0 Views

ความเรียบง่ายและเงียบสงบในยามค่ำคืนหรืออย่างน้อยที่มันควรจะเป็น ค่ำคืนในเมืองที่มีแต่ความวุ่นวายยุ่งเหยิงเป็นจำนวนมาก สถานที่ที่จะเห็นสิ่งเหล่านี้อยู่ที่ตลาดกลางคืนของเมือง เมื่อถึงเวลากลางคืนแสงไฟหลากหลายสีจากหลอดนีออนได้ถูกเปิดขึ้นมา ผู้ขายตามถนนต่างๆเริ่มส่งเสียงออกมา กลื่นของอาหารและขนมตลบอบอวลอยู่ในอากาศ มันมีสินค้ามากเกินไปที่จะเห็นได้ทั้งหมด

ท่ามกลางความวุ่นวายของตลาดกลางคืน ในพื้นที่ที่ว่างเล็กน้อยมีร้านข้าวผัดกลางแจ้ง ภายในร้านมีโต๊ะของลูกค้าที่มีบรรยากาศที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิงเมื่อเทียบกับสภาพแวดล้อมภายในร้าน พวกเขาเป็นผู้ชาย 3คนที่แสดงออกค่อนข้างไม่พอใจ อย่างไรก็ตามเจ้าของร้านเล็กๆอย่างเถ้าแก่หวังกำลังมองดูด้วยความกังวลเป็นอย่างมาก ทั้ง3คนนั้นเป็นลูกค้าประจำของร้านนี้

โดยหนึ่งในสามคนนั้นมีสามารถสร้างความปวดหัวให้แก่คนอื่น เขามีชื่อว่าเย่ฉาง เป็นชื่อที่ธรรมดามาก คำว่า “เย่” หมายถึงใบไม้และคำว่า “ฉาง” หมายถึงซีดเซียว แต่รูปลักษณ์ของเขานั้นไม่ธรรมดา เขามีผมสีขาว คิ้วสีขาวและมีขนตาสีขาวที่ยาวพอประมาณแม้กระทั้งรูม่านตาของเขายังเป็นสีชมพูปนแดง มีใบหน้าที่ละเอียดอ่อน รูปร่างผอมและผิวที่ขาว การแสดงออกของเขาเต็มไปด้วยความเสียใจบางอย่าง ในขณะนั้นเขาได้ยกมือข้างหนึ่งตบลงไปบนหน้าผากและถอนหายใจ “เมื่อพิจารณาจากความน่าเชื่อถือของมหาวิทยาลัย พวกเรานั้นล้มเหลวในหลักสูตรและการทดสอบต่างๆรวมถึงการต่อสู้เป็นกลุ่มอีกด้วย อืมม~ ฉันคิดว่าพวกเราควรจะพิจารณาการใช้ชีวิตของพวกเราจนกว่าจะถึงการทดสอบครั้งต่อไป”

คนที่นั่งอยู่ทางซ้ายมือของเย่ฉางนั้นเป็นชายรูปร่างใหญ่สวมเสื้อกล้ามและมีทรงผมที่สั้น เขามีชื่อว่าจางเจิ้งเฉียง เขามีใบหน้าคมเข้ม รูปร่างกำยำเต็มไปด้วยมัดกล้าม ดวงตาที่ดุดันเหมือนเสือ มันทำให้เขาดูเป็นลูกผู้ชายที่มีสมองเต็มไปด้วยกล้ามเนื้อ ตอนที่เขานั่งอยู่ภายในร้าน ไม่มีใครสังเกตเลยว่าเขานั้นมีความสูงถึง 185เซนติเมตร ในเวลานี้เขาได้พยักหน้าอย่างตั้งใจและหันไปมองทางเย่ฉางและพูดว่า “เฮ้เพื่อน แผนของนายคืออะไร”

