0 Views

เย่ฉางยังอธิบายทฤษฎีและเทคนิคของการพุ่งตัว เขาแสดงให้เธอเห็นอย่างช้าๆ เฉาเฉียงหยูพยายามที่จะเลียนแบบเขา เธอเริ่มต้นด้วยการรวบรวมพลังซี่ไว้ที่ขาทั้งสองข้าง จากนั้นเธอก็พุ่งตัวออกไป ‘ยังไม่ดีพอ’ เธอก้าวขาซ้ายไปข้างหน้าเล็กน้อยและย่อตัว เพื่อรวบรวมพลังซี่ไว้ที่ขาขวา จากนั้นเธอใช้ขาขวาส่งแรงและปล่อยพลังงานซี่ที่เธอรวบรวมไว้ออกไป เธอพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ขาของเธอก็เริ่มเคลื่อนไหวด้วยท่าทางที่แปลกประหลาด ทำให้เธอต้านทานความเฉื่อยได้ เฉาเฉียงหยูรู้สึกเหมือนร่างของเธอตอนนี้นั้นเบามาก เธอพุ่งชนต้นไม้ที่อยู่ห่างออกไปเกือบ 10 เมตร ตู้ม! เธอค่อยๆยันตัวลุกขึ้นมา เพื่อทำแบบเมื่อกี้อีกครั้งหนึ่ง แต่พอเธอเริ่มรวบรวมพลังซี่ไว้ที่ขา เธอรู้สึกปวดเมื่อยที่ขามาก ในการกระทำครั้งที่สองนี้ มันสร้างภาระให้ขาเธอมากจนเกินไป เพราะพื้นฐานร่างกายของเธอยังไม่แข็งแรงพอ และการควบคุมพลังของเธอก็ยังไม่ค่อยเสถียร เธอแสดงออกถึงความเสียใจต่ออาจารย์ของเธอ

 

“ตอนนี้! นอกจากที่ฉันสอนเธอเรื่องการควบคุมพลังซี่แล้ว เธอควรฝึกฝนร่างกาย เพื่อเสริมสร้างความแข็งแกร่งของร่างกายให้ได้มากที่สุด ไม่อย่างนั้นเธอจะไม่สามารถควบคุมความเร็วได้ ที่สำคัญที่สุดคือเธอต้องฝึกฝนพื้นฐาน และขัดเกลามันไปเรื่อยๆ จนกว่าร่างกายของเธอจะสามารถรองรับพลังได้มากกว่านี้ ความเร็วที่เธอสามารถทำได้ด้วยทักษะเหล่านี้ ขึ้นอยู่กับความเร็วตามพื้นฐานของร่างกายเธอ และตอนนี้เธอก็ยังไม่มีพลังพิเศษที่เกี่ยวข้องกับความเร็วโดยตรง แต่ถ้าเธอเข้าใจเกี่ยวกับ ‘กฏ’ของมัน สิ่งที่เธอรู้และมีทั้งหมดในตอนนี้ จะแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง จงฝึกฝนให้หนักมากยิ่งขึ้น” เย่ฉางพูดขึ้นมา จากนั้นเขาก็หาว และหายตัวเข้าไปในป่า

 

เฉาเฉียงหยูเข้าใจในส่วนแรกที่เขาอธิบาย แต่อะไรคือสิ่งที่เกี่ยวกับ ‘กฏ’? เธอส่ายหัว ตอนนี้เธอยังไม่จำเป็นที่จะต้องเข้าใจ เธอมองไปที่ทะเลสาบอย่างตื่นเต้น เท้าของเธอยังคงสั่นอยู่ ‘ดีล่ะ! ฉันจะฝึกฝนร่างกายของฉันให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น’

 

ในเส้นทางที่เต็มไปด้วยต้นไม้ เย่ฉางกำลังเดินกลับไปที่ริมทะเล เขาเลิกคิ้วขึ้นและดึงหน้ากากจิ้งจอกสวรรค์ออกจากหน้าไปสวมไว้บนหัว ใบไม้ร่วงหล่นอยู่บนพื้น ถูกแรงลมพัดผ่านปลิวไป และปรากฏตัวเป็นหญิงสาวคนหนึ่งที่สวมแจ็คเก็ตสีขาว

 

