0 Views

เย่ฉางสอนวิธีใช้พลังงานซี่แบบใหม่ให้กับเธอ ซึ่งมันมีประสิทธิภาพมากกว่าแบบเก่าของเธอแต่เย่ฉางไม่ได้มีพลังงานซี่เหมือนคนอื่นๆ เขามีพลังงานพิเศษที่สามารถทำทุกอย่างได้คล้ายกับพลังงานซี่ แต่มันทรงพลังและมีประสิทธิภาพมากกว่าเยอะ ตัวอย่างเช่น ถ้าคนอื่นๆจะโจมตีด้วยหมัด พวกเขาก็จะควบแน่นพลังงานซี่ไว้ที่หมัด ซึ่งจะทำให้มันมีพลังทำลายมากขึ้น แต่สำหรับพลังงานพิเศษของเย่ฉาง เขาแทบไม่ต้องทำอะไรเลย เพียงแค่เขาคิดแล้วต่อยออกไปแค่นั้นเอง เฉาเฉียงหยูรู้สึกว่าแค่เพียงทำตามวิธีของเย่ฉาง ก็ทำให้เธอเหมือนยกระดับความแข็งแกร่งขึ้นมาอีกขั้นหนึ่ง ตอนนี้การควบคุมพลังงานซี่ของเธอกลายเป็นเรื่องที่ง่ายและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เธอตกใจกับการพัฒนาการของเธอมาก เธอมองเย่ฉางที่สอนเธออย่างจริงจังด้วยความขอบคุณ

 

“สิ่งเหล่านี้เป็นแนวทางหลักๆของการใช้พลังงานซี่ ต่อจากนี้ไป เธอจะต้องหมั่นฝึกฝนด้วยตัวเอง แต่เธออย่ายึดติดกับคำสอนฉันมากเกินไป เพราะแต่ล่ะคนต่างก็มีวิธีที่เหมาะสมกับตัวเองอยู่เสมอ เอาล่ะ! วันนี้พอแค่นี้ก่อน ถ้าฉันมีเวลาว่าง ฉันจะมาพบเธอที่นี่อีก แต่ฉันไม่สามารถระบุได้ว่าจะว่างตอนไหน…” เย่ฉางเห็นว่ามันเป็นช่วงปลายเดือนแล้ว และเขายังคงมีสิ่งที่ต้องทำในเกมอยู่อีกมาก หลังจากพูดจบแล้ว เขารีบหันหลังและเดินจากไป

 

“อาจารย์คะ ความแข็งแกร่งของอาจารย์อยู่ระดับไหน?” เฉาเฉียงหยูถามด้วยความอยากรู้

 

“ความลับ …” เย่ฉางยักไหล่

 

“ถ้างั้นอาจารย์ช่วยแสดงกระบวนท่าให้ฉันดูสักท่าได้ไหมคะ…” เฉาเฉียงหยูเห็นว่าเขากำลังจะจากไปแล้ว เธอจึงขอร้องเขาอย่างรวดเร็ว เขาบอกวิธีลับมากมายให้กับเธอ แต่เธอไม่เคยเห็นเขาใช้ดาบเลยสักครั้ง เธออยากจะเห็นว่าเขาจะมีฝีมือดาบร้ายกาจแค่ไหน ตามทฤษฎีแล้วใน เทคนิคที่เขาสอน พวกสองสามระดับท้ายๆเช่น ความเร็วแสง,ความเร็วเหนือแสง มันน่าจะเป็นไปไม่ได้ที่จะมีใครคนไหนสามารถทำได้ ระดับความเร็วแสงหมายความว่าเธอจะต้องฟันดาบให้เร็วเท่ากับความเร็วของแสง และความเร็วเหนือแสงก็หมายความว่ามันจะต้องเร็วขึ้นอีกขั้นหนึ่ง สำหรับระดับสุดท้ายคือ ระดับกลับมาสู่จุดเริ่มต้น เธอไม่รู้ว่ามันหมายถึงอะไรและเธอจะไม่ถาม มันไกลสำหรับเธอมากเกินไป แค่ระดับตัดอากาศ เธอก็แทบจะทำไม่ได้แล้ว ฟันดาบออกไปโดยไม่โดนผลกระทบจากแรงต้านอากาศมันเป็นยังไง!?

