็งแกร่งดั่งมังกรของมันในตอนนี้ จางเจิ้งเฉียง, ThornyRose, VastSea รวมทั้ง FrozenCloud ทุกคนคอยตั้งรับและป้องกันอย่างสุดพลัง พวกเขาผลัดกันป้องกัน เพื่อต้านรับการโจมตีของซอลรัสเวย์ ในขณะที่ยังไม่ถึงตาของจางเจิ้งเฉียง เขาก็ใช้สกิลฮีลให้คนอื่นๆ และคอยกินยาเพิ่มเลือด

 

ซอลรัสเวย์ โบกดาบของมันไปมา จู่ๆก็เกิดพายุอันรุนแรงขึ้น CloudDragon อยู่ในระยะการโจมตีของพายุ ทำให้เขาได้รับความเสียหายจากพายุ แต่เขาได้รับความเสียหายเพียงแค่ 10 หน่วยเท่านั้น “การโจมตีของบอสเป็นแบบโจมตีวงกว้าง!!”

 

FrozenCloud รู้สึกหมดหนทาง เธอไม่กล้าเข้าไปโจมตี เพราะมันจะไม่มีประโยชน์อะไร เธอจะถูกบดขยี้โดยตรงจากพายุได้ และพลังซี่ของเธอก็ยังคงฟื้นฟูอยู่

 

CloudDragon รู้สึกอึมครึม สถานการณ์ชักไม่ดีแล้ว! ตอนนี้มีเพียงคนเดียวที่สามารถฝ่าฟันการป้องกันของบอสได้ นั่นก็คือหลินหลี่! ผู้ใช้อาวุธหนักกำลังจางหายไปจาก PvP เพราะการเคลื่อนไหวของพวกเขาเชื่องช้ามากเกินไป ดังนั้นพวกเขาจึงมีปัญหาเกี่ยวกับการรักษาระยะในการโจมตี หรือเคลื่อนไหวในพื้นที่การต่อสู้ที่มีบริเวณกว้างๆหรือแผนที่ใหญ่ๆนั่นเอง ยกเว้น ‘Angelite’ เพียงคนเดียวที่ไม่มีปัญหากับเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม เมื่อเปรียบเทียบกับการต่อสู้กับบอส โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กับบอสที่มีพลังป้องกันสูงๆแล้ว ความแข็งแกร่งของพวกเขานั้น เป็นสิ่งที่อาชีพอื่นไม่สามารถทำได้ พวกเขามีพลังโจมตีที่หนักหน่วงรุนแรง ทำให้โจมตีใส่พวกพลังป้องกันสูงๆได้อย่างสบาย ในประวัติศาสตร์ของเกมแนว PvP มีผู้ใช้อาวุธหนักเพียงไม่กี่คนที่มีฝีมือเป็นรู้จักกันดี ซึ่งแต่ทุกคนล้วนน่ากลัว จักรพรรดิดอกเบญจมาศก็เป็นหนึ่งในนั้น ผู้ใช้อาวุธหนัก – The Glorious Tyrant Halbert และผู้ใช้โล่หนัก – Perfect Guardian Shield ทั้งสองคนนี้ได้รับการพิจารณาให้อยู่ในรายชื่อนี้ด้วยเช่นกัน เพราะใครที่สามารถเป็นคู่แข่งของเขาได้ สามารถเข้าไปอยู่ในรายชื่อเหล่านี้ได้เช่นกัน คนหนึ่งเป็นชายที่ได้ชื่อว่าหล่อที่สุดของเมืองเอ็กซ์หลายปีติดต่อกัน ส่วนอีกคนหนึ่งเป็นชายที่มีตำแหน่งที่น่ากลัวที่สุด ในหอเกียรติยศของมหาวิทยาลัยซินหยุน และเป็นผู้ที่ก่อตั้งมหาวิทยาลัยซินหยุนด้วยอายุแค่ 12 ปี เขาเป็นคนเดียวในประเทศจีนที่มีคุณสมบัติเพียงพอ ที่จะเรียกตัวเองว่าเทพเจ้าสงคราม ผู้ที่ปัดเป่าทุกสิ่งทุกอย่างไปในคราวเดียวและบดขยี้อัจฉริยะทั้งรุ่น ในการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกนี้ มีเพียงพวกอัจฉริยะระดับหัวกะทิเท่านั้น ที่สามารถเข้าร่วมการแข่งขันนี้ได้ ภายใต้ถ้วยรางวัลดอกเบญจมาศ การแข่งขั้นนี้มีเพียงกฏเดียวเท่านั้น คือ ชนะ! มันเป็นการต่อสู้แบบแบทเทิลรอยัล! CloudDragon มองไปที่ ThornyRose ริมฝีปากของเขาเผยอขึ้นเล็กน้อย ‘เธอคงไม่ผ่านเกณฑ์ที่จะเข้าร่วมแข่งขันนี้หรอก’

 

