0 Views

“พี่ใหญ่ขาว! พี่ใหญ่เฉียง! เทียนน้อย! น้องเล็กไดโน! ทุกคนหายไปไหนกันหมด! ผมอยู่ตรงนี้!!” หลินหลี่โบกดาบยักษ์ของเขาไปมา และตะโกนออกมาด้วยเสียงที่ดังกึกก้อง

 

GreenDew ได้ยินเสียงของหลินหลี่ และรู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่ง เธอกระโจนออกมาจากป่า พร้อมกับพูดด้วยเสียงต่ำ “นี่ฉันเอง!”

 

“คนแปลกหน้าอีกแล้ว! ตายซะ!” หลินหลี่เงื้องดาบขึ้นเตรียมพร้อมที่จะโจมตี

 

“เราเป็นเพื่อนร่วมทีมกัน! ฉันคือ GreenDew จากทีมของพี่สาวโรสไง!” GreenDew รู้สึกแน่นหน้าอก เธอรีบอธิบายข้อมูลของตัวเองออกไปอย่างรวดเร็ว เพราะในตำแหน่งที่เธอยืนอยู่ตอนนี้ เธอไม่มีโอกาสที่จะหลบการโจมตีของหลินหลี่ได้เลย แม้ว่าเธอจะโชคดีและหลบได้ก็ตาม แต่ถ้าเขาต้องการที่จะฆ่าเธอจริงๆแล้วล่ะก็ เขาจะใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีอย่างแน่นอน

 

หลินหลี่ลังเลใจ เขาจึงถามออกมาอย่างสงสัย “จริงเปล่า? เธอมาจากทีมของพี่สาวโรสแน่นะ? ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน? ปาร์ตี้ของเรามีเพียงแค่ พี่ใหญ่ขาว, ฉัน, พี่ใหญ่เฉียง, เทียนน้อย, น้องเล็กไดโน, พี่สาวโรส, Frozenอะไรสักอย่าง, Moon อะไรอีกคน, อะไร Bladeๆ นี่แหละ และฉันคิดว่ามีอีกหนึ่งคนที่พิเศษ … เราอาจจะมีอีกคนหนึ่งหรือเปล่านะ? … ไม่ๆๆ! ไม่มีอย่างแน่นอน! นี่เธอพยายามที่จะหลอกลวงฉันใช่ไหม!? ไม่มีคนชั่วร้ายคนไหน ที่จะเล็ดรอดสายตาฉันไปได้!”

 

ดวงตาของหลินหลี่เริ่มหรี่ลงเหมือนเรดาร์ ขณะที่เขาจ้องมองไปที่ GreenDew เขาเดินเข้าไปหาเธออย่างช้าๆ ทีละก้าวๆ ดาบของเขาถูกเตรียมพร้อม เพื่อที่จะโจมตีอยู่ตลอดเวลา “บอกความจริงกับฉันมาซะดีๆ! ว่าเธอเป็นใครกัน! เธอเป็นสายลับที่ถูกส่งมาโดยศัตรูของเราใช่หรือไม่?!!”

 

GreenDew อยากจะร้องไห้ แต่ไม่มีน้ำตาให้ไหลออกมา ‘ฉันไม่มีทางที่จะสื่อสารกับผู้ชายคนนี้ได้เลย เขาลืมแม้กระทั่งเพื่อนร่วมทีมของเขา’ เธอนึกถึงตอนที่หลินหลี่ถูกล้อมรอบไปด้วยเหล่าสาวๆในกิลด์เธอ ที่ต่างยกย่องสรรเสริญเขา ตอนนั้นเขาพอใจและดูมีความสุขมาก แต่เธอไม่รู้ว่าการกระทำแบบนั้น มันจะได้ผลกับสถานการณ์ตอนนี้หรือไม่ เขาคนนี้ อารมณ์ขี้หงุดหงิดง่ายมากกว่าหัวหน้าทีมเสียอีก มันเหมือนกับว่าเขาเป็นเพียงเด็กตัวเล็กๆที่เอาแต่ใจ แต่ถ้ามันทำให้เธอสามารถซื้อเวลาได้มากขึ้น มันก็คุ้มค่าที่จะลองทำดู เธอถอนหายใจ และส่งยิ้มหวานออกมา “ฉันเป็นเพื่อนร่วมทีมของนายจริงๆ และไม่ใช่สายลับเหมือนอย่างที่นายคิด! พี่ใหญ่หลี่จากหมู่บ้านมือใหม่จริงๆนะ ฉันชื่นชมภาพลักษณ์อันยิ่งใหญ่ และความองอาจผ่าเผยของพี่ใหญ่หลี่มาตลอดเลยนะ…”

