0 Views

บนชายหาดในยามค่ำคืน บนฟากฟ้ามีดวงดาวส่องแสงระยิบระยับอยู่ทุกหนทุกแห่ง ในขณะที่มีแมงกะพรุนจำนวนนับไม่ถ้วน ส่องแสงสีสันสวยงามอยู่เต็มท้องทะเล นี่เป็นภาพที่ดูงดงามอย่างมาก และสามารถพบได้ในช่วงฤดูร้อนที่เมืองหลินไห่เท่านั้น มันจึงถูกขนานนามว่า ท้องทะเลแห่งดวงดาวของหลินไห่

 

นักท่องเที่ยวจำนวนนับไม่ถ้วน ยืนรอบๆกองไฟเพื่อย่างบาร์บีคิวกัน พวกเขาเพลิดเพลินกับฉากอันมหัศจรรย์ของแมงกะพรุนที่ส่องแสงอยู่ตามแนวปะการัง สำหรับพวกสาวๆ ที่นี่มันเป็นสถานที่โรแมนติคมากๆ ส่วนสำหรับผู้ชาย ที่นี่เป็นเหมือนเป็นสนามรบ …

 

เย่ฉาง จางเจิ้งเฉียงและหลินหลี่ ต่างนุ่งผ้าเช็ดตัวและเพลิดเพลินไปกับการแช่บ่อน้ำพุร้อนริมทะเล ที่มีขนาดใหญ่ถึง 10 เมตร พวกเขาทั้งหมดต่างนั่งเรียงแถว เพื่อช่วยถูหลังให้กันและกัน

 

สำหรับอูนาและเย่เทียน พวกเธอก็แช่บ่อน้ำพุร้อนของผู้หญิง สีหน้าของเย่เทียนแสดงออกถึงความสุขและพึงพอใจอย่างมาก อูนามองเธอและอดยิ้มขึ้นมาไม่ได้ ทั้งสองคนพิงเอนขอบบ่อและหลับตาผ่อนคลาย

 

“เพื่อน ฉันอยากจะมาพักผ่อนที่นี่ ในทุกหน้าร้อนเลยได้ไหม ร่างกายของฉันรู้สึกสบายมาก …” จางเจิ้งเฉียงพูดขึ้น โดยเขามีผ้าขนหนูคลุมศีรษะอยู่ ร่างกายที่บึกบึนเต็มไปด้วยมัดกล้ามของเขา ทำให้คนอื่นๆที่จะเข้ามาแช่ตัวด้วย ต่างถอยหลังออกไปอย่างรวดเร็ว และเลือกแช่ในบ่อถัดไปแทน

 

“รอจนกว่าเราจะมีเงินมากกว่านี้อีกสักหน่อย แล้วเราจะหาซื้อบ้านแถวนี้กัน และเราสามารถมาพักทุกหน้าร้อนได้” เย่ฉางกล่าวหลังจากคิดถึงเรื่องนี้

 

“เยี่ยมเลย!” มุมปากด้านขวาของจางเจิ้งเฉียงยกยิ้มขึ้น

 

“อืม! ดีเลย ดีเลย!” หัวและก้นของหลินหลี่โผล่ขึ้นมาจากน้ำ ในขณะที่เขารีบตอบตกลง จากนั้นเขาก็รีบมุดลงไปในน้ำอีกครั้ง จนน้ำสาดกระเซ็นไปทั่วทุกที่

 

หลังจากเพลิดเพลินไปกับการแช่น้ำพุร้อนแล้ว พวกเขาก็เปลี่ยนเป็นเสื้อคลุมอาบน้ำสบายๆ และยืนที่แนวโขดหิน เพื่อเฝ้าดูท้องทะเลแห่งดวงดาวของหลินไห่

 

“ไม่ว่าจะกี่ครั้งที่ฉันเห็นมัน มันก็ยังงดงามอยู่เสมอ…” อูนามองภาพเบื้องหน้าและพูดพึมพำ

 

เย่ฉางพยักหน้า เขาจำได้ว่า เขาเคยมาที่นี่กับซินหยู่และจางเจิ้งเฉียง

 