ส่วนทางด้านขวามือของเย่ฉางนั้นเป็นชายหนุ่มที่ดูธรรมดาเป็นอย่างมาก เขามีชื่อว่าหลินหลี่ เขาให้ความรู้สึกเหมือน ‘น้องชายข้างบ้านของเขา’ เขาผมสั้นเรียบร้อยและดูเป็นระเบียบอย่างมาก เขามีรูปร่างเล็กและความสูงเพียง 160เซนติเมตร สายตาของเขาทำให้เขานั้นดูฉลาดแต่ก็ปนไปด้วยความซื่อบื้อเล็กน้อยเช่นกัน เมื่อได้ยินที่เย่ฉางพูดนั้นเขายิ้มอย่างไม่แยแสและพยักหน้าเบาๆเพื่อให้เขาพูดต่อไป

เย่ฉางค่อยๆวางมือทั้งสองข้างลงบนโต๊ะ เขาถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนที่จะขยับนิ้วไปเล่นกับคิ้วสีขาวพร้อมกับพูดออกมาว่า “การพิจารณาชั้นเรียนของพวกเรานั้น พวกเราจะต้องทดสอบกันหลายครั้งจนทำให้พวกเราสับสน นอกจากนั้นพวกเรายังถูกตัดสิทธิจากความหวังเดียวของพวกเรานั่นคือการต่อสู้แบบกลุ่ม แต่ฉันเตรียมแผนสำหรับสถาณการณ์แบบนี้ไว้แล้ว อ่า … ฉันแค่รู้สึกเสียใจที่เมื่อเร็วๆนี้ ฉันแสร้งทำตัวเป็นหลินหลี่และขอให้แฟนสาวที่ร่ำรวยของเขาช่วยพวกเรา แต่กลับโดนเธอปฏิเสธทันที ดูเหมือนว่าเราคงต้องใช้แผน B เราต้องหางานพาร์ทไทม์ เพื่อสนับสนุนเราจนกว่าจะมีการทดสอบการต่อสู้แบบกลุ่มในครั้งต่อไป”

จางเจิ้งเฉียงเงยหน้าขึ้นและรู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ เขาถามด้วยความสงสัยว่า “เฮ้เพื่อน ไม่ใช่ว่าแผน B ของพวกเราคือให้เหล่าพี่น้องช่วยเตรียมการให้พวกเราหรอกหรือ?”

“พี่ชายเฉียง มันหมายความว่ายังไงที่จะเตรียมการให้พวกเรา?” หลินหลี่ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกระพริบตาและแสดงถึงความขุ่นเคืองของเขา

เย่ฉางและจางเจิ้งเฉียงมองกันละกันและถอนหายใจออกมา เย่ฉางพยายามทำให้หลินหลี่ใจเย็นลงและกลับไปพูดคุยถึงหัวข้อเดิม “การทดสอบการต่อสู้แบบกลุ่มจะจัดขึ้นในอีกครึ่งปี พวกเราต้องหางานทำเพื่ออยู่รอด ดังนั้นอาเฉียงคุณต้องรับผิดชอบรถเข็นขนมทอด ส่วนหลินหลี่นายต้องไปตั้งแผงขายขนมปังแยม

ทั้งสองคนพยักหน้าอย่างช้าๆ จางเจิ้งเฉียงได้ขบคิดถึงปัญหา “เฮ้ แล้วนายหล่ะ?”

“ฉันจะรับผิดชอบในการดูแลพวกนายทั้งสองคนเพื่อรวบรวมเงินและฉันสามารถช่วยพวกนายเฝ้ายามได้” เย่ฉางพูดอย่างไร้ยางอายด้วยท่าทางเฉยเมย

 

ในเวลานั้นเสียงโห่ร้องตะโกนก้องในฟากฟ้ายามราตรี มันเป็นเสียงของการค้าขายในรูปแบบภาพโฮโลแกรม

พวกเขาทั้งสามคนพากันยกหัวขึ้นมองไปยังภาพโฮโลแกรม ดาบและเวทย์มนต์ผสมผสานเข้าด้วยกัน ความดีและความชั่วได้ห่ำหั่นกัน สิ่งมีชีวิตทุกชีวิตได้ต่อสู้กันเพื่อเอาชีวิตรอด เป็นสงครามที่รุนแรงจนเกิดแรงระเบิดไปทั่วทุกแห่งหน

“ Conviction จะเปิดให้บริการในเวลา 9.00น. โลกใหม่ที่ไม่รู้จัก ปริศนาที่รอการแก้ไขและความลึกลับที่รอการค้นพบ นักผจญภัยที่กล้าหาญทั้งหลายพวกคุณยังคงรออะไรอยู่!?”

