0 Views

          โลกเป็นเพียงแค่ชื่อ เหมือนกับ นรกที่เป็นเพียงแค่สถานที่ สำหรับสองอย่างนี้แท้จริงแล้ว มันไม่อาจหาความยุติธรรมได้เลยภายในนั้น..

          ในตอนแรกของการเริ่มต้นของทุก ๆ อย่าง ทุกคนล้วนเข้าใจเป็นสิ่งเดียวกันหมดว่า พวกเราล้วนเป็นเจ้าของโลกใบนี้ด้วยกันทุกคน ทุกคนมีความเท่าเทียมกัน และผมคิดว่า คุณคงนึกว่ามันอาจจะเป็นเหมือนระบอบเผด็จการ ใช่ไหม ที่ทุกคนต้องออกล่ามอนสเตอร์ด้วยกัน ช่วยเหลือซึ่งกันและกันภายในกลุ่มของพวกเขา และมีการแบ่งปันสิ่งของที่ได้รับมาจากการล่าในแต่ละครั้ง และทั้งนี้เหล่าพวกเขาก็อาจจะไม่เคยได้พบเจอกับปัญหาที่มากมายเลย มันอาจเป็นเพราะ ตอนนี้พวกเขาเป็นเสมือนครอบครัวเดียวกัน ที่ไม่จำเป็นต้องมีมรดกร่วมกันหรือแม้กระทั่งสายเลือดที่เหมือนกันเลย

แต่พวกเขาเริ่มคิดมากขึ้นถึงการใช้ชีวิตในแต่ละวัน พวกเขาเริ่มต้นชีวิตด้วยการทำฟาร์มและการเลี้ยงสัตว์ ต่าง ๆ รวมถึงทั้งวิธีการเก็บรักษาเสบียงอาหารมากมาย ตลอดจนที่ผ่านมานี้ ทำให้อาหารมันสามารถหาได้ง่าย ๆ จากทุก ๆ ที่แล้ว แต่ทว่าตอนนี้เรามีปัญหาอย่างหนึ่งได้เข้ามา นั้นคือการเข้าใจคำนิยามของคำว่า ” การเป็นเจ้าของโลก ” มันได้เริ่มไขว้เขวในใจ และคุณคงเข้าใจในสิ่งที่ผมกำลังจะสื่อออกมาแล้วใช่ไหม? ใช่.. ตอนนี้คนที่แข็งแกร่งเริ่มที่จะผูกขาดในสิ่งที่พวกเขาต้องการ ทั้ง เครื่องมือเกษตร, ม้า, วัว … ทุก ๆ สิ่งและทุก ๆ อย่าง..ใช่ ที่กล่าวมาล้วนเป็นความจริง

          แต่อยู่มาวันหนึ่ง เหล่าคนที่มีอำนาจมากมายได้คิดคำถามในใจขึ้นมาว่า เฮ้.. ทำไมกลุ่มของพวกเราถึงอยู่รอดได้โดยไม่ต้องทำงานทั้งวันทั้งคืน ในขณะที่พวกผู้ที่อ่อนแอเหล่านั้นต้องทำกัน และนั่นคือสิ่งที่พวกที่มีอำนาจกำลังตระหนักถึงมัน แต่ทว่าสำหรับพวกเขาแล้วมันเป็นเพียงระดับชนชั้นที่แตกต่างกันเท่านั้น และนั่นเป็นสิ่งที่พวกเขาเป็น เมื่อพวกเขาได้กลายเป็นชนชั้นที่สูงขึ้น เหล่าชนชั้นสูง ขุนนาง พวกคนเหล่านี้อาจมีอำนาจมากกว่าคนอื่น เป็นเพียงเพราะพวกเขาเกิดมาพร้อมกับสายเลือดที่ดีกว่าแค่นั้นเอง

          หลังจากที่ประสบกับสถานการณ์แต่ละยุคที่ขึ้น ๆ ลง ๆ มาโดยตลอด ทั้งผู้ที่แข็งแกร่งข่มผู้ที่อ่อนแออกว่า หรือการเข้าใจที่ผิด จนอารยธรรมสมัยใหม่ก็มาถึงข้อสรุปที่จะทำให้มนุษย์ทุกคนนั้นเกิดมาเท่าเทียมกันทุกคน..