“มันเป็นเพียงแค่กลุ่มของแมงกะพรุนที่เรืองแสงได้ แมงกะพรุนพวกนี้ มันเรียกว่าแมงกะพรุนคริสตัล ซึ่งการที่มันปล่อยแสงได้ มาจากการที่มันปล่อยแคลเซียมออกมาทำปฏิกิริยากับโฟโต้โปรตีนที่ชื่อเอควาริน ซึ่งทำให้เกิดแสงสีเงินออกมา นอกจากนี้ยังมี …” เย่เทียนคุกเข่าลงและชี้ไปที่หลุมสีน้ำเงินขนาดใหญ่ ภายใต้แสงจากดวงดาว มันดูเหมือนหลุมดำลึกที่สวยงาม “ในหลุมนี้เป็นปลาหมึกเรืองแสง โดยปกติจะพบได้ในเฉพาะทะเลลึกเท่านั้น ในเวลากลางวัน พวกมันจะดำน้ำลึกลงไปอยู่ใต้ก้นทะเล แต่ในเวลากลางคืน พวกมันจะลอยขึ้นมาเพื่อล่าเหยื่อ ส่วนด้านล่างของหลุมลึกนี้ มันก็มีสภาพแวดล้อมเช่นเดียวกับพื้นทะเลทั่วไป ซึ่งจะช่วยให้ปลาหมึกพวกนี้เติบโตและอาศัยอยู่ที่นั่นได้…และดูนั่น แมงกะพรุนพวกนั้นเรียกว่าแมงกะพรุนไฟ พวกมันชอบอาศัยอยู่ในหลุมลึกแบบนี้เช่นกัน บางครั้งมันจะมีเหตุการณ์บางอย่างในช่วงกลางคืน ที่พวกแมงกะพรุนไฟจะมารวมตัวกันเป็นจำนวนมาก ความงดงามของพวกมันมากกว่าที่พวกเราเห็นอยู่ในตอนนี้… หากพวกเราไปโดนหนวดมันเข้า รับรองได้ว่ามันเจ็บจริงๆนะ”

 

คำพูดของเย่เทียน ทำให้อูนาถอนหายใจอย่างทำอะไรไม่ถูก บางครั้งเด็กคนนี้จะชอบพูดอะไรแบบนี้ เพื่อทำลายบรรยากาศดีๆเช่นนี้ เธอดึงเย่เทียนเข้ามากอดไว้ในอ้อมแขนของเธอ “อย่าพูดอะไรไร้สาระเกินไป แค่สนุกกับมันก็พอแล้ว”

 

“โอ้ …” เย่เทียนยิ้มเล็กๆ

 

“พี่ใหญ่ขาว! พี่ใหญ่เฉียง! พวกเราไปยืนอยู่บนขอบหน้าผา และฉี่ลงในทะเลกันเถอะ!” หลินหลี่เสนอขึ้นอย่างตื่นเต้น

 

เย่ฉางกอดอกทำท่าทางใช้ความคิด หลังจากนั้นไม่ถึงวินาที เขาพยักหน้า “ความคิดดี!”

 

อูนากลิ้งตาของเธอ “เฮ้เฮ้! พวกนายทั้งสามคน อย่าไปทำอะไรบ้าๆแบบนั้นน่ะ!”

 

ทั้งสามคนเมินเฉยต่อคำเตือนของอูนา พวกเขาวิ่งไปยืนเรียงแถวอยู่บนหน้าผาและถอดเสื้อคลุมอาบน้ำของพวกเขาออก อูนาพูดอะไรไม่ออก เธอได้แต่เพียงเฝ้ามืองพวกเขา ยืนฉี่ใส่ทัศนียภาพที่สวยงามเช่นนี้ เย่เทียนสนใจและวิ่งเข้ามาเพื่อจะฉี่กับพวกเขาด้วย อูนารีบถามขึ้นอย่างรวดเร็วว่า “เธอกำลังจะไปไหน!?”