 

“อื้อ เอาล่ะ ฉันแน่ใจแล้ว! ว่าเธอเป็นเพื่อนร่วมทีมของเราจริงๆ แต่ในอนาคต เธอควรมาแสดงตัวต่อหน้าพี่ใหญ่หลี่คนนี้ให้บ่อยขึ้นนะ เอ๊ะ! เรารีบไปกันเถอะ พี่ใหญ่หลี่คนนี้จะพาเธอไปหาพี่ใหญ่ขาว และคนอื่นๆเอง …” หลินหลี่รู้สึกปลาบปลื้มอิ่มเอมใจมาก เขาพาดดาบไว้บนไหล่ด้วยท่าทางที่ดูองอาจ

 

GreenDew แสดงออกอย่างขมขื่น ‘เชี่ย! มันได้ผลจริงๆ’ จากนั้นเธอพูดด้วยความดีใจ “ทำไมนายถึงจำพี่สาวโรสและคนอื่นๆได้ แต่ทำไมถึงจำฉันไม่ได้สักที?”

 

หลินหลี่ที่กำลังเดินอยู่ข้างหน้า พลันหันหลังกลับมา พร้อมกับแสดงท่าทางข่มขู่และสงสัยออกมาอีกครั้ง เขาเงื้องดาบขึ้นเตรียมที่จะโจมตี “บอกฉันมาซะดีๆ ว่าเธอเป็นใครกันแน่! และเธอทำอะไรกับเพื่อนร่วมทีมที่อยู่ข้างหลังฉัน เธอเอาร่างเขาไปซ่อนไว้ที่ไหน?…”

 

GreenDew รู้สึกหมดหวังอย่างสิ้นเชิง เธอนั่งลงบนพื้นด้วยความท้อแท้ “นาย … ฆ่าฉันเถอะ …”

 

“QueenJew พี่ใหญ่หลี่แค่แกล้งล้อเธอเล่นเอง…” หลินหลี่ยิ้มอย่างซุกซน

 

“…” หัวใจของ GreenDew รู้สึกเหมือนโดนบีบรัด จนอยากจะอาเจียนออกมาเป็นเลือด อาการบาดเจ็บภายในครั้งนี้ ค่อนข้างที่จะทำให้เธอช้ำใจอย่างแสนสาหัส เธอเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าอย่างโศกเศร้า และส่งเสียงคำรามขึ้นภายในใจ ‘QueenJew!?’

 

 

ในขณะเดียวกัน NalanMoon กำลังเดินผลุบๆโผล่ๆผ่านพุ่มไม้ เธอย่อตัวต่ำและค่อยๆเดิน แต่จู่ๆ เธอก็ได้ยินเสียงบางอย่าง “ใคร!?”

 

“ฉันเอง…” FrozenBlood เดินเข้ามาอย่างช้าๆ

 

“เธอเกลียดฉันไหม?” NalanMoon แกล้งทำเป็นประมาท และเฝ้ามองขณะที่เธอเดินเข้ามา

 

“มันจะเป็นแบบนั้นไปได้ยังไง!? พวกเราเป็นเพื่…” FrozenBlood ยังพูดไม่ทันจบ NalanMoon ก็ได้แทงกริชเข้าไปที่หัวใจของเธอแล้ว กริชของเธอกลายเป็นภาพเงา และแทงเข้าไปที่หัวใจอีกหลายครั้ง

 

“เธอ…” FrozenBlood มอง NalanMoon อย่างไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น

 

“หืมม~ มันมักไม่จะมีคำพูดดีๆ ที่ออกมาจากปากของเธออย่างแน่นอน…” NalanMoon ดึงกริชของเธอออกมา และปล่อยให้ FrozenBlood ล้มลง เธอได้รับบัฟจาก FrozenBlood ที่กลายเป็นควันสีดำไปด้วยเช่นกัน

 

“เอ่อ ดังนั้นเธอคิดว่าฉันเป็นแบบไหนล่ะ?” เสียงของ FrozenBlood ได้ดังขึ้นมาจากด้านหลังของเธอ

 

“เธอไม่เหมือนกับร่างปลอมพวกนั้นใช่ไหมละ” NalanMoon หันกลับมาและยิ้มให้

 