          การนับถือและเชื่อมั่นในพระเจ้า มันก็ยังมีอยู่ช่วงหนึ่งที่ผู้คนมากมายล้วนเชื่อในเรื่องเหล่านี้

          แต่จากที่กล่าวมา กลุ่มสังคมของคนที่มีอำนาจ ได้วาดเส้นหนึ่งขึ้นมาแล้วพูดขึ้นว่า… เส้นนี้จะเป็นตัวแบ่งระหว่างเขตของความสำเร็จและเขตของความพ่ายแพ้ และตอนนี้พวกเขาต้องการที่จะสร้างคำที่พิเศษขึ้นมาใหม่สำหรับคนที่แตกต่างเหล่านั้นที่ต้องการจะก้าวข้ามเส้นของความสำเร็จ และมันจึงทำให้คำว่า “ความพยายาม” ในตำนานได้ถือกำเนิดขึ้นมา

          คำคำนี้มันคือสิ่งที่ท้าทายสวรรค์ จนตอนนี้ผู้คนล้วนตกเป็นทาสของคำคำนี้ และยึดถือเชื่อมั่นในสิ่งที่เป็นไปได้ด้วยความพยายามที่อยู่ในความต้องการที่เพียงพอ

          ถ้าตอนนี้คุณนั้นยากจน นั่นมันเป็นความผิดของคุณทั้งหมด มันเป็นเพราะว่าคุณไม่ได้ใช้ความพยายามที่มากพอ …คุณจึงแพ้

          ‘ ฉันแตกต่างจากพวกเขา ฉันได้ใช้ความพยายามนี้ทั้งหมดและมาถึงจุดจุดได้ แต่ในขณะที่คนขี้เกียจบางคนนั่งบนลาที่ไร้ค่าจนสุดท้ายชีวิตพวกเขาก็ลงเอยบนที่นั่งของลาตัวนั้น ‘

          แต่ขณะหนึ่งได้เกิดยุคยุคหนึ่งขึ้นมา ยุคที่ผู้คนต่างสามารถชี้นิ้วขึ้นมาอย่างง่ายดาย และกล่าวเรียกพวกคนที่ทำงานมามากกว่า 18 ชั่วโมงต่อวันว่า ไอพวกกุ๊ย หรือ ไอพวกคนขี้เกียจ

          แต่แล้วเวลาเหล่านั้นมันก็ได้ผ่านไปอย่างรวดเร็ว มากซะจนลืมหลาย ๆ สิ่ง ในไม่ช้าแนวคิด ๆใหม่ก็มาเข้าโจมตีใส่ทุกคน เพราะพวกเขาตระหนักได้แล้วว่า ความสำเร็จนั้นถูกสร้างขึ้นบนพื้นฐานของความล้มเหลว และสังคมก็ไม่สามารถดำรงอยู่ได้หากปราศจากสิ่งที่เรียกว่า “ความพ่ายแพ้”

         ศตวรรษที่ 21 ผ่านไป จนศตวรรษที่ 22 ก็เข้ามา

          ตอนนี้คุณคิดว่ามันเป็นอย่างไรบ้างกับสังคมสมัยนี้และสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้น คุณคงคิดว่าพวกมันต่างคงจะดีขึ้นมามากกว่าเดิมใช่ไหม?

