0 Views

“ทุกคนได้โปรดเงียบลงกันก่อนนะค่ะ! นี่เป็นการแข่งขันการแลกเปลี่ยนศิลปะการต่อสู้ครั้งที่ 36 ระหว่าง มหาวิทยาลัยซงตาน หลินไห่ และหยูเหยา วันนี้ฉัน ‘เสี่ยวเค่อ’ เป็นสมาชิกสภานักเรียน จะมาเป็นผู้บรรยายสำหรับวันนี้ค่ะ” นักเรียนสาวสุดสวยของมหาวิทยาลัยหลินไห่ เธอมีผมยาวประบ่ากำลังยืนอยู่บนเวที เธอสวมใส่ชุดเครื่องแบบสีน้ำเงินปนสีขาวของมหาวิทยาลัยหลินไห่ เสียงของเธอสดใสจนชวนเคลิบเคลิ้ม

 

“เทพธิดา! ส่งจูบให้ฉันหน่อย!”

 

“มาอุ่นเตียงให้ฉันด้วย!!”

 

“วู้วววว~~”

 

“ได้โปรดลงโทษฉันด้วย!! เฆี่ยนตีฉันที! แม่คนงาม!”

 

“…” เสี่ยวเค่อมีรอยยิ้มที่น่าอึดอัดใจ “ทุกคนช่างกระตือรือร้นกันจริงๆ ฮ่าฮ่า…”

 

เธอเป็นผู้หญิงที่ติด 1 ใน 10 อันดับสาวสวยของมหาวิทยาลัยหลินไห่ และยังเป็นสมาชิกสภานักเรียน เห็นได้ชัดว่าเธอถูกเลือกให้ทำหน้าที่นี้ ซึ่งมันเป็นสิ่งที่เธอทำได้ดีเสมอมา เธอได้เริ่มแนะนำผู้เข้าร่วมแข่งขันและนักเรียนแลกเปลี่ยนให้กับผู้ชม จากนั้นเธอก็เริ่มแนะนำผู้ตัดสิน คนแรกคือชายชราหัวล้าน เขามีเคราสีขาวยาวเล็กน้อยและดวงตาที่หลักแหลม เขาสวมชุดกิโมโนสีดำ “ผู้ตัดสินท่านแรก ที่ทุกคนน่าจะคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี ‘มิสเตอร์ ยาซูกิ ริวอิจิ!!’ เขาเป็นปรมาจารย์ของโรงเรียนคาราเต้และเป็นผู้คิดค้นเทคนิค ‘การตัดนับพัน’ ซึ่งเป็นทีรู้จักกันดีอย่างแพร่หลายแม้แต่ในประเทศจีน”

 

ยาซูกิ ริวอิจิ พยักหน้าอย่างช้าๆและไม่พูดอะไรสักคำ

 

“และผู้ตัดสินท่านต่อไป คงไม่จำเป็นต้องให้ฉันแนะนำ เพราะทุกคนน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดี ปรมาจารย์การต่อสู้ของสมาพันธ์การต่อสู้เจียงชาง สาขามหาวิทยาลัยหลินไห่ของเรานี่เอง ท่านอาจารย์ซ่งปิง!!”

 

เสียงปรบมือดังกระหึ่ม โรงเรียนสอนศิลปะการต่อสู้เจียงชาง เป็นโรงเรียนอันดับสองของประเทศจีน จนกระทั่ง ‘วูเทียนหมิง’ ได้สร้างตำนานจนเป็นที่รู้จักของทุกคนและถูกขนานนามว่า Chrysanthemum Emperor – Lin Lin (ตอนแรกไม่อยากใช้ชื่อไทยเพราะมันดูไม่สมกับจักรพรรดิ แต่ต่อไปขอใช้ชื่อไทยว่าจักรพรรดิดอกเบญจมาศ-หลินหลิน ซึ่งจักรพรรดิดอกเบญจมาศนี่มันมีหลายรุ่นนะครับ) ในช่วงวันหยุดฤดูร้อน ตอนที่เขาอายุ 11 ปี เขาได้คิดค้นศิลปะการต่อสู้ ‘การกระจายตัวของดอกเบญจมาศ’ ซึ่งยังคงถูกส่งต่อกันมาจนทุกวันนี้ ทำให้เขากลายเป็นปรมาจารย์ของเจียงชางรุ่นที่ 18 และถูกยกย่องว่าเป็นเทพสงครามของจีนอีกด้วย เขายังเป็นผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยเมืองซินหยุน และยังเป็นอดีตนายกเทศมนตรีของเมืองซินหยุน เหตุผลที่ทำให้มหาวิทยาลัยหลินไห่มีชื่อเสียง เป็นเพราะเขามักจะมาที่นี่เพื่อพักผ่อน และระลึกถึงวันเวลาของเขาในประเทศจีน ส่วนมหาวิทยาลัยชางหลัน ก็ตั้งชื่อตามชื่อโรงเรียนประถมที่เขาเคยเรียนมาก่อน เมื่อวูเทียนหมิงหายตัวไป ซึ่งในตอนนั้นเขามีอายุแค่ 16 ปี โรงเรียนสอนศิลปะการต่อสู้เจียงชางได้สูญเสียอิทธิพลและตำแหน่งที่เคยเป็นอันดับหนึ่งไปอย่างช้าๆ อย่างไรก็ตามอูฐที่หิวโหยยังคงมีขนาดที่ใหญ่กว่าม้า นับตั้งแต่นั้นมาจนถึงทุกวันนี้ เจียงชางก็ยังเป็น 1 ใน 3 โรงเรียนสอนศิลปะการต่อสู้ชั้นนำของจีน