 

“หนูจะไปทำแบบนั้นบ้าง พี่อูนาไม่มาทำด้วยกันหรือ?” เย่เทียนพูดอย่างเฉยเมย จากนั้นเธอก็เริ่มถอดเสื้อคลุมออก

 

“การทำแบบนั้น มันเป็นพวกคนเถื่อนที่ชอบทำกัน! ผู้หญิงอย่างเราไม่ควรทำเช่นนี้เด็ดขาด!” อูนารีบหยุดเธอ ในใจของเธอ ไม่มีคำพูดที่จะมาชักจูงได้อีกแล้ว ‘ด้วยไอคิวที่สูงอย่างเธอ จะขาดความรู้พื้นฐานเช่นนี้ได้อย่างไร? สงสัยว่า จะต้องให้เธอได้รับการศึกษาที่ถูกต้อง และต้องฝึกอบรมถึงความเป็นกุลสตรีเสียแล้ว!’

 

ในที่สุด ทุกคนก็กลับไปที่ห้องนอน แต่เย่ฉางเดินกลับมาที่แนวโขดหินริมชายหาดอีกครั้ง เขาเงยหน้าขึ้นมองดวงดาวที่ระยิบระยับบนท้องฟ้า และหยิบหน้ากากจิ้งจอกสวรรค์ออกมาจากเสื้อคลุมของเขา เขาฉีกยิ้มขึ้นและหายตัวไปทันที

 

 

ทะเลสาบจันทร์ครึ่งเสี้ยว

 

เฉาเฉียงหยูรู้สึกตื่นเต้นและดีใจอย่างมากในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา เพราะเพลงดาบของเธอนั้นก้าวหน้าอย่างมาก ในทุกๆคืน เธอมักจะออกมาฝึกเพลงดาบอย่างหนัก ในจุดที่เธอได้พบกับปรมาจารย์ดาบผู้ลึกลับคนนั้น เธอฝึกตามคำแนะนำของเขา ในตอนนี้ เมื่อตอนเธอฟันดาบ เธอได้เรียนรู้ที่จะลดแรงต้านทานอากาศลงเล็กน้อยแล้ว แต่ดูเหมือนว่าเธอจะมาถึงทางตัน เธอไม่สามารถก้าวหน้าไปมากกว่านี้แล้ว ยิ่งไม่ต้องไปพูดถึงการสร้างสูญญากาศรอบๆดาบของเธอเลย เมื่อไหร่ที่อาจารย์ของเธอจะกลับมา? … เธอมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ต้องการถามเขา

 

“เธอจะต้องแผ่พลังซี่กระจายปกคลุมรอบๆตัวดาบและบังคับให้มันสั่น เพื่อสร้างเสียงสะท้อนที่แยกดาบออกจากอากาศรอบๆตัว เพื่อหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับแรงต้านทานอากาศ” เฉาเฉียงหยูที่กำลังคิดอยู่ว่า อาจารย์คงลืมเธอไปแล้ว จู่ๆเธอได้ยินเสียงที่คุ้นเคยจากบริเวณใกล้ๆ ทำให้หัวใจเธอสั่นไหวด้วยความปิติยินดี ‘เขามาแล้ว!’ เธอหันมา “ท่านอาจารย์…”

 

“อย่างไรก็ตาม มันไม่ใช่เรื่องที่จะทำได้ง่ายๆ เธอจำเป็นต้องฝึกซ้อมซ้ำแล้วซ้ำอีก จนกว่าเธอจะเบื่อหน่ายไปข้างหนึ่งเลยทีเดียว เช่นเดียวกับเรื่องที่ฉันได้บอกเธอไปก่อนหน้านั้นแล้วว่า เพลงดาบของฉันไม่จำเป็นต้องมีอะไรมากมาย มีเพียงแค่การพุ่งตัวและการฟันอย่างง่ายๆเท่านั้นเอง แต่ทั้งสองรูปแบบนี้ มันก็เพียงพอต่อการตอบสนองต่อสถานการณ์ต่างๆได้แล้ว เธอมีพื้นฐานที่ดี ดังนั้นเธอควรสบายใจและมั่นใจได้ว่า เมื่อเธอหมั่นฝึกซ้อมอย่างหนักต่อไปเช่นนี้ เธอจะประสบผลสำเร็จได้อย่างแน่นอน ” เย่ฉางเตือนเธอ แล้วนั่งลงบนก้อนหินขนาดใหญ่ เขาเปิดปากหาวและจ้องมองพระจันทร์เต็มดวง

