0 Views

“เฮ้ เพื่อน! พวกเราจะไปขุดสมบัติที่ฝังอยู่ตอนนี้เลยไหม?” จางเจิ้งเฉียงกล่าวอย่างเงียบๆ ขณะมองไปดูรอบๆทั้งซ้ายและขวา

 

เย่ฉางพยักหน้า “เรื่องนี้ไม่ควรล่าช้า ออกจากเมืองก่อนแล้วเราค่อยคุยกัน”

 

ทั้งสามคนหยุดพูดและรีบเดินไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมือง ขณะที่พวกเขาเดินผ่านถนน พวกเขาเห็นฝูงคนที่เต็มไปทั่วทั้งเมือง ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่ผู้เล่นในเมืองกำลังคึกคักที่สุดแล้ว มอนสเตอร์ในเวลากลางคืนมีความแข็งแกร่งมากเกินไป ผู้เล่นส่วนใหญ่ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากการจัดหาปาร์ตี้เพื่อออกล่า เนื่องจากมีปัญหาเกี่ยวกับการมองเห็นในช่วงเวลากลางคืนและปัญหาอื่นๆอีก มีผู้เล่นน้อยมากที่จะออกไปล่าในเวลากลางคืน ผู้เล่นส่วนใหญ่จะเลือกตั้งร้านขายของหรือตะเวนทำการซื้อขาย-แลกเปลี่ยนอุปกรณ์กับผู้เล่นคนอื่นๆ ขณะที่พวกเย่ฉางเดินผ่าน ผู้เล่นโดยรอบมองธนูที่แขวนอยู่บนด้านหลังและดาบยาวที่ห้อยไว้ข้างเอวของเย่ฉาง สายตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความอิจฉา คนส่วนใหญ่ตอนนี้มีเลเวล 3 หรือ 4 และมีอาวุธระดับธรรมดาเท่านั้น

 

“Yellow Springs นายคิดยังไงเกี่ยวกับสามคนนั้น?” ชายหนุ่มผมสั้นถือไม้เท้ายาว ใบหน้าเหลี่ยมและมีกลิ่นอายคุกคามถามขึ้นมาในขณะที่จ้องมองไปยังกลุ่มของเย่ฉาง

 

“คงเป็นพวกหน้าใหม่ พวกเขาควรจะเป็นแค่มือสมัครเล่น อย่างไรก็ตามความสามารถโดยรวมของพวกเขาน่าจะพอใช้ได้ คนร่างยักษ์ที่อยู่ตรงกลางใช้มือจับอาวุธไว้ตลอดเวลาน่าจะมีฝีมือที่ดีพอตัว คนตัวเตี้ยมีฝีมือธรรมดาทั่วไป สำหรับคนผิวขาว บอกตามตรงฉันไม่สามารถประเมินได้ เขาให้ความรู้สึกแผ่กลิ่นอายแบบพวกอันธพาล อย่างไรก็ตามอุปกรณ์ทั้งหมดของพวกเขาดีมาก พวกเขามีอาวุธโจมตีระยะไกลได้เร็วกว่าคนอื่น? นายต้องการที่จะรับพวกเขาเข้าทีม” ชายคนหนึ่งที่ลากดาบยาวไปมา ซึ่งถูกเรียกว่า YellowSprings ยักคิ้วและยิ้ม

 

“ตอนนี้ฉันยังไม่มีแผนที่จะชวนพวกเขา พวกเราแค่จับตามองพวกเขาไปก่อน” ชายผมสั้นยิ้มขณะที่พูด “ไปเถอะ ScarletPeak และคนอื่นๆได้เจอพวกกูลแล้ว”

 

พวกเย่ฉางออกเดินออกจากเมืองไป ปล่อยให้คนอื่นๆวุ่นวายกับการหาคบเพลิงเพื่อนำไปช่วยต่อสู้ในเวลากลางคืน พวกเขาเดินลัดเลาะตามแม่น้ำและคอยหลีกเลี่ยงฝูงหมาป่าก่อนที่พวกเขาจะมาถึงโขดหิน

 

“ดูจากแผนที่แล้ว มันน่าจะอยู่บริเวณนี้แหละ” เย่ฉางชี้ไปยังพื้นที่เปียกใกล้กับโขดหิน

 

ทั้งสามคนเอาพลั่วออกมาและเริ่มขุด หลังจากขุดไปสักพัก จางเจิ้งเฉียงรู้สึกว่าพลั่วของเขาขุดเจอของแข็งบางอย่าง เขาตื่นเต้นและตะโกนออกมาด้วยความดีใจ “สมบัติ!”

