0 Views

ไอเทมที่ CloudDragon ต้องการไม่ได้ตั้งราคาไว้ ทำให้ FrozenCloud ไม่รู้ว่าจะตอบกลับไปยังไงดี เธอหันกลับไปมองเย่ฉาง แต่เย่ฉางก็ไม่รู้เหมือนกัน เขาจึงหันไปมองหลินหลี่ หลินหลี่ลูบคางและมองเย่เทียนซึ่งกำลังคิดคำนวณอยู่

 

เย่เทียนใช้หลักความหายากและความเสี่ยงในการประเมินราคากับพวกไอเทมที่พวกเขาได้รับมา และคิดคำนวณราคาอย่างรวดเร็ว เธอใช้เวลาครู่เดียวจึงตอบออกไป “30 เหรียญทอง 20 เหรียญเงิน 15 เหรียญทองแดง อืม … เราสามารถลดเหลือเพียงแค่ 30 เหรียญทอง”

 

CloudDragon ขมวดคิ้ว 30 เหรียญทอง ถือว่าไม่แพง แต่เขาไม่มีเหรียญทองให้ใช้จ่ายได้มากถึงขนาดนั้น เกมเพิ่งเปิดได้ไม่นาน ดังนั้นเหรียญทองจึงมีคุณค่ามาก ทั้งในตอนนี้และในอนาคต ถ้าเขาทำได้ เขาก็อยากจะจ่ายด้วยเงินดอลล่ามากกว่า “ฉันสามารถจ่ายเป็นเงินจริงได้ไหม?”

 

FrozenCloud เดินไปหาเย่ฉางและกระซิบ “หัวหน้าทีม เราควรตอบตกลง การตอบรับครั้งนี้ เราทำเพื่อแลกเปลี่ยนมิตรภาพกับพวกเขา”

 

เย่ฉางพยักหน้าช้าๆ สิ่งที่เธอพูดมีเหตุผล คนกลุ่มนี้แข็งแกร่งจริงๆ ถ้าพวกเขาต่อสู้จนจบ มันคงเป็นเรื่องยากที่เอาชนะได้เมื่อไม่มีจางเจิ้งเฉียงอยู่ ถึงแม้จะมีจางเจิ้งเฉียง และอยู่ในสถานการณ์ 5 ต่อ 4 ถ้าพวกเขาไม่ได้มีหลินหลี่คอยไล่ล่าเวทย์สาวคนนั้น และถ้าทั้งสองฝ่ายต่อสู้อย่างจริงจัง … โอกาสของเขาที่จะชนะมีเพียงแค่ 40% เท่านั้น การตอบสนองและความแข็งแกร่งของ Grappler คนนั้นสูงมาก ตอนนี้เขาเป็นผู้นำของทีม ดังนั้นเขาจึงต้องพิจารณาถึงผลได้ผลเสียของทีมก่อนเป็นอันดับแรก ในกรณีนี้ เราต้องคว้าโอกาสที่จะได้มิตรภาพจากพวกเขามาก่อน ‘ฉันเป็นผู้นำที่มีพรสวรรค์จริงๆ’ เขากอดอกและยิ้มออกมา “แน่นอน การต่อสู้ก็ได้จบลงไปแล้ว และพวกเราสามารถเป็นเพื่อนกันได้ บางทีเราอาจจะได้ร่วมมือกันในอนาคตอีกก็ได้”

 

“แน่นอน…” CloudDragon หยิบรายการไอเทมที่เขาต้องการขึ้นมา และจ่ายเป็นเงิน 2 เท่าของราคาตลาดด้วยเงินดอลลาร์สหรัฐ แล้วยิ้มออกมาอย่างมีความหมาย ‘เควสหลักของนาย และเควสหลักของฉัน อีกไม่นานก็ต้องมาบรรจบเจอกันอยู่แล้ว ถึงเวลานั้นเราคงได้ร่วมงานกัน’ จากนั้นเขาก็นำปาร์ตี้เดินจากไป

 

เย่ฉางมองความสง่าผ่าเผยของพวกเขาในขณะเดินจากไป ผู้เล่นทุกคนแยกทางให้พวกเขาผ่าน เขารีบดึง FrozenCloud ไว้อย่างรวดเร็ว “กิลด์ของผู้ชายที่ชื่อ Cloud อะไรสักอย่างนี่ กับกิลด์ Freedom อะไรสักอย่างนี่แหละ ใครแข็งแกร่งกว่ากัน?”