 

“ค่ะ ฉันเข้าใจแล้ว …” เฉาเฉียงหยูมองไปที่เสื้อคลุมสีดำ รองเท้าแตะและหน้ากากสุนัขจิ้งจอกสวรรค์ของเขา แม้กระทั่งวิธีแต่งกายของเขา ก็เป็นอิสระและไม่ถูกจำกัด ตามที่เธอคาดไว้ว่า ผู้เชี่ยวชาญเช่นนี้จะไม่ยึดติดกับอะไรทั้งนั้นนอกเหนือจากเพลงดาบ ตอนแรกที่เธอเจอเขา เธอยังแอบกังวลอยู่เล็กน้อยว่า อาจเจอคนที่มาหลอกลวงเธอ แต่เมื่อรู้ว่า เขาเต็มใจสอนศิลปะการต่อสู้ระดับสูงให้เธอ เธอจึงเชื่อมั่นในตัวเขาอย่างมาก จากนั้นเธอก็เห็นเย่ฉางแคะขี้มูกอยู่ภายใต้หน้ากาก และดีดมันลงในทะเลสาบจันทร์ครึ่งเสี้ยว ‘… อ่า? … ’

 

เฉาเฉียงหยูยังคงฟันดาบไปมาอย่างซ้ำๆ เย่ฉางเห็นว่าเธอไม่ได้แสดงความย่อท้อออกมา ‘ผู้หญิงคนนี้เหมาะกับการเรียนรู้ทักษะนี้จริงๆ’ แต่ผ่านไปสักพัก ขั้นตอนการฟันดาบของเธอเริ่มไม่มั่นคง เขาเดินเข้ามาตรงหน้าเธอ พร้อมยืนกอดอกอยู่ภายใต้เสื้อคลุม

 

เฉาเฉียงหยูมองเย่ฉางอย่างสงสัย ขณะที่เขาดึงดาบฝึกซ้อมจากมือของเธอไป “ใช้พลังซี่ของเธอแบบนี้ แล้วจับจังหวะการกวัดไกวและการก้าวย่างของเธอให้ลื่นไหลไปด้วยกัน โดยให้ทุกการกระทำนี้เป็นส่วนหนึ่งของการฟันดาบ”

 

เฉาเฉียงหยูเฝ้ามองคนที่อยู่ข้างหน้าของเธอ เพียงพริบตาเขาก็ปรากฏตัวไกลออกไปประมาณ 100 เมตร

 

หลังจากที่เขาหยุดและหันกลับมามองเธอ ทันใดนั้น! คลื่นเสียงก็ดังมาถึงตัวเธอ มันเป็นการพุ่งตัวฟันดาบที่รวดเร็วมาก หัวใจของเธอแทบหยุดเต้น ต้องฝึกแบบไหนกัน ที่จะสามารถทำเช่นนี้ได้!? มันรวดเร็วจนเกินปกติไปแล้ว! รวดเร็วอย่างน่ากลัว! สิ่งนี้มันอยู่นอกเหนือจากที่เธอเรียนรู้มาทั้งหมด!

 

เย่ฉางสังเกตเห็นเฉาเฉียงหยูจ้องมองเขาด้วยความตกใจ เขายิ้มอย่างแผ่วเบาและโยนดาบมาให้เธอ “นี่คือตัวอย่าง แต่เธอไม่สามารถใช้มันได้บ่อยเกินไป เพราะมันจะเป็นภาระที่มากเกินไปสำหรับร่างกายของเธอ ด้วยสภาพร่างกายของเธอในตอนนี้ เธอสามารถใช้ท่านี้ได้มากที่สุดแค่สองครั้ง ถ้ายังฝืนทำในครั้งที่สาม กระดูกของเธอจะเริ่มแตกออกเป็นเสี่ยงๆ”