          น่าเสียดายที่โลกใบนี้ไม่เคยมีการเปลี่ยนแปลงเลยอย่างแท้จริง

          และนั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้ผมต้องมาวกวนอยู่กับช่วงเวลาแบบนี้

          “แก.. รีบเก็บกวาดของเหล่านี้ซะ แล้วรีบออกมา”

          “ขอรับ นายท่าน”

          ผมเริ่มเก็บไอเทมที่ดรอปในพื้นที่ทั้งหมดไว้ แต่ส่วนหนึ่งก็จำเป็นต้องทิ้งมันไว้ในดันเจี้ยนอย่างจำใจ และส่วนหนึ่งก็ถูกนำไปใส่ในกระเป๋าด้านหลัง

          ปาร์ตี้นี้มีจำนวน 5 คน พวกเขาได้เดินออกจากพื้นที่นี้ไปหลังจากที่ฆ่ามอนสเตอร์เสร็จ และผมก็มาที่ตรงนี้เพื่อเก็บของที่พวกเขาทิ้งมาทั้งหมด

          และคนที่ผมเรียกว่า “ นายท่าน” นั้น เขาสวมใส่ชุดเกราะหรูหราที่แปลกตาพร้อมกับเล่มดาบที่ดูราคาแพง และพวกเขาไม่เคยที่จะเสียเวลาไปกับการเก็บไอเทมขยะเหล่านี้เลย – พวกเขาเพียงพูดแค่ว่ามันจะทำให้การล่าของพวกเขาถูกขัดจังหวะลง แต่ในบางครั้งพวกเขาก็จะทิ้งสิ่งที่มีค่าไว้ ถึงมันไม่ได้เกิดขึ้นบ่อยครั้งก็ตาม แต่ถ้าเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้น จะมีใครบางคนในปาร์ตี้หยิบมันไปต่อทันที

          และตอนนี้พวกเขากำลังมองมาที่ผมราวกับว่าผมเป็นหัวขโมย

          “แก๊ก!”

          ผมหยิบมันใส่กระเป๋าที่น้ำหนักมากกว่า 200 กิโลกรัมและลุกขึ้นยืนทันที ถ้าผมไม่ได้ฝึกสคอว์ตทุกวัน บางทีผมคงอาจจะโยนมันทิ้งออกจากหลัง ก่อนที่จะถึงครึ่งทางซะอีก

          และผมจะให้คำแนะนำกับคุณ สคอว์ต เป็นการออกกำลังกายที่ดี

          “ ไอเจ้านี่มันช้าเหมือนเต่าซะจริง ฉันควรจะต้องทำยังไงกับคนแบกกระเป๋าที่อืดอาดเช่นนี้ดี!”

          “ครับ นายท่าน ผมกำลังไปแล้วครับ ~”

          ผมขยับกระเป๋าที่ค่อนข้างหนักให้มาอยู่ในตำแหน่งที่สะดวกสบายมากขึ้น ทำให้สามารถเดินเร็วขึ้นอีกเล็กน้อย

          “ ขอบคุณครับ ”

          ผมโค้งคำนับด้วยความขอบคุณ ให้กับหัวหน้าปาร์ตี้ที่อายุน้อยกว่าผมประมาณ 5 ปี เขายื่นซองที่ดูเหมือนซองจดหมายให้ผมดู และใบหน้าของเขาบ่งบอกว่าเขานั้นไม่ต้องการให้ผมทำอะไรต่อไปอีกแล้ว และหยุดทำงานทันที ภายในซองมันมีประมาณเงิน 100 ดอลลาร์ในนั้น แต่เงินนี่มันเป็นครึ่งหนึ่งของค่าจ้างปกติ ผมแทบจะไม่สามารถระงับอารมณ์ของผมได้เลย

          “ ถ้าแกยังคงทำงานปวกเปียก อย่างเช่นวันนี้ฉันจะไม่ติดต่อแกมาทำงานอีกเลย ”

          “ ผมขอโทษครับ.. นายท่าน”

          ผมก้มหัวลงอีกครั้ง หัวหน้าปาร์ตี้คนนี้เขาเป็นลูกชายคนเล็กของเจ้าของ บริษัท ก่อสร้างที่มีชื่อเสียง เขาเป็นนักล่าเพียงเพื่อความสนุก แต่ด้วยทรัพย์สินของพ่อเขา เพียงแค่อุปกรณ์ราคาแพงและทักษะไม่กี่อย่าง ก็สามารถทำให้เขาขึ้นเป็นนักล่าระดับ 3 ได้