เย่เทียนได้เดินออกมาจากช่องว่างเล็กๆระหว่างต้นไม้ และพูดขึ้นมาอย่างไม่แยแส “ความสูง:เหมือนกัน รูปร่าง:เบี่ยงเบนไม่เกินหนึ่งมิลลิเมตร ความถี่เสียง:ตรงกัน การเคลื่อนไหวและพฤติกรรม:เหมือนกัน ไม่มีการเบี่ยงเบนใดๆ มีโอกาสเป็นตัวจริงถึง 96.15213521% พี่ทั้งสองคนไม่ต้องกังวล หนูวิเคราะห์และยืนยันแล้วว่า พี่ทั้งสองคนเป็นตัวจริง ดังนั้นไม่จำเป็นต้องวิ่งหนีไป”

 

คำพูดของเย่เทียนทำให้หญิงสาวทั้งสองคนตกตะลึง เด็กผู้หญิงคนนี้เหมือนกับเครื่องสแกนมนุษย์ เพียงฟังจากคำพูดเหล่านั้น ทำให้พวกเธอมั่นใจได้เลยว่า เย่เทียนเป็นตัวจริงอย่างแน่นอน พวกเธอรู้สึกว่า พวกเธอจะปลอดภัยถ้าได้เกาะติดอยู่กับเย่เทียน

 

 

จางเจิ้งเฉียงเดินต่อไปอีกสักพัก ก่อนที่จะเห็นเงาของเย่ฉางจากระยะไกล “เพื่อน! ฉันอยู่ตรงนี้!”

 

“อาเฉียง… นายเห็นคนอื่นๆบ้างไหม?” เย่ฉางหัวเราะเบาๆ

 

“ยังไม่เห็นใครเลย! ลองไปดูรอบๆกันเถอะ โอ้! เดี๋ยวก่อนนะ พี่สาวของฉันเกิดวันไหน?”

 

“วันที่ 6 ตุลาคม”

 

จางเจิ้งเฉียงพยักหน้า ‘อ่า … ถูกต้องแล้ว’ จากนั้นเขาก็ถามต่อ “แล้ววันที่เธอตายไปละ?”

 

“วันที่ 5 สิงหาคม”

 

‘ถูกแหะ’ จางเจิ้งเฉียงครุ่นคิดนิดหน่อย และตัดสินใจที่จะลองตั้งคำถาม โดยมีเพียงเฉพาะเพื่อนของเขาเท่านั้นที่จะรู้คำตอบ ซึ่งแม้แต่ตัวเขาเองก็ไม่รู้คำตอบเช่นกัน “เมื่อตอนพี่สาวของฉันตาย นายทำอะไรกับร่างของเธอ?”

 

“ฉันไม่สามารถยอมรับ การจากไปของเธอได้ ดังนั้นฉันจึงพาเธอไปไว้ที่ไหนสักแห่ง เพื่อจะสร้างเป็นอนุสรณ์ …” เย่ฉางตอบกลับ ท่าทางของเขาได้แสดงออกถึงความโศกเศร้าเสียใจเป็นอย่างมาก

 

“ฉันขอโทษด้วยที่ถามแบบนี้ ฉันเพียงแค่สงสัยว่านายเป็นตัวจริงหรือไม่…” จางเจิ้งเฉียงพูดขึ้นมา และเดินเข้าไปหาเย่ฉางอย่างช้าๆ แต่ทันใดนั้น เขาก็จู่โจมอย่างกระทันหัน และพุ่งชนโดยใช้สกิล [Barbaric Tackle] จากนั้นเขาก็ดึงดาบออกมา และใช้สกิล [Double Strike] ตัดเย่ฉางออกเป็นชิ้นๆ สีหน้าและแววตาของเขาเย็นชาอย่างมาก “แกสามารถหลอกว่าเป็นใครก็ได้ แต่ไม่ใช่กับเพื่อนของฉัน นอกจากนี้แกยัง … แม้ว่าฉันจะไม่รู้ว่าเขาไปที่ไหนและทำอะไรในเวลานั้น แต่เพื่อนของฉัน ก็ไม่น่าจะใช้ร่างของเธอเพื่อเป็นอนุสรณ์…”

 

“อาเฉียง นายอยากรู้ความจริงไหม?” เสียงที่ไม่แยแสของเย่ฉางดังมาจากทิศทางอื่น จางเจิ้งเฉียงค่อยๆหันมา และพยักหน้าให้กับเย่ฉาง พร้อมกับส่ายหัวว่าไม่ต้องการที่จะรับรู้ “มันไม่สำคัญหรอก…”

 

