0 Views

หน้าไม้หนักมีความยาวตั้งเมตรครึ่ง เย่ฉางสวมใส่มันทันที เขายังขอลูกศรพิเศษจากมาร์อีกห้าดอกและบรรจุลูกศรใส่ในหน้าไม้ไว้ ตอนนี้เขามีความสุขกับค่าสถานะที่ได้รับมาอย่างมาก

 

จางเจิ้งเฉียงได้รับไม้กางเขนเงินที่มีห่วงโซ่คล้องไว้ ทำให้มันดูคล้ายกับสร้อยคอ เขานำมันมาพันรอบๆมือไว้ จนทำให้คนอื่นคิดว่า เขาเป็นนักบวชที่เคร่งศาสนา

 

Silver Cross Bracelet (Distinguished – Class Equipment)

 

ประเภท: สร้อยข้อมือชนิดพิเศษ

 

ความต้องการ: อาชีพที่เกี่ยวข้องกับพลังศักดิ์สิทธิ์

 

+7 Constitution

 

+5 Wisdom

 

+8 พลังโจมตีเวทมนตร์ธาตุศักดิ์สิทธิ์

 

Minor Exorcism (ติดตัว): เมื่อโจมตีพวกอันเดท จะสร้างความเสียหายธาตุศักดิ์สิทธิ์เพิ่มขึ้น 15 หน่วย

 

เย่เทียนซึ่งเป็นอาชีพที่เกี่ยวข้องกับพลังศักดิ์สิทธิ์เช่นกัน เธอได้รับหนังสือบทบัญญัติเช่นเดียวกับจางเจิ้งเฉียงที่เคยได้รับมาก่อนหน้านั้น โดยขอบหนังสือเป็นสีเงินและมีโซ่เหล็กพันรอบๆ

 

The Crusader’s Rites: Blessing of Light Vol.2 (Distinguished – Class Equipment)

 

ประเภท: หนังสือบทบัญญัติศักดิ์สิทธิ์

 

ความต้องการ: 35 Wisdom, อาชีพที่เกี่ยวข้องกับพลังศักดิ์สิทธิ์

 

+5 Constitution

 

+6 Wisdom

 

Light from the Other Shore : เปิดใช้เพื่อสร้างความเสียหาย 40 หน่วย และสตั้นพวกสิ่งชั่วร้ายที่อยู่ในรัศมี คูลดาวน์ 1 ชั่วโมง

 

Record Holy Spell : สามารถกักเก็บเวทที่ต่ำกว่าแรงค์ 3 ได้ 3 เวท หรือต่ำกว่าแรงค์ 4 ได้ 2 เวท โดยการปลดปล่อยเวทที่กักเก็บไว้ จะใช้เวลาแค่เพียงเสี้ยววินาที เวทที่กักเก็บไว้จะถูกรีเฟรชใหม่ทุกวัน

 

อุปกรณ์ทั้งสองอย่างนี้ มีประสิทธิภาพในการต่อสู้กับพวกอันเดทมาก

 

ในส่วนของหลินหลี่ เขาได้รับรถเข็นคันใหม่ มันทำด้วยเหล็กคุณภาพดี และสามารถบรรจุสิ่งของได้มากขึ้น มันเพิ่มค่า Strength และ Constitution มากขึ้น อีกทั้งพวกสกิลที่เกี่ยวกับรถเข็นก็ทรงพลังมากขึ้นอีกด้วย พวกเขาเริ่มย้ายไอเทมทั้งหมดไปที่รถเข็นคันใหม่ทันที

 

คนสุดท้าย FrozenCloud ก็ได้กำไลข้อมือ เย่ฉางชะเง้อมองดูค่าสถานะของมัน ‘มันให้เอฟเฟคที่ดี มันเป็นอุปกรณ์ที่เน้นเพิ่มค่า Strength ถ้าฉันมีกำไลนี่คงจะดีมาก…’

 

จากนั้นเย่ฉางมองไปที่อุปกรณ์ของ ThornyRose มันเป็นหอกยาว!? เมื่อเห็นท่าทางที่มีความสุขของเธอ เขาก็พอเดาได้ว่ามันน่าจะสุดยอดจริงๆ

 