 

ทั้งสามคนช่วยกันขุดรอบๆหลุมของจางเจิ้งเฉียง พวกเขาพบกล่องไม้ขนาดใหญ่ขนาด 30เซนติเมตร ปกคลุมไปด้วยสิ่งสกปรก เย่ฉางค่อยๆดึงมันออกมา เขายื่นมือออกไปด้วยรูปลักษณ์ที่บ้าคลั่งในสายตาของเขา “ดูหัตถ์พระเจ้าของฉันซะ จงสำแดงเดช!”

 

จางเจิ้งเฉียงรีบคว้ามือเย่ฉางทันทีเพื่อยับยั้งเขา “เพื่อน! ในอนาคตยังโอกาสอีกมากมายที่นายจะได้ทดลองใช้หัตถ์พระเจ้า! แต่ตอนนี้ปล่อยให้หลินหลี่เป็นคนเปิดมันเถอะ!”

 

“ไอเพื่อนทรยศ! ปล่อยฉัน! ฉันต้องการจะเปิดมัน!” เย่ฉางเอื้อมเท้าของเขาออกไปเพื่อเปิดกล่องไม้ จางเจิ้งเฉียงจึงรีบสกัดกั้นเขาไว้

 

หลินหลี่ถอนหายใจและรีบเปิดกล่องไม้ ข้างในมีเหรียญทองสิบกว่าเหรียญ เหรียญเงินอีกจำนวนมาก มีเครื่องประดับบางอย่าง หินรูปตาแมว และทองคำแท่งเปล่งแสงสีทองเจิดจ้า “พี่ชายขาว! พวกเรารวยแล้ว!!”

 

เย่ฉางและจางเจิ้งเฉียงรีบลุกขึ้นมาดู

 

11เหรียญทอง, 50เหรียญเงิน, 1ทองคำแท่ง, 1แหวนทองและ 1เพชรตาแมว

 

Crude Gold Ring (Common) : สามารถสวมใส่เป็นเครื่องประดับ
คำอธิบาย: แม้ฝีมือสร้างจะหยาบ แต่ก็ทำมาจากทอง

 

เพชรตาแมว : หินโอปอลสีน้ำเงินทั่วไป

 

เย่ฉางรีบเก็บทุกอย่างไปและจ้องมองไปยังท้องฟ้าที่เริ่มเปลี่ยนสี “พวกเขาควรกลับไปที่เมืองได้แล้ว ตอนนี้ก็ใกล้เวลากลางวันแล้ว สถานที่นี้อยู่ไม่ไกลจากเมืองมากนัก เมื่อถึงเวลานั้นที่นี่คงจะเต็มไปด้วยผู้คน ซึ่งเราอาจจะได้รับอันตราย”

 

ทั้งสามรีบกลับเมืองโดยใช้เส้นทางเดิม เมื่อพวกเขามาถึงชายขอบเมือง มันก็เป็นเวลารุ่งสางแล้ว พระอาทิตย์ค่อยๆลอยขึ้นขอบฟ้า วิสัยทัศน์ในการมองเห็นค่อยๆเพิ่มขึ้น ทุกเส้นทางเต็มไปด้วยผู้เล่นต่างอาชีพ วันใหม่ได้เริ่มขึ้นแล้ว อย่างไรก็ตามสำหรับพวกเย่ฉาง มันคือเวลาที่ต้องหยุดพักเนื่องจากความหิวกำลังจู่โจมพวกเขาอยู่

 

“พี่ชายขาว ดวงอาทิตย์ตอนเช้าแบบนี้แน่ใจน่ะว่าเป็น…” หลินหลี่บิดขี้เกียจและพูดขึ้น เย่ฉางเริ่มรำคาญและพูดขัดจังหวะ “นี่มันจะเลยเที่ยงแล้วนะ…”

 

“ห๊า!! พวกเราเล่นกันมานานขนาดนี้…” หลินหลี่ตะโกน “ถึงว่าทำไมฉันหิวมาก”