“ฉันรู้ว่านายเชื่อในตัวฉัน แต่มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรที่ฉันจะบอกให้นายได้รับรู้ไว้ ในเวลานั้น จิตใจไม่ได้อยู่กับร่องกับรอย ฉันตกใจและสับสนมาก แต่ฉันก็พยายามช่วยดวงวิญญาณของเธอ ให้เข้าสู่ห้วงวงจรแห่งการเกิดใหม่ แต่ฉันกลับถูกใครคนหนึ่งหักหลัง จนทำให้ดวงวิญญาณของเธอแตกกระจัดกระเจิงไป แต่ในที่สุด มันก็สำเร็จได้ด้วยดี สำหรับเรื่องต่อจากนี้ ฉันจะบอกนายอีกที เมื่อฉันพร้อม…” เย่ฉางตบไหล่จางเจิ้งเฉียงเบาๆ เดิมทีแล้ว เขาไม่ต้องการที่จะเล่าเรื่องนี้ให้จางเจิ้งเฉียงฟัง เพราะเขาไม่อยากนึกถึงอดีตอันข่มขื่นนี้ และเขาหวังว่าเขาจะลืมเรื่องเลวร้ายนี้ไปได้ในสักวันหนึ่ง แต่มันยังไม่ใช่ตอนนี้แน่นอน

 

“เพื่อน ฉันเข้าใจดี นายควรหยุดคิดถึงเรื่องในอดีต อันที่จริงฉันไม่ค่อยสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้เท่าไหร่ เพราะถึงแม้ว่าฉันจะรู้ แต่มันก็ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้อีกแล้ว เราต้องมองไปถึงอนาคตข้างหน้า อย่างที่นายเคยพูดไว้ก่อนหน้านี้ แค่มีชีวิตรอดและใช้ชีวิตให้ดีก็พอ เพราะนั่นคือความปรารถนาของพี่สาวฉัน ถูกต้องไหม?” จางเจิ้งเฉียงไม่อยากรับรู้เรื่องราวที่เลวร้ายนี้ เพราะเขารู้ว่าเย่ฉางยังคงโทษตัวเองอยู่ บางทีเขาอาจใช้ร่างกายของพี่สาวเขา ทำสิ่งที่เลวร้ายบางอย่าง แต่เมื่อนึกถึงการแสดงออกของเขา ในขณะที่เขายกศพที่เย็นเยียบของเธอ ท่าทางเขาเหมือนกำลังตกอยู่ในก้นบึ้งของความสิ้นหวัง เขาจึงไม่มีทางที่จะทำร้ายเธอโดยเด็ดขาด ไม่มีใครเข้าใจและเชื่อใจเย่ฉาง ไปมากกว่าจางเจิ้งเฉียงอีกแล้ว

 

หัวใจของเย่ฉางรู้สึกอบอุ่น เขานึกถึงความต้องการของซินหยู่ และยิ้มออกมาอย่างมีความสุข “ไปกันเถอะ ฉันค้นพบวิธีที่จะแยกแยะความแตกต่าง ระหว่างเพื่อนร่วมทีมตัวจริงกับพวกตัวปลอมได้แล้ว …”

 

“ยังไง?” จางเจิ้งเฉียงถามออกมาอย่างงงงวย

 

“ตราบเท่าที่มันเป็น ThornyRose มันจะต้องเป็นตัวปลอมอย่างแน่นอน ถ้านายเห็นเธอ นายต้องจัดการฆ่าเธอโดยทันที นี่เป็นเพียงวิธีเดียวเท่านั้นที่ได้ผลดีที่สุด ฉันฆ่า ThornyRose ตัวปลอมไปสามคนแล้ว อ่า! มันช่างสุขใจดีเหลือเกิน…” คำพูดของเย่ฉางทำให้จางเจิ้งเฉียงตกตะลึง เห็นได้ชัดว่าเขาเพียงแค่ต้องการแก้แค้นเท่านั้น “จะเกิดอะไรขึ้นถ้านายฆ่าตัวจริงไป?”

 

“เอ่อ… ตัวจริง! คำพูดของนายมัน … อืม … ฉันไม่ได้คิดถึงมันมาก่อนเลยจริงๆ …” เย่ฉางชะงักไปชั่วครู่ เขาลูบคางขณะที่เขาขบคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ จางเจิ้งเฉียงได้แต่ถอนหายใจ แต่เพียงแค่เสี้ยววินาที เย่ฉางก็ยิ้มอย่างเฉยเมย “ถ้าเราฆ่าผิดตัว มันก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรนี่ อาเฉียง! นายไม่ต้องกังวลมากเกินไป ฉันก็แค่เพียงไปขอโทษเธอ…”

 

จางเจิ้งเฉียงถอนหายใจอีกครั้ง ‘เฮ้อ~ พี่สาวโรส ฉันพยายามอย่างดีที่สุดแล้ว…’