“ Conviction ถูกออกแบบและผลิตโดยนักพัฒนาโลกเสมือนจริงเป็นจำนวนมาก รัฐบาลของประเทศต่างๆ ได้มารวมตัวกันเพื่อเปิดเกมเสมือนจริงในรูปแบบใหม่ โดยต้องมีอายุ 18ปีถึงจะสามารถเข้าร่วมการผจญภัยของเราได้”

ช่วงระยะเวลาสั้นๆการนำเสนอในรูปแบบโฮโลแกรมก็ได้สิ้นสุดลง

“ว้าวว นี่มันยอดเยี่ยมมากจริงๆ” ตาของหลินหลี่ส่องประกายเหมือนเด็กๆ

“สหาย พวกนายคิดยังไงเกี่ยวกับการเป็นนักเล่นเกมมืออาชีพ?” จางเจิ้งเฉียงพึมพำออกมาในขณะมองไปที่ภาพโฮโลแกรม

เย่ฉางค่อยๆดึงมือของเขาออกจากโต๊ะและเอนตัวพิงเก้าอี้ข้างหลังของเขา ดวงตาของเขาได้ปิดลงและจมอยู่กับความคิดเป็นเวลานาน ทันใดนั้นเขาพยักหน้าและพูดอย่างจริงจังว่า “แน่นอน ฉันเห็นด้วย เดี๋ยวเรามาดื่มฉลองกันเมื่อนานะมาถึง”

หลินหลี่ยิ้มเหมือนเด็กและร้องออกมา “พี่ใหญ่ขาวเย่ฉางจงเจริญ”

เย่ฉางยิ้มอย่างอ่อนโยนและลูบไปที่หัวของหลินหลี่ เขายกแก้วของเขา พวกเขาทั้งสามจ้องมองกันก่อนที่จะยกแก้วดื่มเหล้าจนหมด

“พวกนายทั้งสามคน พวกนายดื่มกันโดยไม่รอฉัน? ไอพวกใจร้าย” ขณะนั้นทั้งสามคนได้เงยหน้าขึ้นจากการดื่ม พวกเขาได้ยินเสียงเจื้อยแจ้วของผู้หญิง พวกเขาทั้งสามคนหันไปมองยังทิศทางของเสียง เธออยู่ในชุดกันหนาวสีดำที่ปกคลุมไปทั่วร่างกายพร้อมด้วยกระโปรงหนังกับถุงน่องสีดำและรองเท้าบู๊ตหนังที่ยาวจนเกือบจะถึงหัวเข่า เธอแต่งหน้าเพียงเล็กน้อยและทาลิปสติกสีแดง เธอนั้นเหมือนนางแบบที่ใส่ชุดโกธิคสีดำ ทั้งเสื้อผ้าและการแต่งหน้าของเธอช่างดูฉูดฉาดซะเหลือเกิน เธอสะพายกระเป๋ากีตาร์ขนาดใหญ่พร้อมยิ้มออกมาและเดินไปหาพวกเขาทั้งสามคน ทกคนรอบๆตัวมองพวกเขาด้วยสายตาแปลกๆ แต่พวกเขาทั้งสามเคยชินกับมันไปเสียแล้ว เธอคนนี้คือนานะ แต่ชื่อจริงของเธอคืออูนา เธอเป็นสมาชิกวงดนตรีที่ชื่อว่า ‘Falling Sand’ ที่โด่งดังในเมืองหลินไห่

“วงของเธอมีซ้อมวันนี้ไม่ใช่หรอ?” เย่ฉางยิ้มและมองไปทางอูนา

“อืมม~ พวกเราจะมีการแสดงในเร็วๆนี้ วันนี้เราได้ฝึกซ้อมกันหนักมากแล้ว” อูนายักไหล่ เธอวางกระเป๋ากีตาร์ไว้ข้างๆและนั่งลง เธอได้แยกตะเกียบของเธอและก้มหน้ากินผัดปลาหมึกทันที “ฉันกำลังหิวมาก โอ้ใช่การทดสอบของพวกนายเป็นยังไงบ้าง?”