“พวกเธอออกไปก่อน ส่วนผมขาว รออยู่คุยกับฉันก่อน” มาร์พูดขึ้นขณะมองทุกคน

 

“ไปรอฉันที่ร้านค้าของคุณยายริก้ากันก่อน” เย่ฉางกล่าวอย่างเฉยเมย

 

ThornyRose รู้ว่าเขาคงจะได้รับคำสั่งใหม่อะไรสักอย่าง และมันอาจจะเกี่ยวข้องกับสุสาน หลังจากกล่าวอำลาเสร็จ เธอจึงพาทุกคนเดินจากไป

 

“มีหลุมฝังศพขนาดใหญ่หลายแห่งในสุสาน แต่พ่อของฉันคงไม่ได้อยู่ในหลุมฝังศพของตัวเองอย่างแน่นอน ไอ้ผู้วิเศษชั่วคนนั้น มันต้องซ่อนเขาเอาไว้ที่อื่น นายดูเหมือนว่าจะรู้จักเด็กน้อย ที่ฉันส่งไปสำรวจสุสานแล้วใช่ไหม? เพราะฉันได้ยินมาจากพวกทหารยามว่า เมื่อไม่นานมานี้ นายทั้งสองคนเคยต่อสู้กันภายในเมือง” มาร์พูดพร้อมกับนั่งลง

 

“เราแค่ประลองฝีมือกันนิดหน่อย ตามประสาคนสนิทกัน …” เย่ฉางยิ้มอย่างเฉยเมย

 

“ดีแล้ว! เด็กคนนั้นเป็นนักผจญภัยที่มีศักยภาพ ฉันจะมอบหมายงานนี้ให้กับพวกนายสองคน ไม่มีปัญหาอะไรใช่มั้ย?” มาร์หัวเราะเบาๆ

 

“แน่นอน! พวกเราสองคนเป็นเหมือนพี่น้องกัน…” เย่ฉางเอามือทุบอกอย่างมั่นใจ

 

 

ที่ไหนสักแห่ง ทั่วพื้นเต็มไปด้วยซากศพที่เน่าเปื่อย CloudDragon รู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ VastSea เห็นเขาหยุด จึงถามขึ้นมา “มีปัญหาอะไร?”

 

“ไม่มีอะไร ฉันแค่มีลางสังหรณ์ร้ายบางอย่าง” CloudDragon ส่ายหัว

 

“อ่า งั้นพวกเราต้องระวังตัวให้มากขึ้นแล้วล่ะ เพราะลางสังหรณ์ของหัวหน้านั้น ไม่เคยพลาด” YellowSprings กล่าวด้วยรอยยิ้ม

 

 

ตัดฉากกลับไปที่เย่ฉาง

 

“เอาล่ะ! ฉันจะให้การสนับสนุนนายอย่างเต็มที่ ฉันจะทำให้ไอ้คนชั่วคนนั้นรู้ว่า ไม่ใช่แค่พ่อฉันคนเดียวที่สามารถปกป้องเมืองนี้ได้” มาร์พูดและค่อยๆลุกขึ้นเดินออกไปที่ลานบ้าน

 

เย่ฉางมองด้านหลังของมาร์ ดูเหมือนว่าเขาจะตั้งใจเข้าร่วมในการต่อสู้ครั้งนี้ด้วย หลังจากเขารู้ว่าดวงวิญญาณพ่อเขาถูกควบคุม และที่สุสานนั้น มันน่าจะเป็นสถานที่ฝังศพของบรรพบุรุษตระกูลของมาร์ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเขาจะต้องไปดูด้วยตาตัวเอง แต่มันก็ยากเกินไปสำหรับเขาที่จะลงมือกับพ่อตัวเองได้? เย่ฉางเริ่มนึกถึงอดีตขึ้นมา คืนนั้นเอง มือของเขาได้แทงทะลุหัวใจของซินหยู่ เธอได้รับการปลดปล่อยและยิ้มอย่างอ่อนโยนให้เขา เขาค่อยๆเดินไปตามท้องถนน ขณะที่มองดูดวงดาวและยิ้มอย่างไม่แยแส “ไหนๆคนก็ตายไปแล้ว เราควรปล่อยให้พวกเขาจากไป …”

 

 