 

ในตอนนี้เทคนิคต่างๆที่มีชื่อเสียงต่างมีพื้นฐานมาจากเทคนิค ‘การกระจายตัวของดอกเบญจมาศ’ กันแทบทั้งนั้น แต่เทคนิคการตัดนับพันนั้นแตกต่างออกไป เทคนิคนี้ได้ลอกเลียนแบบเทคนิค ‘การกระจายตัวของดอกเบญจมาศ’ มาแทบทั้งดุ้น เพียงแค่ทำการดัดแปลงนิดหน่อยเท่านั้น ทำให้พวกปรมารจารย์ของเจียงชาง และปรมาจารย์การตัดนับพัน เป็นศัตรูคู่แค้นกัน

 

ซ่งปิงเลิกคิ้วขึ้นและใช้พลังตรวจสอบ ยาซูกิ ริวอิจิ ที่นั่งอยู่ข้างๆเขา นัยน์ตาของเขาแสดงออกถึงความรังเกียจ จากนั้นเขาก็จ้องมองและตรวจสอบผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด

 

เย่ฉางมองไปที่ผู้ตัดสินทั้งสอง ที่กำลังได้รับคำแนะนำจากผู้บรรยายสาวสวย ยาซูกิ ริวอิจิ แข็งแกร่งมาก สำหรับอาจารย์ซ่งปิง แม้ว่ากลิ่นอายของเขาจะไม่ได้ปลดปล่อยออกมา แต่เขาก็แข็งแกร่งมากเช่นกัน เจียงชางสมควรที่จะเป็นหนึ่งในโรงเรียนสอนศิลปะการต่อสู้ชั้นนำของจีนจริงๆ เขากอดอกและยิ้มออกมาเบาๆ

 

“ส่วนผู้ตัดสินท่านที่สามของเรา ไม่จำเป็นต้องมีการแนะนำตัวมากนัก ทุกคนน่าจะรู้จักเขากันหมดแล้ว เขาเป็นแขกประจำของมหาวิทยาลัยหลินไห่ ปรมาจารย์เทควันโด ‘มิสเตอร์ ปาร์ค วอนซู’!

 

นักเรียนแลกเปลี่ยนชาวเกาหลีทั้งหมดขึ้นไปบนเวที และแสดงความเคารพต่อ ปาร์ค วอนซู

 

“สำหรับผู้ตัดสินคนต่อไปของเรา ลูกศิษย์ของเขาเป็นถึงแชมป์เคนโดมาแล้วสามสมัย ขอต้อนรับ ชาวแดนอาทิตย์อุทัย จากอารามเทพไร้เงา ‘มิสเตอร์ อิชิโระ ยูมิมูระ’!! เสี่ยวเค่อแนะนำผู้ตัดสินที่สี่ ที่นำศิษย์ของเขาเข้าร่วมการแข่งขันครั้งนี้ อารามเทพไร้เงาเป็นชื่อที่รู้จักกันดีในประเทศญี่ปุ่น และอิชิโระ ยูมิมูระ เป็นปรมาจารย์สาขาฮอกไกโดของอารามนี้ เขาเชี่ยวชาญดาบหลากหลายประเภท

 

“ต่อไป ผู้ตัดสินท่านสุดท้ายมาจากหลินไห่ฝั่งตะวันออกของเราเอง หนึ่งในสี่อาจารย์ใหญ่ โจวเสี่ยวชิ หรืออาจารย์โจว นั่นเองค่า” เสียวเค่อให้คำแนะนำสั้นๆ เกี่ยวกับผู้ตัดสินท่านสุดท้าย เขามีจมูกงองุ่ม ดวงตาแหลมคม และทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับตัวเขา มักจะทำให้ผู้คนรู้สึกอึดอัดและมืดมน อายุของเขาไม่เกิน 40 ปี แต่เขาเปล่งออร่าที่เย็นยะเยือก

 

เดิมที หลีลี่เจียได้รับเชิญให้เป็นผู้ตัดสินคนที่ห้า แต่เธอได้ตอบปฏิเสธกลับไป โจวเสี่ยวชิขมวดคิ้วและคิดเกี่ยวกับบางสิ่งบางอย่าง ‘หมัดอินทรีย์ศักดิ์สิทธิ์…’

 

สายตาเย่ฉางจ้องโจวเสี่ยวชิ และยิ้มให้เขา จากนั้นเขาก็เสยผมสีขาวของเขา “เมื่อไหร่จะเริ่มแข่งกันสักที…”

 