 

“หัวหน้า คุณไม่รู้จัก CloudDragon!?” FrozenCloud เอามือก่ายหน้าผากของเธอด้วยความเหนื่อยใจ พวกเขาโจมตีโดยที่ไม่รู้ว่าฝ่ายข้ามเป็นใคร? “เขาเป็นหนึ่งใน 5 อันดับแรกของจีน ที่รู้จักกันในชื่อ Fighting King ตอนนี้ FlameEmperor อยู่อันดับหนึ่งอย่างไม่ต้องสงสัย ส่วนที่เหลือคือ CloudDragon ฉายา Fighting King, NalanPureSoul ฉายา The Phantom จากนั้นก็มีผู้นำของกิลด์ Misty Rain House ซึ่งเป็นเทพธิดาอันดับ 1 ของจีนที่ชื่อ MistyVeil และผู้เล่นอันดับ 1 ของกิลด์ Lord’s Reign ที่ถูกซื้อตัวมาที่ชื่อว่า LordAsked ฉายา The Tyrant”

 

“ฉายาของพวกเขาฟังดูน่ายำเกรงดีจัง เราจะมีฉายาในอนาคตบ้างไหม?” หลินหลี่ถามอย่างอิจฉา

 

“แน่นอน…” เย่ฉางพูด แต่เขาไม่ค่อยสนใจเท่าไหร่ เพราะเขาไม่เข้าใจจริงๆว่า FrozenCloud พูดอะไรออกมา และเขาก็ไม่อยากคิดเรื่องนี้มากนัก เขาตบไหล่ของเธอเบาๆ “ 15% ของรายได้จากการขายของ จะเป็นกองทุนฟื้นฟูความงามให้กับเธอ อ่า! ช่างเป็นวันที่ดีจริงๆ … ไม่ต้องกังวลไป เร็วๆนี้ เราจะมีเงินมากพอแน่นอน”

 

“…” FrozenCloud มองไปยังการแสดงออกที่ให้กำลังใจเธอของพวกเขาทั้งสามคน ทำให้คำพูดของเธอติดอยู่ในลำคอ

 

จางเจิ้งเฉียงยังคงเหงื่อออกกับการทำงานในโรงตีเหล็กโดยแทบไม่มีเวลาหยุดพัก มันเต็มไปด้วยเสียงที่ดังขึ้นเป็นจังหวะ เคร๊ง~ เคร๊ง~

 

….

 

มหาวิทยาลัย วิทยาเขตภาคตะวันออก มี 5 คนกำลังเดินไปรอบๆ พวกเขารู้สึกว่ามีคนรอบข้างชี้นิ้วมาที่พวกเขาและกระซิบกัน อูนาตกตะลึงหลังจากได้ยินเสียงซุบซิบนั้น

 

“นั่นคือกลุ่มในตำนาน T-105”

 

“นายหมายถึงกลุ่ม 3 คน ที่ได้จัดการอาจารย์ไป 3 คน และผู้ร่วมทดสอบไปอีกสิบกว่าคนนั่นนะ หรือ? พวกเขาคือกลุ่ม T-105 หรือ?”

 

“ใช่ ทุกครั้งที่อาจารย์หวังเห็นระเบิดไฟฟ้า ใบหน้าของเขาจะซีดและร่างกายของเขาจะเกิดอาการสั่น”

 

“ฉันได้ยินว่าพวกเขาได้ซ่อนระเบิดไฟฟ้าภายใต้ตูดอาจารย์หวัง และใช้เขาเป็นกับดักเพื่อล่อให้คนอื่นๆมาติดกับ แค่ฉันจินตนาการว่ามีระเบิดไฟฟ้าอยู่ใต้ก้นฉัน มันก็ทำให้ฉันสั่นสะท้านไปทั้งตัวแล้ว”

 