“ไม่ผ่าน! ไม่ผ่านทั้งหมด!” เย่ฉางเชิดหน้าและพูดด้วยความภาคภูมิใจ

“เหมือนกัน” จางเจิ้งเฉียงตบไปที่หน้าอกและพูดด้วยรอยยิ้ม

“ฉันด้วย! ฉันด้วย!” หลินหลี่กระโดดไปมาเหมือนเด็กน้อย

“…แค่ก~ แค่ก~” อูนาสำลักและมองไปที่พวกเขาสามคน หน้าอกของเธอสั่นไหวและคำรามออกมา “มันมีอะไรน่าภาคภูมิใจกัน!!”

อูนาถอนหายใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้ “แล้วการทดสอบการต่อสู้แบบกลุ่มล่ะ?”

“พวกเราถูกตัดสิทธิ” เย่ฉางพูดด้วยท่าทางภาคภูมิใจเหมือนก่อนหน้านี้

อูนากลอกตาของเธอไปมา เธออยากจะถามว่าทำไม แต่เมื่อภาพโฮโลแกรมถ่ายทอดสดปรากฏขึ้นมา “นี่เป็นการประกาศผลทดสอบแบบกลุ่ม กลุ่มหมายเลข T-13 และกลุ่มหมายเลข T-36 ผ่านการทดสอบ กลุ่มหมายเลข T-105 เย่ฉาง จางเจิ้งเฉียงและหลินหลี่ ทั้งสามคนนี้เนื่องจากมีพฤติกรรมที่ต่ำช้าเลวทรามมากเกินไป ทำให้อาจารย์ 3ท่านและผู้ร่วมสอบทั้ง 15คนได้รับบาดเจ็บทางจิตใจ พวกเขาทั้งสามคนถูกตัดสิทธิจากการทดสอบและจะต้องทำการทดสอบใหม่อีกครั้งในภายหลัง”

“. . .” ตาของอูนาได้เบิกกว้างขึ้น ไอพวกบ้าทั้งสามคนนี้ทำอะไรลงไป? เธอหันหน้าไปมองพวกเขาทั้งสามคน

“จบอย่างสวยงาม” เย่ฉางยกมือทั้งสองข้างและตบลงไปบนมือของจางเจิ้งเฉียงละหลินหลี่

“. . .” อูนาไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องให้ดี ในที่สุดความโกรธที่เธอเก็บไว้ทั้งหมดได้ระเบิดออกมา “พวกนายสามคนทำบ้าอะไรไว้!? นอกจากนี้นี่ไม่ใช่สิ่งที่พวกนายควรฉลองนะโว้ย!!”

เย่ฉางและคนอื่นๆ จ้องมองด้วยท่าทีที่โง่งมก่อนที่จะคิดย้อนกลับไป

“ผมจำได้ในขณะที่เราย่างบาร์บีคิวกันอยู่ที่ริมแม่น้ำ กลุ่มของอาจารย์หวังได้สาปแช่งเราด้วยบางสิ่งบางอย่าง แต่อย่างไรก็ตามพี่ใหญ่เฉียงได้จัดการเขาไปแล้ว” หลินหลี่ค่อยๆเงยหน้าขึ้นหลังจากคิดย้อนกลับไปในวันนั้นด้วยความพยายามอย่างมาก

“หลังจากนั้น พวกเรายึดอุปกรณ์ทั้งหมดของเขา ฉันจำได้ว่าหลินหลี่พูดว่า ‘ขอลงโทษผู้กระทำชั่วทั้งหลายที่สาปแช่งเรา’ เฮ้!ไอน้อง…ฉันเห็นด้วยว่ะ จากนั้นพวกเรามัดพวกเขาไว้กับแพและจากนั้น . . .” จางเจิ้งเฉียงพูดเสริมเข้ามา