 

พวกเขาจึงพากันออกจากเกม เย่ฉางหยิบโทรศัพท์และเตรียมโทรสั่งอาหาร

 

เสียงประตูที่ค่อยๆเปิดออก หญิงสาวสูงเพียวที่ดูน่ารัก ผมสั้น เธอไม่ได้แต่งหน้า ใส่ชุดลายดอกไม้สีสันสดใส สวมรองเท้าส้นสูงเดินเข้ามาในห้อง มือทั้งสองข้างถือกล่องอาหารเที่ยง เธอดูคุ้นเคยกับสถานที่แห่งนี้มาก คนนี้ชื่ออูนา เธอเห็นทั้งสามคนกำลังอึ้ง “นี่พวกนาย! เล่นเกมแต่ก็ควรจะหาอะไรกินบ้างนะ ฉันรู้ว่าพวกนายยังไม่ได้กิน…”

 

“นานะ เธอดีที่สุดในโลกเลย…” หลินหลี่รีบเอากล่องข้าวของเขาออกมาและเริ่มสวาปามอาหารราวกับเป็นมื้อสุดท้ายของชีวิต เขากินพร้อมกับสะอึกสะอึ้น “ว้าวว~! อร่อยมาก! นี่เป็นสิ่งที่อร่อยที่สุดที่ฉันเคยกินมาเลย! วู้วว~ ง่ำ~ ง่ำ~…”

 

ส่วนจางเจิ้งเฉียงก็กินอย่างบ้าคลั่ง เขาเกือบจะกินภาชนะพลาสติกพร้อมกับอาหาร เขาสะอื้น รู้สึกเศร้านิดหน่อย “อ่าา!”

 

“…” มองเห็นภาพเบื้องหน้าอูนารู้สึกหนาวขึ้นมาทันที ในความสงสัยเธอรีบหยิบเอากล่องข้าวส่วนของเธอและลองชิมอาหาร มันรสชาติแย่มาก มันเป็นแค่ข้าวกล่องราคาเพียง 50federal dollars ที่ซื้อมาจากโรงอาหาร มันประกอบไปด้วยเนื้อและชุดผักเกรดบี ข้าวกล่องนี่เรียกว่าอาหารหมูแทบไม่ผิด? เธอยื่นกล่องข้าวอีกอันให้เย่ฉาง

 

“ดูสภาพพวกนายสิ!” เย่ฉางตะเบ็งเสียง

 

“มันอร่อยจริงๆนะ เมื่อเทียบกับสตูว์ที่กินเมื่อคืนนี้…” หลินหลี่สั่นสะท้านและกินต่อ

 

อูนามองไปที่เย่ฉาง ขณะที่เขากินอาหาร มือของเขาสั่นเล็กน้อยและลำคอของเขากำลังกลืนน้ำลายอย่างต่อเนื่อง

 

“…”

 

อูนาค่อยๆนั่งลง และมองไปที่พวกเขาทั้งสามคนที่กินอาหารอย่างบ้าคลั่ง พวกเขาดูเหมือนผู้ลี้ภัยที่หิวโหยอดอยาก กินข้าวกล่องที่รสชาติเหมือนอาหารหมูอย่างกับเป็นอาหารของพระเจ้าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาในหมู่บ้านมือใหม่จริงๆนะ? เธอยักไหล่แยกตะเกียบของเธอออกและกินอย่างเงียบๆ

 

หลังจากกินอาหารเสร็จแล้ว หลินหลี่มีนิสัยกินแล้วหลับในตอนบ่าย ดังนั้นเขาจึงเข้าไปนอน ส่วนจางเจิ้งเฉียงไปที่ห้องใต้หลังคาเพื่อทำงาน เย่ฉางเดินไปที่ระเบียงและสูดอากาศหายใจเข้าลึกๆพร้อมกับมองไปทางมหาวิทยาลัย

 

อูนามองดูเย่ฉาง ผมของเขาภายใต้แสงแดดสะท้อนทำให้ดูเรียบเนียนและสดใสเหมือนดั่งทองคำ นี่ก็ผ่านมาสองปีแล้ว มองไปยังร่างที่บอบบางของเขา เธอค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ๆและกอดเขา อูนาสูง 175ซม. ส่วนเย่ฉางสูงแค่ 173ซม. แม้ว่าไม่สวมรองเท้าส้นสูง เธอก็ยังดูค่อนข้างสูง แต่เมื่อเทียบกับชายร่างยักษ์ที่สูง2เมตรอย่างจางเจิ้งเฉียง เธอดูเตี้ยไปในทันที