“Ardent Wind! ขอบคุณสำหรับเรื่องในตอนนั้น” เย่ฉางหัวเราะอย่างเฉยเมย

 

“ฉันไม่เคยคาดคิดว่า นายจะปักหลักอยูู่ที่หลินไห่จริงๆ ฉันว่านี่มันก็นานเกินหนึ่งปีแล้วนะ นับตั้งแต่ที่นายเข้าประชุมครั้งล่าสุด สมาชิกใหม่สองคนพียงแค่รู้จักชื่อของนาย แต่ยังไม่เคยเห็นตัวจริงเลยสักครั้ง…” Ardent Wind พูดขึ้น ในขณะที่เธอโยนเบียร์ให้เขา

 

เย่ฉางยิ้ม และเปิดเบียร์ของเขา “ฉันไม่คิดว่า เธอจะจำยี่ห้อที่ฉันชอบกินได้”

 

“เราผ่านภารกิจมากมายมาด้วยกัน นายมักจะดื่มเบียร์ยี่ห้อนี้เพียงคนเดียวเสมอ” Ardent Wind หรี่ตามองเย่ฉาง ผู้ชายคนนั้นก็บังคับให้เธอดื่มกับเขาเช่นกัน เธอยิ้มและเปิดกระป๋องเบียร์ของเธอ “อย่าลืมมาประชุมในครั้งต่อไปนะ ในตอนนี้ พวกเราบางคนอาจมีข้อมูลเกี่ยวกับผู้นำขององค์กรไถ่บาป”

 

“ก็ได้ๆ” เย่ฉางยักไหล่ องค์กรไถ่บาป 1 ใน 3 ขององค์กรก่อการร้ายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก องค์กรนี้มีชื่อเสียงด้านการวิจัยอาวุธชีวเคมี และมักจะดำเนินการทดลองอย่างน่าสยดสยอง พวกเขาเป็นหนึ่งในศัตรูตัวหลักของพวก 10 บทบัญญัติ

 

‘Silver Devil …’ Ardent Wind มองดูแผ่นหลังของเย่ฉาง ขณะที่เขาเดินจากไป พวกเขาเคยมีภารกิจร่วมกัน เธอได้เห็นอย่างชัดเจนว่าเขาแข็งแกร่งมากแค่ไหน ความแข็งแกร่งในการต่อสู้ของเขา ติดอย่างน้อยท๊อป 3 ของ 10 บทบัญญัติอย่างแน่นอน

 

 

กลับไปที่โรงแรมริมทะเล

 

เย่ฉางโยนกระป๋องเปล่าลงในถังขยะ และกลับไปที่ห้องของเขา

 

เช้าวันรุ่งขึ้น หลังจากที่พวกเขาทานอาหารเช้ากันเสร็จแล้ว พวกเขาเช่าเรือ และแล่นเรือออกไปในทะเลอย่างสนุกสนาน เย่ฉางเหวี่ยงคันเบ็ดออกไปลงในทะเล แล้วนั่งเอนหลังพักผ่อนภายใต้แสงแดด

 

วันนี้เย่ฉางพักผ่อนอย่างเกียจคร้าน ภายใต้ร่มเงาเหมือนกับผู้เฒ่าเต่าในเรื่องดราก้อนบอลแซด ทันใดนั้น! มีบางสิ่งบางอย่างได้ติดเบ็ดของเขา! เขาพยายามฉุด ลากและดึงมันขึ้นมา สุดท้ายแล้วก็ไม่ได้อะไรติดเบ็ดกลับมา ใกล้ๆกันนั้น จางเจิ้งเฉียงและหลินหลี่กำลังถือฉมวก และสวมแค่กางเกงว่ายน้ำกระโดดลงไปในทะเล ทุกครั้งที่พวกเขาโผล่ขึ้นมาจากน้ำ พวกเขาจะจับตัวอะไรกลับมาด้วยเสมอ อูนาและเย่เทียนนอนพักผ่อนอยู่บนเรือ หลังจากที่ผลัดกันทาครีมกันแดด

 

ในเวลาอาหารเที่ยง อูนาเตรียมอาหารทะเลแบบง่ายๆอย่างซุปและซาซิมิ จางเจิ้งเฉียงรู้สึกดีใจมากที่มีอูนามาด้วย ‘เธอเป็นผู้หญิงที่ดีมากคนหนึ่ง มันจะดีมากถ้าเธอและเย่ฉางเป็นแฟนกัน’ จากนั้นเขาจึงพูดขึ้นมา “เพื่อน ฉันรู้สึกว่านอกจากบ้านริมทะเลแล้ว เรายังควรต้องมีเรือด้วยนะ”