“อย่าพูดถึงเรื่องนี้อีกเลย ฉันเป็นหนึ่งคนที่ถูกเรียกให้ไปช่วยเหลือกลุ่มของอาจารย์หวัง แต่ฉันโชคดีที่ไม่ได้ไปรวมกลุ่มด้วย พวกนายลองคิดดูว่า แม่น้ำที่เต็มไปด้วยคนเปลือยกายที่ผูกติดอยู่กับแพ …ทีมกู้ภัยได้รับความเสียหายไปครึ่งหนึ่งของกลุ่ม ก่อนที่จะประสบความสำเร็จในการช่วยชีวิตทุกคน ด้านหลังของอาจารย์หวังยังมีรอยขีดเขียน มันเต็มไปด้วยคำอธิษฐานเพื่อให้ผ่านการทดสอบ และมีแม้กระทั่งธูปติดอยู่ในนั้น … ฉันโชคดีมากที่ได้ผ่านการทดสอบการต่อสู้ครั้งที่ 1ไปแล้ว ตอนนี้! ฉันเลยไม่ต้องไปร่วมทดสอบกับพวกสัตว์ประหลาดสามตัวนั้นอีก”

 

ในเวลานั้นมีประกาศที่ทำให้นักเรียนทุกคนต่างตัวแข็งค้าง

 

“ประกาศ ประกาศ! หลังจากได้รับการตรวจสอบและยืนยันเรียบร้อยแล้ว ทางมหาวิทยาลัยได้ตัดสินใจว่า ทีม T-105 ได้รับอนุมัติให้ผ่านการทดสอบการต่อสู้ครั้งที่ 1 และสามารถเข้าร่วมการทดสอบครั้งที่ 2 ได้”

 

ผู้ร่วมทดสอบทุกคนตกตะลึง กลุ่มคนที่เดินผ่านกลุ่มเย่ฉาง ได้เห็นการเยาะเย้ยของเขา จนคนกลุ่มนั้นหลั่งเหงื่อที่เย็นเยียบออกมา ‘รอยยิ้มของผมขาว … มันน่ากลัวมาก’

 

“พวกนายไม่ได้ไปที่ชั้นเรียนเพื่อเข้าร่วมเรียนหรือไง?” อูนามองเย่ฉางที่กำลังจับมือเย่เทียน เดินนำจางเจิ้งเฉียงและหลินหลี่ตรงไปที่อื่น

 

“เราได้พูดคุยกับที่อาจารย์ปรึกษาเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว อืมมม~” เย่ฉางพูดขณะที่เขายืดเส้นยืดสาย เย่เทียนก็ยืดเส้นยืดสายเลียนแบบตาม

 

“โอ้ ผมจำได้แล้ว ผมเห็นพี่ใหญ่ขาวและพี่ใหญ่เฉียง ได้พาอาจารย์ที่ปรึกษาไปยังมุมๆหนึ่งที่ห่างไกลจากผู้คน จากนั้นพี่ใหญ่เฉียงก็โชว์เทคนิคอะไรบางอย่าง โดยการนำโละผสมมาบิดงอจนมันเป็นรูปผีเสื้อด้วยมือของเขา ตอนนั้นอาจารย์ที่ปรึกษาทำท่าทางแปลกๆ และดูหวาดกลัวมาก จากนั้นเราก็กลับบ้านกัน” อูนาเหงื่อออกและตกใจหลังจากได้ยินคำพูดของหลินหลี่ เธอเอามือก่ายหน้าผากอย่างหมดแรง ‘นี่ไม่ใช่การพูดคุย! นี่มันเป็นการข่มขู่อย่างเห็นได้ชัด!’

 

แสงแดดสาดส่องผ่านกิ่งก้านของใบไม้ตลอดเส้นทาง ทำให้ผู้คนรู้สึกอ่อนเพลีย จนทำให้ทั้งห้าคนรู้สึกเฉื่อยชา แต่พวกเขาก็พาเย่เทียนเดินเที่ยวชมไปรอบๆ หลังจากกินอาหารกลางวันเสร็จแล้ว ทั้งห้าคนก็ตัดสินใจเดินไปทางทิศตะวันออกของมหาวิทยาลัยและเข้าสู่ลานประลองศิลปะการต่อสู้ พวกเขาเดินไปนั่งเก้าอี้ใกล้ๆบริเวณด้านหน้าของลานประลองศิลปะการต่อสู้ จางเจิ้งเฉียงมาที่นี่เพื่อเป็นตัวแทนของมหาวิทยาลัยหลินไห่ในการแข่งขัน

 