          และหากคุณเป็นนักล่าระดับ 3 นั่นหมายความว่าคุณกำลังอยู่ใน 5 ในร้อยส่วนของอาชีพนักล่าทั้งหมด หากจะให้ผมต้องเดาว่ามันมีค่าใช้จ่ายเท่าไหร่ที่จะไปถึงระดับ 3 นั้น ผมคงบอกได้ว่า อาจจะถึง 2 ล้านดอลลาร์เลย และคิดว่าเขาจะใช้เงินอย่างนั้นเพื่อให้ได้แค่ไปยังดันเจี้ยนระดับ 2 ได้ มันดูเหมือนจะเป็นหนทางที่ไร้ความคุ้มค่าในการลงทุนขนาดนี้ แต่แท้ที่จริงแล้วมันไม่ได้เป็นอย่างนั้นจริง ๆ เพราะมันคือการลงทุนอย่างคุ้มค่าสำหรับคนที่มีความมั่งคั่ง ถึงขนาดที่สามารถฆ่ามอนสเตอร์ที่มีขนาดใหญ่กว่าตัวคุณหลายเท่าลงได้ แต่สำหรับคนที่ไม่เคยมีประสบการณ์ความรู้สึกแบบนั้นจะไม่เข้าใจถึงมันจริง ๆ

          และด้วยเหตุนี้ทำให้ภายในดันเจี้ยนมีผู้ที่มั่งคั่งจำนวนมากมาย และภายในดันเจี้ยนเหล่านี้ ผู้คนส่วนหนึ่งก็ต้องคอยติดตามพวกเขาไปข้าง ๆ เสมอ และคนเหล่านั้นแน่นอนว่าส่วนใหญ่ก็คือพวก คนแบกของ – จะให้พูดเป็นคำทางการก็คือพนักงานยกกระเป๋า

          ใช่แล้ว ผมเป็นหนึ่งในคนแบกของพวกนั้น

          คนแบกของพวกนี้จะคอยเดินตามคน ที่ร่ำรวยและมีนิสัยเสียที่มักจะเรียกตัวเองว่าเป็นนักล่า ที่จะทำให้พวกเขาสามารถล่ามอนสเตอร์ได้อย่างปลอดภัยและสะดวกมากขึ้นเท่าที่จะเป็นไปได้ และในขณะที่พวกคนแบกของก็สามารถหยิบของที่ถูกโยนทิ้งและเอามันมาใช้ได้ ทว่าคนเหล่านั้นเกลียดการหยิบไอเทมที่ตกหล่น พวกเขาจึงโยนงานเหล่านั้นมาให้กับพวกเราแทน นั้นก็คือการเก็บไอเทมที่ดรอปออกมา แต่งานของเรายังไม่จบเพียงแค่นั้น กระทั่งเรายังต้องแสดงความยินดีกับพวกเขาและบอกว่าพวกเขาแข็งแกร่งทุก ๆ ครั้ง เมื่อพวกเขาประสบความสำเร็จในการตามล่ามอนสเตอร์ เราไม่สามารถรู้สึกรำคาญใจกับพวกนั้นได้ เลย เป็นเพราะจำนวนเงินที่เราได้รับมันขึ้นอยู่กับอารมณ์ของพวกเขา ดังนั้นถ้าผมอยากได้รับเงินมากขึ้น ผมก็จะเทิดทูนฝีมือการฆ่าพวกเขาทั้งวัน แต่หากคุณโชคดีเจอคนที่นิสัยดี คุณอาจได้รับเงินหลายร้อยเท่าของจำนวนเงินปกติที่เคยได้รับ

          แต่แน่นอนว่าวันนี้ไม่ใช่วันนั้น เงิน 100 ดอลลาร์ นี้ มันปฏิบัติกับผมอย่างกับพวกขอทานเลย

          หัวหน้าปาร์ตี้ได้สังเกตเห็นบางอย่างถึงการแสดงออกและท่าทางของผม และเขาก็ขมวดคิ้วขึ้นทันที

          “แกมีปัญหา?”