 

เย่ฉางหัวเราะและค่อยๆหยิบเอา Mimicry Sword ของเธอขึ้นมา จากนั้นเขาจ้องมองหน้าเธอและส่งกลับคืนให้เธอ เฉาเฉียงหยูทำหน้าสงสัย “อะไร?…”

 

เย่ฉางหันหลังกลับและหายตัวไปทันที

 

“เขาไปแล้ว! สุดท้ายแล้วเขาก็ไม่แสดงกระบวนท่าให้ฉันดู? หรือเขามองว่าฉันไม่มีคุณสมบัติพอที่จะได้เห็น?” เฉาเฉียงหยูพูดอย่างเศร้าใจ เธอหันกลับและมองเห็นเศษผมอยู่บนไหล่ของเธอ เธอตกใจและสงสัยมาก เธอก้มดูภาพสะท้อนของเธอในทะเลสาบ และเห็นว่าผมด้านขวาที่เคยยาวถูกตัดเป็นผมสั้นเรียบร้อยแล้ว ‘มันเกิดขึ้นเมื่อไหร่กัน!’ เธอคิดย้อนกลับไปตอนที่เขายืม Mimicry Sword และรีบคืนมันให้เธอ ‘เขาโจมตีในช่วงเวลานั้นจริงๆหรือ? แต่ในเวลานั้นฉันไม่ได้เห็นว่าเขาขยับดาบเลยสักนิด! ถ้าเกิดเขาต้องการที่จะฆ่าฉันแล้วล่ะก็ …’ ร่างกายของเธอเริ่มสั่นสะท้าน เธอมองไปที่ทรงผมสั้นซีกหนึ่งและยาวซีกหนึ่งของเธอ หัวใจเธอเริ่มเต้นอย่างไม่เป็นจังหวะ ‘ทำไมเขาถึงสอนฉันอย่างจริงจังด้วย? เขาเป็นแค่คนแปลกหน้านิ? …’

 

เมื่อเย่ฉางเดินออกห่างจากทะเลสาบจันทร์ครึ่งเสี้ยวไปแล้ว เขาก็ถอดหน้ากากจิ้งจอกสวรรค์ ออก และคิดว่าผู้หญิงคนนี้มีศักยภาพที่ดีเลยทีเดียว เพียงแต่เธอไม่ได้รับคำแนะนำที่เหมาะสมกับตัวเธอสักเท่าไหร่ อย่างเช่นเพลงดาบวิญญาณงูนั้น มันไม่เหมาะกับคนที่จริงจังเช่นเธอ

 

เมื่อกลับไปถึงอพาร์ตเมนต์ เขาอาบน้ำเสร็จและเข้าเกมทันที เขามีข้อความทักทายมาจาก ThornyRose ซึ่งตอนนี้กำลังใช้เท้าขยี้พื้นอยู่ “นี่นาย! ในฐานะที่นายเป็นนักเล่นเกมมืออาชีพแล้ว แต่นายละทิ้งหน้าที่อันสำคัญของนายไป! และนายรู้ไหมว่าใน 10 ชั่วโมงนี้ อันดับนายลดลงจากอันดับที่ 4 มาอยู่ที่ 5 แล้ว! ตอนต้นเกมเป็นช่วงเวลาที่สำคัญอย่างยิ่ง! เมื่อสิ่งต่างๆเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้นแล้ว นายจะขี้เกียจมากแค่ไหนก็ได้ตามที่นายต้องการเลย แต่ตอนนี้นายควรตระหนักถึงบทบาทในฐานะหัวหน้ากิลด์ให้มากยิ่งขึ้น! เข้าใจไหม!?”