CloudDragon พุ่งเข้าหาบอส และใช้ข้อศอกโจมตีใส่มัน เขาหลบการโจมตีแล้วกระแทกไปที่คาง ใต้วงแขน และท้องของมัน เขาโจมตีได้อย่างไหลลื่นราวกับปุยเมฆและสายน้ำ เขาเริ่มโจมตีอย่างรวดเร็วและรุนแรงมากขึ้น ราวกับพายุที่เกรี้ยวกราด เขาไม่เคยหยุดการเคลื่อนไหวเลย เขาดูราวกับว่ากำลังบ้าคลั่งและสู้แบบถวายชีวิต แต่ถึงอย่างนั้น ก็ไม่มีการโจมตีใดๆเลยของบอส ที่จะสัมผัสกับแขนของเขาได้ นิ้วมือราวกับดาบทิ่มแทง และฝ่ามือที่รุนแรง เริ่มจากการโจมตีที่โอนอ่อนเบาบาง ไปถึงการโจมตีที่รุนแรงหนักหน่วงเหมือนอสูรกาย เขาใช้พื้นที่รอบๆทั้ง 360 องศาให้เป็นประโยชน์ จากนั้นเขาก็กระโดดเตะออกมาด้วยพลังทำลายล้างทั้งหมดที่เขามี ในขณะที่เขายังลอยตัวอยู่ในอากาศ เขารวบรวมพลังไปที่เท้า และหมุนตัวควงสว่านกระแทกไปที่บอสอย่างโหดเหี้ยม เย่ฉางยิ้ม ขณะที่เขากำลังรอให้สกิลคูลดาวน์เสร็จอยู่ “เป็นการโจมตีที่เกรี้ยวกราดดั่งสายฟ้า และลื่นไหลดั่งสายน้ำจริงๆ…”

 

ริมฝีปากของเย่ฉางเผยอขึ้น เขาใช้สกิล [Flame Blade]! [Dashing Straight Thrust]! พุ่งเข้าใส่บอส เขาพุ่งผ่าน SpyingBlade และแทงไปที่หัวของซอลรัสเวย์ [Straight Thrust]! [Multiple Straight Thrust]! ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วมากเกินไป ความเสียหายจำนวนมากได้พุ่งขึ้นเหนือหัวบอสอย่างต่อเนื่อง เขาใช้ประโยชน์จากช่วงเวลาที่เขาไม่สามารถเคลื่อนที่ได้หลังจากใช้สกิล โดยเขาสร้างร่างโคลนน้ำออกมา แล้วเปิดใช้งานการเพิ่มความเร็วของรองเท้า และเคลื่อนย้ายไปอยู่ดานหลังของซอลรัสเวย์ ในเวลานี้ ดาบของบอสได้ตัดร่างโคลนน้ำออกเป็นสองซีก แต่ไม่มีเลือดไหลออกมาอย่างที่มันคาดเอาไว้ บอสถูกกระแทกด้วยแรงระเบิดจากร่างโคลนน้ำ ซึ่งน่าเสียดาย ที่การระเบิดของร่างโคลนน้ำ ดันดับไฟบนร่างกายของบอสไปด้วย

 

เย่ฉางเก็บดาบ และดึงหน้าไม้หนักที่รีโหลดเสร็จแล้วออกมา เขาเล็งไปที่หัวซอลรัสเวย์ เขาเหนี่ยวไกและยิง! ลูกศรที่ราวกับสายฟ้าวิ่งตรงไปที่หัวกะโหลกของมัน พร้อมกับสร้างความเสียหายมหาศาล จากนั้นเขาก็วางหน้าไม้หนักทิ้งไว้ และถอยกลับไปสองสามก้าว พร้อมกับดึงธนูหนักและลูกศรออกมาด้วยมือเพียงข้างเดียว ส่วนมืออีกข้างเขากำลังใช้เพื่อร่ายเวทมนตร์

 

ถ้า CloudDragon เชี่ยวชาญทักษะและลงมือดุดัน งั้นเย่ฉางก็คงรวดเร็วและแม่นยำ! ความเร็วของเขาเป็นความเร็วที่สุดยอดมาก! มันใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาที หลังจากที่เขาใช้หน้าไม้หนักโจมตีไปที่บอส และพุ่งเข้าไปโจมตีอย่างรวดเร็วต่อจากนั้นทันที ในขณะที่เย่ฉางถอยกลับมา ทุกคนต่างอ้าปากค้างด้วยความอัศจรรย์ใจ

 

จางเจิ้งเฉียงและ ThornyRose ทำหน้าที่ป้องกันการโจมตีของบอสอีกครั้ง สภาพของมันในตอนนี้ มีหัวกะโหลกหายไปครึ่งแถบ

 

พลังงานสีดำได้ถูกปลดปล่อยออกมาจากตัวซอลรัสเวย์ ลูกไฟที่เหมือนดวงตาของมันเริ่มส่งไอเย็นออกมา และมีเสียงโหยหวนดังขึ้นจากช่องว่างบนกำแพงหิน ฝูงผู้คุมวิญญาณเริ่มแห่กันออกมา

 

“เย่เทียน! พร้อมนะ!” ThornyRose ตะโกนขึ้น “เจ้าหมียักษ์ เตรียมใช้บทบัญญัติของนายเมื่อมีโอกาส! นักเวท ใช้เวทประเภทโจมตีวงกว้าง โจมตีใส่พวกผู้คุมวิญญาณ! ส่วนพวกโจมตีกายภาพ ลากบอสออกไปไกลๆก่อน!”

 

เย่เทียนเตรียมพร้อมที่จะใช้บทบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ของเธอ ในขณะที่เหล่าผู้คุมวิญญาณเริ่มปรากฏตัวออกมามากขึ้น ‘เราต้องรอโอกาสที่ดีที่สุด เพื่อที่จะใช้บทบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด’

 

CloudDragon ยังคงโจมตีและหลบหลีกอย่างต่อเนื่อง แต่ภายในใจของเขาเริ่มกระวนกระวาย ‘ผู้คุมวิญญาณมากันเยอะเกินไปแล้ว ถ้าเราไม่มีอาชีพนักบวช หรืออาชีพที่เกี่ยวข้องกับพลังศักดิ์สิทธิ์แล้ว บอสตัวนี้จะเป็นปัญหากับเราอย่างมาก!!’