          “ไม่ครับ ท่าน”

          แปะ แปะ

          “ ถ้าหลังจากนี้แกอย่าทำหน้าแบบนั้นอีก เพราะมันอาจจะทำให้ฉันอารมณ์เสียขึ้นมาจริง ๆ ก็ได้ แกคงเข้าใจใช่ไหม?”

          เขาตบลงที่ไหล่ของผมและผลักออกไป ในขณะที่เขาเริ่มหัวเราะออกมา ผมต้องจำใจแสดงไปตามน้ำไปทั้งอย่างนั้น

          ตอนนี้ ผมใกล้จะอายุ 26 ปี เช่าห้องในบ้านส่วนตัวสีแดงอิฐสูง 3 ชั้น และกระทั่งจบการศึกษาระดับมหาวิทยาลัย แต่ในภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่แบบนี้ ไม่มีทางเลยที่ผมจะสามารถหางานได้ ดังนั้นสุดท้ายแล้วผมจึงจบลงด้วยการเป็นพนักงานแบกกระเป๋าและมันต้องทำงานเต็มเวลาตลอด และผมหวังว่าคุณคงจะไม่ดูถูกผม แค่เพราะผมเป็นแค่พนักงานแบกกระเป๋าใช่ไหม อยากให้คุณรู้ว่า เพราะถ้าหากคุณต้องการที่จะมีชีวิตอยู่ในดันเจี้ยนแล้ว และมันก็ไม่ใช่สถานที่เดินเล่นของคนทั่วไปด้วย ทว่ามันจำเป็นต้องมีทักษะอย่างน้อยระดับหนึ่งที่จะสามารถเอาตัวรอดได้

          ด้วยเหตุผลนี้ผมจึงสามารถคาดเดาได้เลยว่า มันเป็นเรื่องยากที่จะสามารถหาคนที่สามารถแบกกระเป๋าในดันเจี้ยนระดับ 2 ที่มีอายุเท่ากับผมได้ ทักษะที่สำคัญที่สุดของพนักงานแบกกระเป๋าคือทักษะในการเอาชีวิตรอดในดันเจี้ยนเพราะในดันเจี้ยนไม่มีใครเลยที่จะมาสนใจชีวิตพนักงานแบกกระเป๋าที่อ่อนแอเช่นนั้น

          ริ้ง ริ้ง ริ้ง~~

          โทรศัพท์มือถือของผมดังขึ้น ผมหยิบมันออกมาจากกระเป๋า มันเป็นโทรศัพท์รุ่นเก่าที่มีหน้าจอ LCD ราคาถูก แต่พวกที่มีเงิน พวกมันมีสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ที่มีหน้าจอสัมผัส ทว่าสำหรับผมแล้ว ผมแค่ต้องการโทรศัพท์เพียงเพื่อให้สามารถโทรออกและรับ / ส่งข้อความได้เท่านั้น มันไม่จำเป็นต้องมีอะไรที่โดดเด่นมากมาย ซึ่งคนที่โทรเข้ามาเป็นเพื่อนรักของผมเอง เขาเป็นนายหน้างานชื่อ ซงมินฮาน ในช่วงกลางของวัยประมาณสามสิบนี้ เขามีประสบการณ์มามากกว่า 10 ปีในฐานะนายหน้า และพวกเรานั้นได้ทำงานร่วมกันมาหลายปีแล้ว เหตุเพราะว่าเขาสามารถหางานให้พนักงานแบกกระเป๋ามาได้ดีมาโดยตลอด และถ้าหากคุณต้องทำอาชีพอิสระประเภทใดบนโลกนี้ นายหน้ามันจำเป็นจะต้องมีเสมอ

          “ฮัลโหล.. ฉันเอง, พนักงานแบกกระเป๋าที่น่ารักไง จีออนซังมิน!”