 

“อืมๆ มันเป็นเช่นนี้นี่เอง ฉันเข้าใจแล้ว เอาล่ะ! บอกฉันมาว่าใครอยู่อันดับที่ 4 แล้วฉันจะไปฆ่าเขาทันที และอันดับที่ 4 ก็จะกลับมาเป็นของฉัน …” เย่ฉางตอบ

 

ThornyRose พูดไม่ออก อันดับที่ 4 ไม่ได้อยู่ในหมู่บ้านมือใหม่จริงๆนะ! เธอถอนหายใจ “โอเค โอเค อันดับเหล่านี้ไม่สำคัญหรอก นายรีบไปเก็บเลเวลเถอะ” เธอพูดแทรกเขาขึ้นมา

 

“เพื่อน เราจะไปที่ไหนต่อดี? น้องเล็กไดโนก็ไปเก็บเลเวลกับพวก ThornyRose แล้ว และเธอกำลังจะกลับมาหาเราอยู่ตอนนี้” จางเจิ้งเฉียงทำการถลุงแร่ขนาดใหญ่เสร็จสิ้นพอดี

 

“กลับไปที่เหมืองกันต่อเถอะ เราสามารถฆ่าสัตว์ป่าบางชนิดตามทางได้และคงได้รับค่า EXP มาไม่น้อย” เย่ฉางพูดขึ้นจากการครุ่นคิดแล้ว ในตอนนี้พวกเขาไม่มีเควสพิเศษใดๆ และที่หมู่บ้านมนุษย์ปลาก็เต็มไปด้วยผู้เล่นเป็นจำนวนมาก ที่ย้ายไปเก็บเลเวลและทำเควสเพื่อให้ได้รับเกล็ดฟ้า เอาไว้ไปแลกกับอุปกรณ์และหนังสือสกิล พวกเขาจึงไม่มีที่ไปเลยจริงๆ

 

พวกเขามาถึงทางเข้าเมือง และรอจนกระทั่ง FrozenCloud ได้มาถึง จากนั้นทั้งห้าคนก็มุ่งหน้าตรงไปยังเหมือง

 

เมื่อพวกเขามาถึงเหมือง มันไม่มีอะไรให้พวกเขาทำในเหมืองเลย ตอนนี้ไข่กิ้งก่าได้รับการดูแลจากฮันเตอร์ยาร์ก อีกทั้งในเหมืองยังเต็มไปด้วยพวกทหาร พวกเขาจึงตัดสินใจที่จะเดินผ่านเนินเขานี้ไป ตอนแรกพวกเขายังคงเห็นผู้เล่นกลุ่มเล็กๆอยู่ตามทางบ้าง เมื่อพวกเขาเดินลึกเข้ามาเรื่อยๆ สภาพแวดล้อมเริ่มน่ากลัวและอันตรายมากขึ้นเรื่อยๆ มันเต็มไปด้วยสัตว์ร้ายต่างๆที่สามารถเอาชนะผู้เล่นทั่วไปได้อย่างง่ายดาย อย่างไรก็ตามกลุ่มของเย่ฉางที่ได้รับการฟื้นฟูเลือดและบัฟจากอาหาร ทำให้พวกเขาสามารถฝ่าเข้ามาได้อย่างสบายๆ ในที่สุดพวกเขาก็มาถึงป่าที่ไม่มีใครอยู่เลย

 

เย่ฉางเห็นว่าป่านี้แตกต่างจากที่อื่นๆ มันมีหมอกคล้ายกับป่าที่พวกมนุษย์หมาป่าอาศัยอยู่ แต่หมอกที่นี่ไม่ได้หนามากนัก สถานที่แห่งนี้มีบรรยากาศที่น่ากลัวและเต็มไปด้วยต้นไม้ที่เหี่ยวเฉาซึ่งดูคล้ายกับคนมาก ลำต้นคือลำตัวคน ส่วนรากเป็นขา กิ่งก้านเป็นแขน หลุมและปมบนต้นไม้ดูคล้ายกับใบหน้า

 

“หัวหน้าทีมคะ ฉันรู้สึกว่าสถานที่แห่งนี้ค่อนข้างแปลกๆ” FrozenCloud เตือนขณะที่เธอมองไปตรงป่าข้างหน้า

 

“เธอไม่ต้องบอกฉันก็รู้แล้ว! มันแย่มากๆ ทุกคนสามารถบอกได้ว่า นี่ไม่ใช่เรื่องปกติเลย” เย่ฉางพูดพร้อมกับมองเธอด้วยแววตาแปลกๆ ทำให้เธอรู้สึกท้อแท้ใจ FrozenCloud ทำได้แค่เพียงถอนหายใจออกมา ‘ที่ฉันพูดเตือน ก็เพราะว่าฉันเป็นห่วงว่าพวกนายทั้งสามคน จะไม่รู้เรื่องรู้ราวกับภาพที่อยู่ตรงหน้า!!’