 

“ใย่แย้ว! ยีเยือ!” หลินหลี่พูดขึ้น ขณะที่ปากของเขาเต็มไปด้วยอาหาร

 

เย่ฉางมองไปยังอาหารที่เขาทำ จากนั้นก็โยนมันทิ้งไป และพยักหน้า “แน่นอน! เทียนน้อย จดบันทึกลงไป…”

 

อูนารู้ว่าพวกเขาได้รับเงินเป็นจำนวนมาก ในช่วงเวลาระยะเวลาสั้นๆมาได้ยังไง และเธอก็ได้รับรู้ว่า เงินส่วนใหญ่นี้ พวกเขาจะเอาไปเป็นค่าศัลยกรรมให้กับหญิงสาวคนหนึ่งในปาร์ตี้ และเธอยังได้ฟังพวกเขาเล่าเรื่องราวที่น่าเศร้าของ FrozenCloud แถมพวกเขายังโชว์รูปภาพให้ดูอีกด้วย หญิงสาวในรูปภาพนั้น มีตากับจมูกที่บิดเบี้ยวและงองุ้ม “เธอช่างเป็นผู้หญิงที่แข็งแกร่งจริงๆ น้องเล็กไดโนน่าสงสารมากๆเลย เธอจะเป็นแบบอย่างสำหรับพวกเราทุกคน ตั้งแต่ที่นายเป็นพี่ชายที่ดีของเธอ งั้นต่อไป เธอก็จะเป็นน้องสาวของฉันด้วยอีกคน”

 

 

FrozenCloud ที่กำลังอ่านหนังสืออยู่ในอพาร์ตเมนต์ เธอไม่รู้ว่าเย่ฉางและคนอื่นๆ ได้พูดถึงเรื่องราวชีวิตที่น่าเศร้าของเธออยู่ ทั้งหมดที่เธอรู้ในตอนนี้ คือเธอรู้สึกหนาวที่หลังของเธอ ซึ่งมันทำให้เธอสั่น เธอมองไปนอกหน้าต่างก็เห็นว่าสภาพอากาศก็แจ่มใส เธอส่ายหัว ‘ฉันคงคิดไปเอง’ จากนั้นเธอก็กลับไปอ่านหนังสือต่อ

 

 

“แม้ว่าเราจะเก็บเงินไว้ให้พี่สาวไดโนไปทำศัลยกรรม แต่เราก็ยังมีเงินเหลือพอที่จะซื้อบ้านหลังเล็กๆและเรือสักลำได้ หลังจากซื้อแล้ว เราก็ยังอาจมีเงินเหลืออีกเพียงเล็กน้อย ซึ่งเพียงพอสำหรับค่าใช้จ่ายประจำวันของพวกเรา” เย่เทียนอธิบาย ขณะที่เธอกินอาหารทะเล และจุ่มลงไปในส่วนผสมของวาซาบิและซีอิ๊ว ซึ่งเธอได้วิเคราะห์ราคาที่อยู่อาศัยของหลินไห่ และราคาเรือขนาดเล็กแล้ว

 

“งั้นจะรอช้าอยู่ทำไม! รีบไปกันเถอะ เราจะไปซื้อมันตอนนี้เลย!” เย่ฉางเห็น จางเจิ้งเฉียงและหลินหลี่ ที่ต่างแสดงออกเต็มไปด้วยความคาดหวัง เขาจึงตบลงไปที่โต๊ะและพูดออกมา

 

พวกเขาตั้งใจที่จะซื้อบ้านหลังเล็กๆริมชายทะเล พวกเขาไม่คิดที่จะเปลี่ยนเป็นอพาร์ทเมนต์ขนาดใหญ่ หรือบ้านหลังใหญ่ เพราะพวกเขามีความสุขกันมากในบ้านหลังเล็กๆแบบนี้ ที่ซึ่งทุกคนอาศัยอยู่ด้วยกันอย่างอบอุ่น แต่ละคนต่างดูแลกันและกัน ถึงมันจะมีพื้นที่ขนาดเล็ก แต่แค่นี้ก็เพียงพอสำหรับพวกเขาแล้ว ถ้ามันเป็นสถานที่ๆมีพื้นที่ขนาดใหญ่แล้ว มันจะให้ความรู้สึกที่อ้างว้าง และว่างเปล่ามากเกินไป