          “ นายช่วยเปลี่ยนวิธีรับโทรศัพท์ได้ไหมเนี่ย ”

          “ ก็ผู้หญิงชอบแบบนี้นี่หน่า ”

          ” โอเค ๆ งั้น.. ฉันต้องการพนักงานยกกระเป๋าตอนนี้ นายว่างไหม?”

          “ แปปนึง ขอฉันตรวจสอบตารางเวลางานแปป ”

          “ หยุดเลย ฉันรู้ว่านายไม่ได้ทำงานหนักอะไรเลยในช่วงนี้ ”

          “ ก็ฉันแค่เพิ่งทำมันวันนี้เอง ”

          “ งั้นโอเค นายต้องการวอร์มร่างกายก่อนไหม มาที่อันซานตอนบ่ายสาม”

          “อันซาน? ที่นั่นมันมีแค่ดันเจี้ยนระดับ 1 เองนะ ในเขตนั้น”

          “ ไม่ต้องห่วง ครั้งนี้เงินที่ได้ไม่เลวเลย เพราะลูกชายของเจ้าของโรงพยาบาล กำลังจะเข้าไปในดันเจี้ยนเป็นครั้งแรก พวกเขาบอกว่าพวกเขาต้องการคนขนของที่มีทักษะระดับนึง ฉันเลยแนะนำให้นายไปลองดู ไงล่ะขาสั่นแล้วละสิ รีบมาซะล่ะ ”

          “ ค่าจ้างเท่าไหร่ ”

          “ 200 ดอลลาร์ ทิปแยกต่างหาก ”

          ” อะไร นี่สำหรับดันเจี้ยนระดับ 1 ใช่ไหม แล้วนายจะเอาค่านายหน้าเท่าไหร่ ”

          100 เป็นค่าจ้างปกติสำหรับพนักงานยกกระเป๋าระดับ 1 และ ในระดับ 2 การแบกกระเป๋าส่วนใหญ่ค่าจ้างมักจะเป็น 200 ดอลลาร์ แต่ก็มีหลายครั้งที่ค่าจ้างมันคุ้มค่า เหมือนในกรณีนี้

          “ ฉันเอาแค่ที่ฉันควรจะได้รับก็พอ อย่ากังวลเล็ก ๆ น้อย ๆ หน่า นายคิดว่าฉันทำแบบนี้มากี่ปีแล้ว ”

          “ ฉันแค่ถามหน่า.. แค่สงสัยว่าการลงดันเจี้ยนแต่ละรอบ คุ้มค่ากับการทำไหม ถ้าหากนายเอาค่านายหน้าไปหมด ”

          “ งั้นฉันเอาแค่ 100 โอเคไหม”

          ” ไอเชี่.. ปล้นกันเลยไหม แค่นั่งจนตูดเปื่อย รอเงินเข้าปาก ในขณะที่คนอื่น ๆ เสี่ยงชีวิตเพียงเพื่อ 200 ดอลลาร์ ”

          “ ถ้าหากบางคนกำลังแอบฟังอยู่คงคิดว่านายกำลังเข้าสู่ดันเจี้ยนระดับ 10 หรืออะไรทำนองนั้นแน่ แล้วสรุปนายจะมาไหม?”

          ” เออ ฉันกำลังไป นายพูดว่าบ่ายสาม ใช่ไหม? ”

          ” ใช่แล้ว และไม่ใช่มาตอนตีสามเหมือนครั้งที่แล้วอีกนะ ”

          “ เข้าใจแล้วค้าบ ท่านซง..มิน..ฮาน ”

          ชิส อีกนานแค่ไหนที่เขาจะไม่ดุฉันเนี่ย และฉันจะทำแบบนี้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น

          ผมมองดูเวลาอย่างรวดเร็ว มันต้องเป็นบ่ายสาม ดังนั้นเหลือเวลาสองชั่วโมงในการไปที่อันซาน มันไม่ยากเลยที่จะไปให้ทัน และผมก็รีบไปที่สถานีรถไฟที่ใกล้ที่สุด..