 

“คุณพ่อ พื้นดินที่นี่แฝงไปด้วยพลังงานบางอย่างและมีองค์ประกอบที่มีฤทธิ์กัดกร่อน ซึ่งอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้ต้นไม้พวกนี้เหี่ยวเฉาได้ ถ้าจะอธิบายง่ายๆแบบระบบในเกมก็คือ เป็นไปได้ว่ามีสัตว์ประหลาดประเภทความมืดอาศัยอยู่ที่นี่เช่น ผู้วิเศษชั่วร้าย มอนเตอร์ชั่วร้าย จิตวิญญาณ สิ่งมีชีวิตที่ปนเปื้อน สัตว์กลายพันธุ์ สิ่งมีชีวิตที่ถูกสาป สัตว์ที่ถูกสาป พวกลัทธิจอมปลอม ฯลฯ” เย่เทียนอธิบายขณะที่เธอกำลังก้มคว้าเศษสิ่งสกปรกและวิเคราะห์องค์ประกอบของมันอยู่ FrozenCloud มองเธอแปลกๆ ‘เธอเป็นผู้ช่วยตัวน้อยที่สมบูรณ์แบบจริงๆ’

 

“แล้ว?” เย่ฉางเข้าใจคำพูดของเธออยู่ไม่น้อย แต่ประเด็นที่เธอบอกมา มันคืออะไร?

 

“แน่นอนว่าที่นี่จะต้องมีบอส ตามที่หนูได้อ่านประวัติของหมู่บ้านมือใหม่จริงๆนะมา ในหมู่บ้านแห่งนี้มีหนึ่งจิตวิญญาณ หนึ่งผู้วิเศษชั่วร้าย หนึ่งสิ่งมีชีวิตที่ถูกสาปและหนึ่งสิ่งมีชีวิตที่ปนเปื้อน” เย่เทียนอธิบายอย่างละเอียดเพื่อขจัดข้อสงสัยของเขา

 

“ฉันก็คิดอย่างนั้นเหมือนกัน …” หลินหลี่ลูบคางและพยักหน้าช้าๆ

 

FrozenCloud กลิ้งตาของเธอ จากนั้นเธอจ้องจางเจิ้งเฉียงที่ไม่มีความคิดเห็นใดๆ แต่ในหัวของเขากำลังมีความคิดว่า ‘มันจะมีตัวอะไรก็ช่างมัน ถ้ามันมาแค่หนึ่ง ก็ฆ่าหนึ่ง ถ้ามันมาสองก็แค่ฆ่าสอง!!’

 

เย่ฉางพยักหน้า “เราค่อยคุยเรื่องนี้กันอีกที หลังจากที่เราเห็นมันแล้ว”

 

ทั้งห้าคนจึงเข้าไปในป่า โดยมีเย่ฉางซึ่งมีการมองเห็นในตอนกลางคืนที่ดีกว่าใครเป็นคนนำทาง อีกสี่คนที่มองไม่ค่อยเห็นอะไรต่างระมัดระวังตัวอย่างเต็มที่ อย่างไรก็ตาม ต้นไม้เหล่านี้น่ากลัวมากเกินไป เสียงที่ออกมาจากต้นไม้เหมือนว่าเป็นเสียงร้องโหยหวนของคน ลำต้นที่เหี่ยวเฉายังคงแกว่งไปมาราวกับว่า มันกำลังจะโจมตีพวกเขา

 

ทุกคนต้องมีหัวใจที่แข็งแกร่งในตอนกลางคืนที่น่ากลัวเช่นนี้ แสงจันทร์ที่สาดส่องลงกระทบกับสิ่งต่างๆทำให้มีเงาเกิดขึ้น มันเลยยิ่งดูน่ากลัวยิ่งขึ้นไปอีก เย่เทียนขมวดคิ้ว “คุณพ่อ ตลอดทางหนูจำต้นไม้ที่ส่งเสียงออกมาได้ทั้งหมดแล้ว แต่มีอยู่ 4 ต้นที่แทบไม่ส่งเสียงใดๆเลย และมันกำลังตามเรามา”