“ทั้งหมดนี่เป็นความผิดของหลินหลี่! เขาต้องการลงโทษผู้ที่สาปแช่งเราและทำพิธีขอพร!” เย่ฉางพูดแทรกออกมาและร้องโวยวาย

“เฮ้ … นั่นเป็นวิธีที่พวกนายควรทำกับอาจารย์?” ปากของอูนาเปิดกว้างขึ้นด้วยความตกตะลึง พวกเขาทั้งสามคนนี้บ้าไปกันใหญ่แล้ว เธอจัดเสื้อผ้าและทรงผมของเธอให้ดีขึ้น “เดี๋ยว เดี๋ยวก่อนนะ พิธีขอพรอะไรกัน!?”

“พวกเราได้เตรียมเทียนไว้ 3แท่งและจุดมัน พวกเราต้องการจะวางไว้บนแพแต่น่าเสียดายมันไม่มีที่ว่างมากนัก ดังนั้นเราจึงเอาไปวางไว้บนร่างของอาจารย์แทน ฉันได้ขอพรไปมากมายและฉันได้ขอให้ทุกๆคนมีความสุขตลอดไป” ดวงตาของหลินหลี่เต็มไปด้วยความอิ่มเอมใจ เขาเริ่มระลึกถึงความปรารถนาของเขา พวกเขาทั้งสามจับมือกันมองร่างที่เปลือยเปล่าของอาจารย์หวังลอยไปตามสายน้ำในขณะที่พวกเขากำลังขอพร

“หลังจากนั้น ฉันก็รู้ว่านี่เป็นโอกาสที่ดีที่จะแสดงความคิดเชิงกลยุทธ์อันยอดเยี่ยมของฉัน” เย่ฉางพูดอธิบายอีกครั้ง

อูนาตกตะลึงกับการกระทำของพวกบ้านี่ พวกเขาทั้งสามคนต้องการจะเล่นกับอาจารย์หวังอีกกี่ครั้งกัน? เธอได้นำมือไปวางไว้บนหน้าผากของเธอพร้อมพูดว่า “ยังมีอีก?”

“หลังจากนั้นเราได้ใช้แพและระเบิดไฟฟ้าที่เรายึดไว้ทำกับดักขึ้นมา เราได้วางระเบิดไว้ใต้ก้นของอาจารย์หวัง ตราบใดที่มีใครช่วยเหลือเขามันจะระเบิดออกมา มันจะใช้ความชื้นในอากาศจากแม่น้ำโดยรอบทำให้เกิดอาการอัมพาตในรัศมีขนาดใหญ่! เราได้ทำการช๊อตอาจารย์โง่ๆอีก2คนที่พยายามจะช่วยเขา เรายังคงจับพวกเขามัดไว้กับแพและทำเช่นเดียวกับอาจารย์หวัง เรายังได้สร้างกับดักเพิ่มมาอีก 3ชิ้นทำให้มันมีรัศมีที่ใหญ่กว่าเดิมมาก! เราได้ไปตามทางแม่น้ำหลังจากที่เรากำจัดอาจารย์ 3คนและผู้เข้าทดสอบอีก 15คนก่อนที่เราจะโดนเรียกตัวกลับไปยังศูนย์บัญชาการโดยการออกอากาศด้วยภาพโฮโลแกรม” จางเจิ้งเฉียงพูดด้วยความภาคภูมิใจ

“มันน่าเสียดายที่พวกเขายกเลิกความสำเร็จในการต่อสู้ของกลุ่มเรา” หลินหลี่พูดด้วยความขุ่นเคือง

“เฮ้ออ~ ไม่มีอะไรที่เราทำได้แล้ว สวรรค์ได้กลั่นแกล้งทีมเล็กๆของพวกเรา ไม่ว่ายังไงก็ตามอีกครึ่งปีพวกเราจะกลับมา!!” เย่ฉางถอนหายใจออกมาเบาๆ เขากอดคอทั้งสองคนเพื่อปลอบใจเพื่อนของเขา