เมื่อพวก ThornyRose มาถึงร้านค้าคุณยายริก้า เธอกัดเล็บด้วยความอิจฉา ‘เจ้าคนบัดซบนั้นมีผู้ติดตาม แถมยังได้รับร้านค้าที่ดีแบบนี้อีกด้วย’ เธอแอบฟังเย่เทียนที่กำลังให้คำแนะนำกับริก้าเกี่ยวกับกลยุทธ์ด้านการขาย โดยให้ริก้ามุ่งเน้นการหลอกลวงต้มตุ๋นคนอื่นให้มากขึ้น จากนั้นเธอก็มองไปที่ NPC ที่กำลังซื้อของในร้าน โดยไอเทมที่วางขายอยู่เหล่านี้ พวกผู้เล่นแทบจะไม่แตะต้องมันเลย แต่พวก NPC ดูเหมือนว่าต้องการซื้อไอเทมเหล่านี้มากๆ พวกเขาไม่ได้พยายามที่จะต่อรองราคาเลยแม้แต่นิดเดียว ‘เชี่ย! อย่างนี้พวกเขาก็ทำรายได้อย่างมหาศาลแทบทุกวันสิ’ ทันใดนั้น ก็มีเสียงคนเปิดประตูร้านเข้ามา ทำให้เธอหลุดออกจากความคิด เธอมองไปที่ประตูและเห็นชายผมขาว ที่มีคิ้วและขนตาสีขาว เธอกัดฟันแน่น!

 

“เหลืออีกแค่ไม่กี่ชั่วโมง ก็จะถึงวันหยุดสุดสัปดาห์แล้ว เราจัดเตรียมสัมภาระให้พร้อมก่อนแล้วค่อยออกเกมกัน ครั้งต่อไปเราจะเดินทางไปยังสุสานเพื่อพบกับ Cloud Dragon และเราจะแลกเปลี่ยนข้อมูลและร่วมมือกันเพื่อเคลียสุสาน” เย่ฉางพูดขณะที่พิงเคาน์เตอร์ ที่จางเจิ้งเฉียงสร้างขึ้นมา

 

“เขาจะยอมร่วมมือกับเราหรือ?” NalanMoon ถามอย่างสงสัย Cloud Dragon ไม่ใช่คนที่จะยอมร่วมมือกับใครง่ายๆ แม้กระทั่ง Flame Emperor เขาก็ยังไม่ให้ความร่วมมือเลย

 

“ไม่ต้องกังวลไป แต่ตอนนี้อย่าเพิ่งบอกเรื่องนี้กับเขา ฉันอยากทำให้เขาประหลาดใจนิดหน่อย … เพราะฉันกับเขาสนิทกันมาก” คำพูดที่ไม่ใส่ใจของเย่ฉาง ทำให้ทรวงอกของ ThornyRose บีบรัดมากขึ้น แต่เธอรู้สึกเหมือนกับว่า เคยได้ยินคำแบบนี้จากที่ไหนมาก่อน เธอคิดย้อนถึงเหตุการณ์ที่เขาบอกว่าสนิทกับหัวหน้าเผ่ามนุษย์ปลา ‘โกหกชัดๆ! ไม่มีทางที่นายจะสนิทกับเขา! นายก็เพียงแค่ติดต่อเขา เพื่อหลอกเอาเงินจากเขาแค่นั้นเอง นายคิดว่าเขาเป็นคนงี่เง่าหรือไง?’

 

“จริงๆรึ? นายกับ Cloud Dragon นี่น่ะ! สนิทกันมาก?” NalanMoon ถามอย่างสงสัย แต่เธอก็ยังแอบเชื่ออยู่บ้าง เพราะเธอรู้ว่าพวกเขาสองคนเคยติดต่อกันจริง

 

กลุ่มของ ThornyRose รวมถึง FrozenCloud รีบส่ายหัว ‘NalanMoon เธออย่าไปโดนเจ้าบ้านี่หลอกเอาได้น่ะ’

 

 

ลางสังหรณ์ของ CloudDragon เริ่มรุนแรงมากขึ้น เขาส่ายหัวพยายามที่จะสลัดมันออกไปจากใจของเขา เขาเริ่มโจมตีพวกโครงกระดูกรุนแรงมากขึ้น

 

 

ในขณะเดียวกัน ThornyRose ที่กำลังปรึกษากับเย่เทียนอยู่ พวกเขาสามารถบรรลุข้อตกลงได้ โดย ThornyRose จะหาไอเทมมาวางขาย โดยหักเปอร์เซ็นเพื่อเป็นค่าเช่าร้าน

 

ThornyRose มองเย่เทียนอย่างฉุนเฉียว ‘ฉลามน้อยตัวนี้! หน้าเลือดและขี้เหนียวสุดๆ!’