 

เย่ฉางได้กลิ่นหอมที่คุ้นเคย เขารู้สึกถึงสิ่งอ่อนนุ่มที่อยู่ข้างหลังของเขา ไหล่ของเขาถูกล้อมรอบด้วยสองแขนที่ขาวเนียน เสียงของอูนาดังเข้ามาในหูของเขา “ตอนนี้ฉันเลเวล 4 แล้ว…”

 

“อาเฉียงและหลินหลี่ น่าจะเลเวล 5แล้ว อีกทั้งพวกเราได้ฆ่าบอสเป็นพวกแรกก่อนพวกมืออาชีพเสียอีก…” เย่ฉางไม่ได้หันกลับมา เขาพูดด้วยรอยยิ้มอย่างอ่อนโยน

 

“พวกนายสุดยอดมาก ขณะนี้มีผู้เล่นเลเวล 5เพียงไม่กี่คน ขนาดมอนสเตอร์ระดับบอสเรายังไม่เจอเลยสักตัวเลย…” อูนาเอียงศีรษะไปข้างหน้า ค่อยๆมองผ่านไหล่เย่ฉางจากด้านข้างของเขาอย่างช้าๆ ขนตาสีขาวของเขากระพือขึ้นและดูมีความอบอุ่นในม่านตาสีชมพูของเขา บางทีอาจเป็นเพราะความเฉื่อยชาของเขา ทำให้คนอื่นๆไม่กล้าจะเข้าใกล้จนเย่ฉางถูกเรียกว่า ‘ชายผิวขาวผู้แปลกประหลาด’ อย่างไรก็ตามสำหรับอูนาเขาเป็นคนพิเศษ “เราจะเป็นแฟนกันได้ยัง?”

 

เย่ฉางสะดุ้ง เรื่องเปลี่ยนไปเร็วเกินไปแล้ว “ยัง”

 

“เอ่อ ทำไมนายถึงแทบไม่คิดเลยล่ะ เพราะอะไร?”

 

“เพราะเธอเป็นนักร้องอยู่ในวงดนตรีที่กำลังโด่งดัง”

 

“แค่เนี้ย!… นายพูดจริงหรอ?” อูนาถามด้วยความคาดหวัง

 

“ฉันจะโกหกเธอทำไม” เย่ฉางส่ายหัวโดยไม่แยแส

 

“งั้น..”. อูนาค่อยๆปล่อยแขนและลดหัวเธอลง มีหยดน้ำตาเล็กน้อยบนใบหน้าของเธอ

 

เย่ฉางหันกลับมาและเห็นเธอ หัวใจของเขารู้สึกผิด

 

“ฉันแค่พูดเล่นกับนายเอง” อูนาเงยหน้าขึ้นทำหน้ายิ้มและหัวเราะ “ฉันไม่มีทางที่จะคบกับคนที่มีไอคิวไม่ถึง 80หรอก!!”

 

เย่ฉางมองเธออย่างสงสัย

 

“เอาล่ะ! ฉันจะกลับบ้านก่อน แล้วเราค่อยคุยกันในเกม! อย่าลืมบอกฉันเมื่อนายถึงเลเวล 10แล้ว!” อูนาพูดและเดินออกจากอพาร์ทเมนท์

 

“ฉันไม่เข้าใจยัยโง่คนนี้จริงๆ” เย่ฉางยักไหล่ขณะที่มือทั้งสองข้างไขว้อยู่ด้านหลัง เขาหันกลับไปมองทัศนียภาพ และบ่นว่า “ทำไมกันนะ…”

 

เขาหัวเราะเบาๆ และเดินกลับเข้าห้อง

 

เมื่ออูนากลับมาถึงบ้าน เธอทรุดตัวลงบนเตียง เธอจ้องไปยังโคมไฟระย้าที่แขวนอยู่และเช็ดน้ำตาที่ยังไม่แห้งจากตาของเธอ “ไอ้บ้าเย่ฉาง…”