 

“เดี๋ยวก่อนนะ ฉันจะไม่พูดอะไรเกี่ยวกับบ้าน แต่มีใครในนี้ ที่สามารถขับเรือได้?” คำพูดของอูนา ทำให้พวกเขามองหน้ากันเองด้วยความตกตะลึง

 

เย่เทียนเช็ดปากด้วยผ้าเช็ดปาก แล้วค่อยๆยกมือขึ้นมา “หนูขับได้…”

 

“เอ๊ะ…?” อูนาพูดไม่ออก เธอลืมไปเลยว่า มีอัจฉริยะตัวน้อยอยู่กับพวกเขา

 

ในที่สุด พวกเขาก็เลือกซื้อบ้านทางตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งอยู่ภายใต้งบประมาณของเย่เทียนที่ตั้งไว้ มันมีเนื้อที่ประมาณ 150 ตารางเมตร บ้านหลังนี้มีสองชั้น และมีชั้นใต้ดิน กับห้องใต้หลังคา พร้อมกับมีลานบ้านขนาดใหญ่ที่สวยงาม และมีทางเดินเป็นพื้นไม้ที่ถูกปูมาจากหน้าบ้าน จนมาถึงประตูบ้านของพวกเขา นี่เป็นบ้านที่มีรสนิยมมาก ตรงระเบียงชั้นสอง เมื่อมองออกไป มันเป็นวิวที่สวยงามมาก ทิวทัศน์ของท้องฟ้ายามเช้า และทิวทัศน์ของดวงดาวยามค่ำคืน ราคาของบ้านหลังนี้ก็ยังถูกกว่าราคาทั่วไปมาก มีคนบอกเล่าว่า มีเจ้าหน้าที่ของรัฐคนหนึ่ง แอบซุกซ่อนเมียเก็บของเขาไว้ที่บ้านหลังนี้ ดังนั้นมันจึงถูกขาย หลังจากที่ถูกทางภาครัฐริบรอนทรัพย์สิน

 

พวกเขานั่งลงที่ชั้นสอง และเห็นเรือที่พวกเขาสั่งซื้อ กำลังถูกส่งมอบอยู่ที่ท่าเรือ อูนาเพียงแค่มองดูคนทั้งหมดเหล่านี้ ด้วยรอยยิ้มที่สดใส ‘จอมล้างผลาญทั้งสี่…’

 

เมื่อได้รับเรือ พวกเขาจึงตั้งชื่อให้กับเรือว่า เบฟแมน เย่ฉางกลายเป็นกัปตัน เย่เทียนคือต้นหนเรือ จางเจิ้งเฉียงและหลินหลี่เป็นเพียงลูกเรือ สำหรับอูนา เธอเป็นคนที่ได้รับหน้าที่ในการทำอาหารเท่านั้น เธอถอนหายใจ และกรอกตาของเธอไปมา…

 

ตอนนี้เป็นช่วงเวลาของอาหารเย็นแล้ว อูนาทำท่าทางขุ่นเคือง จางเจิ้งเฉียงได้ใช้เวลาในช่วงบ่ายทั้งหมด ไปกับการจัดเฟอร์นิเจอร์และเตียง รวมถึงสิ่งของเบ็ดเตล็ดต่างๆ

 

ที่โต๊ะอาหารเย็น อูนามองไปยังทุกคนที่นั่งอยู่รอบโต๊ะโบราณ เพื่อรอการอนุญาติให้กิน พวกเขาทุกคนนั่งพร้อมหน้าพร้อมตากัน ทำให้หัวใจของเธออบอุ่นขึ้น เธอรู้สึกว่า ถ้าเธอมีเวลาอยู่เที่ยวกับพวกเขามากกว่านี้ มันคงจะดีมากๆ แต่เธอยังต้องกลับไปเรียน และฝึกซ้อมกับวงดนตรีอีกด้วย โชคดีที่การเดินทางไป – กลับ ด้วยรถไฟลอยฟ้า ไม่กินระยะเวลาที่นานมากเกินไป