“แน่นอน” หลินหลี่และจางเจิ้งเฉียงพยักหน้าพร้อมๆกัน พวกเขามีรอยยิ้มที่แน่วแน่

“เฮ้เพื่อน วันหน้าเราลองคิดที่จะระเบิดศูนย์บัญชาการหลักดีไหม” จางเจิ้งเฉียงพูดออกมาอย่างชั่วร้าย

“แน่นอน พวกมันนั้นน่าเกลียดเกินไป เรียกพวกเรามายังศูนย์บัญชาการหลักเพื่อตัดสิทธิเรา” หลินหลี่พูดด้วยความหงุดหงิด

“เฮ้ออ~ สบายใจได้เลยสหายทั้งหลาย แค้นนี้ต้องได้รับการชำระอย่างแน่นอน” เย่ฉางแสยะยิ้มจ้องมองไปยังภาพโฮโลแกรม

“. . .” อูนาอยากจะหนีไปให้ไกลจากพวกบ้าสามคนนี้ แม่งเอ้ยนี่ยังคงเรียกว่าเป็นการทดสอบอยู่อีก? ใช้ระเบิดไฟฟ้าวางไว้ใต้ก้นอาจารย์และไม่ใช่อาจารย์เพียงคนเดียว เธอไม่สามารถช่วยอะไรได้ ทำได้แค่เพียงสั่นสะท้าน เธอคือคนที่เข้าใจพวกเขาเป็นอย่างดีและได้แต่สวดภาวนาให้กับกลุ่มอื่นในครั้งต่อไปที่ต้องมาเจอกับพวกระยำสามคนนี้ เธอสูดหายใจลึกๆและพูดว่า “แล้วจากนี้ไปพวกนายจะทำอะไรต่อ?”

“สำหรับตอนนี้ เราจะเป็นนักเล่นเกมมืออาชีพในเกมใหม่อย่างเกม ‘Conviction’ พวกเราน่าจะสามารถทำเงินได้ในขณะที่รอการทดสอบครั้งต่อไปในอีกครึ่งปี โอ้…ใช่แล้วนานะ เธอควรจะเข้าร่วมกับพวกเรา” คำพูดของเย่ฉางทำให้ตาของอูนาเบิกกว้างขึ้น หัวใจเต้นแรงและเร็วขึ้น เพียงแค่พวกนายสามคนและพวกนายต้องการที่จะเดินเข้าไปในเกมและกลายเป็นมืออาชีพ? พวกนายคิดว่าทุกคนจะกลายเป็นนักเล่นเกมมืออาชีพ! พวกนายคิดว่าโลกเสมือนจริงเป็นเรื่องง่ายมาก!?

หน้าของเธอแสดงออกอย่างท้อแท้ เธอพยักหน้าเบาๆหลังจากขบคิด เธอตัดสินใจเพียงแค่เล่นเกมด้วยกันเท่านั้นไม่ได้จริงจังอะไร

“เยี่ยม! ตัดสินใจได้ดี” เย่ฉางพยักหน้าอย่างมีความสุข เขาแยกตะเกียบของเขาและพวกเขาสี่คนก็สนุกสนานกับอาหารมื้อนี้

ภายในอาคารบริหารที่ 3ของมหาวิทยาลัย

“ฮาฮ่า~ กลุ่ม T-105 เย่ฉาง จางเจิ้งเฉียง หลินหลี่ พวกนี้มันตลกดีจริงๆ” นักวิชาการวัยกลางคนในชุดสูทตะวันตกที่อ่านข้อมูลการทดสอบเสร็จได้พึมพำออกมา