หลังจากจบคำแนะนำตัวผู้ตัดสิน ในที่สุดการแข่งขันประลองแลกเปลี่ยนก็ได้เริ่มต้นขึ้น

 

จางเจิ้งเฉียงที่เกือบจะหลับไป ได้ตื่นขึ้นมาและมองไปที่ฝ่ายตรงข้ามคนแรกของเขา นักสู้เทควันโดเกาหลี? เขาอ้าปากหาว และค่อยๆเดินขึ้นไปบนเวทีอย่างช้าๆ

 

ทั้งสองคนเผชิญหน้ากันอยู่กลางเวที

 

“ออมมือด้วย…” ก่อนที่เขาจะค้อมตัวลงเพื่อคำนับ ชายคนนั้นถูกกระแทกออกจากเวที โดยหมัดของจางเจิ้งเฉียง

 

“ใครจะเป็นคนต่อไป ฉันไม่ได้มีเวลามากมายนัก” จางเจิ้งเฉียงพูดพร้อมท่าทางที่ง่วงนอน เขาเริ่มนวดคอของเขา

 

“พี่ใหญ่เฉียง ช่างยิ่งใหญ่จริงๆ! ช่างน่าเกรงขามยิ่งนัก!” หลินหลี่เห็นว่าผู้ชมรอบด้านตัวแข็งค้าง เขารีบกระโดดขึ้นและส่งเสียงเชียร์

 

หลีลี่เจียมองอยู่บนเวทีอย่างสงบ และนึกถึงกล้ามเนื้อมหึมาของเขา ‘ความแข็งแกร่งของจางเจิ้งเฉียงเกินระดับของนักเรียนทั่วๆไปแล้ว บางทีเขาอาจจะเป็นคู่ต่อสู้กับฉินเส้าเทียนได้’

 

“เชี่ย! คนจีนไม่มีศีลธรรมกันบ้างหรอไงวะ!” ชาวเกาหลีเริ่มโวยวาย นักเรียนในมหาวิทยาลัยหลินไห่เริ่มตะโกนตอบโต้ออกมาบ้าง “ไอ้บัดซบ อย่ามาเสแสร้งแกล้งทำเป็นมีมารยาทหน่อยเลย! เขาทำถูกแล้ว! เวทีประลองไม่ใช่เวทีประกวดมารยาทงามนะเว้ย!”

 

“เข้ามาพร้อมกันทั้งหมดนั่นแหละ! ฉันกำลังรีบ” จางเจิ้งเฉียงพูด และชี้ไปที่นักเรียนแลกเปลี่ยนชาวเกาหลีทั้งหมด ดวงตาของเขาจ้องมองไปที่หญิงสาวชาวเกาหลีที่เหมือนกับไอดอล “รวมทั้งเธอด้วย…สุดสวย”

 

ทางด้านของคณะผู้ตัดสิน ปาร์ค วอนซึง เขาจ้องมองจางเจิ้งเฉียงที่แสดงออกอย่างเหย่อหยิ่ง ด้วยความโกรธ

 

สำหรับไอดอลสาว เธอไม่ใช่ศิษย์ของ ปาร์ค วอนซึง เธอมีชื่อว่า คิม ซูฮยอน และเป็นผู้สืบทอดเพลงดาบระบำผีเสื้อ เธอขมวดคิ้วและคิดว่า ‘คนจีนคนนี้นี่มัน…’

 

จางเจิ้งเฉียงเห็นว่าไม่มีใครเคลื่อนไหว เขาจึงตะโกนออกมาอีกครั้ง “เฮ้ ฉันไม่ได้ล้อเล่นนะ พวกนายทุกคนเข้ามาพร้อมกันเลย ถ้าพวกนายไม่มา ฉันจะไปหาเอง”

 

โจวเสี่ยวชิ ลุกขึ้นมองจากทางฝั่งผู้ตัดสินด้วยสายตาที่แหลมคมของเขา ‘คนนี่นะหรือที่ชื่อ จางเจิ้งเฉียง? เขามีความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและร่างกายที่น่าตื่นตาตื่นใจ ดูเหมือนว่าเขาเป็นหนึ่งในคนที่จางเฉาเฟยได้คัดเลือกเข้าไปเพื่อต่อสู้ในการแข่งขันของมหาวิทยาลัยทั้งห้าศักยภาพของเด็กคนนี้น่าอัศจรรย์มาก’

 

“ไอ้บัดซบ! คนจีนที่ต่ำช้า! นายคิดว่านายเป็นใครกัน!?”

 

“เขาทำตัวหยิ่งเกินไป เขาไม่กลัวที่จะถูกทุกคนรุมโจมตี?” เหล่าผู้ชมพากันสงสัยเช่นกัน

 

“เชี่ย! ฉันรู้จักเขา! เขาคือปีศาจคนนั้น!! เขาเป็นหนึ่งในคนที่จัดการกับอาจารย์หวัง และทำให้พวกเราทุกคนถูกเปลือยกายและจับขึงไว้บนแพ!! อสูรกายจางเจิ้งเฉียงแห่งกลุ่ม T-105 !!”