 

วันหยุดสุดสัปดาห์ใกล้เข้ามาแล้ว ทุกคนจึงตัดสินใจที่จะแยกย้ายกัน

 

ThornyRose มองไปที่เบอร์ติดต่อ CloudDragon ในคอมของเธอ และลังเลเล็กน้อยก่อนที่จะปิดเครื่อง ‘ลองดูว่าเจ้าบ้านั่นจะจัดการกับเรื่องนี้ยังไง เนื่องจากเขาต้องการเป็นหัวหน้ากิลด์ เขาต้องสามารถจัดการกับสถานการณ์เหล่านี้ได้’ สิ่งที่เธอไม่รู้ก็คือชื่อกิลด์ที่เขาจะตั้ง มันมีความหมายตามนั้นจริงๆ…

 

เช้าวันใหม่

 

อูนากำลังรีบดึงทุกคนให้ลุกออกจากเตียง พวกเขาต่างกินอาหารที่อูนาเตรียมไว้ให้ เธอคิดถึงการไปเที่ยวทะเล และการแช่น้ำพุร้อน เธอจึงคอยกระตุ้นพวกเขาให้รีบเร่งขึ้น “เร็วเข้า เร็วเข้า!มันจะสายแล้วนะ!”

 

ทุกคนอาบน้ำและเปลี่ยนเสื้อผ้า พวกเขาทั้งหมดสวมกางเกงชายหาด, เสื้อยืด และรองเท้าเตะเหมือนกันทั้งหมด ข้อแตกต่างเพียงอย่างเดียวคือขนาดและสี เย่ฉางสวมสีดำซึ่งตัดกับผมขาวของเขา ทำให้เขาดูโดดเด่นยิ่งขึ้น หลินหลี่ดูเหมือนเด็กน้อยที่กำลังจะไปเที่ยวจับผีเสื้อตามชนบท เย่เทียนสวมชุดเดรสยาวหน้าร้อนและหมวกฟางอันใหญ่ อูนามองพวกเขา ‘พวกนายจะออกไปเที่ยวด้วยลุคนี้จริงๆหรือ?’ เธอถอนหายใจ จากนั้นเธอโยนกระเป๋าเสื้อผ้าทั้งหมดให้จางเจิ้งเฉียงเป็นคนแบกไป “ไปกันเถอะ!!”

 

พวกเขามาถึงสถานีรถไฟลอยฟ้า หลินหลี่วิ่งไปทั่วเหมือนเด็ก ที่เต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น จนเขาเกือบจะผลัดหลงไปสองสามครั้ง อูนาต้องไปลากเขาให้มานั่งอยู่กับที่ และกำชับให้เย่เทียนเฝ้าจับตาดูเขาไว้ “ดูแลเขาให้ดีๆ อย่าปล่อยให้เขาหลงไปไหนอีก!” ท่าทางของเย่เทียน เปรียบเสมือนเป็นพี่สาวที่กำลังเฝ้าคุมน้องชายไม่ให้วิ่งซน

 

“ฮึฮึ …” เย่เทียนเย้ยหยัน

 

หลังจากผ่านจุดตรวจรักษาความปลอดภัยแล้ว พวกเขาก็ขึ้นไปนั่งบนรถไฟลอยฟ้า ประมาณ 10 นาทีต่อมา พวกเขาก็มาถึงสถานีรถไฟลอยฟ้าข้างๆชายทะเล

 

พวกเขาออกจากชานชาลามา ก็เจอกับท้องทะเลสีฟ้าไม่มีที่สิ้นสุด แสงจากดวงอาทิตย์ในฤดูร้อนที่ส่องลงมา กระทบกับสายลมอ่อนๆที่มีกลิ่นทะเล ทำให้พวกเขารู้สึกสบายใจอย่างมาก