เย่ฉาง อายุ: 21

Stamina: C

Superpower: ยังไม่ได้รับการทดสอบ

Strength: C

Technique: C

IQ: 74

การประเมินผล: ไม่มีอะไรโดดเด่น IQ ค่อนข้างต่ำ

จางเจิ้งเฉียง อายุ: 21

Stamina: A+

Superpower: ยังไม่ได้รับการทดสอบ

Strength: A+

Technique: A+

IQ: 85

การประเมินผล: มีพรสวรรค์ทางด้านร่างกาย เป็นอัจฉริยะในหมู่อัจฉริยะ

หลินหลี่ อายุ: 20

Stamina: D

Superpower: ยังไม่ได้รับการทดสอบ

Strength: F

Technique: F

IQ: 61

การประเมินผล: อยู่ในระดับต่ำมาก ไร้พรสวรรค์โดนชิ้นเชิง

“คนธรรมดานั้นมี IQ อยู่ที่ 90 ทั้งสามคนนี้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ยทั้งหมด โดยเฉพาะหลินหลี่ เขาได้รับการรับรองอย่างชัดเจนว่าเข้ามาได้โดยผ่านเส้นสาย โอ้ … เดี๋ยวก่อนนะ เขาได้รับการแนะนำโดยซ่งฉิน? น่าสนใจมากและจางเจิ้งเฉียงอัจฉริยะด้านการต่อสู้อีกคน เขาไม่มีการฝึกฝนที่เป็นระบบหรือไม่ได้รับสืบทอดวิชาการต่อสู้ใดๆของตระกูล ถึงอย่างนั้นเขาก็แข็งแกร่งพอที่จะสร้างปัญหาให้กับอาจารย์ได้ แต่สำหรับเย่ฉางนั้น …” นิ้วมือของชายกลางคนได้เคาะไปที่โต๊ะ เขาค่อยๆหันหน้าไปมองผู้หญิงที่ใส่ชุดผู้บัญชาการ ทรงผมหางม้าเป็นระเบียบใบหน้ารูปไข่อันงดงามและสายตาที่เย็นชาเป็นพิเศษ เธอพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “กลุ่มหมายเลข T-105 พลังทั้งหมดของพวกเขามาจากจางเจิ้งเฉียง สำหรับหลินหลี่และเย่ฉางพวกเขานั้นเต็มไปด้วยความคิดที่เน่าเฟะ มันจะเป็นการดีถ้าพวกเราเลิกเพิกเฉยต่อพวกเขา”

“เป็นอย่างนี้ …” ชายวัยกลางคนยิ้มและลูบคางของเขา “ไม่เป็นไร จับตาดูจางเจิ้งเฉียงไว้ สืบดูเบื้องหลังและพื้นเพของเขา ‘การแข่งขันของ5โรงเรียน’ ใกล้เข้ามาแล้ว พวกเรามีฉินเส้าเทียน หยางเฮ่า ซุนเฉว่และคนอื่นๆ อย่างไรก็ตามเรายังต้องการคนที่ความสามารถและพรสวรรค์ที่โดดเด่นเพิ่มขึ้นอีก”

“ฉันเข้าใจแล้ว” ผู้หญิงที่มีผมหางม้าได้พยักหน้าก่อนเดินจากไป

ชายคนนั้นได้คิดถึงเรื่องตลกขบขันและถามว่า “อ่อ…ใช่ อาจารย์หวังกับคนอื่นๆเป็นอย่างไรบ้าง?”

“ระเบิดไฟฟ้าได้สร้างความเสียหายทางจิตใจของพวกเขา พวกเขามีอารมณ์ที่แปรปรวน ผู้ทดสอบ 7คนได้ย้ายไปเรียนศิลปศาสตร์เต็มเวลาแทน” ผู้หญิงผมหางม้าได้เดินจากไป เธอคิดย้อนกลับไปเมื่อเธอพาคนมาช่วยเหลือพวกเขา ฉากอันบัดซบของคนเปลือยกายจำนวนมาก มีเสียงโหยหวนหลากหลายเสียงร้องออกมาให้พ่อแม่ของพวกเขาพากลับบ้าน หลังจากนั้นที่โรงพยาบาล เหล่านักเรียนทั้งหมดสั่นเทาด้วยความโกรธอาจารย์หวังเป็นอย่างมาก ฮ่าฮา~ เพราะพวกเขาทั้งสามเป็นต้นเหตุของปัญหาทั้งหมด!!

ชายคนนั้นได้มองภาพโฮโลแกรมของเย่ฉาง เขายิ้มและพูดเบาๆ “ไม่มีคุณสมบัติโดดเด่น? แต่คะแนนของคุณ…ดูธรรมดาเกินไป”