จางเจิ้งเฉียงมองไปรอบๆ และเห็นนักเรียนแลกเปลี่ยนจำนวนมากที่มีดาบและกระบี่ พวกเขาเหล่านี้มาจากสโมสรศิลปะการต่อสู้ สโมสรเคนโด้ เอ๊ะ!! มีแม้กระทั่งพวกนักเรียนเตรียมทหาร? เขายิ้มเยาะเย้ย ‘อาวุธที่เพื่อนของฉันให้ฉันมา มันดีกว่าอาวุธเลียนแบบ Mimicry Weapons ที่พวกคุณใช้กันอยู่ทั้งหมดเสียอีก ฮ่าๆๆ’

 

(Mimicry Weapons: อาวุธที่ทำจากโลหะผสมพิเศษ ยกตัวอย่างเช่น ดาบที่คล้ายกับไลท์เซเบอร์ แต่เปลี่ยนจากเลเซอร์เป็นโลหะแทน ใช้งานได้ง่ายและสะดวกต่อการพกพามาก ใช้กันอย่างแพร่หลายในการต่อสู้ระยะประชิด และมักใช้อาวุธชนิดนี้ในการแข่งขันต่างๆ เป็นอาวุธภายใต้การควบคุมของรัฐบาล อาวุธชนิดนี้คล้ายกับอาวุธที่ใช้ในกองทัพ แต่จะมีความแตกต่างเล็กน้อย โดยทำการปรับเปลี่ยนบางอย่าง เพื่อลดโอกาสในการเสียชีวิตในการประลอง)

 

(ลองนึกภาพดูว่า คุณจับแท่งเหล็กอยู่แท่งหนึ่ง จากนั้นคุณก็กดปุ่ม และมีอาวุธโผล่ออกมา)

 

เย่ฉางมองไปที่ผู้แข่งขันทีมอื่นๆ มีนักเรียนแลกเปลี่ยนจากประเทศเกาหลีและญี่ปุ่นบางคนที่มีสายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยพลังและความมั่นใจ พวกคนที่แข็งแกร่งที่สุด น่าจะเป็นหญิงสาวผมยาวที่รวบผมไว้อย่างเรียบร้อยและสวมเครื่องแบบเคนโด้ กับชายที่ไว้หนวดเคราที่สวมชุดคาราเต้ เช่นเดียวกับสาวเกาหลีที่ดูเหมือนไอดอลซึ่งมี Mimicry Sword เหน็บอยู่ข้างเอวของเธอ

 

จากนั้นก็มาถึงตัวแทนของหลินไห่ นอกจากอาเฉียงแล้ว มีคนที่มีศักยภาพที่ดีอยู่สักสองสามคนจากพวกนักเรียนเตรียมทหาร ด้านตัวแทนของสโมสรศิลปะการต่อสู้ก็พอดูได้ แต่เมื่อเทียบกับชายที่มีหนวดเคราแล้ว มันยังห่างชั้นมากเกินไป ส่วนที่เหลือเป็นพวกธรรมดาๆ พวกเขามาร่วมทีมเพื่อเพียงแค่เติมเต็มจำนวนและแสดงโชว์ห่วยๆเท่านั้น เย่ฉางใช้การวิเคราะห์จากร่างกายและกลิ่นอายของพวกเขา เย่เทียนวิเคราะห์พวกเขาทั้งหมดและพูดขึ้น “พี่ใหญ่เฉียงมีโอกาสชนะ 100% เว้นเสียแต่ว่าจะมีแผ่นดินไหว อุกกาบาต หรือรอยแยกในอวกาศที่ส่งเขาไปยังอีกโลกหนึ่งโดยบังเอิญ”

 

อูนาอดยิ้มขึ้นมาไม่ได้ ในขณะที่เธอกำลังกอดเย่เทียน “อะไรคือ รอยแยกในอวกาศที่ส่งเขาไปยังอีกโลกหนึ่งโดยบังเอิญ?”

 

“มันเป็นมุกตลกค่ะ พูดอย่างตรงไปตรงมาก็คือ ทุกคนอ่อนแอหมดเมื่อเทียบกับพี่ใหญ่เฉียง มันไม่ยากที่จะเข้าใจใช่ไหมคะ?” เย่เทียนถามออกมาอย่างจริงจัง

 

“อ่า … ฮ่าฮ่า …” อูนาหัวเราะอย่างเงียบๆ ไม่รู้ว่าควรพูดออกไปอย่างไรดี

 

“อ๊ะ! มันเป็นเรื่องตลกหรอกหรือ? …” หลินหลี่ตกใจมาก เขาบุ้ยปากอย่างไม่พอใจ